การเต้นรำได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว เมื่อซีซิลเชิดพระพักตร์ขึ้นเล็กน้อยเพื่อความสง่างามนั้นทำให้ทรงสังเกตเห็นอยู่ว่าเจมส์ เกรย์ หรือลอร์ดเกรย์สโตนผู้นี้หล่อกว่าเมื่อตอนที่ทรงเห็นเขาเป็ครั้งแรกมากและถ้าจะกล่าวกันตามความเป็จริงซีซิลไม่เคยมีโอกาสที่จะได้เห็นใบหน้าผู้ชายคนใดใกล้ชิดเช่นนี้มาก่อนเลยนอกจากนั้นยังทรงสังเกตเห็นต่อไปด้วยว่าไม่เพียงแต่เขาจะมีเรือนกายสูงสง่าและมีใบหน้าที่บ่งบอกถึงความเป็ผู้ดีทุกกระเบียดนิ้วเท่านั้นแต่เขายังมีเรือนผมสีน้ำตาลเข้มแกมทองมีน้ำเสียงลุ่มลึกที่เคยสร้างความหวั่นไหวให้เกิดขึ้นกับพระองค์มาแล้ว ทั้งยังมีดวงตาคู่สีเทาเข้มที่บ่งบอกถึงความเป็ผู้มีสติปัญญาฉลาดเฉลียวอีกด้วย
เมื่อรู้สึกพระองค์ว่าทรงจ้องมองเขาอยู่นานเกินไปแล้วซีซิลทรงคิดว่าน่าจะรับสั่งอะไรบางอย่างเพื่อเริ่มต้นการสนทนากับเขาเพื่อให้บรรยากาศคลายความตึงเครียดลงบ้าง ทรงกระแอมเบาๆก่อนจะรับสั่งว่า
“รู้สึกว่าอากาศในกรุงลอนดอนจะค่อนข้างดีนะคะมายลอร์ด”
“พระเ้าค่ะแต่ตอนหัวค่ำจะค่อนข้างชื้น หมอกตกหนาแน่นด้วย จริงไหมพระเ้าค่ะ?”
“คงจะเป็เช่นนั้น”
“ทรงโปรดดอกไม้มากใช่ไหมพระเ้าค่ะ?”มันเป็คำถามที่ธรรมดาที่สุด
“ถ้าจะพูดกันตามความจริงแล้วดอกไม้เป็สิ่งหนึ่งที่ฉันชอบมากเลยค่ะ ลอร์ดเกรย์สโตน”
“ข้าพระพุทธเ้าเดาเอาว่าอากาศที่แซง-ซีเมียง น่าจะเหมาะแก่การปลูกกุหลาบมากนะพระเ้าค่ะ”
“แซง-ซีเมียงมีอากาศที่เหมาะแก่การปลูกกุหลาบจริงอย่างที่ท่านว่าค่ะ”ทรงตอบอย่างระมัดระวัง
“ที่นั่นคงจะมีแต่ดอกกุหลาบเต็มไปหมดนะพระเ้าค่ะ”เป็คำปรารภกึ่งคำถาม
“ถูกต้อง ที่บ้านเมืองของฉันเรามีทั้งสวนกุหลาบและสวนไม้ดอกอื่นๆมากมายหลายแห่งทีเดียว”
“แล้วตอนประทับอยู่ที่แซง-ซีเมียงทรงโปรดที่จะดำเนินในสวนดอกไม้บ้างไหมพระเ้าค่ะ?”
ทำไมเขาต้องตั้งคำถามเช่นนี้ด้วยเขากำลังค้นหาความจริงเกี่ยวกับอะไรอยู่หรือ...? ถ้าคำพูดที่ว่า...ดวงตาเป็หน้าต่างของจิติญญาขณะนี้มันกำลังสะท้อนให้เห็นถึงความไม่พอพระทัยอยู่
“ปกติเวลาอยู่บ้านฉันมักจะใช้เวลาเดินเล่นในอุทยานไม้ดอกวันละหนึ่งถึงสองชั่วโมงเสมอ”
“ก็แสดงว่าพระองค์โปรดการดำเนินเล่นอย่างมากสินะพระเ้าค่ะ?”
“ฉันเพียงแต่ชอบความสงบในสวนเท่านั้น”ทรงฉลาดพอที่จะไม่เสี่ยงกับการตอบคำถามนั้นของเขา
“และโปรดการอยู่คนเดียวด้วย...”
“ใช่ค่ะ...ฉันชอบอยู่คนเดียว
คู่ลีลาศของพะองค์มองไปยังผู้คนที่ชุมนุมกันอยู่ในห้องบอลรูมแห่งนั้น
“แต่คืนนี้ ทรงมีผู้คุ้มกันมากมาย...เกรย์สโตนทอดหางเสียง
พระเ้า...นี่แสดงว่าเขาจะต้องรู้แล้ว...
