ภายใต้จิตสำนึกวอนอโทรัสมีแต่เพียงความอาฆาตแค้นและความเกลียดชังต่อมนุษย์ที่อยากฆ่าและเผาทำลายให้สิ้นซาก เพราะในอดีตที่แสนเจ็บปวดและความทุกข์ทรมานที่ไม่่เคยลืมเลือนจากการที่ถูกมนุษย์ผู้เลี้ยงดูทุบตีและทำร้ายอยู่เป็นประจำ
ทุกๆวันมันทำได้เพียงแค่เฝ้ามองพวกพ้องตัวอื่นๆ ล้มหายตายจาก บ้างถูกนำไปฆ่าทิ้ง บ้างล้มตายเพราะฝืนทนไม่ไหว ทุกๆครั้งที่มันเห็นและได้ยินเสียงร้องที่โหยหวน ตัวมันกลับทำได้เพียงสั่นกลัว จนในที่สุดวันเวลาที่ผันผ่านก็ทำให้เหลือมันเพียงแค่ตัวเดียวเท่านั้น!
ความเกลียงชังต่อมนุษย์ที่มีช่างหยั่งลึกเกินจะคิดฝัน จนในที่สุดโอกาสที่เฝ้ารอก็มาถึง หลังเสียงกรีดร้องที่ดังระงม เหล่าคนในครอบครัวที่คอยเลี้ยงดูต่างวิ่งไปมา แต่ละคนแสดงสีหน้าสับสนวุ่นวาย ทว่าในช่วงเวลาเดียวกันกลับมีบางสิ่งบางอย่างเกิดขึ้นกับตัวมันเช่นกัน โดยที่มันเองก็ไม่ทราบสาเหตุ ส่งผลให้จากเดิมที่ยืนด้วย 4 ขากลับกลายเป็นยืนด้วย 2 ขาหลังแทน และยังไม่หมดแค่นั้นเมื่อความรู้สึกที่ได้รับถึงพละกำลังอันเหลือล้น พร้อมสติปัญญาที่เพิ่มขึ้น ยิ่งทำให้มันรู้สึกตกใจและไม่อยากเชื่อในสิ่งที่พบเจอ ทว่าทุกๆสิ่งที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ไม่เพียงแต่เปลี่ยนแปลงร่างกายของมันเท่านั้น แต่มันกลับเปลี่ยนแปลงชะตาชีวิตของมันไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง
ด้วยเหตุการณ์ต่างๆที่เปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน แม้จะสงสัยใคร่รู้ ทว่ายามที่เห็นเหล่าครอบครัวที่ครั้งหนึ่งเคยพรากพวกพ้องของมันไป ความสงสัยทั้งหมดก็มลายหายไปสิ้นและถูกแทนที่ด้วยความเกลียดชังและจิตอาฆาตที่ล้นทะลัก พร้อมที่มันทะยานตัวพุ่งติดตามไปหวังเพียงการล้างแค้นดังที่ตั้งตารอมาอย่างยาวนาน เหล่าครอบครัวที่เลี้ยงดูมันต่างตื่นตกใจเมื่อเห็นมันและสิ่งที่มันกำลังจะทำต่อไป
ปัง!เสียงปืนดังลั่นก้องสะท้อนไปมาภายในบ้าน ลูกกระสุนแห่งความหวังที่ถูกยิงเพื่อปลิดชีวิต กลับไม่สามารถระคายเคืองผิวหนังที่แข็งแกร่งไปได้ พวกเขาต่างตื่นตกใจ แข้งขาและร่างกายต่างสั่นเทาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว หน้าตาของแต่ละคนพลันซีดเผือดกับผลลัพธ์ที่เห็น และสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ยังผลักดันให้มันรู้สึกสะใจและกระหายการล้างแค้นมากยิ่งขึ้น โดยที่ตัวมันเองก็ไม่เคยรู้สึกสุขใจเช่นนี้มาก่อน ไม่มีเหตุผลใดที่จะปล่อยเหยื่อไป จากผู้ล่ากลับกลายเป็นเหยื่อเสียเอง ความแค้นที่สุมอกผลักดันให้นิสัยของมันแปรเปลี่ยน ทั้งความหิวกระหายและป่าเถื่อน ดั่งสัญชาตญาณดิบของสัตว์ป่า ซึ่งทั้งหมดเป็นความรู้สึกที่มันไม่เคยพานพบและพร่ำบอกได้เลยว่ามัน ช่างดีเลิศ
สิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดในยามนี้ มันไม่แยแสสิ่งใดๆไม่ว่าจะเสียงกรีดร้องและคำอ้อนวอน หรือต่อให้เป็นเด็กตัวน้อยหรือเพศเมีียก็ตาม เพราะในอดีตพวกคนเหล่านี้ได้เคยกระทำกับพวกพ้องและตัวมันเองไม่แตกต่างจากสิ่งไร้ค่า ย่ำยีและฆ่าล้าง มันที่เห็นและได้รับรู้ถึงความรู้สึกที่ต้องสูญเสียคนสำคัญทำได้เพียงแต่เฝ้ามองและเจ็บปวดใจ จนกระทั่งปลูกฝั่งความเคียดแค้นและผลักดันให้มันรอคอยโอกาสในการล้างแค้นเพียงเท่านั้น
ในที่สุดโอกาสนั้นก็มาถึง และครั้งนี้มันจะไม่ยอมปล่อยโอกาสให้หลุดลอยไป ความดิบเถื่อนที่ถูกปลุกขึ้นผลักดันให้มันย่ำเดินเข้าไปหาเป้าหมายพร้อมด้วยสายตาและรอยยิ้มอันน่ารังเกียจ แม้เป้าหมายจะอ้อนวอนทั้งน้ำตา ทว่าทุกอย่างก็สายเกินกว่าคำให้อภัย เพราะสิ่งที่พวกมันเคยกระทำ ตัวมันเองจะเป็นผู้กระทำการตอบแทนเองอย่างสาสม
เสียงคำรามและเสียงทุบตีผสมปนเปอย่างน่าขนลุกขนพอง ทุกสิ่งที่กระทำหวังให้พวกมันได้รับรู้บ้างสักนิดถึงความเจ็บปวดของมันที่เคยได้รับมา ความคลุ้มคลั่งและความเคียดแค้นทำให้มันลงมือฆ่าล้างครอบครัวของผู้ที่เคยเลี้ยงดูทันทีอย่างไม่มีความลังเล ไม่เพียงเท่านั้นด้วยฟันที่เคยใช้เพียงแต่เคี้ยวใบหญ้า กลับถูกใช้กัดกินเลือดเนื้อและกระดูกแทนด้วยความหิวโหย ทั้งสะใจและหิวกระหาย ทุกๆสิ่งช่างทำให้มันสุขสมใจอย่างที่ไม่เคยพบเจอ
กรี๊ดดดดอ๊ากกกกกเสียงกรีดร้องของเหยื่อผสมไปกับเสียงร้องอ้อนวอนฟังไม่ได้สรรพดังระงมไปทั่ว จนในที่สุดก็หยุดลง พร้อมฉากสยดสยองที่พบเห็นได้แต่เพียงรอยเลือดที่สาดกระจายไปทั่วพื้นพรม ประดับไปด้วยเศษชิ้นเนื้อเล็กใหญ่กระจัดกระจายไปทั่วบริเวณ ในปากของมันมีแขนข้างหนึ่ง ที่ในอดีตเคยใช้ทุบตีทำร้ายมันและพวกพ้อง กระทั่งเมื่อทุกอย่างสงบลง น้ำตาของมันกลับหลั่งไหลออกมาเป็นสาย พร้อมด้วยเสียงคำรามอันดังกึกก้องสะท้อนถึงความอาลัยและปลดวางภาระที่หนักอึ้งลงได้ในที่สุด
แม้ทุกอย่างจะจบลง แต่ทว่ามนุษย์สำหรับมันนั้นย่อมไม่อาจอยู่ร่วมโลกกันได้ หลังการเข่นฆ่า ตัวมันก็เปลี่ยนแปลงไปกลายเป็นผู้ล่าที่กระหายการต่อสู้และอยู่เพื่อเข่นฆ่าผู้ที่ขวางทาง จากตอนแรกมันไล่ฆ่าเพียงมนุษย์ต่อมามันเริ่มไล่ฆ่าแม้แต่อสูรกลายพันธุ์ด้วยกันเอง เพื่อแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งให้ทุกสรรพชีวิตได้ประจักษ์ชัดว่ามันคือผู้เหนือกว่า แต่ทว่าเรื่องไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นเสมือนโชคชะตาเล่นตลก เพราะในยามที่มันออกล่าพร้อมผู้ติดตามที่สยบต่อความแข็งแกร่งของมัน เวลานั้นมันบังเอิญได้พบกับมนุษย์ผู้หนึ่งที่เข้ามาขัดขวางการเข่นฆ่ามนุษย์ของมันอยู่เป็นประจำ มนุษย์ผู้นั้นทำตัวขี้ขลาดตาขาว เอาแต่หลบหนี
