ตอนที่ 14 เ้าคืออาหร่วนจริง ๆ ใช่หรือไม่
หลินหร่วนหยิบองุ่นส่งให้หลินซิ่ว“หยิบไปกินสิ”
“พี่สาว ข้ามิกิน พี่เหนื่อยมาทั้งวันแล้วพี่กินเถิด”
เห็นอยู่ชัด ๆ ว่านางอยากกินองุ่น ทว่าหลินซิ่วกลับมิได้ยื่นมือออกมารับ หลินหร่วนทราบดีว่าเด็กหญิงลังเลอันใด ดังนั้นนางจึงดึงวัชพืชในตะกร้าออก
ดวงตาของหลินซิ่วเบิกกว้างทันใด ปากเล็ก ๆ ของนางอ้าๆ หุบ ๆ “พี่สาว เหตุใดถึงมีองุ่นมากมายเพียงนี้ ? ”
หลินหร่วนยิ้มพลางหยิบองุ่นปอกเปลือกแล้วป้อนเข้าปากหลินซิ่ว“เ้ามิต้องห่วง บนูเายังมีอีกมากโข เ้าจะกินเยอะเท่าใดก็ได้”
กลิ่นหอมหวานขององุ่นลอยมาแตะจมูก หลินซิ่วทนมิไหวอีกต่อไปเด็กหญิงอ้าปากแล้วกินองุ่นเข้าไปคำใหญ่
ปากของนางเล็กนิดเดียว แก้มข้างหนึ่งนูนออกมาดูแล้วเหมือนหนูแฮมเตอร์ก็มิปาน หลินหร่วนบีบแก้มเล็ก ๆ ของนาง พลางยัดพวงองุ่นไว้เอาในมือของหลินซิ่ว
“อย่ากินมากจนเกินไปล่ะ มิเช่นนั้นจะกินเนื้อมิได้นะ”
เด็กน้อยยังคงเคี้ยวองุ่นอยู่ในปาก แต่แล้วก็เอ่ยถามด้วยดวงตาเป็ประกาย“พี่สาวยังมีเนื้อให้กินอีกหรือ ? ”
“อืม...เ้าไปนั่งกินดี ๆ ประเดี๋ยวพี่ทำเสร็จแล้วจะเรียกเ้าเอง” หลินซิ่วกอดองุ่นไปนั่งกินอย่างว่าง่าย
บัดนี้ท้องนภาเริ่มมืดแล้ว ในบ้านมิมีแสงไฟแม้ว่าจะมีแสงจันทร์ แต่มันก็มิค่อยชัดเจนเท่าใดนัก ทว่าหลินหร่วนมิได้ถูกจำกัดอยู่ในความมืด
มิทราบว่าเป็เพราะพลังที่ได้มาหรือว่าร่างกายนี้มีสายตาที่ดีเป็ทุนเดิมอยู่แล้วแม้ว่าจะมองเห็นได้มิชัดเจนเท่ายามกลางวัน แต่มันก็ทำให้นางมองเห็นเค้าโครงและเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ
นางจับกระต่ายมาหนึ่งตัว หลินหร่วนเดินไปที่แม่น้ำเพื่อเตรียมจัดการกระต่ายตัวนั้นหลังจากที่นางใช้พลังขุนกระต่ายตัวนั้นจนพอใจแล้ว นางจึงลงมือบีบคอมันในคราเดียวจากนั้นก็เริ่มลอกหนังผ่าท้อง ผ่านไปชั่วครู่ กระต่ายก็ถูกเตรียมเสร็จเรียบร้อยแล้ว
นางหิ้วกระต่ายที่ทำความสะอาดเสร็จแล้วกลับไปที่ลานบ้านจากนั้นก็หยิบเกลือออกมาโรยบนตัวกระต่าย
เมื่อหมักเกลือเข้าที่แล้ว หลินหร่วนจึงนำเนื้อกระต่ายลงไปย่างบนตะแกรง
เพียงมินานกลิ่นเนื้อย่างก็อบอวลไปทั่วทั้งลานบ้าน บัดนี้หลินซิ่วมิสนใจจะกินองุ่นต่อไปแล้วเด็กหญิงรีบวิ่งมาดู นางเห็นเนื้อบนตะแกรง ดังนั้นจึงเอ่ยถามว่า “พี่สาวนี่คือเนื้ออันใดเยี่ยงนั้นหรือ ? ”
หลินหร่วนรีบเอ่ยออกมาทันใด “เนื้อกระต่าย ! ”
องุ่นในมือหลินซิ่วร่วงลงมาจากมือทันใด
“ฮือ” หลินหร่วนผงะใกับการกระทำของหลินซิ่ว“เป็อันใดไป องุ่นติดคอเ้าเยี่ยงนั้นหรือ ? ”
“พี่สาว กระต่ายน่ารักถึงเพียงนั้นพี่กินมันลงได้เยี่ยงไร ? ”
หลินซิ่วร้องไห้น้ำตาคลอพลางต่อว่าหลินหร่วน “พี่สาวช่างโหดร้ายยิ่งนัก”
หลินหร่วน “......”
