รอยยืนคิดตัดสินใจเื่รางวัลอยู่พักใหญ่ ก็เลยเอามือไปคว้าตัวเลือกที่ 3 เป็เครื่องประดับ เพราะคิดว่ามันสามารถสวมติดตัวไปได้ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็โลกแห่งความเป็จริงหรือโลกแห่งความฝันร้าย การที่มีของวิเศษติดตัวไว้ยังไงก็รู้สึกอุ่นใจกว่า เพราะโลกแห่งความเป็จริงที่อยู่นั้นรอยรับรู้ได้เลยว่ามันอันตรายถึงชีวิตขนาดไหน เพียงแค่วันแรกที่ก้าวออกจากบ้านก็ถูกลักพาตัวไปซะแล้ว ถ้าวันนั้นโชคร้ายไม่มีคนคอยปกป้องก็ไม่รู้ว่าตัวเองจะเป็ยังไง ไหนจะเื่พ่อแม่อีกที่ลุงโจเซฟเล่าให้ฟังว่าไม่สามารถติดต่อกับพวกท่านได้ ไม่รู้ว่าจะเป็ตายร้ายดียังไง รอยคิดในใจเพียงว่าจะต้องรีบแข็งแกร่งให้เร็วที่สุดเพราะมีตัวช่วยอย่างโลกแห่งฝันร้ายคอยช่วยเหลืออยู่
ทันทีที่รอยเอามือไปคว้าตัวเลือกที่ 3 ก็ปรากฏเป็แหวนสีดำไร้ลวดลายเป็รูปเป็ร่างปรากฏขึ้นในมือของรอยที่คว้าไว้
แหวนเงาจันทร์
ทักษะติดตัว ช่วยเพิ่มพลังฝึกฝนเมื่ออยู่ใต้แสงจันทร์
ทักษะใช้งาน เมื่อรวบรวมพลังจากแสงจันทร์ได้ระดับหนึ่งจะสามารถสร้างโล่พลังป้องกันผู้สวมใส่ได้
0/100
รอยสวมใสแหวนเงาจันทร์เข้าไปทันทีหลังจากอ่านคำอธิบาย
“มีคำอธิบายด้วย เมื่อก่อนไม่เห็นมี” รอยรู้สึกแปลกใจกับคำอธิบายที่ปรากฏขึ้นมาเมื่อเขามองไปที่แหวนในมือ
“ตัวเราี้เีพูดเลยบันทึกคำอธิบายไว้กับอุปกรณ์ของรางวัลต่าง ๆเอง”
“สุดยอดเลยมีภูติประจำตัวที่คอยเอาใจใส่แบบนี้ค่อยรู้สึกสบายใจขึ้นมาหน่อย จะได้ไม่ต้องคอยถามหรือหาคำตอบด้วยตัวเอง”
“ภารกิจที่ 3 จะเริ่มได้เลยไหม?” รอยกล่าวถามไปด้วยความกระตือรือร้นเพราะใช้เวลาไม่นานก็ผ่านภารกิจที่ 2 มาได้แล้ว
“ภารกิจที่ 3 ยังไม่สามารถเริ่มได้”
พอรอยได้ยินแบบนั้นก็รีบพูดสวนขึ้นทันที
“ทำไมถึงเริ่มไม่ได้ล่ะ มีอะไรผิดปกติอย่างงั้นเหรอ?”
“นี่คือคำแนะนำเพราะภารกิจต่อไปเกี่ยวกับพลังกาย ด้วยร่างกายที่อ่อนปวกเปียกของผู้ทดสอบตอนนี้ฝืนให้ตายยังไงก็ไม่มีทางผ่านภารกิจที่ 3 ไปได้ ถ้าพลังของผู้เข้าทดสอบผ่านเกณฑ์ประตูแห่งฝันร้ายจะถูกเปิดขึ้นอีกครั้ง”
ทันทีที่ภูตแห่งฝันร้ายพูดจบประโยคโดยที่ไม่รอให้รอยได้ถามอะไรกลับไปก็ถูกวาร์ปกลับมาสู่โลกแห่งความเป็จริงแล้ว
รอยลุกพรวดขึ้นมาทันทีหลังจากลืมตาตื่น ซึ่งตอนนี้เป็่เช้าแล้ว พยาบาลที่มาตรวจเช็คประจำวันที่อยู่ในห้องเองต่างก็ร้องกรี๊ดด้วยความใ ที่อยู่ ๆก็เห็นรอยลุกพรวดพราดขึ้นมาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย
อ๊ายย!