ตัวมันที่รังเกียจมนุษย์อยู่เป็นทุนเดิม เมื่อเจอแบบนี้เข้ากับตัวย่อมทำให้มันรู้สึกฉุนเฉียวเป็นอย่างมาก เสมือนว่ากำลังโดนมนุษย์ที่มันรังเกียจดูถูกเหยียมหยาม และมันยังพบอีกว่าความเร็วของมันนั้นด้อยกว่า ยิ่งทำให้มันรู้สึกโมโหและโกรธแค้นจนอยากบดขยี้มนุษย์ผู้นั้นให้จงได้
และด้วยความที่มั่นใจว่าตนเองนั้นเหนือกว่า แม้จะด้อยในเรื่องความเร็ว กระนั้นความสามารถโดยรวมของมันก็ถูกแทนที่ด้วยพละกำลังที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล
แม้มันจะโมโหมากมายแค่ไหนตัวมันก็ยังระงับโทสะได้ด้วยฐานะผู้ที่แข็งแกร่งกว่าเสมอ มันจึงปล่อยวางและมอบหมายให้ผู้ติดตามทั้งสองทำการไล่ล่าแทน โดยตัวมันเองทำเพียงแค่เฝ้าจับตามองเท่านั้น เสมือนดูการไล่จับของผู้ล่าที่มากประสบการณ์และแบบที่มันเคยทำมาก่อนอย่างไม่ผิดเพี้ยน เพราะไม่ว่ามนุษย์ผู้นั้นจะหลบหนีได้เร็วแค่ไหนก็ไม่สามารถหนีพ้นเงื้อมมือของพวกมันทั้งสามไปได้อย่างแน่นอน
สุดท้ายแล้วสิ่งที่คิดและเข้าใจว่าตัวมันนั้นแข็งแกร่งและเหนือกว่าอีกฝ่าย กลับกลายเป็นความอัปยศอดสูแทน เมื่อศัตรูที่พวกมันไล่ล่าด้วยความชะล่าใจกลับกลายเป็นฝ่ายพลิกสถานการณ์มาทำร้ายและสังหารหนึ่งในพวกมันไปได้อย่างไม่คาดฝัน
ที่สำคัญตัวมันเองที่ถือว่าแข็งแกร่งเหนือใคร กับเผลอกระทำตัวขลาดเขลาเพราะความกลัวตาย ด้วยการเอาลูกน้องที่พักดีมาบังการโจมตีและตายแทนมัน เพราะความหลงระเริงจนทำให้มันเกิดความประมาท จึงเป็นเหตุที่ทำให้มันและผู้ติดตามเกิดความสูญเสียที่ไม่น่าให้อภัย
ทว่าการกระทำของมนุษย์ผู้นั้นยังไม่จบ เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นยิ่งเป็นการตอกย้ำถึงความอ่อนแอและความโง่เง่าของมันมากยิ่งขึ้น เพราะตัวมันกลับโดนมนุษย์ที่แสนเจ้าเล่ห์หลอกล่อให้มันเป็นผู้ลงมือสังหารผู้ติดตามของมันอีกตนแทน ทั้งๆที่การสูญเสียผู้ติดตามในครั้งแรกยังฝั่งลึกอยู่ในใจของมัน ทว่าเหตุการณ์แบบนั้นกลับเกิดขึ้นอีกครั้งในเวลาไล่เลี่ยกันเช่นนี้ ย่อมทำให้มันรู้สึกโกรธแค้นและอยากฉีกกระฉากศัตรูให้ตายคามือเป็นอย่างมาก
