‘ ไม่!!! ข้าต้องไม่ยอมแพ้เพียงเท่านี้ ’ หลินเฟิงมีกำลังใจฮึดสู้อีกครั้ง เขาจะไม่ยอมแพ้จนกว่าจะถึงที่สุดจริงๆ
หลินอี้หานที่เคลื่อนตัวเข้าใกล้หลินเฟิงด้วยความเร็วเพียงพริบตาเดียวนั้นก็โจมตีใส่หลินเฟิงอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ต่างจากครั้งก่อนๆที่ว่า เขาใช้ดาบที่อยู่ข้างกายของเขา ซึ่งเขาไม่ได้แตะมันเลยั้แ่เริ่ม เขาฟาดใส่หลินเฟิงด้วยความเร็วที่ตาเปล่ามองแถบจะไม่เห็น เห็นเพพียงเงาจางๆเท่านั้น
‘ แย่ละ ’ หลินเฟิงะโในใจ และเขารีบเร่งใช้วรยุทธ์ท่าร่าง [ ย่างก้าวไร้เงา ] ด้วยความเร็วสูงสุดที่เขาจะทำได้
แต่แน่นอน ว่าเขาจะทำได้อย่างไร ในเมื่อเพียงแค่ความเร็วการเคลื่อนที่เขาก็ตามไม่ทัน แล้วยังมีการโจมตีด้วยดาบอีก เขาจะหลบได้อย่างงั้นรึ คำตอบคือไม่
ฉึก!!
เกิดรอยแผลถูกฟันบริเวณแขนข้างซ้านของหลินเฟิง พร้อมกับเืที่ไหลออกมา
“โฮ่ เ้ายังสามารถเลี่ยงการโจมตีจุดสำคัญของข้าได้อีกงั้นรึ? เ้านี้มันทำให้ข้าประหลาดใจได้เสมอจริงๆ” หลินอี้หานหยุดไล่ตามขณะพูดอย่างประหลาดใจมากๆกับหลินเฟิง
“ขอบคุณที่ชม” หลินเฟิงกล่าวตอบ ขณะที่ใช้มือกุมาแตนเองไว้
บริเวณที่นั่งชม การประลอง
“เฟิงเอ๋อร์!!” เซี่ยหลั่วที่เฝ้ามองการประลองของหลินเฟิงด้วยความเป็ห่วงมาตลอดนั้น ะโออกมาอย่างไม่ทันห้ามตัว
“ใจเย็นก่อน เฟิงเอ๋อร์ไม่ได้าเ็สาหัสมากนัก” หลินเทียนกล่าวปลอบเซี่ยหลั่ว
“ให้ใจเย็นได้อย่างไร หากเมื่อกี่เฟิงเอ๋อร์หลบเลี่ยงจุกสำคัญไม่พ้นจะเป็เช่นไร ให้เฟิงเอ๋อร์ยอมแพ้เดี๋ยวนี้ ยังไงก็สู้ไม่ได้อยู่แล้ว ทำได้ขนาดนี้ก็มากเกินพอแล้ว” เซี่ยหลั่วพูดด้วยอารมณ์เป็ห่วงหลินเฟิงมากๆ นางนั้นไม่้าให้หลินเฟิงาเ็ใดๆ
“ใจเย็นก่อน เราทำเช่นนั้นไม่ได้ มันจะเป็ผลกระทบด้านลบกับหลินเฟิงเอานะ อยากให้ลูกเรามีปมด้อยอย่างนั้นรึ” หลินเทียนโต้เถียง
“แต่เฟิงเอ๋อร์ต้องเจ็บตัว” เซี่ยหลั่วกล่าวพลางน้ำตาเริ่มคลอ
“หลั่วเอ๋อร์เอ่ย ลูกผู้ชายย่อมมีศักดิ์ศรีของลูกผู้ชาย เื่นี้เ้าน่าจะเข้าใจไม่ใช่รึ เ้าหนูเฟิงก็เช่นกัน หากเ้าเข้าไปรบกวนตอนนี้มีแต่ผลกระทบเลวร้ายเท่านั้นที่รอเ้าหนูเฟิงอยู่ เ้าอยากให้ลูกเ้าเป็เช่นนั้นรึ?” เซี่ยคงเกลี่ยกล่อมเซี่ยหลั่วเมื่อเห็นว่าสถานะการไม่ดีขึ้น
“ท่านพ่อ ลูกเข้าใจ แต่หากเฟิงเอ๋อรืได้รับอุบัติเหตุเล่า?” เซี่ยหลั่วกล่าวถาม
“ใยเ้าต้องกังวลด้วย พวกข้าอยู่นี้ตั้งสองคน มีหรือที่จะปล่อยให้หลานแท้ๆของตนเองเป็อันใดไป” หลินหยางกล่าวเสริม
“เช่นนั้นก็ได้” เซี่ยหลั่วกล่าว พร้อมด้วยน้ำตาที่คลออยู่
ระหว่างที่พวกเขาคุยกันอยุ่นั้น หลินเฟิงยังคงประลองกับหลินอี้หานอย่างต่อเนื่อง ั้แ่ที่หลินอี้หานใช้วรยุทธ์ท่าร่างและใช้ดาบในการโจมตี ก็ไม่มีครั้งใดที่หลินเฟิงสามารถหลบกานโจมตีได้ หลินเฟิงทำได้ดีที่สุดเพียงแค่เลี่ยงการโจมตีจุดสำคัญเท่านั้น
