บทที่ 31 แท่นบูชาแห่งกาลเวลา ความเร็วสองเท่า
"กวนฉี! กวนฉี!! เกิดอะไรขึ้นกับเ้า??"
"ข้าได้ยินเสี่ยวหรานบอกว่าเ้าไปที่หน้าผาหลังเขา?"
"คนอยู่ไหน? เ้าอย่าคิดสั้นนะ!! มีอะไรไม่พอใจก็บอกอาจารย์สิ!"
เอี๊ยด~
หลี่กวนฉียิ้มแล้วผลักประตูเปิดเข้ามา กล่าวอย่างเขินอายเล็กน้อยว่า "เอ่อ... ท่านอาจารย์ ไม่มีอะไรขอรับ ข้าแค่ไปทิ้งขยะที่หลังเขาเท่านั้น"
"เ้าเด็กบ้า! เ้าว่าใครเป็ขยะกัน!!"
รอยยิ้มบนใบหน้าของหลี่กวนฉีชะงักไป ไม่คิดว่าเสียงของิญญากระบี่จะดังขึ้นในหัวของตน!
ชายชราเคลื่อนตัวมาข้างกายเขาอย่างรวดเร็ว ส่งพลังเข้าไปตรวจสอบสภาพภายในร่างกายของเขา
แต่ก็ไม่พบความผิดปกติใด ๆ เพียงแต่ลมปราณอ่อนลงเล็กน้อย จึงวางใจลงได้
หลี่หนานถิงสังเกตเห็นว่าลมหายใจของเขาอ่อนแรงลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับก่อนหน้านี้ คิดว่าคงเป็เพราะเขาฝึกฝนอย่างรีบร้อนเกินไป จึงเตือนว่า
"เ้าไม่ควรเคร่งเครียดฝึกฝนทุกวัน"
"ความเร็วในการฝึกฝนของเ้าั้แ่เริ่มต้นจนถึงยามนี้ ไม่ด้อยไปกว่าศิษย์สายตรงของสำนักใหญ่บางแห่งแล้ว"
"เส้นทางการฝึกฝนยังอีกยาวไกล อย่าได้รีบร้อนจนเกินไป"
หลี่กวนฉีพยักหน้า พลางยิ้มกล่าวว่า "ขอรับท่านอาจารย์"
ได้ยินเช่นนั้น หลี่หนานถิงจึงวางใจลง หัวเราะเบา ๆ พลางกล่าวว่า "อีกสองสามวัน หากไม่มีธุระอะไร เ้าก็ไปทำภารกิจที่หอภารกิจได้"
"ถือโอกาสลงเขาไปเปิดหูเปิดตาบ้าง"
หลังจากชายชราจากไป หลี่กวนฉีก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก
เขาไม่รู้ว่าหากตนเองอยู่ในสภาวะที่พลังลดลงจริง ๆ จะเป็เช่นไร
ท่านอาจารย์คงจะกังวลจนแทบบ้า
บัดนั้น เสียงของิญญากระบี่ก็ดังขึ้นในความคิดของเขาอย่างช้า ๆ
"ในเมื่อข้ากับเ้าผูกพันกันแล้ว ข้าก็จะช่วยเ้าเพิ่มพูนพลังอย่างสุดความสามารถ"
"เ้าลองใช้จิตััหีบกระบี่ดูสิ ข้างในมีมิติพิเศษอยู่"
หัวใจของหลี่กวนฉีเต้นแรง เขากล่าวออกมาว่า "มิติ? มิติเก็บของหรือ?"
ิญญากระบี่หัวเราะเยาะ "มิติเก็บของ?"
"เ้าดูแคลนข้าเกินไปแล้วกระมัง?"
หลี่กวนฉีมิได้โต้เถียงกับนาง เขาเพียงแค่เคลื่อนจิตััสำรวจไปในหีบกระบี่
เหมือนเช่นทุกครั้ง เขาไม่สามารถรับรู้ได้ว่าภายในหีบกระบี่เป็อย่างไร ราวกับว่าจิตััของเขาถูกปิดกั้นไว้
ทว่าครั้งนี้ เขากลับรู้สึกถึงมิติที่ิญญากระบี่กล่าวถึง
โอ้!
คลื่นพลังลึกลับสายหนึ่งแผ่ออกมา ร่างของหลี่กวนฉีพลันหายวับไปจากห้องในทันใด!
ตึง!