แม้มันจะพยายามเยือกเย็นเข้าไว้ เพื่อลดความประมาทสัตรู ทว่าในเวลาต่อมาตัวมันที่คิดว่าทุกอย่างเริ่มเข้าที่และมันเองเริ่มได้เปรียบกลับกลายเป็นว่าสิ่งที่มันคิดนั้นผิดมหัน เพราะทุกๆการกระทำของมันเสมือนทำได้เพียงวิ่งบนฝ่ามือของอีกฝ่ายเท่านั้น เมื่อความจริงปรากฏย่อมส่งผลให้มันรู้สึกทั้งโกรธแค้นและเจ็บปวดใจ พร้อมที่มันเองตะโกนเสียงคำรามอันดังกึกก้องออกมา ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความคับแค้นใจกับความโง่เขลาของมันเอง
จากนั้นมาทุกๆวันเวลา มันได้ออกตามล่าหามนุษย์ผู้นั้นเพื่อหวังชำระแค้นนี้ให้สาสม เนื่องจากตอนเจอกันครั้งแรกมันคิดว่าตัวมันประมาทเอง เพราะหากมันยอมร่วมมือกับผู้ติดตามทั้งสองปิดล้อมและเข้าไปรุมฆ่ามนุษย์ผู้นั้นอย่างไม่ถือดี ในเวลานี้มันคงไม่ต้องมานั่งเจ็บปวดและคับแค้นใจ จนกระทั่งการไล่ล่าที่มันรอคอยก็ใกล้จะถึงจุดสิ้นสุดลงเมื่อมันพบเป้าหมายของมันเข้าแล้ว
แต่ทว่าช่วงเวลานั้นดันเป็นยามกลางคืนซะได้ ซึ่งเวลานี้ถือเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อชีวิตของมันเป็นอย่างมาก ดังนั้นมันจึงไม่ผลีพลามทำการใดๆให้อีกฝ่ายรู้ตัว นอกจากเฝ้ามองเป้าหมายด้วยความอาฆาตแค้นเพียงเท่านั้น
แต่สิ่งที่มันพบเห็นจากการต่อสู้เบื้องหน้า กลับส่งผลให้ตัวมันต้องตื่นตกใจเป็นอย่างมากกับความสามารถที่เหนือล้ำของอีกฝ่าย เพราะมนุษย์เพียงคนเดียวกลับสามารถเข้าปะทะกับพวกมนุษย์กลายพันธุ์ในสภาวะคลั่งได้อย่างไม่รู้จักหวาดกลัว ที่สำคัญความเหนือชั้นกว่าที่มนุษย์ผู้นั้นแสดงให้เห็นกับศัตรูร่วมร้อย ซึ่งแม้แต่มันเองก็ไม่มั่นใจว่าจะทำเช่นนั้นได้ ทำให้ตอนนี้มันเริ่มรู้สึกแล้วว่ามนุษย์ผู้นี้ช่างแตกต่างจากมนุษย์ที่มันเคยๆเจอมา นอกจากความแข็งแกร่งที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดแล้ว มนุษย์ผู้นี้ยังมีเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราวจนยากจะคาดคะเน ทำให้มันอดที่จะรู้สึกกังวลขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
ทว่าในช่วงเวลาเดียวกันนั้นเป้าหมายที่เล็งไว้กำลังจะหลบหนีไปจากสายตาของมันอีกครั้ง ด้วยเหตุนี้มันจึงไม่มีความคิดอื่นใดอีกนอกจากจต้องจัดการเป้าหมายให้ได้ก่อนที่จะไม่ทันการ แต่เรื่องก็ไม่เป็นไปตามที่มันคิด เพราะมนุษย์ผู้นั้นกลับหนีรอดไปได้อีกครั้ง และการกระทำเช่นนี้ย่อมส่งผลให้มันนั้นแทบคลั่งตาย ยิ่งรวมกับฉากการต่อสู้ที่เหนือล้ำยิ่งผลักดันให้มันรู้สึกถึงความห่างชั้นกันอย่างเทียบไม่ติด จนแปรเปลี่ยนเป็นแรงผลักดันให้มันจำต้องยกระดับของตนเองเพิ่มขึ้นให้ได้ เพื่อโอกาสที่มันจะชนะในศึกครั้งนี้ จนในที่สุดมันก็ทำสำเร็จกับการยกระดับความสามารถของมันเอง พร้อมๆกับการเผชิญหน้ากันอีกครั้งอย่างที่มันต้องการ
