หลังจากที่ผมได้รับวอลคาน่ามาอยู่ในการดูแลของผม ผมก็เริ่มจริงจังกับการปลูกพืชผัก รวมไปถึงการเก็บแต้มเพื่อใช้สำหรับอัพเกรดพื้นที่ ในที่สุดผมก็ได้รู้แล้วว่ามี [อัพเกรดพื้นที่] ไว้ทำไม
เพราะพื้นที่แห่งนี้ไม่มีสถานที่ ที่เป็น้ำแข็งเลยแม้แต่น้อย ซึ่งต่างจากตัวของวอลคาน่าที่เป็ัน้ำแข็งและต้องอยู่ในพื้นที่เย็น ผมที่ยังไม่มีแต้มมากพอที่จะอัพเกรดจึงต้องฝากให้น้องนั้นไปอยู่ที่บ่อน้ำก่อนเพื่อบรรเทาเป็การชั่วคราว
โดยแต้มที่ใช้ในการอัพเกรดพื้นที่นั้นจะอยู่ที่ 1,000 แต้ม ซึ่งผมต้องใช้เวลาในการเก็บแต้มไปถึง 3 วันเพื่อรับแต้มจากรายวันและจากการรอผลผลิตออกมาและนำไปขายในระบบ
ผมเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมเ้าระบบมันถึงไม่ได้อธิบายถึงสิ่งที่จะได้รับหลังจากอัพเกรด หรือว่ามันต้องรอให้เราถึงเวลาที่จำเป็ก่อนมันถึงจะอธิบายให้ เหมือนอย่างที่ผมได้เ้าวอลคาน่ามา
“เอาล่ะวอลคาน่า พร้อมรึยัง!!”
“ง้าว!!”
ผมที่เห็นว่าเ้าตัวเล็กเองก็กำลังตื่นเต้นกับพื้นที่ใหม่ที่ผมกำลังจะมอบให้มัน มันก็จ้องมองไปยังพื้นที่โล่งอย่างใจจดใจจ่อ
“เอาล่ะ”
‘ติ๊ง!’
[ทำการ อัพเกรดพื้นที่]
[กรุณาเลือกรูปแบบพื้นที่ ที่้าอัพเกรด]
ผมที่เห็นตัวเลือกมากมายเหล่านี้ ก็ทำให้ผมถึงกับพอที่จะรับรู้ได้แล้วว่า ในอนาคตผมคงจะมีเหล่าเด็กๆเข้ามาอีกเพียบแน่ๆ
‘แต่ก่อนอื่นต้องเอาพื้นที่น้ำแข็งก่อน’
‘ติ๊ง!’
ผมได้กดเลือกในพื้นที่น้ำแข็ง หน้าต่างสีฟ้าได้ปรากฏตรงหน้าผมพร้อมกับแสดงแผนที่บนเกาะแห่งนี้ และมันให้ผมเลือกตำแหน่งที่จะวางพื้นที่น้ำแข็ง
“อืม…ไว้อยู่ใกล้ๆกับทะเลสาบดีกว่า”
เมื่อผมได้กดยืนยัน ทั้งเกาะก็เกิดการสั่นไหว ูเาน้ำแข็งขนาดใหญ่ได้โผล่ขึ้นมาอยู่ข้างๆกับทะเลสาบ แน่นอนว่าเกาะแห่งนี้เองก็ได้รับการขยายออกเช่นกัน ตอนนี้ผมคิดว่าคงไม่สามารถออกเดินสำรวจจนหมดได้ภายในวันเดียวแน่ๆ
“มันจะอลังการเกินไปรึเปล่า?”
ดูเหมือนว่าผมคงจะต้องรีบเก็บแต้มเพื่อสร้างพื้นที่อื่นเพิ่มเติมอย่างรวดเร็วเสียแล้ว เพราะถ้าหากผมช้าไปกว่านี้ บางทีพวกัที่ค่อยๆเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆอาจจะไม่มีพื้นที่มากพอที่จะให้พวกมันอยู่
“แง้ว!!”