ความคิดนั้นแทบจะทำให้ซีซิลหายใจไม่ออกพระหทัยราวจะหล่นลงไปอยู่แทบพระบาท เห็นได้ชัดว่าลอร์ดเกรย์สโตนเองก็จำพระองค์ได้เ้าหญิงบอกกับพระองค์เองอยู่ว่า จะต้องระมัดระวังวาจาให้มากจนกว่าจะถึงขั้นจนมุมจึงจะค่อยยอมรับ
“ฉันไม่แน่ใจว่าที่ท่านพูดเช่นนี้มีความหมายอะไร?”
“แต่ข้าพระพุทธเ้าแน่ใจว่าฝ่าาทรงรู้ดีว่าในคืนที่เราได้พบกันอย่างไม่คาดฝันในสวนดอกไม้แห่งนั้นฝ่าาเสด็จมาองค์เดียวไม่มีผู้คุ้มกันเลยสักคน”
ซีซิลทรงรู้ว่าไม่อาจแสร้งทำเป็ไร้เดียงสาได้อีกต่อไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับผู้ชายคนนี้”
“ท่านรู้แล้ว...?”ทรงทอดหางเสียงเป็เชิงถาม
“ข้าพระพุทธเ้ารู้อยู่ตลอดเวลาพระเ้าค่ะ”
“ท่านรู้ได้ยังไงคะ?”
เขารออยู่จนเมื่อพาเ้าหญิงเคลื่อนคล้อยออกมาห่างจากผู้คนพอประมาณแล้วจึงได้กราบทูลด้วยน้ำเสียงแ่เบา
“ข้าพระพุทธเ้าจำพระสุรเสียงได้พระเ้าค่ะ”
“ยังงั้นรึ...?” ซีซิลถอนพระทัยเมื่อมาถึงเวลานี้ ทรงได้แต่หวังว่าลอร์ดเกรย์สโตนจะมีเกียรติพอที่จะรักษาความลับเื่นั้นไว้ได้“ต้องไม่มีใครรู้เื่นี้...”รับสั่งเปรยขึ้นซึ่งเจมส์ สโตนก็ค้อมศีรษะรับ
“ข้าพระพุทธเ้าเข้าใจดีว่าถ้าคนพวกนั้นรู้ เหตุการณ์มันจะต้องเปลี่ยนไปทันทีพระเ้าค่ะ”
“มันหมายถึงความพินาศเชียวละ”
มันมีอะไรบางอย่างปรากฏขึ้นในสีหน้าและแววตาของเขาก่อนที่ลอร์ดเกรย์สโตนจะเอ่ยขึ้นว่า
“ข้าพระพุทธเ้าจะไม่ยอมให้เหตุการณ์เช่นนั้นเกิดขึ้นอย่างเด็ดขาดพระเ้าค่ะ”
ครั้งนี้เ้าหญิงซีซิลไม่คิดจะอำพรางความโล่งใจอย่างใหญ่หลวงไว้จากเขาอีก
“ท่านจะไม่บอกให้ใครรู้...”
“ข้าพระพุทธเ้าจะไม่บอกให้ใครรู้เลยพระเ้าค่ะ”เขาพาเ้าหญิงเคลื่อนคล้อยไปตามจังหวะเพลงอยู่ครู่หนึ่งจึงได้เอ่ยต่อว่า“เมื่อมาถึงตอนนี้ข้าพระพุทธเ้าเข้าใจแล้วว่าทำไมไม่โปรดให้ข้าพระพุทธเ้ารู้พระนามจริง”
อีกครั้งหนึ่งที่ซีซิลถอนพระทัยก่อนจะรับสั่งว่า
“ฉันคิดว่าน่าจะเป็การดีที่สุด”
“อันที่จริงก็เป็เื่น่าแปลกอยู่มากพระเ้าค่ะ”
“ทำไมหรือ?”
“ก็เพราะว่า...เมื่อเกือบสองปีที่ผ่านมาขณะที่ข้าพระพุทธเ้ากำลังเดินทางกลับจากประเทศอินเดียแต่เคราะห์ร้ายเมื่อถูกทำร้ายที่ศีรษะจนาเ็สาหัส เป็เวลานานทีเดียวที่ข้าพระพุทธเ้านึกไม่ออกว่าตัวเองกำลังเดินทางไปไหน ไปที่นั่นทำไม และที่ซ้ำร้ายกว่านั้นก็คือข้าพระพุทธเ้าไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองเป็ใครสิ่งที่ข้าพระพุทธเ้า้าอย่างที่สุดในเวลานั้นคือขอให้ความทรงจำทั้งหมดกลับคืนมา”
เมื่อเขากล่าวจบลงซีซิลก็เข้าใจในความหมายที่แอบแฝงเป็นัยอยู่ทันที...