แต่แล้วทั้งๆที่มันคิดว่าตัวมันนั้นแข็งแกร่งขึ้น และอาจจะแข็งแกร่งมากกว่ามนุษย์ที่มันกำลังต่อกรอยู่ด้วยซ้ำ ทว่าทำไมมันถึงยังไม่สามารถฆ่ามนุษย์ผู้นั้นได้อย่างที่มันต้องการ แถมการต่อสู้ยิ่งนานยิ่งยืดเยื้อ ยิ่งส่งผลต่อความเชื่อมั่นของมัน ผลักดันให้มันเริ่มรู้สึกตัวถึงความผิดปกติ จนเมื่อสู้ไปได้สักพักก็ทำให้มันรับรู้ได้ว่า มนุษย์ผู้นั้นกำลังดูถูกเหยียดหยามมัน ไม่ว่าจะกี่ครั้งต่อกี่ครั้งมนุษย์ที่มันรังเกียจก็ยังไม่เคยหยุดเหยียดหยามมันเลยแม้แต่ครั้งเดียว ความแค้นที่สุมอก ความโกรธที่เริ่มครอบงำกลับเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นแรงผลักดันให้มันคลุ้มคลั่งยิ่งขึ้น ยิ่งนานเข้ามันยิ่งไม่สนใจฟังและคิดสิ่งใดอีก นอกจากความต้องการฆ่าเพียงอย่างเดียว
ฆ่าฆ่า ฆ่าฆ่า ฆ่า ฆ่าฆ่า ฆ่า ฆ่า ฆ่าความกระหายเลือดและความต้องการฆ่า ส่งผลให้ความโกรธแค้นเข้าครอบงำจิตใจจนปิดหูปิดตา สติทุกอย่างพลันขาดผึ่งลงในที่สุด พร้อมปลดปล่อยความกระหายอยากดั่งสัตว์ป่า สัมผัสรับรู้ทุกสิ่งเพียงสัญชาตญาณดิบ ความกระหายหิวดั่งผู้อดอยาก เปลี่ยนแปลงทุกอย่างเพียงพริบตา
เบอร์เซิร์กกึกกึกกึกกึกกึกกึกเสียงกระดูกตามร่างกายเคลื่อนขยายไปมาดังลั่นสนั่นหู กล้ามเนื้อทุกมัด เซลล์ทุกเซลล์ถูกกระตุ้นยกระดับ ปรับเปลี่ยนให้มีความยืดหยุ่นและแข็งแกร่งดั่งเหล็กกล้า สติปัญญาที่มอดดับ ก่อเกิดความกระหายอยากดั่งสัตว์ป่าที่มากด้วยสัญชาตญาณดิบที่เฉียบคม สุ่มเสียงรอบข้างดังถี่ชัดเจน สัมผัสรับรู้ทุกรูขุมขนรู้สึกถึงอากาศและความผิดปกติรอบกายได้อย่างน่าเหลือเชื่อ
ความสามารถที่มันได้มาใหม่นี้เพิ่งจะถูกใช้เป็นครั้งแรก โดยที่มันก็ไม่เคยรู้เลยว่าความสามารถนี้มันมีดีอย่างไร ทว่าผลลัพธ์ที่มันได้มาก็เหนือกว่าที่มันคิดไว้ แม้จะต้องสละสติปัญญาที่มีไป แต่แลกมาด้วยความสามารถที่เพิ่มขึ้นจนยากหาผู้ใดมาทัดเทียม เพียงเท่านี้ความแค้นที่มันสุมอกและกักเก็บมานานก็จะได้ถึงเวลาแห่งการปลดปล่อยและระบายออกมาเสียที เบอร์เซิร์กเข้าโหมดสภาวะคลุ้มคลั่งยกระดับความสามารถทุกด้านเพิ่ม 3 เท่า- พละกำลัง 300 เท่า- ความเร็ว 240 เท่า- ไร้สติปัญญา- สัญชาตญาณ 100 เปอร์เซ็นต์
หูมมมมมมมมพรึบบบประกายไฟลุกพรึบตามร่างกาย ขับเน้นความน่าเกรมข้ามผสมปนเปไปกับความอลังการหมุนวนไปดั่งภาพเหนือจิตนาการ ตัวเขาที่เป็นผู้รับชมกลับไม่รู้สึกถึงความสวยงามกับภาพเบื้องหน้า แต่กลับเป็นความรู้สึกขนลุกซู่และสั่นกลัวขึ้นมาแทนดั่งรับรู้ได้กลายๆว่า ศัตรูที่เผชิญอยู่ก่อนหน้าได้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่แม้แต่ตัวเขาเองก็ไม่แน่ว่าจะต่อกรได้