ถึงนี่จะเป็ห้องส่วนตัวแต่เสียงร้องของนางพยาบาลก็ดังไม่ใช่น้อยทำให้พยาบาลคนอื่นที่ได้ยินต่างก็วิ่งมาด้วยความตื่นตระหนกว่าที่ห้องนี้เกิดเื่อะไรขึ้น
“เกิดอะไรขึ้นมีเื่อะไรอย่างงั้นเหรอ?” รอยที่ลืมตาขึ้นมาแล้วได้ยินเสียงโวยวายจากผู้คนก็รู้สึกสงสัยไม่ใช่น้อยว่าทำไมคนถึงได้แห่กันมาเยอะแยะขนาดนี้ลุงโจเซฟเองก็เป็หนึ่งในกลุ่มคนเ่าั้ด้วย
พยาบาลที่ส่งเสียงร้องพอเห็นว่ารอยหันมาถามเธอก็ได้แต่ก้มหน้ามองด้วยความเขินอายที่อยู่ ๆก็ส่งเสียงร้องแปลก ๆออกไป เธอจึงรีบลุกขึ้นไปอธิบายกับคนที่มาให้เข้าใจในสถานการณ์ทันที
หลังจากตื่นมารอยรู้สึกได้ว่าร่างกายเขาแข็งแรงมากขึ้นไม่มีอาการเหนื่อยล้าสะสมให้รู้สึกเลย
“เอ๊ะ! อะไรเนี่ย?”
รอยรู้สึกว่ามือข้างขวาของเขากำอะไรบางอย่างไว้อยู่ก็เลยแบออกมาก็พบว่ามันคือแหวนเงาจันทร์ที่ตามติดมาด้วย
รอยสวมแหวนไว้ที่นิ้วกลางเพื่อดูว่ามันจะพอดีขนาดนิ้วหรือเปล่า แต่พอสวมเข้าไปแล้วตัวแหวนก็หายไปทันที แต่รอยยังคงรับรู้ได้ว่านิ้วกลางที่สวมแหวนไปยังคงอยู่ที่เดิมแต่เพียงแค่มันล่องหนไปเองเท่านั้น
เพราะลุงโจเซฟกับเดนนี่ที่คอยอยู่ดูแลเฝ้าระวังห่าง ๆกลุ่มคนที่คอยปกป้องพอได้ยินเสียงร้องจากห้องของรอยก็พากลุ่มคนสวมชุดสูทมามากมาย จนทำให้คนอื่นที่อยู่โดยรอบต่างแตกตื่นใกันไปหมด เพราะคิดว่าเกิดเื่ร้ายแรงขึ้นจริง ๆว่ารอยจะถูกลักพาตัวอีกครั้ง
“เอ่อ...มันจะไม่เล่นใหญ่เกินไปหน่อยหรอ” นี่ตัวตนเขายิ่งใหญ่ขนาดไหนเนี่ยถึงได้มีคนมาคอยคุ้มกันมากมายถึงขนาดนี้
รอยส่งสายตาไปหาลุงโจเซฟที่กำลังทำหน้ากระอักกระอ่วนใจที่เห็นว่าสถานการณ์ไม่เป็ไปอย่างที่คิด รอยได้แต่หัวเราะแห้ง ๆ และทุกคนต่างก็พากันแยกย้ายออกไป
ห้องที่วุ่นวายเมื่อครู่ตอนนี้ก็กลับมาเงียบสงบสุขอีกครั้ง
รอยลุกขึ้นมาทักทายเดนนี่เพราะมีสิ่งที่อยากจะถาม
“สวัสดีครับพี่เดน เห็นลุงโจเซฟเล่าให้ผมฟังว่าเื่โรงเรียนที่ผมจะต้องไปเรียนมีแต่พวกชาวยุทธไม่ใช่เหรอ ผมเองที่เป็คนธรรมดาเข้าไปเรียนพี่ไม่คิดว่ามันแปลกไปหน่อยเหรอ?”
