จางเหลี่ยยืนหอบหายใจหนักหน่วง ร่างกายโอนเอนราวกับต้นไม้ที่รากขาด เขามองดูเย่เฉินที่ยืนสงบนิ่งอยู่ท่ามกลางซากศพของน้องชายและลูกสมุน ความโกรธแค้นและความสิ้นหวังปะทุขึ้นในใจจนท่วมท้น
‘ข้าแพ้... ข้าแพ้ให้กับไอ้เด็กบ้านนอกคนนี้งั้นรึ?’
ศักดิ์ศรีของผู้ฝึกยุทธ์ระดับ 6 และเกียรติของตระกูลจางกำลังจะถูกเหยียบย่ำจนจมดิน หากเขาตายไปตอนนี้... เขาจะกลายเป็นเพียงบันไดให้เย่เฉินก้าวข้ามไป
"ข้าจะไม่ยอมตายคนเดียว..."
จางเหลี่ยเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาที่เคยเต็มไปด้วยความหวาดกลัว บัดนี้กลับลุกโชนด้วยไฟแห่งความบ้าคลั่ง เขาตัดสินใจทำในสิ่งที่ผู้ฝึกยุทธ์ทุกคนหวาดกลัวที่สุด
"วิชาต้องห้าม: ระเบิดแก่นโลหิต!"
วูมมมม!
ทันทีที่เขากระตุ้นเคล็ดวิชา เส้นเลือดทั่วร่างของจางเหลี่ยก็ปูดโปนขึ้นจนน่ากลัว เลือดสดๆ ไหลซึมออกจากทวารทั้งเจ็ด พลังชีวิตและอายุขัยของเขาถูกเผาผลาญอย่างรวดเร็วเพื่อแลกกับพลังเฮือกสุดท้าย!
ไอพลังงานสีแดงเข้มผสมกับ เปลวเพลิงสีม่วงคล้ำ ระเบิดออกจากร่างของเขา!
"อ๊ากกกกก!"
จางเหลี่ยกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดจากการที่เส้นลมปราณถูกเผาไหม้จนเกรียม แต่พลังของเขากลับพุ่งทะยานขึ้นชั่วคราว ดาบเพลิงในมือลุกโชนรุนแรงจนอากาศรอบข้างสั่นไหวผิดรูป
ซูม! ซูม!
ความร้อนแรงจากเปลวเพลิงสีม่วงนั้นมหาศาลจนพื้นหินใต้เท้าของจางเหลี่ยเริ่ม หลอมละลาย กลายเป็นลาวา! ต้นไม้รอบข้างแห้งเหี่ยวและลุกติดไฟขึ้นเองทันที
เย่เฉินที่ยืนดูอยู่ ถึงกับต้องก้าวถอยหลัง ขมวดคิ้วแน่น แรงกดดันที่ถาโถมเข้ามาทำให้เขารู้สึกเหมือนมีภูเขาทับอยู่บนอก อวัยวะภายในสั่นสะเทือนจนเจ็บแปลบ
‘พลังระดับนี้... ถ้าโดนเข้าไปตรงๆ ต่อให้เป็นกายาหยกเหล็กไหลก็คงละลายเป็นน้ำ!’
จางเหลี่ยเงยหน้าขึ้น ดวงตาแดงก่ำไม่มีแววของสติสัมปชัญญะหลงเหลืออยู่
"ไปลงนรกด้วยกันซะ! ไอ้สวะ!"
ร่างของจางเหลี่ยพุ่งเข้าใส่เย่เฉินดุจลูกไฟปีศาจ! ดาบเพลิงเงื้อขึ้นสูง เตรียมฟาดฟันลงมาด้วยแรงทั้งหมดที่มี เจตนาชัดเจนว่าต้องการ "ตายตกไปตามกัน"!
เย่เฉินรู้ดีว่าการปะทะตรงๆ คือความตาย แต่เขาไม่ได้ถอยหนี เขากลับแสยะยิ้มที่มุมปาก
"ข้าไม่ไปนรกกับเจ้าหรอก... แต่ข้าจะส่งเจ้าไปคนเดียว"
เย่เฉินเตะตวัดสิ่งที่อยู่แทบเท้าออกไปสุดแรง!