สัมผัสที่รับรู้ได้ทุกรูขุมขนและสัญชาตญาณในส่วนลึกต่างร้องเตือนดังลั่นในจิตใจว่าให้หนี หนีให้เร็ว หนีให้เร็วที่สุด กระนั้นเขากลับไม่ยอมขยับขาวิ่งหนีอย่างทุกทีตามที่เห็นสมควร เสมือนมันเป็นความท้าทายที่กล้าหาญและโง่เขลาในเวลาเดียวกัน เป็นความท้าทายต่อความตายที่ใกล้เพียงแค่เอื้อมมือถึง
โฮกกกกกกกกกกกตูมหลังไฟที่กำลังลุกไหม้เริ่มมอดดับลง สิ่งที่มองเห็นและสัมผัสที่รับรู้ได้จากแรงส่งเพียงเสี่ยวพริบตาคือร่างกายของสิ่งมีชีวิตที่มีขนาดใหญ่ ตามตัวมีผิวออกดำแดง มีควันพวยพุ่งออกมาตามร่างกาย สองมือสองเท้าต่างมีกีบของสัตว์เคี้ยวเอื้องและเรี่ยวแรงอันมหาศาลที่พุ่งโจมตีเข้าใส่เขาอย่างไม่อาจมองตามทัน แรงส่งจากกำลังแขนที่แข็งแกร่งกำยำ กระแทกร่างเขาส่งลอยละลิ่วออกไปนับ 10 เมตรพุ่งกระแทกเข้ากับเสาไฟฟ้าตามข้างทาง อย่างไม่อาจขวางกั้นได้แม้แต่นิดเดียว
ตูมตูมจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นผ่านมาเพียง 3 วินาทีเท่านั้น ตัวเขาที่สติแทบหลุด กลับต้องเร่งเร้าสัญชาตญาณและประสาทสัมผัสโดยไว เพราะเพียงไม่นานกลับปรากฏร่างกายกำยำที่กระแทกร่างของเขาลอยละลิ่วไปก่อนหน้า โผล่มาเหนือหัวพร้อมฆ้อนยักษ์ที่พุ่งแหวกอากาศลงมาหวังทุบทำลายร่างของเขาให้แหลกเป็นจุน
ฟุบตูมมมมฟุบฟุบเคร้งตูมตูมการปะทะดังสนั่นเลือนลั่นก้องสะท้อนไปทั่วบริเวณ ฝ่ายหนึ่งเข้ากระหน่ำทุบทำลาย พุ่งติดตามเป็นสายอย่างไม่ละวาง อีกฝ่ายพยายามถอยหล่นประคับประครองป้องกัน อย่างไม่สู้ดี
ตัวเขาแม้สายตาจะไม่อาจมองเห็นการเคลื่อนไหวของวอโนทอรัสได้ แต่ด้วยความสามารถสัมผัสรับรู้ที่เฉียบคมยิ่งขึ้นจึงยังพอจะจับทิศทางการโจมตีของอีกฝ่ายได้บ้าง แม้จะเป็นเพียงชั่วพริบตาก่อนการโจมตีจะถึงตัวก็ตาม กระนั้นการตอบสนองของเขาที่รวดเร็วก็ยังพอที่จะช่วยปัดป้องแรงกระหน่ำโจมตีถึงตายให้เบาบางลงได้บ้าง
เช่น การโจมตีในครั้งแรกหลังจากที่ไฟกำลังมอดดับลง ตัวเขาที่สังเกตอีกฝ่ายในเปลวเพลิงอยู่ตลอดเวลากับไม่อาจมองเห็นการเคลื่อนไหวใดๆของอีกฝ่ายเลย จนกระทั่งศัตรูเข้ามาในระยะของความสามารถสัมผัสรับรู้ จึงทำให้เขาสามารถตรวจจับการเคลื่อนไหวของอีกฝ่ายได้ แต่ด้วยเวลามันกระชั้นชิดจึงยากที่เขาจะตัดสินใจใช้ตัดระยะหลบหนีออกมาทัน
ดังนั้นเขาจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากใช้หอกฟ้าครามที่มีคุณสมบัติที่ได้รับการเสริมธาตุสายฟ้า คือความยืดหยุ่น เข้ามารับการโจมตีในครั้งนั้นแทน เพื่อหวังลดแรงปะทะและลดผลกระทบที่ตามมาถึงเขาให้น้อยลงที่สุด
