ผลั๊ก
“อุ๊ย!!...ขะ ขอโทษค่ะ”
หญิงสาวตัวเล็กบอบบางเรือนร่างเย้ายวน ใบหน้ารูปไข่ ที่ตอนนี้มีสีหน้าและท่าทางใไปกับความไม่ระมัดระวังของตัวเอง จนพลั้งเผลอถอยไปชนเข้ากับใครบางคนที่เดินมาทางด้านหลัง
พอเธอหันไปมองก็ยิ่งใเป็คำรบที่สองเพราะคนที่เธอชนเข้าอย่างจังนั้น ไม่ใช่คนสัญชาติเดียวกันกับเธอทั้งหน้าตาก็ไม่เหมือนคนเอเชีย แถมยังมีผู้ชายตัวโต ยืนอยู่ด้วยกันกับเขาตั้งสี่คนคนพวกนั้นต่างจ้องมาที่เธอเป็ตาเดียวกันด้วย
“ระวังหน่อยสิ”
เสียงเข้มๆ ดุๆพูดด้วยภาษาอังกฤษเปล่งออกมาจากปากของผู้ชายตัวโต ที่ซึ่งไม่ใช่ปากของผู้ชายตัวโตคนที่ถูกเธอชนแต่เป็ผู้ชายหน้าดุหนึ่งในสี่คนที่ยืนอยู่ข้างๆ
เธอคาดเดาเอาเองว่าผู้ชายคนนั้นคงจะต้องเป็บอดี้การ์ดของผู้ชายตัวโตที่ถูกเธอชนเป็แน่ เพราะดูจากการแต่งตัวเหมือนอย่างกับบอดี้การ์ด ที่เธอเคยดูในหนังในละครอะไรประเภทนั้นเลย
“.........”
ส่วนผู้ชายตัวโตคนที่ถูกเธอชนทำเพียงแค่จ้องมองใบหน้าสวยหวานของเธอนิ่งเงียบงัน โดยไม่พูดอะไรออกมาสักคำเดียวแต่ดวงตาสีนิลวาวที่เขาจ้องมองเธอ มันมีทั้งดุทั้งให้รู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างชวนค้นหาและเหมือนมีแรงดึงดูดทำให้เธอไม่อาจละสายตาจากเขาได้เลย
“ถอยไปสิคุณจะมามัวยืนขวางทางอยู่ทำไม”
เสียงเข้มๆ ดุๆของผู้ชายคนเดิมดังขึ้นมาอีก ทำให้ปณยาสะดุดความคิด ตื่นจากภวังค์ในทันทีเธอรีบก้าวถอยออกไปด้านข้าง เพื่อเปิดทางให้กลุ่มคนพวกนี้ เดินผ่านเลยไปดวงตากลมโตคู่สวยมองตามหลังพวกเขาไป จนกระทั่งพวกเขาเดินลับหายไปจากสายตา
ปณยา หิรัญญากรหรือที่ใครๆต่างพากันเรียกชื่อสั้นๆ ว่า ‘ยา’เธอเป็ผู้หญิงที่สวย น่ารัก เลยทีเดียวอันนี้ไม่ใช่ว่าเธอเป็คนหลงตัวเองแต่อย่างใดหรอกนะ แต่จากคำพูดของผู้คนรอบๆข้าง ไม่ว่าจะเป็เพื่อนๆญาติพี่น้อง หรือแม้แต่คนที่ทำงานร่วมกันกับเธอก็ยังพูดเป็เสียงเดียวกันว่าเธอสวย น่ารัก
“คนพวกนี้เป็ใครกัน?...ทำไมเหมือนอย่างกับพวกมาเฟีย ในหนังในละครจัง ที่พอไปไหนมาไหนทีไปกันเป็โขยง โอ๊ย!... ช่างเถอะๆพวกเขาจะเป็อะไรมันก็เื่ของเขา ดีแค่ไหนแล้วที่เขาไม่เอาเื่เราที่เราไปชนเขาน่ะ”
ปณยาสลัดความคิดออกไปจากหัว ก่อนจะตั้งหน้าตั้งตาเดินต่อไปเพราะตอนนี้เ้านายของเธอกำลังรอเอกสารจากเธออยู่ขืนเธอยังมัวคิดเื่ไม่เป็เื่อยู่อย่างนี้ มีหวังถูกเ้านายต่อว่าแน่ๆ
ปณยาเร่งฝีเท้าเดินไปเรื่อยๆจนกระทั่งไปถึงร้านคาเฟ่สุดหรูหรา ซึ่งเป็ที่นัดพบพูดคุยเื่งานกันนอกสถานที่ซึ่งคาเฟ่แห่งนี้มีห้องสำหรับให้พูดคุยเื่งานกันด้วย เป็อะไรที่ดีและสะดวกสำหรับคนที่อยากออกมาคุยงานกันข้างนอก
“มาแล้วเหรอขอบใจมาก แต่ไม่ต้องแล้วล่ะ พอดีเขามีธุระด่วนจะต้องรีบไป ก็เลยเอาไว้ดูคราวหน้า”
‘โอ๊ย! เราอุตส่าห์วิ่งมาแทบตาย สุดท้ายก็มาเสียเปล่า แต่ก็ยังดีที่พี่ช่อไม่โมโหใส่’
ช่อลดาเห็นปณยาวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาพอปณยาเข้ามาหยุดยืนอยู่ใกล้ๆ จึงบอกให้รับทราบ โดยไม่มีทีท่าว่าจะโกรธเกรี้ยวที่เธอมาช้าแต่อย่างใด ซึ่งเธอเร่งเต็มที่แล้ว จะมาโกรธกันไม่ได้หรอก เพราะก็รู้ๆกันอยู่ว่าเส้นทางมาที่นี่รถติดทุกวันอยู่แล้ว แต่กระนั้นปณยาก็ยังไม่วายที่จะพร่ำบ่นกับตัวเองอยู่ภายในใจ
ซึ่งในการออกมาพูดคุยหารือกับลูกค้าข้างนอกในคราวนี้ปณยาไม่ได้ออกมาด้วยกันกับช่อลดา เพราะติดงานอีกชิ้นอยู่ที่บริษัทแต่พอช่อลดาโทรบอกให้เอาเอกสารมาให้ เธอวางงาน รีบมาทันทีแล้วนะ แต่ก็ยังไม่ทันอยู่ดี
“อ๋อค่ะ”
ปณยาตอบรับคำพูดของช่อลดาเพียงแค่สั้นๆอย่างเข้าใจ และจากนั้นคนทั้งสองจึงพากันกลับไปที่บริษัท เพื่อกลับไปทำงานกันต่อจนถึงเวลาเลิกงาน
แต่ถึงจะถึงเวลาเลิกงานแล้วก็ตามทีปณยายังต้องนั่งทำงานอยู่ที่โต๊ะทำงานของตัวเองอย่างขะมักเขม้นเพราะเธอเสียเวลาเอาเอกสารไปส่งให้ช่อลดางานที่ทำคั่งค้างอยู่จึงไม่เสร็จทันตามเวลาเลิกงาน จึงต้องนั่งทำงานชิ้นนั้นต่อไปเพื่อให้เสร็จเรียบร้อย จะได้ส่งต่อไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป
๓๖๓๖๓๖๓๖๓๖๓๖๓๖๓๖๓๖๓๖๓๖๓๖๓๖๓๖๓๖๓๖๓๖๓๖๓๖๓๖