"ไม่.." อู๋ฉงฉงยังไม่ทันได้ปฏิเสธริมฝีปากก็ถูกปิดด้วยรอยจูบ ลิ้นที่เยือกเย็นของเขาก็สอดเข้ามาในปากตามอำเภอใจ เสื้อผ้าที่สวมอยู่ถูกถอดออกจนหมด
อู๋ฉงฉงรู้สึกว่าเรียวขาถูกแยกออก นางพยายามผลักเขาออก แต่กลับได้ยินเขากระซิบข้างหูว่า "สามี้าเ้า" ถ้อยคำนี้เปี่ยมด้วยความปรารถนาร้อนแรง
"เจ็บ" พอรู้สึกถึงการรุกล้ำ นางก็นิ่วหน้า น้ำตาไหลรินออกมาจากตาทั้งสองข้าง
"อดทนหน่อย"
นางเจ็บ เ็ปมาก จนแทบทนรับไม่ไหวแล้ว แต่เขากลับบอกให้ 'อดทน' จากนั้นก็โจนจ้วงเข้ามาอย่างแรงหลายครั้งก่อนจะหยุดลง
อู๋ฉงฉงเพ่งมองบุรุษที่ทาบทับอยู่บนร่างด้วยสติพร่าเลือน ก่อนจะปิดตาก็ขยับปากเอ่ยเสียงเบา "ท่านต้องให้ทุกอย่างตามที่ข้าขอนะ"
เมื่อท้องฟ้าเริ่มสว่างอู๋ฉงฉงก็รู้สึกตัว ขนตางอนยาวขยับไหวก่อนจะลืมตาขึ้นช้าๆ ความรู้สึกแรกที่นางรับรู้ได้หลังจากตื่นคือระบมปวดเมื่อยเนื้อตัว
ทำให้ย้อนนึกถึงเหตุการณ์เมื่อคืน จึงหันมองข้างกายก็พบเพียงความว่างเปล่า จากนั้นจึงเลื่อนสายตามองรอบๆ ห้องคงยังเป็ห้องของนาง
อู๋ฉงฉงถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก'ที่แท้แค่ความฝัน'
ขณะที่กำลังจะลุกขึ้นจากเตียง นางค้นพบว่าบนร่างกายของตนไม่มีเสื้อผ้าสักชิ้น...
ความงุนงงเกิดขึ้นทันที นางไม่มีนิสัยถอดเสื้อผ้านอนเสียหน่อย เื่คืนวาน เป็จริงหรือเพียงแค่ฝันกัน!!
หากเป็เื่เท็จแล้วความเ็ปร้าวระบมกับร่างกายที่ไม่ได้สวมเสื้อผ้าสักชิ้นของนางจะอธิบายอย่างไร
แล้วหากเป็จริง นั้นก็หมายความว่าเมื่อคืนวานนางไปปรโลกมา ได้พบท่านาายมโลก และยังทำเื่ที่สามีภรรยาทำกันอีกด้วย
ฮือๆ ไม่จริงใช่ไหม นางมีสามีเป็ผี สามีผีของนางคือท่านาายมโลก
นาง นางไม่ควรนำชื่อเสียงของเขามาใช้หลอกลวงเอาเงินทองจากชาวบ้านเลย ให้ตายเถอะ! อู๋ฉงฉงได้แต่เคาะศีรษะตนเองหลายๆ ที สำนึกผิดตอนนี้ก็คงสายเสียแล้ว
ตลอดครึ่งวันอู๋ฉงฉงหมกตัวอยู่ภายในห้อง นั่งเหม่อลอย ดวงตาหม่นหมองไร้ชีวิตชีวา วนเวียนคิดถึงแต่เื่ที่ประสบพบเจอเมื่อคืนวาน
กว่านางจะยอมออกห้องก็เป็ตอนที่ถิงถิงเคาะประตูเรียกนางมากินมื้อเที่ยง
"เป็อะไรของเ้า" เห็นอู๋ฉงฉงเอาแต่เขี่ยข้าวในชามเล่นฮุ่ยิ่ก็เอ่ยถาม
"กับข้าวไม่ถูกปากเ้าหรือ เดี๋ยวข้าไปทำให้ใหม่ดีไหม" ถิงถิงวางตะเกียบเตรียมจะลุกไปยังห้องครัว อู๋ฉงฉงจึงรีบพูดขึ้น"ไม่ ไม่ต้องหรอก อาหารของเ้าถูกปากข้าทุกอย่าง เพียงแต่วันนี้ข้ารู้สึกไม่สบายนิดหน่อยนะ"