“ไม่แปลกหรอก ไม่ว่าผู้มีพลังพิเศษหรือคนธรรมดาต่างก็สามารถเข้าเรียนโรงเรียนนี้ได้ไม่เว้นแม้แต่ชาวต่างชาติ เพียงแค่ผ่านเงื่อนไขทางโรงเรียนก็รับนักเรียนทุกคนแล้ว”
“แล้วพวกชาวยุทธนี่เป็ยังไงเหรอ เหาะเหินเดินอากาศ ใช้นิ้วมือจับะุอะไรพวกนี้ได้หรือเปล่า?”
เดนนี่กับลุงโจเซฟที่ฟังอยู่ถึงกับหลุดหัวเราะเมื่อได้ยินคำถามของรอย
“ฮ่าๆๆ นี่หนุ่มน้อยดูหนังมากเกินไปหรือเปล่า ถึงความทรงจำเธอจะหายไปแต่หลังจากนี้ก็ควรจะลดการดูหนังอะไรแบบนี้ลงบ้างนะ”
“ชาวยุทธอย่างเรา ๆไม่ได้มีพลังเหนืุ์อะไรขนาดนั้นหรอก ปืน ถ้าโดนยิงยังไงเราก็ตาย ดาบถ้าโดนฟันยังไงเราก็ตาย เพียงแต่ว่าร่างกายของชาวยุทธเราที่ฝึกฝนมาอย่างดีจะแข็งแกร่งกว่ามนุษย์ปกติทั่วไปก็เท่านั้น”
รอยคิดไปไกลว่าชาวยุทธสามารถะเิูเา แยกปฐีได้ก็ต้องหยุดความคิดนั้นไปทันทีเมื่อได้ยินสิ่งที่เดนนี่พูด รอยหมดความรู้สึกสนใจที่จะเรียนไปทันทีเพราะถ้าแม้แต่ปืนยังกันไม่ได้ ไปเรียนโรงเรียนสถาบันสกายที่รอยในโลกนี้สมัครไว้ยังดูดีกว่าอีกที่เป็โรงเรียนสอนผู้มีพลังพิเศษที่รอยสนใจมากกว่า
“ถ้าอย่างนั้นโรงเรียนศิลปะการต่อสู้กับโรงเรียนสถาบันสกายที่ไหนดีกว่ากันอย่างนั้นเหรอ?”
เดนนี่หันหน้าไปมองลุงโจเซฟด้วยความสงสัยแล้วหันมาถามกับรอย
“เธอจำได้ด้วยเหรอว่าเธอสอบติดสถาบันสกาย แล้วเื่พลังพิเศษของเธอล่ะเธอจำมันได้แล้วเหรอ?”
รอยได้ยินความในใจของทั้งสองว่ารู้สึกแปลก ๆที่อยู่ ๆรอยก็พูดถึงเื่นี้ขึ้นมา
เอ่อ...โอ๊ยย!รอยทำท่าทางปวดหัวแล้วคิดในใจ "บ้าเอ้ย! จะสงสัยเยอะแยะอะไรก็ดูทำตัวน่าสงสัยอีก"
พอเห็นว่าทั้งสองคนเริ่มหายสงสัยก็เลยถามคำถามเดิมต่อ
“ดูเหมือนผมจะจำอะไรได้ราง ๆลุงช่วยบอกผมหน่อยได้รึเปล่ามันอาจจะทำให้ผมฟื้นความทรงจำกลับมาก็ได้?” รอยพยายามแถไปอย่างเนียน ๆและคอยดูความคิดในใจของทั้งสองไปด้วยเลยไม่เป็ปัญหาอะไรมากนักที่จะพูดกลบเกลื่อนไปได้
“ถ้าจะวัดระดับการศึกษาของสถาบันทั้ง 2 ลุงว่าก็ไม่ต่างกันมากนัก ซึ่งตอนนั้นลุงไม่รู้เื่โรคของหลานเลยปล่อยให้หลานไปสมัครสอบสถาบันสกายเพราะคิดว่าที่นั่นมันเหมาะกับหลาน แต่ถ้าเป็ตอนนี้แม้แต่พลังพิเศษของตัวเองหลานก็ใช้มันไม่ได้ ลุงคิดว่าให้หลานไปกับเดนนี่แหละเหมาะกับหลานในสถานการณ์ตอนนี้มากที่สุดแล้ว”
รอยได้แต่คิดในใจ
