บทที่ 18 กระตุ้นเมล็ดพันธุ์มรรคาวิถีสองเมล็ด ต้นไม้เทพฝูซาง!
ขณะเดียวกัน เจียงหลิงเทียนกำลังสำรวจเมล็ดพันธุ์มรรคาวิถีทั้งแปดของตน
บนทะเลิญญาโกลาหลที่กว้างใหญ่ไพศาล บงกชโกลาหลตั้งอยู่ใจกลาง รายล้อมไปด้วยต้นไม้เทพฝูซาง ทองคำเพลิงหลีฮั่ว วารีหนักเสวียนเทียน หัวใจแห่งต้นเจี้ยนมู่... รวมทั้งสิ้นแปดเมล็ดพันธุ์มรรคาวิถี!
ตอนนี้ บงกชโกลาหลถูกเจียงหลิงเทียนจุดประกายจนสว่างไสวโดยสมบูรณ์ มันเติบโตอย่างงอกงามเปล่งประกายสีเขียวมรกตเจิดจ้า
ส่วนตัวเขาเอง ก็ทะลวงขอบเขตขึ้นไปถึงขอบเขตหลอมเทพขั้นเก้า ขอบเขตการรับรู้ของััเทพขยายไปไกลถึงสิบล้านลี้อย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน!
อันที่จริงแล้ว ััเทพระดับนี้ เทียบเท่ากับระดับของาาศักดิ์สิทธิ์แล้ว!
ผู้ที่อยู่ในขอบเขตเดียวกันไม่มีค่าพอที่จะนำมาเปรียบเทียบกับเจียงหลิงเทียนได้เลย
ััเทพโดยกำเนิดที่เหลืออีก 2,500 สาย เจียงหลิงเทียนได้ถ่ายเทเข้าไปในต้นไม้เทพฝูซางทั้งหมด
บงกชโกลาหลทรงพลังถึงขนาดนี้ แล้วต้นไม้เทพฝูซางจะมีผลลัพธ์แบบไหนกันนะ?
เจียงหลิงเทียนได้แต่เฝ้ารอคอย...
ยามที่ััเทพโดยกำเนิดถูกถ่ายเทเข้าไป เหนือทะเลิญญาโกลาหลของเจียงหลิงเทียน ต้นไม้เทพฝูซางก็เกิดการเปลี่ยนแปลงในทันใด กิ่งก้านสั่นไหวระริก ก่อนจะค่อย ๆ ปรากฏร่างจำแลงโปร่งแสงของดวงตะวันเพลิงทั้งสิบดวงขึ้น
ต้นไม้เทพฝูซางถูกกระตุ้นขึ้นมาบ้างแล้ว!
ขอบเขตหลอมเทพขั้นเก้าสมบูรณ์แบบ ทะลวง!
ขอบเขตหลอมเทพ…ขั้นไร้ขีดจำกัด!!
ในชั่วพริบตา เจียงหลิงเทียนก็ก้าวเข้าสู่ขีดจำกัดสูงสุดของขอบเขตหลอมเทพ!
ในขณะเดียวกัน เจียงหลิงเทียนรู้สึกได้ว่ากายาของตนเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้น กายาเต๋าหมื่นยุค เกิดการวิวัฒนาการอีกครั้ง!
“ที่แท้เป็เช่นนี้เอง การกระตุ้นเมล็ดพันธุ์มรรคาวิถีสองเมล็ดทำให้กายาเกิดการวิวัฒนาการ ขีดจำกัดสูงสุดของขอบเขตโลหิตปราณและขอบเขตผลัดเปลี่ยนกระดูกต่างก็ค่อย ๆ เพิ่มขึ้น ไม่จำเป็ต้องฝึกฝน ก็สามารถดูดซับปราณิญญาฟ้าดินมาเสริมแกร่งให้ตนเองได้โดยอัตโนมัติ...”
ในความรับรู้ของเจียงหลิงเทียน พลังโลหิตปราณ พลังจารึกขอบเขตผลัดเปลี่ยนกระดูก และพลังจิติญญาของเขาต่างทลายขีดจำกัดสูงสุดออกไปแล้ว!