“เ้าทำได้ดีกว่าที่ข้าคิดอีกนะ ” ั้แ่ที่หลินอี้หานใช้วรยุทธ์ท่าร่างกับดาบ นี้ก็ผ่านมาหลายกระบวนท่าแล้ว
ทำให้ทั่วทั้งตัวของหลินเฟิงนั้นมีแต่าแ เืไหลอาบทั่วทั้งตัว แต่โชคดีที่าแจำนวนมากนี้ เป็เพียงาแตื้นๆและไม่ถูกจุดสำคัญ ไม่เช่นนั้นหลินเฟิงสลบไปนานแล้ว
หลินเฟิงไม่ได้กล่าวตอบอันใดไป เขาตอนนี้ทรุดร่างลงกับพื้นเพราะความเหนื่อย ความตึงเครียด และแรงกดดันที่ได้รับจากหลินอี้หานทำให้เขาแทบหมดแรง รวมทั้งการที่มีาแทั่วร่างกายทำให้เขาเริ่มเสียเืมากขึ้น ตอนนี้เขารู้ตัวเองว่าแทบจะยืนไม่ไหวแล้ว
“ข้าว่าเ้าควรยอมแพ้ได้แล้ว เ้าควรภูมิใจนะที่สามารถทำให้ข้าเอาจริงได้ขนาดนี้” หลินอี้หานเห็นสภาพของหลินเฟิงก็อดที่จะกล่าวไม่ได้ เขาสู้กับหลินเฟิง เขาย่อมดูสภาพของหลินเฟิงดีเช่นกัน
“ขอบคุณ แต่ยังไม่ใช่ตอนนี้” หลินเฟิงกล่าวตอบ เขาไม่ได้หยิ่งทะนง เพียงแต่เขารู้สึกว่าเขายังสามารถสู้ต่อได้
“ดี ข้าชอบคนเช่นเ้า งั้นข้าจะเอาจริงเพื่อเป็การตอบแทนน้ำใจเ้าก็แล้วกัน” หลินอี้หานกล่าวขระมองหลินเฟิงอย่างพอใจ กับชอบคนเช่นหลินเฟิง
[ ดุจสายลม ]
ฟุบบ
กล่าวจบหลินอี้หานก็พุ่งเข้าหาหลินเฟิง แต่ครั้งนี้ เขาใช้ความเร็วสูงสุดของเขาจริงๆเพื่อตอบแทนน้ำใจของหลินเฟิง หากเขาไม่เอาจริง คงเป็การหยามหลินเฟิงแล้ว
‘ เขายังเร็วได้อีก ’ หลินเฟิงคุ่นคิดในใจ พลางหน้าเปลี่ยนสีเป็ขาวซีด เขารู้อยู่แล้วว่าก่อนหน้ายังไม่ใช้ความเร็วสูงสุด แต่ก็ไม่คิดว่าจะมากมายขนาดนี้ หลินเฟิงไดเตรียมที่จะใช้ [ ย่างก้าวไร้เงา ] เพื่อหลบเลี่ยงเชนเดิม
[ ดาบสะบั้นเมฆา ]
ขณะที่หลินอี้หานใกล้จะถึงตัวหลินเฟิง ก็ได้ใช้วรยุทธ์ท่าโจมตีที่เขายังไม่เคยแสดงให้ผู้ใดเห็นมาก่อนออกมา และด้วยการใช้วรยุทธ์ดาบนั้นทำให้ความเร็วในการโจมตีของหลินอี้หานทั้งรวดเร็วขึ้นมากหลายเท่า และยังคงรุนแรง แม่นยำมากขึ้นอีกด้วย
“เฟิงเอ๋อร์!!” เสียงของสตรีดังขึ้นเป็น้ำเสียงที่ฟังดูแล้วทั้งเป็ห่วง วิตกกังวลเป็อย่างมาก
ในระหว่างที่ดาบเกือบจะถึงตัวหลินเฟิงนั้น บนที่นั่งผู้ชมการประลองก็ได้มีเสียงะโของสตรีดังขั้น แน่นอนว่านั่นคือเวี่ยหลั่ว แม้ของหลินเฟิงนั่นเอง นางนั้นไม่กล้ามองดูบุตรของตัวเองถูกฟัน เพราะครั้งนี้นางรู้ทันทีว่าลูกของนางไม่มีทางหลบพ้นแน่นอน นางจึงได้แต่ะโชื่อลูกของนางแล้วหันไปมองเซี่ยคงเพื่อให้ เวี่ยคงไปช่วยบุตรของนาง
“แย่ละ ไม่ทันแน่” หลินหยางกับเซี่ยรีบะโลงไปช่วยหลินเฟิงทันที พวกเขานั้นตกตะลึงกับหลินอี้หาน พวกเขาไม่คิดเลยว่าจู่ๆหลินอี้หานจะเอาจริงเช่นนี้ ทำให้พวกเขาไม่ทันระวัง ดังนั้นพวกเขาจึงช้าไปก้าวหนึ่ง พวกเขาไม่มีทางไปช่วยหลินเฟิงทันแน่นอน ถึงแม้ว่าดาบนี้จะไม่ถึงกับตาย แต่ก็าเ็สาหัสจนต้องพักฟื้นเป็เดือนแน่นอน
‘ หึ ดี ฟันเ้าเด็กนั้นให้ตายไปซะ ’ แน่นอนว่ามีคนเป็ห่วงย่อมมีไม่เห็นห่วงแถมยังหวังร้ายด้วยนั่นคือหลินเย่