"เช่นนั้นข้าไปต้มโจ๊กให้เ้าดีกว่า"
"ลำบากเ้าเปล่าๆ ข้ากินของพวกนี้ได้" ว่าแล้วอู๋ฉงฉงก็คีบอาหารเข้าปากอย่างรวดเร็ว นางชอบกินข้าวเป็เม็ดมากกว่าข้าวเหลวๆ
"ฉงฉงเป้าหมายต่อไปของพวกเราคือเศรษฐีคนใดอีก" ฮุ่ยิ่อยากรู้ว่าใครเป็รายต่อไปที่จะถูกพวกเขาหลอก
"เงินที่พวกเรามีก็พอใช้อีกหลายปีไม่ใช่หรือ"
"เ้าหมายความอย่างไร"
"ฮุ่ยิ่ ถิงถิง พวกเราเลิกหลอกคนกันเถอะนะ"
"เลิก! เลิกแล้วพวกเราจะเอาเงินจากไหนใช้จ่ายกันล่ะ"
"ถิงถิงเห็นด้วยกับข้าหรือไม่" อู๋ฉงฉงไม่สนใจฮุ่ยิ่
"ข้า ข้ายังไงก็ได้แล้วแต่เ้าเลยฉงฉง" ในใจถิงถิงอยากยกมือสนับสนุนอู๋ฉงฉงเต็มที่ แต่พอเห็นหน้าตาถมึงทึงของฮุ่ยิ่ นางก็ไม่กล้า แกล้งเป็ผีมานานก็เริ่มเบื่อและกลัวสักวันจะถูกจับได้ เลิกตอนนี้ก็ดีเหมือนกัน
"แต่ข้าไม่เห็นด้วย ยังไงก็ไม่เห็นด้วย"
"ข้าเขียนยันต์เป็ ทำพิธีไล่ผีก็ได้ แค่นี้ก็ทำให้พวกเราไม่ลำบากแล้วไม่ใช่หรือ"
"เ้าก็รู้ ใช่ว่าจะมีผีให้ไล่บ่อยๆ สักหน่อย อีกอย่างหากเจอิญญาที่แข็งแกร่งกว่า เ้า ข้า ถิงถิง จะปราบได้หรือ วิชาที่ท่านลุงอู๋ถ่ายทอดให้ก็จัดการได้แค่พวกผีปีศาจอ่อนแอเท่านั้น"
"ท่านลุงทิ้งตำราไว้ตั้งมากมาย พวกเราก็แค่ฝึกตาม ข้าเชื่อว่าพวกเราต้องทำได้" ในกลุ่มของพวกนางไม่มีใครสมองทึบ ทุกคนล้วนฉลาดหลักแหลม
เมื่อไม่มีผู้ใดค้าน ริมฝีปากของอู๋ฉงฉงก็หยักยิ้ม "ข้าดีใจที่พวกเ้าเห็นด้วย"
"เ้าเห็นว่าดี แล้วข้าจะทำอะไรได้ จริงไหมถิงถิง"
"ฉงฉง แล้วเราจะเริ่มกันเมื่อไหร่" ถิงถิงพยักหน้ารับกับคำพูดของฮุ่ยิ่ พลางถามอู๋ฉงฉงด้วยความตื่นเต้น ในที่สุดก็จะได้ทำอะไรใหม่ๆ เสียที ไม่ต้องปลอมเป็ผีอีกแล้ว
"ตอนนี้เลยเป็ไง"
"หา!ตอนนี้เลยหรือ" ฮุ่ยิ่ตะลึง ต่างจากถิงถิงที่ยิ้มกว้าง "ได้ แต่ข้าขอเก็บของก่อน แล้วจะตามไป"
อู๋ฉงฉงส่ายศีรษะเบาๆ "ข้าช่วยเ้า แล้วพวกเราไปพร้อมกันดีหรือไม่"
"เช่นนั้นพวกเรารีบลงมือเก็บจานชามไปล้างกันเถอะ ข้าอยากฝึกแล้ว"
เมื่อเห็นชายหนุ่มยังนั่งทื่อเป็ท่อนไม้ อู๋ฉงฉงก็ะโเรียกเขา "ฮุ่ยิ่ เ้าก็มาช่วยพวกข้าด้วยสิ"
"ตรงนั้นมีพวกเ้าแล้ว ข้าทำความสะอาดบนโต๊ะดีกว่า"
เวลานี้คนทั้งสามต่างขะมักเขม้นตั้งใจทำอย่างรีบเร่งเพื่อให้แล้วเสร็จเร็วๆ พวกเขาจะได้ไปรือค้นตำราของท่านลุงอู๋หลงหยางที่นำมาจากสำนักนักพรต