ฟุ่บ!
วัตถุทรงกลมสีเขียวคล้ำที่ยังชุ่มไปด้วยเลือดและเมือกเหนียว พุ่งแหวกอากาศเข้าใส่หน้าของจางเหลี่ย... มันคือ "ถุงพิษ" ที่เย่เฉินแอบตัดออกมาจากซากแมงมุมหมอกปีศาจเมื่อครู่!
"อะไรกัน!"
จางเหลี่ยที่กำลังบ้าคลั่งฟันดาบลงมาโดยสัญชาตญาณ
ฉัวะ! ตูมมม!
คมดาบเพลิงฟันถุงพิษขาดสะบั้น! แต่ความร้อนมหาศาลจากดาบกลับไป เร่งปฏิกิริยา ของพิษจนเกิดการระเบิดเป็น "หมอกควันพิษสีเขียวมรกต" ฟุ้งกระจายเข้าใส่หน้าจางเหลี่ยเต็มๆ!
"อ๊ากกก! ตาข้า! คอข้า!"
จางเหลี่ยสำลักควันพิษอย่างรุนแรง พิษร้อนระอุไหลเข้าสู่ดวงตาและลมหายใจ จังหวะการโจมตีที่เคยดุดันพลันเสียกระบวน ดาบเพลิงที่เงื้อค้างไว้สั่นไหวไปมา
และนั่นคือช่องว่างที่เย่เฉินรอคอย!
ฟุ่บ!
เย่เฉินกลั้นหายใจ แล้วพุ่งฝ่าควันพิษเข้าไปประชิดตัวจางเหลี่ยทันที! ปลายดาบเพลิงที่สะเปะสะปะเฉี่ยวเข้าที่หัวไหล่ซ้ายของเขาจนเสื้อผ้าไหม้และเนื้อหลุดลอก แต่เย่เฉินไม่สนใจความเจ็บปวด
เขาเล็งเป้าไปที่ "ขาขวา" ของจางเหลี่ย... จุดที่เคยถูกแมงมุมยักษ์กัดจนบาดเจ็บ!
"ลงไปกองซะ!"
เย่เฉินรวบรวม "ลมหายใจอสูรเทวะ" ทั้งหมดไว้ที่หมัดขวา แล้วกระแทกหมัดเข้าใส่บาดแผลเก่านั้นเต็มแรง!
กร๊อบ!!!
เสียงกระดูกขาแตกละเอียดดังลั่น! ความเจ็บปวดจากการถูกย้ำแผลเก่าทำให้ขาของจางเหลี่ยหมดแรงพยุงตัว ร่างใหญ่ทรุดฮวบลงคุกเข่าทันที เปลวไฟบนดาบเริ่มริบหรี่ลงเมื่อเจ้าของเสียสมาธิ...
เย่เฉินไม่รอช้า เขาอ้อมไปด้านหลังอย่างรวดเร็ว ล็อกคอจางเหลี่ยด้วยแขนแกร่งดุจคีมเหล็ก!
"จบกันแค่นี้..."
กร๊อก!