เช่นนี้แล้ว ก็ไม่เท่ากับว่าเขาแข็งแกร่งขึ้นตลอดเวลาแม้แต่ตอนกินหรือตอนนอนหรอกหรือ?
แถมยังไม่มีที่สิ้นสุดเสียด้วย!
หัวใจของเจียงหลิงเทียนพลันฮึกเหิม จากนั้น เขาก็เงยหน้ามองร่างิญญาที่จำแลงขึ้นโดยิญญาอาวุธ
“ิญญาอาวุธ เ้าคงจะมีััเทพโดยกำเนิดอยู่มากใช่หรือไม่ ให้ข้ายืมสักนิดหน่อยได้ไหม?”
“โอ้? สักนิดหน่อย? เ้าจะยืมเท่าไหร่?” ิญญาอาวุธชะงักไป
“ไม่มากหรอก เอามาสักหนึ่งหมื่นสายก่อน ข้าจะเอาไปใช้แก้ขัด”
“...”
ให้ตายสิ หนึ่งหมื่นสาย? เอาไปใช้แก้ขัด?
เ้าคิดว่าััเทพโดยกำเนิดเป็ผักกาดขาวหรืออย่างไร?
คนอื่น ๆ กว่าจะฝึกฝนจนถึงขอบเขตว่าที่จักรพรรดิยังใช้ััเทพไม่มากขนาดนี้เลยนะ นี่เ้าเพิ่งอยู่แค่ขอบเขตหลอมเทพเองไม่ใช่หรือ!
ิญญาอาวุธรู้สึกว่าความเข้าใจของตนพังทลายลงอีกครั้ง จนถึงกับถูกคำถามนี้ทำให้มึนงงไปชั่วขณะ
“หนึ่งหมื่นสายข้าพอจะเค้นออกมาให้ได้ แต่เ้าจะเอาอะไรมาคืนข้า?”
“อย่าขี้เหนียวไปหน่อยเลย เ้าก็เห็นแล้วว่าอนาคตข้าต้องบรรลุวิถีมหาจักรพรรดิแน่ ถึงเวลานั้นอย่าว่าแต่หนึ่งหมื่นสายเลย แม้แต่หนึ่งล้านสายก็ไม่ใช่ปัญหา” เจียงหลิงเทียนกล่าวพร้อมรอยยิ้ม
“หึ ผู้ที่ตายบนเส้นทางสู่การบรรลุมหาจักรพรรดิมีนับไม่ถ้วน อนาคตใครจะไปรับประกันได้”
“จะให้ยืมหนึ่งหมื่นสายก็พอได้ แต่มีสองเงื่อนไข”
“ประการแรก เ้าต้องคว้าอันดับหนึ่งในสมรภูมิิญญาวีรชนมาให้ได้ ประการที่สอง ภายในสิบปี เ้าต้องคืนััเทพโดยกำเนิดให้ข้าหนึ่งแสนสาย!”
เอาจริงดิ ให้ยืมได้จริง ๆ ด้วย?
เมื่อครู่เป็เพียงการหยั่งเชิง ไม่นึกว่าจะมีััเทพมากมายขนาดนี้จริง ๆ เจียงหลิงเทียนจึงกระปรี้กระเปร่าขึ้นมาทันที
“ไม่ได้ เ้าต้องให้ยืมเดี๋ยวนี้ หากไม่ให้ยืม ข้าก็ไม่สู้ต่อแล้ว…เฮ้อ อุตส่าห์สู้มาจนถึงอันดับสอง จะยืมััเทพสักหน่อยก็ไม่ยอมหย่อนผ่อนปรนให้ ขี้เหนียวเกินไปแล้ว”
กล่าวจบเจียงหลิงเทียนก็หันหลังกลับทำท่าจะเดินออกไป
ิญญาอาวุธมึนงงไปในทันที ???
เ้าลำบากตรงไหน? ข้าดูไม่ออกเลยสักนิด
ทำไมพอเ้ามาท้าทาย กลายเป็ข้าต้องมาง้อให้เ้าสู้ต่อแทนล่ะเนี่ย?
“ได้ ๆ ๆ ข้าให้ยืมเดี๋ยวนี้ สู้ต่อเถอะ!”