หีบกระบี่กระแทกลงบนอิฐสีเขียว ส่งเสียงทุ้มหนักหน่วง
หลี่กวนฉีมองดูแสงิญญาที่กะพริบวูบวาบรอบตัว รวมถึงแท่นบูชาโบราณขนาดสิบจั้งที่อยู่ใต้เท้า ในใจรู้สึกตกตะลึง
"นี่คืออะไรกัน?"
ิญญากระบี่ค่อย ๆ ปรากฏกายขึ้นบนแท่นบูชา กล่าวเบา ๆ ว่า "เ้าลองฝังหินิญญาเข้าไปในกลไกดูสิ"
หลี่กวนฉีมองไปที่แผ่นหินนูนบนแท่นบูชา บนนั้นมีร่องลึกสิบร่อง
เขาหยิบหินิญญาชั้นต่ำสิบก้อนวางลงไป จู่ ๆ บนแผ่นหินก็ปรากฏอักขระลึกลับนับไม่ถ้วน
โอ้!!
ความว่างเปล่าอันมืดมิดสั่นไหวเบา ๆ แท่นบูชาใต้บาทาพลันะเิแสงสีเงินเจิดจ้าออกมา
แต่หลังจากนั้นกลับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทำให้หลี่กวนฉีสับสนอยู่บ้าง
ขณะนี้ หินิญญาบนแท่นบูชากำลังถูกใช้ไปด้วยความเร็วที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
หลี่กวนฉีอดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากถามว่า "แค่นี้เองหรือ?"
ิญญากระบี่เบ้ปากกล่าวว่า "ยามนี้ พื้นที่แท่นบูชาที่เ้าอยู่กับพื้นที่ภายนอก มีอัตราการไหลของเวลาเป็สองต่อหนึ่ง"
หลี่กวนฉีขมวดคิ้วเล็กน้อย กล่าวอย่างระมัดระวังว่า "เป็อย่างที่ข้าคิดใช่ไหม... สองต่อหนึ่ง?"
"ถูกต้อง"
"์!!"
"นี่ นี่ นี่... การไหลของเวลาไม่เท่ากัน!! เป็ไปได้เยี่ยงไร!!"
ิญญากระบี่เงยหน้ามองไปยังแท่นบูชา แล้วเอ่ยเสียงเบาว่า "ทำไมจะเป็ไปไม่ได้เล่า?"
"เพียงแต่...หินิญญาชั้นต่ำสิบก้อนนั้น อย่างมากก็คงอยู่ได้เพียงหนึ่งชั่วยามก็จะถูกใช้จนหมด"
"หากเป็หินิญญาชั้นกลาง ก็จะคงอยู่ได้หนึ่งวัน ส่วนหินิญญาชั้นสูงก็จะคงอยู่ได้หนึ่งเดือน"
แม้ในใจของหลี่กวนฉีจะรู้สึกเ็ป แต่เขาก็รู้ดี
ของเช่นนี้ แค่ได้ฟังก็ดูน่าเหลือเชื่อแล้ว!
ความสามารถเช่นนี้ช่างเหนือธรรมชาติเกินไป ต้องมิให้ผู้ใดล่วงรู้เป็อันขาด!
แต่ทันใดนั้น สีหน้าของลี่กวนฉีก็เปลี่ยนเป็ขมขื่น มองดูหินิญญาที่ถูกใช้ไปแล้วหนึ่งในห้าส่วน แล้วรีบแกะมันออกมา
"ดีก็ดีอยู่หรอก… แต่สิ้นเปลืองหินิญญาเหลือเกิน"
ิญญากระบี่เหลือบมองหลี่กวนฉีที่ทำหน้าเ็ป ดวงตาคู่งามของนางกลอกขึ้นบน ก่อนจะหายไปบนแท่นบูชา
"เ้ายังต้องพยายามฝึกฝนอย่างหนัก เพื่อบรรลุขอบเขตก่อปราณโดยเร็ว"
"เมื่อใดที่เ้าบรรลุขอบเขตจินตาน เ้าก็จะสามารถใช้กระบี่เล่มแรกในหีบกระบี่ได้"
หลี่กวนฉีเบ้ปาก ยามนี้ในหัวของเขามีแต่เื่หาเงิน
วูบ!
ร่างของหลี่กวนฉีปรากฏขึ้นในห้องอีกครั้ง เขาแบกหีบกระบี่แล้ววิ่งไปยังห้องฝึกฝนที่ลานหลังเรือน
เมื่อมาถึงห้องฝึกฝน เขาคำนวณดูแล้วว่ายามนี้ตนเองยังมีหินิญญาเหลืออยู่ไม่น้อย จึงหยิบหินิญญาออกมาหลายร้อยก้อน แล้วจุดธูปหอมขนาดเท่านิ้วมือในห้องฝึกฝน ก่อนที่จะเข้าไปในมิติของหีบกระบี่
คืนวันรุ่งขึ้น
หลี่กวนฉีปรากฏตัวในห้องฝึกฝน มองดูธูปหอมที่เผาไหม้ไปครึ่งหนึ่ง
หัวใจของหลี่กวนฉีเต้นรัวด้วยความตื่นเต้น!
