ณ ใจกลางเมืองหนานจิน งานประมูลถูกจัดขึ้นที่สมาคมปีกนกดั่งเช่นเดิม บริเวณรอบๆสมาคมคับคั่งไปด้วยผู้คนจำนวนมาก คนเหล่านี้ล้วนมารอเพื่อเข้าร่วมงานประมูล เวลาเที่ยงตรงจะเป็เวลาเริ่มประมูลสินค้าชิ้นแรก
ที่หลายคนมางานก่อนเวลา เป็เพราะก่อนถึงเวลาเริ่มงาน มีหลายคนที่นำวัตถุดิบมาประเมินเพื่อเข้าร่วมการประมูลในวันสุดท้ายก่อนงานเริ่ม บางคนไม่ผ่านการประเมินแต่ก็จะมีพ่อค้าแม่ค้าคนกลางมารับซื้อวัตถุดิบที่ไม่ผ่านการประเมินอยู่เสมอ
“ใครที่้าประเมินวัตถุดิบ เชิญเข้าแถวรอด้านนี้”
เสียงของพนักงานหนุ่มดังขึ้น เรียกผู้ที่้าประเมินมาดำเนินการเพื่อไม่ให้เป็การเสียเวลา คนจำนวนหนึ่งรีบต่อคิวเข้าแถวเพื่อรอการประเมินจากผู้เชี่ยวชาญด้านวัตถุดิบของทางสมาคม มีคนต่อแถวอยู่ประมาณเกือบยี่สิบคน แต่ละคนก็เตรียมวัตถุดิบออกมาเตรียมพร้อม แต่ละอย่างก็แตกต่างกันไป มีทั้งสัตว์น้ำ สัตว์บก รวมไปถึงพืชผักผลแปลกๆไม้มากมาย
การประเมินดำเนินการไปตามลำดับ หลายคนผ่านการประเมินก็แสดงความดีใจออกมา นั่นหมายถึงเขาจะขายสินค้าได้ราคาที่ดีกว่าตลาดและได้รับกำไรอย่างแน่นอน บางส่วนที่ไม่ผ่านการประเมิน บางคนก็เลือกที่จะขายให้กับพ่อค้าคนกลาง มีส่วนน้อยที่ไม่ยอมขายและกลับไปมือเปล่า
หลินตงเดินทางมาถึงช้ากว่ากำหนด เนื่องจากเขากะเวลาในการเดินทางผิด เวลานี้ในแถวที่รอการประเมินเหลือเพียงไม่กี่คนเท่านั้น พนักงานคนเดิมะโเรียกผู้จะเข้าร่วมประเมินเป็ครั้งสุดท้าย
หลินตงได้ยินเสียงประกาศก็รีบเดินไปเข้าแถวรอ การประเมินดำเนินไปจนมาถึงหลินตง เขาหยิบเอาสิ่งของออกมาจากกระเป๋าสองกล่อง ทั้งสองกล่องเป็กล่องใสมีขนาดประมาณหนึ่งศอก กว้างและสูงประมาณสามนิ้ว
กล่องแรกบรรจุถั่วงอกต้นอวบอิ่มสีขาวนวลไว้เกือบเต็มกล่อง กล่องที่สองบรรจุผักบุ้งจีนสีเขียวชอุ่มไว้เช่นกัน คนรอบข้างที่อยู่บริเวณนั้นเห็นเหตุการณ์ บางคนก็หัวเราะบางคนถึงกับพูดจาดูถูกออกมา
มีเพียงผู้ประเมินคนเดียวเท่านั้นที่ไม่ได้แสดงท่าทีอะไร เขายืนนิ่งพร้อมกับมองไปยังกล่องสองกล่อง รอบข้างยังเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและคำพูดดูถูกมากมาย
“เงียบ!!”
