หลังจากการรับรู้ความจริงเกี่ยวกับอัญมณีแห่งความมืด หลินหยูรู้สึกถึงความกดดันที่มากขึ้น ความรู้สึกของการสูญเสียและความลึกลับที่เกิดขึ้นภายในตัวเองค่อยๆ ก่อตัวขึ้น แต่เธอก็ไม่ยอมให้ความกลัวครอบงำเธอได้
ในคืนหนึ่ง ขณะที่หลินหยูนั่งอยู่ใต้ต้นซากุระในป่าลึก ความเงียบสงบของสถานที่กลับทำให้เธอรู้สึกถึงความเปราะบางของโลกมนุษย์ที่เธอกำลังอาศัยอยู่ มันช่างแตกต่างจากความมั่นคงและความสงบของโลกเทพที่เธอเคยรู้จัก
ทันใดนั้น เสียงของบางอย่างที่แหวกฝ่าความเงียบสงบได้ดังขึ้น เธอหันไปมองเห็นชายคนหนึ่งยืนอยู่ตรงข้ามกับเธอ เขาใส่ชุดคลุมสีเข้มและยืนอยู่ในเงามืด ภายใต้แสงจันทร์ที่ส่องลงมา ทำให้หลินหยูมองเห็นใบหน้าที่คมเข้มและเยือกเย็นของชายคนนี้
“เ้าคือใคร?” หลินหยูถามอย่างสงบ แม้จะรู้สึกถึงความกดดันที่มาจากชายคนนี้
ชายหนุ่มยิ้มบางๆ และเผยให้เห็นดวงตาที่ลึกลับและเงียบสงบ “ข้าคือหลี่จิ่น เทพเ้าชายผู้เฝ้ามองโลกมนุษย์และโลกเทพ”
หลินหยูขมวดคิ้ว “เทพเ้าชาย? เ้ากำลังพูดถึงอะไร?”
หลี่จิ่นยืนตรงและเริ่มเล่าเื่ราวเกี่ยวกับความสมดุลระหว่างโลกเทพและโลกมนุษย์ว่า โลกมนุษย์มีพลังอำนาจที่ซ่อนอยู่ และบางครั้งอำนาจนั้นถูกใช้ในทางที่ผิด ซึ่งอาจทำให้เกิดความเสียหายกับทั้งสองโลก หลี่จิ่นบอกว่าภารกิจของเขาคือการดูแลไม่ให้โลกทั้งสองเสื่อมสลายจากการกระทำที่ผิดพลาด
“แต่ข้าไม่สามารถช่วยเ้าหรือให้คำแนะนำเกี่ยวกับสิ่งที่เ้ากำลังทำได้” หลี่จิ่นกล่าวเสียงต่ำ “เพราะการตัดสินใจของเ้าอาจนำไปสู่การทำลายความสมดุลที่ละเอียดอ่อน”
หลินหยูรู้สึกถึงความขัดแย้งในใจ เธอไม่สามารถยอมให้ความกลัวหรือคำเตือนใดๆ มาหยุดความตั้งใจของเธอในการหาความจริง และเธอก็ไม่สามารถยอมรับได้ว่าใครจะมาเลือกทางของเธอแทนที่เธอ
“ข้าเข้าใจ” หลินหยูตอบ ก่อนที่จะหันหลังและเตรียมตัวเดินจากไป “แต่ข้าจะตัดสินใจเองว่าจะทำอย่างไร ขอบคุณสำหรับคำเตือน”
หลี่จิ่นมองตามหลินหยูไปด้วยสายตาที่ลึกลับ “บางครั้งการเดินทางที่ยากที่สุดคือการเลือกเส้นทางที่ไม่สามารถย้อนกลับไปได้ แต่ข้าก็หวังว่าเ้าจะไม่ต้องเสียอะไรไปในตอนสุดท้าย”
หลินหยูไม่หันกลับไปมอง หลี่จิ่นยังคงยืนอยู่ตรงนั้น ขณะที่เธอเดินไปตามทางเพื่อหาคำตอบในสิ่งที่เธอเชื่อ