เย่เฉินออกแรงบิดเพียงครั้งเดียว เสียงกระดูกคอหักดังขึ้นเป็นครั้งสุดท้าย ร่างที่เคยบ้าคลั่งของจางเหลี่ยกระตุกเกร็ง ก่อนจะแน่นิ่งไป พร้อมกับเปลวไฟสีม่วงที่ดับมอดลงจนเหลือเพียงเถ้าถ่านและความเงียบงัน
เย่เฉินปล่อยร่างศัตรูให้ร่วงลงสู่พื้น เขายืนหอบหายใจหนักหน่วง กุมไหล่ซ้ายที่ถูกไฟลวก... ชัยชนะเป็นของเขา แต่รอยแผลนี้จะเป็นเครื่องเตือนใจถึงความประมาทไม่ได้
ความเงียบสงบกลับคืนสู่ป่าหมอกอีกครั้ง เย่เฉินสงบจิตใจที่พลุ่งพล่านจากการต่อสู้ลง เขาไม่รอช้าที่จะลงมือเก็บเกี่ยวผลลัพธ์จากความเสี่ยงตายครั้งนี้
เขาเริ่มค้นตัวศพของ จางเหลี่ย อย่างละเอียด
สิ่งที่พบในอกเสื้อคือ "ม้วนคัมภีร์ไม้ไผ่สีแดง" ที่ส่งไอร้อนจางๆ ออกมา หน้าปกเขียนด้วยอักษรหวัดๆ ว่า "เคล็ดวิชาดาบเพลิงผลาญเมฆา"
เย่เฉินเปิดอ่านผ่านๆ เพียงไม่กี่หน้า เขาก็ขมวดคิ้ว ‘วิชานี้เน้นการระเบิดพลังปราณธาตุไฟจากจุดตันเถียน... ขัดแย้งกับวิถีเทพอสูรของข้าอย่างสิ้นเชิง’
หากเขาฝืนฝึกวิชานี้ พลังที่แตกต่างกันจะตีกันจนเส้นชีพจรแตกสลาย แต่เย่เฉินก็ไม่ได้โยนมันทิ้ง เขาเก็บมันไว้อย่างดีเพื่อศึกษาจุดอ่อนของศัตรู
จากนั้น เย่เฉินเดินตรงไปยังซากมหึมาของ แมงมุมหมอกปีศาจ
เขาใช้มีดสั้นผ่าเปิดส่วนอกของมันอย่างชำนาญ ล้วงมือเข้าไปในเนื้อเยื่อที่เหนียวหนืดเพื่อดึงเอาวัตถุทรงกลมขนาดเท่ากำปั้นออกมา มันคือ "แก่นอสูรแมงมุม" สีน้ำเงินเข้มที่แผ่ไอความเย็นยะเยือกและกลิ่นฉุนของพิษร้ายแรงออกมา
ทันทีที่สัมผัส ความเย็นจัดของมันแล่นปราดเข้าสู่แขนของเย่เฉิน ปะทะกับ "พิษไฟ" ที่ตกค้างอยู่ในร่างของเขาจากการดูดซับกากโอสถและเตาหลอมระเบิด
"อึก!"
เย่เฉินรีบปล่อยมือจากแก่นอสูร ห่อมันด้วยผ้าหนาๆ ทันที แขนของเขาสั่นระริก
‘อันตราย...’
เขารู้ดีว่าแก่นอสูรชิ้นนี้มีค่ามหาศาล แต่ฤทธิ์เย็นจัดของมันขัดแย้งกับรากฐานพลังไฟในตัวเขาตอนนี้อย่างรุนแรง หากเขากลืนมันลงไปตอนนี้ ร่างกายจะเกิดสภาวะ "ร้อนเย็นปะทะกัน" จนระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ
‘ของมีค่าอยู่ตรงหน้า... แต่ข้ายังกินมันไม่ได้’
เย่เฉินถอนหายใจยาว เก็บแก่นอสูรลงในถุงสัมภาระอย่างระมัดระวัง เขาตระหนักแล้วว่า การจะย่อยสลายแก่นนี้ได้ เขาจำเป็นต้องหา "หญ้าปรับสมดุลหยินหยาง" หรือโอสถสมานฉันท์ธาตุเสียก่อน ซึ่งของเหล่านั้น... มีเพียงใน "สำนักเมฆาคราม" เท่านั้น
แสงอรุณรุ่งของวันที่สามสาดส่องลงมา ขับไล่ความมืดมิดและหมอกหนาบางส่วนให้จางลง เป็นสัญญาณบอกเวลาสิ้นสุดการทดสอบ
เย่เฉินจัดการกลบฝังร่องรอยการต่อสู้หลักๆ และซ่อนศพของจางเหลี่ยไว้ในดงหนามพิษลึก เพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่มีใครพบศพในสภาพที่สมบูรณ์
เขาหันมาสำรวจตัวเอง...