เสียงของผู้ประเมินดังขึ้นเป็สัญญาณให้อยู่ในความสงบ คนรอบข้างที่กำลังหัวเราะต้องหยุดการกระทำโดยทันที ผู้ประเมินหยิบกล่องทั้งสองขึ้นมาเปิดดูใกล้ๆ เขาจ้องไปยังสิ่งที่อยู่ในกล่องทั้งสองสลับไปมาครู่หนึ่่ง
“สินค้าทั้งสอง ผ่านการประเมิน เข้าร่วมการประมูลได้ เชิญด้านใน”
ผู้ประเมินกล่าวกับหลินตงพร้อมกับผายมือเป็สัญลักษณ์การเชิญเข้าไปด้านใน คนที่เห็นเหตุการณ์ต่างก็ใและสงสัย ทำไมผักธรรมดาๆถึงสามารถผ่านการประเมินไปได้
หลินตงเดินเข้าไปยังด้านในพร้อมผู้ประเมิน ทิ้งความสงสัยไว้ที่เื้ั ด้านในเป็ทางเดินยาวปูด้วยพรมสีแดง ด้านข้างผนังตกแต่งด้วยรูปศิลปะตลอดแนว ทั้งสองเดินมาหยุดอยู่ที่หน้าห้องห้องหนึ่งด้านในสุด
“ขออนุญาตครับ”
“เข้ามาได้”
“ครับคุณหนู”
บานประตูใหญ่ถูกเปิดโดยผู้ประเมิน หลินตงเดินตามหลังผู้ประเมินเข้ามายังภายในห้อง ด้านในสุดมีหญิงสาวนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานกำลังมองไปยังผู้มาเยือน
เธอเป็ผู้หญิงวัยยี่สิบปีกว่าๆอาจจะแก่กว่าหลินตงไม่มาก มีหน้าตาสะสวยราวกับนางแบบ ดวงตาและผมสีแดงฉานเป็เอกลักษณ์ หลินตงรู้ได้ทันที ตระกูลที่ผมและดวงตาสีแดงอันเป็เอกลักษณ์ ควบคุมธุรกิจมากมายในหนานจิน ตระกูลหนิง
หนิงเฟิ่ง บุตรสาวคนเดียวของผู้นำตระกูลหนิงปัจจุบัน พ่อของเธอได้มอบหมายหน้าที่การดูแลการประมูลสินค้า ที่เป็หนึ่งในธุรกิจของตระกูลให้เธอดูแล เพื่อเป็การทดสอบความสามารถของเธอ
“มีอะไร เจียวจ้าน”
หนิงเฟิ่งกล่าวถามพร้อมกับมองไปยังตัวหลินตง เจียวจ้านจึงตอบกลับถึงจุดประสงค์และวางกล่องใสสองกล่องยื่นไปให้หนิงเฟิ่ง
“ต้องรบกวนคุณหนูช่วยตรวจสอบสินค้าสองชิ้นนี้อีกครั้งครับ”
“คนนี้คือคุณหลิน เ้าของวัตถุดิบสองชิ้นนี้ คุณหลินนี่คือคุณหนูจากตระกูลหนิง เป็เ้าของที่นี่ คุณหนูหนิงเฟิ่ง”
“สวัสดีครับ ผมหลินตง”
“สวัสดีค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ”
หนิงเฟิ่งพูดกับเปิดกล่องวัตถุดิบออก ถั่วงอกได้ปรากฏสู่สายตาวินาทีที่มือเรียวงามได้ัักับลำต้น เธอก็ต้องหยุดคำพูดจะที่กล่าวทันที ราวกับเธอต้องมนต์สะกด นิ้วมือค่อยๆลูบไล้ต้นถั่วอย่างแ่เบา เมื่อสงบจิตสงบใจได้แล้ว เธอค่อยๆหันมามองไปยังหลินตงอีกครั้ง
“ขอลองชิมได้ไหม?”
“ได้ครับ”
หลินตงตอบกลับไปด้วยท่าทีที่สขุม หนิงเฟิ่งนำถั่วงอกต้นหนึ่งเข้าปากไป เมื่อฟันได้ทำการบดเคี้ยว ความชุ่มช่ำก็กระจายไปทั่ว ร่างกายของหนิงเฟิ่งหยุดนิ่งชั่วครู่ หลังจากนั้นไม่นานเหมือนกับรางกายของเธอได้รับการเติมเต็ม เธอรู้สึกสดชื่นขึ้นมาก
จบจากถั่วงอกแล้วเธอหันไปมองยังกล่องที่วางอยู่ข้างๆโดยไว กล่องถูกเปิดออกเผยให้เห็นผักบุ้งจีนสีเขียวสดชวนน่ารับประทาน หนิงเฟิ่งหยิบผักบุ้งมาหนึ่งต้น กัดเข้าไปเพียงหนึ่งคำ เธอก็ต้องพบเจอกับประสบการณ์แบบเมื่อครู่อีกครั้ง ไม่นานนักผักบุ้งต้นนั้นก็ย้ายไปอยู่ในกระเพาะของหนิงเฟิ่ง