“ฉันเองก็อยากจะให้มันเป็อย่างนั้นเหมือนกันขอให้มีเวลาสักชั่วขณะเดียวก็พอ ที่จะให้ตัวเองลืมทุกสิ่งทุกอย่างได้หมด”พระสุรเสียงเบาลงเมื่อรับสั่งต่อว่า “ตลอดเวลาที่ผ่านมา ฉันเฝ้าแต่หวังว่าท่านจะจำฉันไม่ได้”
“อ้าว...ทำไมล่ะพระเ้าค่ะ?”
“เพราะการจำได้มันเปลี่ยนแปลงทุกสิ่งทุกอย่าง”
“ทุกสิ่งทุกอย่างเลยหรือพระเ้าค่ะ?”
“เอ้อ...อาจจะเพียงบางอย่างก็จริงแต่ก็เป็บางอย่างที่สำคัญมาก
“แล้วสิ่งนั้นคืออะไรล่ะพระเ้าค่ะ?”เกรย์สโตนเต็มไปด้วยความสงสัย
“ก็...การที่ผู้คนปฏิบัติต่อฉันกิริยาท่าทางเวลาที่พวกเขาพูดกับฉันน่ะสิ”
“ก็หมายความว่า...ข้าพระพุทธเ้าปฏิบัติต่อฝ่าาผิดแผกกว่าผู้อื่นมากนักหรือพระเ้าค่ะ?”
“ท่านไม่ได้เป็เช่นนั้นหรอก” ซีซิลรับสั่งตอบภายหลังจากใช้ความคิดอยู่ครู่สั้นๆ
“แต่ฝ่าาก็ทรงรู้ดีนะพระเ้าค่ะว่าการพบกันครั้งแรกของเรานั้น มันไม่ได้เป็ไปตามระเบียบแบบแผน”ลอร์ดเกรย์สโตนยัง้าไขข้อข้องใจ“ข้าพระพุทธเ้าเองก็เป็คนไม่มีระเบียบแบบแผนในชีวิตอยู่แล้วและตอนนั้น ข้าพระพุทธเ้าก็คิดว่าฝ่าาทรงเป็เช่นนั้นด้วย”
“ฉันคิดว่าตัวเองเป็คนอย่างนั้นนะ”
“ในความคิดของข้าพระพุทธเ้าเมื่อเราพบกันครั้งแรกนั้น ฝ่าาทรงเป็เพียงผู้หญิงธรรมดาๆคนหนึ่งแต่ต่อมาก็ทรงเป็เ้าหญิง”
สิ่งที่เ้าหญิงซีซิลกิราเดท์ทรงปรารถนาอย่างที่สุดก็คือ การเป็ผู้หญิงธรรมดาๆคนหนึ่งเท่านั้นแต่ไม่เคยมีโอกาสจะเป็เช่นนั้นไปได้เลยอาจจะต้องทรงเรียนรู้สิ่งต่างๆอีกมากมายจากชายหนุ่มผู้นี้
“ท่านคิดว่าการที่ท่านไม่ใคร่มีแบบแผนอะไรกับใครเขาเป็เพราะว่าท่านไปอยู่เมืองนอกมาพักใหญ่เช่นนั้นหรือเปล่าคะ?”
“มันไม่ใช่แค่พักใหญ่หรอกนะพระเ้าค่ะ...ข้าพระพุทธเ้าใช้ชีวิตอยู่ในอินเดียนานถึงสิบห้าปีทีเดียว”
“ขนาดนั้นเชียวหรือคะ...สิบห้าปีน่ะเป็เวลาที่นานมากทีเดียวนะ”
“มันเหมือนใช้เวลาทั้งชีวิตเลยละพระเ้าค่ะ”ลอร์ดเกรย์สโตนตอบ
“ถ้าเช่นนั้นที่ท่านเดินทางออกจากประเทศอังกฤษท่านก็เพิ่งย่างเข้าสู่วัยรุ่นกระมัง?”
“ตอนนั้นข้าพระพุทธเ้ายังอายุไม่ถึงยี่สิบด้วยซ้ำพระเ้าค่ะ”
ยังเด็กมากสำหรับการที่ต้องจากบ้านจากเมืองไปไกลขนาดนั้น...ซีซิลทรงครุ่นคิดอยู่ในพระทัย
“แล้วท่านพูดภาษาอินเดียได้หรือเปล่า...?”
สีหน้าของเจมส์ เกรย์ไม่เปลี่ยนเลยเมื่อทูลตอบว่า
“โดยความเป็จริงแล้วข้าพระพุทธเ้าพูดภาษาทางตอนเหนือของอินเดียได้อยู่สองสามภาษาพระเ้าค่ะนอกจากนั้นก็พอจะพูดสันสกฤตกับฮินดีได้บ้าง”
“โอ...น่าประทับใจจริง”รับสั่งอย่างจริงใจ
“แต่ข้าพระพุทธเ้ากลับไม่คิดเช่นนั้นพระเ้าค่ะมันเป็เื่ที่เล็กน้อยมากเพราะในประเทศอินเดียมีภาษาของชนเผ่าท้องถิ่นต่างๆอยู่มากกว่าแปดร้อยภาษาทีเดียวนะพระเ้าค่ะ”