การไหลของเวลาแตกต่างกันจริง ๆ!
เขาฝึกฝนบนแท่นบูชาเป็เวลาสองวันเต็ม แต่โลกภายนอกผ่านไปเพียงวันเดียวเท่านั้น!
หลี่กวนฉีกำมือแน่น พึมพำว่า "สิ่งนี้ช่างน่าสะพรึงกลัวเหลือเกิน"
"ต้องมิให้ผู้ใดล่วงรู้ถึงพลังของหีบกระบี่นี้เป็อันขาด!!"
ด้วยอารมณ์แสนสุข เขาจึงออกไปล้างหน้าล้างตา แล้วเตรียมตัวไปฟังบรรยายที่ยอดเขาเทียนจิน
วันนี้เป็วันที่ผู้าุโแห่งยอดเขาเทียนจินจะมาชี้แนะวิชากระบี่พื้นฐานชุดหนึ่ง เขาอยากไปฟังดู
ทันทีที่เขาเปิดประตูออกมา ก็พบกับอวี๋ซุ่ยอันที่ถือหมั่นโถวอยู่ในมือ หลังจากที่เห็นเขา นางก็วิ่งเหยาะ ๆ เข้ามาหา
"นี่! เ้าบอด เ้าไปไหนมา? ข้าไม่เห็นหน้าเ้ามาหลายวันเลย"
หลี่กวนฉียิ้มพลางลูบศีรษะน้อย ๆ ของนาง ซึ่งแน่นอนว่าถูกเธอมองค้อนกลับมา
"เ้าหมั่นโถวน้อย เ้าบอกข้าสิว่าไฉนเ้าถึงไร้กังวลได้ทุกวันเช่นนี้?"
อวี๋ซุ่ยอันได้ยินเช่นนั้นก็ขมวดคิ้ว กล่าวอย่างจริงจังว่า "ไม่ควรเป็เช่นนั้นหรือ?"
"ท่านปู่เคยบอกข้าประโยคหนึ่ง"
"ว่า?"
อวี๋ซุ่ยอันยกมือไพล่หลัง เลียนแบบท่าทางของหลี่หนานถิง
สีหน้าของนางก็เลียนแบบได้อย่างน่าขัน ทว่าวาทะต่อมากลับทำให้หลี่กวนฉีตะลึงเล็กน้อย
"ต่อให้คลื่นั์จะซัดกระหน่ำ เพียงแค่ยิ้มและไม่ต้องกังวล!"
กล่าวจบ อวี๋ซุ่ยอันก็หันมากล่าวอย่างภาคภูมิใจว่า "เป็อย่างไรบ้าง? ข้าเลียนแบบได้ไม่เลวใช่รึไม่?"
หลี่กวนฉีรู้สึกะเืใจเล็กน้อย คิดว่าวาทะของท่านอาจารย์นั้นมีเหตุผลอย่างยิ่ง
"ใช่แล้ว เด็กน้อยเช่นเ้าไยต้องมีสีหน้าเป็กังวล"
"การที่เ้าได้กินหมั่วโถวทุกวันนั้นเป็เื่ประเสริฐที่สุดแล้ว จะมีเื่อะไรให้ต้องกังวลอีกเล่า"
อวี๋ซุ่ยอันทำหน้าย่นแล้วกล่าวว่า "มีสิ!"
"โอ้? เื่อะไรกันที่ทำให้เ้ากังวลถึงเพียงนี้?"
หลี่กวนฉีถามด้วยความสงสัย
แต่ใครจะรู้ว่าอวี๋ซุ่ยอันจะกล่าวอย่างจริงจังว่า "ทุกครั้งที่ข้าแย่งหมั่นโถวมาไม่ได้ ข้าก็กังวลมากว่าจะกินอะไรดี!"
"ฮ่า ๆ ๆ อยากไปเที่ยวยอดเขาเทียนจินกับข้าไหม?"
"ดีเลย! ไป ๆ ๆ ข้าอยากขี่ม้าตัวใหญ่"
ว่าแล้ว ร่างสองร่างหนึ่งใหญ่หนึ่งเล็ก ก็วิ่งไปทางยอดเขาเทียนจินอย่างรวดเร็ว