ในสายตาของนาง อาหารพวกนี้มิมีคำว่าน่ารักหรือมิน่ารักมีเพียงแค่คำว่าอร่อยหรือมิอร่อยเท่านั้น
นางมิได้สนใจที่จะปลอบหลินซิ่ว หลินหร่วนเรียกหลินหานออกมาจากนั้นก็มอบหน้าที่ปลอบใจให้แก่หลินหาน ส่วนตนเองหันหน้ากลับไปย่างเนื้อกระต่ายต่อ
บัดเนื้อกระต่ายย่างพร้อมกินแล้ว ทว่าหลินซิ่วยังคงร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่ดังเดิม
เมื่อหลินหร่วนเห็นนางร้องไห้อยู่อย่างนั้น จึงใช้มีดหั่นเนื้อกระต่ายแล้วยัดใส่ปากนาง
กลิ่นเนื้อกระจายทั่วทั้งปาก หลินซิ่วเคี้ยวมันโดยมิรู้ตัวดวงตาที่แดงก่ำจากการร้องไห้ ลุกโชนเป็แสงแวววาวทันใด
เนื้อช่างอร่อยเป็อย่างมาก
หลินหร่วนพยายามกลั้นหัวเราะ ก่อนจะฉีกขากระต่ายส่งให้หลินหาน
หลินหานหยิบขากระต่ายขึ้นมาแทะอย่างงุ่มง่าม เขากัดเข้าไปคำเล็กๆ อืม...เนื้อกระต่ายช่างอร่อยจริง ๆ
หลังมื้อเย็นได้มินาน หลินซิ่วก็ผล็อยหลับไป
หลินหร่วนหยิบเสื้อผ้าแล้วเดินออกไปข้างนอก
หลินหานมิวางใจจึงเดินตามนางไป “ดึกเพียงนี้แล้วเ้าจะไปที่ใดอีกกัน ? ”
“วางใจเถิด ข้ามิทิ้งเ้ากับหลินซิ่วเอาไว้แล้วหนีไปหรอก”นางกระตุกมุมปากขึ้นมาทันใด ความรู้สึกนึกคิดของเ้าเด็กนี่ นางล้วนเข้าใจอย่างชัดแจ้ง
เขาย่อมค้นพบความแตกต่างระหว่างนางกับเ้าของร่างเดิมอยู่แล้วคาดว่าเขาคงกลัวว่านางจะทิ้งพวกเขาสองพี่น้องเอาไว้เื้ั
หลินหานถูกเอ่ยแทงใจดำ เขารู้สึกกระอักกระอ่วนเล็กน้อย“ข้ากลัวว่าเ้าจะตกอยู่ในอันตรายกลางดึก เป็เด็กสาวแต่กลับวิ่งไปทั่ว”
หลินหร่วนส่ายศีรษะอย่างนึกขบขัน นางหยิบเสื้อผ้าไปยังแม่น้ำเพื่ออาบน้ำล้างตัวสักหน่อย
แม่น้ำสายนี้ไหลลงมาจากูเา ยามกลางวันแดดจัดมันจะให้ความรู้สึกอบอุ่นเล็กน้อย ทว่าพอตกยามตรีน้ำในแม่น้ำจะเย็นเฉียบ หลินหร่วนอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้วทว่านางยังคงหนาวมิหาย นางตัดสินใจว่าวันพรุ่งนี้จะนำเอาองุ่นกับเนื้อสัตว์ไปขายก่อนอื่นนางต้องซื้อหม้อใหญ่ ๆ กับถังอาบน้ำสักใบ
พอกลับมาถึงลานบ้าน พบว่าหลินหานยังคงรออยู่หน้าประตูก่อนจะเอ่ยว่า“เข้านอนเร็วหน่อยเถิด พรุ่งนี้เช้าเ้าต้องตามข้าไปในเมือง เพื่อนำเอาของพวกนั้นไปขาย”
“เ้าคืออาหร่วนจริง ๆ ใช่หรือไม่ ? ”
หลินหานครุ่นคิดเื่นี้อยู่เนิ่นนาน สุดท้ายจึงตัดสินใจเอ่ยถามคำถามที่ติดอยู่ในใจออกไป
หลินหร่วนพยักหน้าโดยมิลังเล “ใช่ !แม้ว่าบัดนี้ข้าจะเปลี่ยนไปมาก แม้ว่าเ้าจะรับมิได้ ทว่าข้าคือหลินหร่วนเป็พี่สาวของเ้า เ้ามิต้องถามอันใดให้มากความแล้ว”