เสื้อผ้าของเขาขาดวิ่น ร่างกายเต็มไปด้วยคราบเลือดและฝุ่นดิน แต่ส่วนใหญ่เป็นเลือดของผู้อื่น ผิวหนังภายใต้คราบเหล่านั้นยังคงขาวผ่องและไร้ริ้วรอยจาก "กายาหยกเหล็กไหล"
‘สภาพนี้ดู... สบายเกินไป’
เย่เฉินตัดสินใจใช้มีดสั้นกรีดเสื้อผ้าให้ขาดรุ่งริ่งยิ่งขึ้น และใช้โคลนผสมเลือดสัตว์อสูรทาตามร่างกายเพื่อพรางผิวพรรณ
แต่ทว่า... มีร่องรอยหนึ่งที่เขาไม่ต้องเสแสร้งสร้างขึ้น
แผลไฟไหม้ที่หัวไหล่ซ้าย
รอยแผลที่เกิดจากดาบเพลิงของจางเหลี่ยยังคงส่งความเจ็บปวดร้อนรุ่มออกมา เย่เฉินพยายามโคจรพลังเพื่อรักษา แต่มันกลับไม่ยอมสมานตัวง่ายๆ เพราะมี ไอพลังงานสีม่วงคล้ำ จางๆ เกาะติดอยู่ มันเป็น "หลักฐาน" ชิ้นสำคัญที่บ่งบอกว่าบาดแผลนี้ไม่ได้เกิดจากสัตว์อสูร แต่เกิดจากการปะทะกับผู้ฝึกยุทธ์ธาตุไฟขั้นสูง
‘ข้าต้องซ่อนมันไว้...’
เขาฉีกเศษผ้าจากชายเสื้อมาพันแผลไว้อย่างแน่นหนาหลายชั้น และจงใจใช้เลือดจากซากแมงมุมมาทาทับผ้าพันแผลอีกที เพื่อใช้กลิ่นคาวเลือดกลบกลิ่นอายพลังปราณที่ตกค้าง
‘หวังว่ามันจะตบตาพวกตาแก่พวกนั้นได้...’
เย่เฉินสูดลมหายใจเข้าลึก ปรับสีหน้าให้ดูเหนื่อยล้าและหวาดกลัว ก่อนจะก้าวเท้าเดินออกจากป่าหมอกปีศาจ มุ่งหน้าสู่ลานนับคะแนนที่ซึ่งโชคชะตาของเขาจะถูกตัดสิน
ลานหินกว้างหน้าป่าหมอกปีศาจเนืองแน่นไปด้วยผู้เข้าสอบที่ทยอยกลับออกมา ส่วนใหญ่มีสภาพสะบักสะบอม บาดเจ็บสาหัส และมีป้ายวิญญาณติดมือมาเพียงเล็กน้อย
"หมดเวลา! ผู้เข้าสอบทุกคนนำป้ายวิญญาณมาส่งที่โต๊ะกรรมการ!" ผู้อาวุโสคุมสอบ ประกาศเสียงก้อง
ศิษย์หลายคนเดินคอตกนำป้ายออกมาวาง บ้างมีสามชิ้น บ้างมีห้าชิ้น เสียงซุบซิบเริ่มดังขึ้นถึงความผิดปกติ
"แปลกจริง... กลุ่มคุณชายตระกูลจางหายไปไหนหมด?"
ทันใดนั้น ร่างของชายหนุ่มในชุดศิษย์แรงงานที่ขาดวิ่นและเปรอะเปื้อนเลือดก็เดินฝ่าฝูงชนออกมา
เย่เฉิน ก้าวไปที่โต๊ะกรรมการด้วยท่าทีเหนื่อยล้า แต่แววตากลับสงบนิ่ง
"เจ้าศิษย์แรงงาน..." ผู้อาวุโสเหลือบมองด้วยสายตาเรียบเฉย "รอดมาได้ก็นับว่าโชคดีแล้ว... ไหนล่ะผลงานของเจ้า?"
เย่เฉินไม่ตอบ เขาล้วงมือเข้าไปในอกเสื้อ แล้วเทสิ่งที่อยู่ข้างในลงบนโต๊ะ
เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง!
เสียงป้ายหยกจำนวนมากกระทบพื้นโต๊ะดังสนั่นหวั่นไหว! กองป้ายวิญญาณอสูรนับสิบชิ้นกองพะเนินเป็นภูเขาขนาดย่อม ส่องแสงสีเขียวหยกเจิดจ้าบาดตาผู้คน
"นะ... นี่มัน!"