“ใช่ซิ!! เราไม่แม้แต่จะรู้ว่าพลังพิเศษของรอยคนเก่าเป็แบบไหนหรือพลังของเด็กสมัยนี้เป็อย่างไรจะมีพลังเหมือนกับหนังซูเปอร์ฮีโร่ที่ดูมารึเปล่าก็ไม่รู้ อย่างพวกชาวยุทธที่รอยคิดว่าเหมือนกับหนังแต่ความเป็จริงกลับไม่ใช่เลย คิดไปแล้วก็รู้สึกตลกตัวเองจริง ๆข้ามโลกมาแบบแฟนตาซีขนาดนี้ยังจะไปหวังให้มันเหมือนกับหนังที่ดูไปซะงั้น เราที่ใช้คำสาปโซ่ิญญาได้ไม่รู้จะเป็พลังประเภทไหนของโลกนี้”
“มันก็จริงอย่างที่ลุงว่ามานั่นแหละครับ อะไรที่ลุงคิดว่าเหมาะและสมควรก็เอาตามนั้นเลย”
ผลตรวจล่าสุดของรอยยังคงเป็โรคมานากัดกร่อนเหมือนเดิมแต่สภาพร่างกายกลับแข็งแรงมากยิ่งขึ้นกว่าปกติ เื่นี้สร้างความสับสนให้กับหมอไม่ใช่น้อยว่าทำไมคนที่ควรจะร่างกายอ่อนแอ แต่นับวันที่นอนพักฟื้นอยู่โรงพยาบาลกลับแข็งแรงมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม
รอยจึงไม่จำเป็ต้องอยู่โรงพยาบาลอีกต่อไป แต่ต้องให้หมอไปตรวจเช็คอาการทุก ๆสัปดาห์ นี่ก็คือเื่ยุ่งยากเื่ที่ 1 ที่รอยจะต้องพบเจอต่อไปนี้ ส่วนเื่ยุ่งยากเื่ที่ 2 กลายเป็ว่ารอยจะต้องกลับไปเข้าเรียนโรงเรียนศิลปะการต่อสู้เพื่อความปลอดภัยของตัวเองตามที่ลุงโจเซฟว่าไว้
ชายในร่างิญญาวัย 35 ต้องกลับไปเรียนเป็เด็กม.ปลายอีกครั้งแค่คิดก็สยองแล้ว
รอยออกจากโรงพยาบาลก็มาอยู่ที่บ้านของลุงโจเซฟ เพราะด้วยอะไรหลาย ๆอย่างรอยเลยยังไม่สามารถกลับไปบ้านของตัวเองได้ แต่ก็ยังดีที่ลุงโจเซฟเอาเ้าเหมียวกลับมาด้วยไม่งั้นมันคงได้อดตายอยู่ที่บ้านนั้นเป็แน่
บ้านที่อยู่นี้เป็เขตนอกพื้นที่ของตัวเมืองเขตปกครองพิเศษของเดอะคิวบ์ ถึงแม้ว่าลุงโจเซฟจะเป็คนระดับสูงขององค์กรภายในประเทศแต่ก็ไม่สามารถเข้าไปอยู่ในเขตพื้นที่ส่วนกลางและส่วนในได้ เพราะขั้วอำนาจที่มีมากมายหลากหลายประเทศต่างก็ย้ายถิ่นฐานมาอยู่ที่ประเทศ T และด้วยสิทธิพิเศษการเป็ผู้พักอาศัยในเขตปกครองพิเศษนี้ก็ทำให้ขั้วอำนาจเ่าั้ต่างแย่งชิงสิทธิการเข้ามาพักอาศัยกันอย่างเอาเป็เอาตาย แต่ด้วยการคุ้มครองและกฏหมายที่เข้มงวดที่เดอะคิวบ์มี พวกผู้มีอำนาจต่าง ๆเลยทำได้เพียงต่อสู้แย่งชิงกันในที่ลับตาเท่านั้น เดนนี่เองก็เป็หนึ่งในกลุ่มคนเ่าั้เพราะพื้นเพดั้งเดิมของเขาเป็คนประเทศจีน
รอยกับเดนนี่กำลังเดินไปศูนย์ฝึกศิลปะการต่อสู้แห่งหนึ่งในย่านใกล้บ้าน เพราะรอยรบเร้าอยากจะเห็นเด็กรุ่นเดียวกันที่เป็ชาวยุทธจะมีพลังระดับไหนจะได้เตรียมตัวได้ถูกเพราะกลัวว่าจะทำอะไรเตะตาจนผิดสังเกตได้ถ้าได้เข้าโรงเรียนไปแล้ว