ทว่าเขาดันประมาทและคิดไม่ถึงเองว่าความสามารถของอีกฝ่ายที่ถูกยกระดับด้วยโหมดเบอร์เซิร์ก นั้นจะแข็งแกร่งเหนือกว่าที่คาดคิดไปไกล เพราะขนาดแรงกระแทกที่ส่งมาถูกลดทอนด้วยหอกฟ้าครามแล้ว มันยังสามารถส่งร่างเขาให้ลอยกระเด็นไปไกลพร้อมกับอาการบาดเจ็บภายในจนกระอักเลือดออกมาได้อย่างน่ากลัว
แต่ก็ถือเป็นความโชคดีของเขาที่ได้ยกระดับความสามารถฟื้นฟูตนเองจนมากพอที่จะรักษาอาการบาดเจ็บได้อย่างทันท่วงที เพียงใช้เวลาไม่กี่นาทีเท่านั้นร่างกายที่บอบช้ำในทีแรกก็ถูกฟื้นฟูเติมเต็มกลับมาแข็งแรงได้ดังเดิม ทว่าแรงกระแทกและความเจ็บปวดที่ได้รับก็ยากที่จะพูดว่าเขาทนได้ เพราะถ้าจะให้ดีก็ขออย่าให้เขาโดนจังๆแบบนั้นอีกละกัน
แต่อนิจจังตัวเขาก็ยังโดนมันยำเละไม่มีชิ้นดี เสมือนกระสอบทรายที่ไม่มีวันล้มยังไงยังงั้น ด้วยความสามารถที่ฟื้นฟูตนเองได้รวดเร็ว ส่งผลให้ตัวเขาหลังได้รับบาดเจ็บมักจะกลับมาอยู่ในสภาพเดิมภายในไม่กี่นาทีทุกครั้งไป
และการที่เขาไม่ได้รับบาดเจ็บมากมายอะไร (โดนมาเยอะ) ซึ่งขัดกับสภาพของเขาในตอนนี้ที่เละไม่มีชิ้นดี เสื้อผ้าขาดรุ่งริ่ง แทบนับชิ้นไม่ได้นั้น ก็เนื่องมาจากความสามารถฟื้นฟูตนเองที่ช่วยรักษาและสมานบาดแผลได้รวดเร็วจนน่าตกใจเลยส่งผลให้ตัวเขาในตอนนี้มีสภาพฟิตปั๋งดังเดิมอยู่ตลอดเวลา กระนั้นไม่ว่าจะทำอย่างไรตัวเขาก็ยังไม่อาจมองตามความเร็วของอีกฝ่ายทัน ด้วยขอบเขตการรับรู้ที่จำกัดทำให้ไม่อาจสัมผัสรับรู้การเคลื่อนไหวของอีกฝ่ายได้ก่อนที่จะถึงระยะโจมตี ดังนั้นตัวเขาจึงทำได้เพียงแต่ตั้งรับเท่านั้น
ตูมตูมตูมตูมการถูกกระหน่ำโจมตีอย่างไม่มีทีท่าว่าจะจบสิ้นยังดำเนินต่อไป ฝ่ายหนึ่งรุกไล่กระหน่ำหวดทำลายอย่างต่อเนื่อง อีกฝ่ายพยายามหลบหลีกลดแรงปะทะและฟื้นฟูตนเองในทีเดียวด้วยความอึดและถึกทนที่เหนือจินตนาการ
แม้ร่างกายจะฟื้นตัวได้เร็ว แต่ก็อดจะกังวลถึงผลที่ตามมาไม่ได้เช่นกัน เพราะต่อให้ร่างกายของเขาฟื้นฟูได้รวดเร็วเพียงใด หากเขาพลั้งเผลอโดนโจมตีเข้าจังๆโดยไร้ซึ่งการป้องกันจากหอกฟ้าคราม ตัวเขาก็คงหนีไม่พ้นร่างกายแหลกละเอียดเป็นแน่ ยิ่งไปกว่านั้นแม้ความสามารถฟื้นฟูตัวเองจะดีเยี่ยม แต่ด้วยสถานการณ์ที่จำต้องใช้อยู่ตลอดเวลาแบบนี้ เขาก็ยังหวั่นวิตกว่าประสิทธิภาพของการฟื้นฟูอาจจะลดลงจนกระทั่งมันไม่อาจฟื้นฟูร่างกายของเขาได้เร็วดั่งเดิม จนท้ายที่สุดแล้วเขาอาจจะต้องตายด้วยแรงโจมตีอันมหาศาลของศัตรูในชั่วพริบตาก็เป็นได้
End