ผู้อาวุโสคุมสอบเบิกตากว้างจนแทบถลน ลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้ด้วยความตกตะลึง เสียงฮือฮาดังกระหึ่มไปทั่วลาน!
"เป็นไปไม่ได้! คนเดียวเนี่ยนะ? นั่นมันป้ายของอสูรระดับกลางด้วยนี่นา!"
จำนวนป้ายที่เย่เฉินหามาได้นั้น มากกว่าคะแนนอันดับหนึ่งของปีก่อนๆ รวมกันเสียอีก!
"เย่เฉิน... คะแนนอันดับหนึ่ง!" ผู้อาวุโสประกาศเสียงสั่น "เจ้าผ่านการคัดเลือกเป็นศิษย์สายนอก... และนี่คือรางวัลของเจ้า"
ผู้อาวุโสหยิบ ขวดหยกสีขาวบริสุทธิ์ ออกมาจากกล่องกำมะหยี่ แล้วยื่นส่งให้เย่เฉิน
เย่เฉินรับขวดหยกนั้นมาถือไว้ในมือ ทันทีที่ปลายนิ้วสัมผัสขวด เขารู้สึกได้ถึงไออุ่นและพลังงานชีวิตที่บริสุทธิ์แผ่ออกมาจากภายใน
'โอสถสมานปราณระดับสูง'
หัวใจของเย่เฉินเต้นแรงด้วยความปิติที่แท้จริง ไม่ใช่เพราะลาภยศ แต่เพราะขวดเล็กๆ ในมือนี้คือ "กุญแจชีวิต" ที่จะช่วยซ่อมแซมเส้นชีพจรที่แตกร้าวและทำให้เขากลับมาฝึกยุทธ์ได้อย่างเต็มภาคภูมิอีกครั้ง
"ขอบคุณท่านผู้อาวุโส" เย่เฉินประสานมือคารวะ เตรียมจะเดินกลับเข้าแถว
แต่ทว่า... บนแท่นสูงด้านหลัง มีสายตาคู่หนึ่งกำลังจับจ้องเขาอยู่อย่างเงียบเชียบ
"ผู้อาวุโสลึกลับ" ในชุดคลุมสีดำขลิบทอง ผู้มาจากหอคุมกฎระดับสูง หรี่ตาลงมองเย่เฉินอย่างพินิจพิเคราะห์
เขาไม่ได้มองที่กองป้ายวิญญาณ... แต่สายตาของเขาทะลุผ่านเสื้อผ้าที่ขาดวิ่น ไปหยุดอยู่ที่ "ไหล่ซ้าย" ของเย่เฉิน
แม้จะมีผ้าพันแผลเปื้อนเลือดและโคลนปิดทับอยู่ แต่ เนตรวิญญาณระดับสูง ของเขากลับมองเห็นร่องรอยที่ซ่อนอยู่ภายใน
‘รอยไหม้เกรียมสีม่วง...’ ผู้อาวุโสลึกลับคิดในใจ ‘แผลนั้นไม่ได้เกิดจากสัตว์อสูร... แต่เกิดจากปราณอัคคีที่รุนแรง... และในบรรดาผู้เข้าสอบปีนี้ มีเพียง เคล็ดวิชาต้องห้ามของตระกูลจาง เท่านั้นที่ทิ้งร่องรอยแบบนี้ได้’
เขามองกองป้ายวิญญาณบนโต๊ะอีกครั้ง แล้วเหลือบมองไปยังรายชื่อผู้สูญหาย... จางเหลี่ย
มุมปากของผู้อาวุโสยกขึ้นเล็กน้อย หยิบพู่กันขึ้นมา แล้วจดชื่อ "เย่เฉิน" ลงในสมุดบันทึกเล่มเล็กสีดำที่แยกไว้ต่างหาก
เย่เฉินเดินกลับเข้าแถว ท่ามกลางสายตาชื่นชมและยำเกรงของศิษย์คนอื่น แต่ขนลุกซู่ที่แผ่นหลังทำให้เขารู้สึกได้ถึงอันตรายที่กำลังคืบคลานเข้ามา
การสอบจบลงแล้ว... แต่การถูกล่าในที่แจ้ง เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น!
[จบตอนที่ 31]