ณ ศูนย์ฝึกัขาว
“ชื่อโบราณแท้”
รอยเดินมาถึงหน้าศูนย์ฝึกที่ดูใหญ่โตกว้างขวางมิใช่น้อย ถ้าดูจากภายนอกก็คล้าย ๆกับศูนย์ฝึกออกกำลังกายแต่ดูจะล้ำสมัยกว่าในโลกที่จากมา ภายในมีห้องส่วนตัวกับสนามประลองแยกเป็ส่วน ๆ ห้องส่วนตัวจะเป็ห้องที่ไว้ใช้ทดสอบสมรรถภาพร่างกาย
อยู่ ๆก็มีชายสูงวัยหัวล้านเดินเข้ามาทัก
“สวัสดีปรมาจารย์เดนนี่ มีอะไรรึเปล่าครับถึงได้มาศูนย์ฝึกแต่เช้าอย่างนี้”
“อื้ม พอดีฉันพาน้องชายมาทดสอบร่างกายหน่ะ” เดนนี่หันหน้ามาทางรอยที่กำลังชะเง้อหน้ามองดูศูนย์ฝึกด้วยความสนอกสนใจ
“พอดีเลย ผมเองก็มีศิษย์ที่กำลังจะเข้าทดสอบเหมือนกัน ทำไมไม่ให้ทั้งคู่เข้าทดสอบพร้อมกันเลยล่ะครับ”
รอยพอได้ยินทั้งคู่สนทนากันแปลก ๆก็หันหลังมามอง
“ไม่จำเป็หรอก พอดีน้องของฉันเป็คนขี้อายนิดหน่อยหน่ะ” เดนนี่พูดปัดและพารอยเข้าไปในศูนย์ฝึกัขาวทันที
พนักงานต้อนรับสาวสวยกล่าวถามเมื่อเดนนี่กับรอยเดินมาถึงหน้าเคาน์เตอร์
“สวัสดีค่ะ ไม่ทราบว่าท่านลูกค้า้าใช้ห้องทดสอบหรือว่าสนามประลองค่ะ?”
“ห้องทดสอบ” เดนนี่ตอบกลับแล้วยื่นการ์ดสีแดงให้กับพนักงานสาว
เมื่อพนักงานสาวเห็นการ์ดแล้วก็รีบเดินออกมานำทางรอยกับเดนนี่ไปที่ห้องทดสอบทันที
ชายหัวล้านพยักหน้าให้กับเด็กหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาชวมชุดฝึกตราสัญลักษณ์ัขาวที่หน้าอก ยืนเก๊กหล่ออยู่ตรงหน้าเคาน์เตอร์
รอยหันหลังมามองก็รู้สึกแปลก ๆว่าทำไมไอคนที่ทำท่าทางหยิ่ง ๆนั่น ทำไมมันถึงเดินตามมาด้วยล่ะ รอยจึงหันหน้าไปมองเดนนี่ด้วยความสงสัย
เดนนี่ยื่นหน้าเข้ามากระซิบบอก
“เื่ธรรมดาระหว่างสำนักหน่ะ เด็กนั่นก็ทำได้แค่ข่มเธอเท่านั้น ไม่มีอะไรต้องให้ใส่ใจหรอกนะหรือเธอสนใจจะเล่นกับเ้าหนูนั่นล่ะ?”
รอยได้แต่หัวเราะแห้ง ๆเพราะเดนนี่กับลุงโจเซฟดันมารู้เื่พลังของรอยที่เผลอตัวอย่างไม่ได้ตั้งใจ ในตอนนั้นรอยเพียงแค่อยากจะลองพละกำลังของตัวเองเท่านั้นว่าทำไมถึงไม่สามารถทดสอบภารกิจที่ 3 ต่อได้ก็เลยลองชกกระสอบทรายอย่างเต็มแรงดู แต่ปรากฏว่ากระสอบทรายดันแตกกระจายอย่างกับถูกแรงอัดที่มหาศาลกระแทก
“ไม่มีปัญหาครับพี่ เป็ผมเองที่ขอพี่มาที่นี่ก็อยากจะรู้ระดับพลังของคนรุ่นเดียวกันอยู่แล้ว” รอยได้แต่คิดอยู่ภายในใจว่าอยากซัดปากเ้าเด็กนั่นจริง ๆที่ยิ้มได้กวนโอ๊ยอะไรขนาดนี้