หลินหร่วนให้คำสัญญากับเ้าของร่างเดิมแล้วว่าจะดูแลน้องชายและน้องสาวของนางให้ดีดังนั้นให้พวกเขาคิดว่าเ้าของร่างเดิมยังอยู่เคียงข้างพวกเขาจะดีกว่า
นางยื่นมือออกไปเลียนแบบน้ำเสียงของเ้าของร่างเดิมพลางลูบศีรษะของเขา
“อย่าคิดมาก พี่สาวมิทิ้งเ้ากับหลินซิ่วอย่างแน่นอนต่อไปพวกเราต้องใช้ชีวิตด้วยตนเอง เหตุใดพี่จะแข็งแกร่งกว่านี้มิได้เล่า เ้าเติบใหญ่เร็วเพียงนี้รอให้เ้าเติบใหญ่อีกนิด เมื่อเ้าเป็เสาหลักของบ้านได้แล้ว พี่สาวคงมิต้องทำงานหนักถึงเพียงนี้แล้ว”การกระทำที่คุ้นเคยนี้ทำให้หลินหานรู้สึกแสบจมูกเล็กน้อย เขาโผเข้ากอดเอวของหลินหร่วนทันใด
“พี่สาว สองสามวันมานี้ทำให้ข้าใแทบแย่” หลินหร่วนจ้องมองเด็กในอ้อมแขนของนางก็อดที่จะยิ้มออกมามิได้
ถึงเยี่ยงไรเขาก็ยังเป็เด็ก
เช้าวันรุ่งขึ้นก่อนฟ้าสว่าง หลินหร่วนปลุกหลินหานให้ตื่นขึ้นมา
หลินหร่วนอุ้มหลินซิ่วที่ยังมิตื่นไปบ้านตระกูลโจวพร้อมด้วยองุ่นหมู่บ้านตระกูลหลินห่างจากตัวเมืองค่อนข้างไกล หลินหร่วนตัดสินใจฝากหลินซิ่วให้ตระกูลโจวดูแล
คนบ้านนี้มักจะตื่นแต่เช้าเสมอพอหลินหร่วนไปถึงเห็นสะใภ้ใหญ่ตระกูลโจวกำลังทำความสะอาดลานบ้าน
“อาหร่วน เหตุใดถึงมาเช้าเพียงนี้”
“อาสะใภ้ เมื่อวานข้าไปเก็บองุ่นบนูเามาวันนี้ข้าเลยคิดว่าจะนำองุ่นไปขายในเมือง หลินซิ่วนางยังเล็ก หากให้ตามพวกเราไปคงมิสะดวกเท่าใดนักดังนั้นจึงอยากขอรบกวนท่านให้ช่วยดูแลนางแทนพวกเราสักพัก”
สะใภ้ใหญ่ตระกูลโจวรีบยื่นมือออกไปรับเด็กน้อยที่ยังคงหลับสนิทพอเห็นองุ่นในมือของนางนึกประหลาดใจขึ้นมาทันใด
“เหตุใดองุ่นถึงเติบโตได้ดีนักเล่า”
หลินหร่วนยิ้มกว้าง จากนั้นก็วางองุ่นลงบนโต๊ะที่ลานบ้าน“เมื่อวานข้าไปอีกฝั่งของูเาฝูหนิว ฝั่งนั้นมิมีคนเลย ผลไม้ป่าจึงดกเป็อย่างมากข้าโชคดีที่พบเ้าสิ่งนี้ ดังนั้นจึงเก็บมันมาด้วย องุ่นนี้อาสะใภ้เก็บไว้กินเถิด”
สะใภ้ใหญ่ตระกูลโจวผงะใ “เ้ากล้าเกินไปแล้วูเาฝูหนิวฝั่งนั้นอยู่ติดกับูเาเฉินวู หากเ้าพบเจอสัตว์ร้ายเข้าจะทำเยี่ยงไร? ”
หลินหร่วนยกยิ้มอย่างเฉยเมย “ข้ามิได้พบอันใดที่อันตรายเลยอาฉินซื่อ ข้ามิอยู่สนทนาด้วยแล้ว ข้าต้องรีบไปแล้ว”
“เ้านำเอาองุ่นนี้ไปขายเถิด กว่าจะได้มามิใช่เื่ง่ายเลยนี่เป็ของหายาก มันขายได้ราคาค่อนข้างดี”
สะใภ้ใหญ่ตระกูลโจวปฏิเสธที่จะเก็บองุ่นนี้ไว้หลินหร่วนคร้านจะเถียงกับนาง ดังนั้นจึงรีบผละออกมาทันใด
ฉินซื่อมองตามแผ่นหลังของหลินหร่วน พลางถอนหายใจยาวออกมาตระกูลหลินไปทำเวรทำกรรมอันใดหนักหนา เด็กสองสามคนนั้นถึงได้ตกระกำลำบากเช่นนี้ช่างน่าสงสารอย่างแท้จริง