เ้าวอลคาน่าที่เห็นูเาน้ำแข็งขนาดใหญ่มันก็รีบวิ่งไปที่ตีนเขาในทันที ดูเหมือนว่ามันคงจะชอบอากาศหนาวเย็นเอามากๆ
“ดูเหมือนว่าจะไม่ได้มีแค่วอลคาน่าสินะที่ชอบอากาศหนาว”
ไดมิราริสเองก็ได้ออกมาจากบ่อน้ำแล้วมุ่งหน้าสูู่เาน้ำแข็ง เพราะด้วยความเย็นของูเาน้ำแข็ง จึงทำให้ตัวของไดมิราริสนั้นสามารถปรับอุณหภูมิตัวเองได้โดยที่ไม่ต้องแช่น้ำ
แต่ก็มีสะเก็ดลาวาบางส่วนที่กระเด็นออกมาจากตัวของมันอยู่ดี เ้าพวกตัวเล็กตัวอื่นๆที่เห็นพื้นที่ใหม่ก็รีบวิ่งมาเล่นทันที
จะมีก็แต่ฟาตาริสที่ไม่ได้เข้าไปเล่นด้วย…
‘คงไม่ค่อยชอบอากาศหนาวสินะ’
‘หมับ’
“แง้ว?”
ผมที่เห็นแบบนั้นจึงได้เดินไปอุ้มเ้าฟาตาริสก่อนที่จะจับมันยัดเข้าไปในเสื้อของผม โดยปล่อยให้หัวของมันโผล่ออกมาจากคอเสื้อ
“เราไปดูกันเถอะ”
ผมได้เดินตามเ้าพวกตัวเล็กเข้าไปสำรวจพื้นที่ใหม่ แน่นอนว่าความกว้างและความสูงของูเาลูกนี้นั้น มันมากเกินกว่าที่ตัวของผมนั้นจะสามารถเดินสำรวจได้ แต่อย่างน้อยๆผมก็ขอเดินดูรอบๆเท่าที่จะเป็ไปได้
“ไม่ค่อยหนาวอย่างที่คิดจริงๆด้วย”
คงจะเป็เพราะเ้าระบบนี้แน่ๆ จึงทำให้ตัวของผมนั้นไม่ได้รับผลจากภูมิอากาศจากเกาะนี้สักเท่าไหร่ เพราะสำหรับผมแล้ว ูเาน้ำแข็งแห่งนี้ แค่ช่วยพัดพาลมให้ผมรู้สึกเย็นเฉยๆเท่านั้นเอง
“ง่าว!”
“ง้าว!!”
ผมดูเ้าตัวเล็กที่กำลังสนุกอยู่กับการเล่นหิมะอย่างอิ่มใจ ผมคิดไม่ออกเลยว่าตัวของผมนั้นจะสามารถมองเห็นภาพที่น่ารักและสวยงามแบบนี้ไปได้อีกนานสักเท่าไหร่
เพราะถ้าหากเป็ไปตามตำนานละก็ พวกันั้นจะมีชีวิตที่ยืนยาวนานกว่ามนุษย์มากๆ ชั่วอายุของพวกมันนั้นมันนานจนถึงขนาดที่ว่า ต่อให้มนุษย์นั้นตายเกิดไปอีก 10 ชาติ สำหรับั มันก็ไม่ต่างอะไรไปจากการหลับนอนแล้วตื่นขึ้นมาใหม่
พอผมคิดถึงเื่แบบนี้แล้ว ผมก็รู้สึกเศร้าขึ้นมาในทันที นี่อาจจะเป็ความรู้สึกของผู้เป็พ่อก็เป็ได้
‘แผล็บ’
“ง่าว?”
เ้าฟาตาริสที่รับรู้ได้ถึงความรู้สึกจากผม มันก็เงยหน้าขึ้นมาเลียที่หน้าผมเพื่อปลอบใจ
“…ขอบใจนะ”
ผมได้ลูบหัวมันก่อนที่จะเดินเข้าไปเล่นกับเ้าพวกตัวเล็กที่เหลือ อย่างน้อยๆในชีวิตนี้ของผม ก็ขอให้ได้มีความสุขกับเหล่าเด็กๆพวกนี้ให้ถึงที่สุดก็แล้วกัน
ใช่แล้ว…
ผมควรที่จะใช้เวลาที่เหลือของผมในการเฝ้ามองการเติบโตของพวกเขาให้นานที่สุดเท่าอายุขัยของมนุษย์คนนึงมันจะมีได้ ผมได้คอยดูแลพวกเขาอยู่ทุกๆวัน
ไม่มีวันไหนที่ตัวผมจะไม่มอบความรักให้กับพวกเขา เพราะผมอยากจะทำให้ดีที่สุด
มันควรที่จะเป็แบบนั้น…
ถ้าถามว่าทำไมผมถึงได้พูดแบบนั้น…
เพราะในระหว่างที่ผมกำลังเฝ้าดูการเติบโตของเหล่าเด็กๆพวกนี้ ผมก็ไม่ได้รู้ตัวเลยว่า…
ผมได้เฝ้าดูพวกเขาจนเวลาได้ล่วงเลยมากว่า 100 ปีแล้ว...