หางตาของิญญาอาวุธกระตุกยิก ๆ อย่างไรเสียเื่นี้สำหรับเขาก็มีแต่ได้ไม่มีเสีย หากเจียงหลิงเทียนท้าทายอันดับหนึ่งล้มเหลว ััเทพที่ใช้ไปก่อนหน้านี้เขาก็สามารถเรียกคืนมาได้ทั้งหมด
อีกทั้งััเทพในมือเขาก็ได้มาจากการหลอมจิติญญาของผู้ที่ท้าทายไม่สำเร็จอยู่แล้ว เสียเวลานิดหน่อยก็ไม่เป็ไร แต่สิ่งที่เขามีมากที่สุดก็คือเวลา
“มาสิ รีบหน่อย อย่าลีลา~”
เจียงหลิงเทียนนั่งขัดสมาธิลงกับพื้นทันที...
…
ด้านนอกแท่นเทพโบราณ บัดนี้มีผู้คนนับสิบล้านจากสามสิบหกเขตแดนมรรคาแห่งพันธมิตรอวิ๋นฮวงมารวมตัวกันแล้ว!
หากไม่ใช่เพราะมีเพียงตระกูลใหญ่และขุมพลังระดับสูงเท่านั้นที่สามารถข้ามมิติมายังแดนลับดึกดำบรรพ์ได้ เกรงว่าคนคงจะมากกว่านี้อีก!
เพราะเื่ราวของบุตรจักรพรรดิหลิงเทียนได้แพร่สะพัดไปทั่วเสียแล้ว
“นายท่านเจียง ตระกูลของข้าคัดเลือกสาวงามมาสามพันคน ไม่ทราบว่าบุตรจักรพรรดิหลิงเทียนชอบแบบไหนหรือ?”
“แบบโตหรือแบบเล็ก? กลมหรือแหลม? เอวบางหรืออวบอั๋น? รสนิยมของบุตรจักรพรรดิหลิงเทียน…”
เวลานี้ ด้านนอกแท่นเทพโบราณ ตระกูลใหญ่ต่าง ๆ สิ่งที่พวกเขาสนใจไม่ใช่ว่าเจียงหลิงเทียนจะคว้าอันดับหนึ่งได้หรือไม่ แต่คือจะทำอย่างไรให้ได้เกี่ยวดองกับเจียงหลิงเทียนต่างหาก
ทันใดนั้นเอง ที่แท่นเทพโบราณ พลันเกิดแสงสว่างจ้าขึ้นอย่างกะทันหัน
“บุตรจักรพรรดิหลิงเทียนคว้าอันดับหนึ่งแล้วรึ?!”
นี่คือปฏิกิริยาแรกของทุกคน บางทีพวกเขาอาจไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าตำแหน่งของเจียงหลิงเทียนในใจของพวกเขานั้นสูงส่งขึ้นถึงเพียงใดแล้ว
ทุกคนต่างโห่ร้องพร้อมเพรียงกัน แย่งกันกรูเข้าไปที่หน้าแท่นเทพโบราณ เพื่อ้าจะชมบารมีของบุตรจักรพรรดิหลิงเทียน
ทว่าที่แท่นเทพโบราณกลับไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ผืนฟ้าดินทั่วทั้งบริเวณพลันสั่นะเื!
“ปรากฏการณ์ฟ้าประทาน! บุตรจักรพรรดิหลิงเทียนชักนำปรากฏการณ์ฟ้าประทานอีกแล้ว!”
เหนือฟากฟ้า บงกชโกลาหลขนาดหมื่นจั้งเบ่งบานกลางเวหา ทำให้ผู้คนตกตะลึงจนพูดไม่ออก
ไม่เพียงเท่านั้น ข้างบงกชโกลาหลขนาดหมื่นจั้งนั้น พลันปรากฏต้นไม้เทพสูงหมื่นจั้งขึ้นอีกต้นหนึ่ง!
กิ่งก้านใบสั่นไหวระริก ไอเพลิงโปรยปรายออกมา เผยให้เห็นทัศนียภาพอันตระการตาไปทั่วท้องฟ้า
โดยเฉพาะผลที่อยู่บนต้นไม้ต้นนี้... นั่นคือดวงตะวันเพลิงสิบดวง!