เธอเงยหน้าขึ้นมามองไปยังหลินตงอีกครั้ง หลินตงรู้สึกเขินเล็กน้อยเมื่อเผลอไปสบตากับเธอ จ้องมองหลินตงครู่หนึ่งจึงหันไปยังเจียวจ้านพร้อมกับออกคำสั่ง
“ถั่วงอกนำไปเป็สินค้าประมูลชิ้นสุดท้ายและสินค้ารองคือผักบุ้ง ตามลำดับ”
“ครับ คุณหนู”
“เจียวจ้าน ไม่ต้องคิดค่าธรรมเนียมของคุณหลิน และเตรียมห้องVIPให้คุณหลินด้วย”
“ครับ คุณหนู”
“ขอบคุณครับ คุณหนู”
“ด้วยความยินดีค่ะ หวังว่าครั้งต่อไปคุณหลินจะมาเข้าร่วมอีกนะคะ”
“ผมจะมาอีกแน่นอนครับ”
“เช่นนั้นกระผมขอตัวก่อนนะครับ คุณหนู”
“เดี่ยวก่อนครับ”
ก่อนที่เจียวจ้านจะพาเขาออกไป หลินตงก็พูดขึ้นเสียก่อน เขาเปิดกระเป๋าออกอีกครั้งและหยิบกล่องใส่ออกมาอีกหนึ่งกล่อง ด้านในบรรจุถั่วงอกไว้เกือบเต็มกล่องยื่นไปให้หนิงเฟิ่ง
“กล่องนี้ผมขอมอบเป็ของขวัญให้คุณหนูหนิงครับ”
หนิงเฟิ่งรับไปด้วยความตะลึง เธอรู้มูลค่าของสิ่งนี้ดี วินาทีแรกที่ได้เห็นเธอยังไม่ค่อยแน่ใจนัก แต่หลังจากที่ได้กินเข้าไป เธอมั่นใจ100เปอร์เซ็น นี่ต้องเป็วัตถุดิบแห่งชีวิตแน่นอน
“ขอบคุณมากค่ะคุณหลิน ขอรับไว้ด้วยความเต็มใจเลยค่ะ”
“เจียวจ้าน ดูแลคุณหลินให้ดี อย่าให้มีอะไรผิดพลาด”
“ครับคุณหนู เช่นนั้นกระผมขอตัวก่อน”
“ไว้พบกันใหม่นะคะ คุณหลิน”
“ครับ”
หลินตงเดินตามเจียวจ้านออกไปยังห้องโถงงานประมูล หลังจากออกจากห้องของหนิงเฟิ่งแล้ว หลินตงค้นพบว่า ทุกสิ่งทุกอย่างมีคุณค่าในตัวของมันเอง อยู่กันต่างที่ต่างเวลาคุณค่าก็ไม่เท่ากัน ดังเช่นเหตุการณ์ที่พึ่งผ่านมา ก่อนหน้าเขาตระเวณนำถั่วงอกไปขายอยู่หลายที่ กลับไม่สามารถขายได้แตกต่างกับตอนนี้
ในห้องของหนิงเฟิ่ง เธอยังรู้สึกงงกับเหตุการณ์พึ่งเกิดขึ้นเมื่อครู่ “วัตถุดิบแห่งชีวิต” พ่อของเธอเคยบอกกับเธอเกี่ยวกับเื่วัตถุดิบแห่งชีวิตเมื่อครั้งตอนเธอยังเป็เด็ก หนิงเฟิ่งได้สติกลับมาก็กดมือถือโทรไปหาใครคนหนึ่ง
เจียวจ้านเดินนำหลินตงมายังห้องVIPหมายเลข5 ภายในห้องมีโซฟาหนังตัวใหญ่วางไว้รอบริการแขกที่มา ตรงที่นั่งสามารถมองเห็นด้านนอกผ่านบานกระจกพิเศษที่มองได้จากภายในเท่านั้น
“เชิญนั่งครับ”
“ขอบคุณครับ”
เจียวจ้านส่งหลินตงเสร็จก็กลับออกไป อีกไม่นานงานประมูลก็จะเริ่มขึ้นแล้ว แขกทุกคนต่างรอคอยด้วยความตื่นเต้น ก่อนงานเริ่มประมาณห้านาทีก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น
“ขออนุญาตค่ะ นายท่าน”
ประตูถูกเปิดออกโดยพนักงานสาวสวย ด้านหลังของเธอยังมีพนักงานสาวอีกสองคน พวกเธอเดินเข้ามาพร้อมกับยกถาดอาหารและเครื่องดื่มมาเสิร์ฟที่โต๊ะ
“เอ่อ…ผมไม่ได้สั่งนะครับ”
“เป็บริการสำหรับแขกVIPค่ะลูกค้า เชิญค่ะ”
“อ่อ ขอบคุณครับ”
อาหารและเครื่องดื่มถูกนำมาเสิร์ฟที่โต๊ะเสร็จ พนักงานสองคนก็กลับออกไปเหลือเพียงหนึ่งคนอยู่ในห้องกับหลินตง พนักงานถอยหลังกลับไปยืนอยู่ด้านข้าง งานประมูลก็ได้เวลาเปิดงานพอดี
“สวัสดีแขกผู้มีเกียรติทุกท่านที่มาร่วมงานประมูลในครั้งนี้ วันนี้เสี่ยวเยว่รับหน้าที่ดำเนินรายการ ขอให้ทุกท่านสนุกกับการประมูล เพื่อไม่ให้เป็การเสียเวลา งั้นเรามาเริ่มงานกันเลยนะคะ”