ตอนที่ 1
"ไหน มาใกล้ๆหน่อยซิลูก มาให้ดูหน้าใกล้ๆหน่อย"
ศศินที่นั่งแอบอยู่ข้างหลังยายชะโงกหน้าออกไปมองผู้เรียกที่นั่งอยู่บนโซฟาเบื้องหน้าก่อนจะถูกดันตัวโดยยายให้ขยับเข้าไปด้านหหน้าผู้เอ่ยเรียกซึ่งเป็หญิงชราผู้มีผมสีขาวโพลนทั่วศีรษะใบหน้าผ่องใสแม้จะมีรอยเหี่ยวย่นตามอายุทว่าดูใจดีโดยเฉพาะรอยยิ้มปรานีที่ส่งมาให้นั้น
"เข้าไปใกล้ๆคุณท่านสิศินลูก กราบท่านฝากเนื้อฝากตัวซะคุณท่านบุษบาท่านเมตตาให้ศินมาอยู่กับยายที่นี่ด้วยได้"
ศศินคลานเข่าเข้าไปใกล้ๆคนที่ยายแนะนำว่าเป็คุณท่านและรู้โดยอัตโนมัติว่าท่านคือเ้าของบ้านที่ศศินต้องมาอาศัยอยู่นับั้แ่บัดนี้พนมมือขึ้นไหว้ทว่ายังก้มหน้างุดมือเหี่ยวย่นตามวัยเอื้อมมาเชยคางศศินให้เงยขึ้นสบสายตาฝ้าฟางตามอายุหากแต่ยังเต็มไปด้วยแววเมตตาเต็มเปี่ยมก่อนท่านจะแย้มรอยยิ้มออกมาน้อยๆอย่างใจดี
"มีเค้าเหมือนสายไม่น้อยนะ ชื่อศศินเหรอลูก"
ศศินไม่กล้าเอ่ยตอบด้วยเพราะความอายและความตื่นกลัวในสถานที่ใหม่ผู้คนใหม่ ทำให้คำพูดหลุดออกจากปากได้ยากยิ่งยิ่งโดยเฉพาะวิสัยไม่ใช่คนชอบพูดอยู่แล้ว
"ตอบคุณท่านไปสิศิน อย่าเอาแต่หลบตาแบบนั้นลูก" ยายบอกเสียงอ่อนศศินจึงเปล่งเสียงตอบเบาๆ
"ครับ"
"เรียกศินก็ได้ค่ะคุณท่าน แกขี้อาย ขี้กลัวไปหน่อย เลยดูพูดน้อย"
"ไม่ต้องกลัวนะลูก ศินมาอยู่กับยายของศินที่นี่ได้อย่างสบายใจเดี๋ยวฉันจะหาโรงเรียนให้ ศินเรียนอยู่ชั้นไหนแล้วลูก"เสียงเย็นๆแสนปรานีของคุณท่านบุษบาทำให้ความตื่นกลัวในใจของศศินลดน้อยลงจึงเริ่มที่จะกล้าตอบท่านมากยิ่งขึ้น
"กำลังจะขึ้นมอหนึ่งครับ"
"ฉันก็ไม่ค่อยจะรู้เื่โรงรงโรงเรียนกับเขาด้วยสิเห็นทีจะต้องวานภาคให้ช่วยดูให้หน่อยแล้ว ไม่ใช่ว่าเขารับสมัครกันไปหมดแล้วรึพาลจะเรียนไม่ทันเพื่อนเอา"
ศศินรับฟังคุณท่านเอ่ยถึงชื่อคนไม่รู้จักคนหนึ่งออกมาเงียบๆโดยไม่พูดอะไรคนที่เอ่ยขึ้นน้ำเสียงเกรงใจคือยายของศศินเอง
"ไม่เป็ไรหรอกค่ะคุณท่าน เกรงใจคุณภาคแค่ที่คุณท่านอนุญาตให้ศินมาอยู่ที่นี่ด้วยก็เป็พระคุณกับเด็กกำพร้ามากแล้ว"เสียงเศร้าๆของยายทำให้ศศินน้ำตารื้นคิดถึงแม่ที่เสียไปอย่างกะทันหันเพราะอุบัติเหตุขึ้นมาทันทีเป็เหตุให้ศศินต้องจากบ้านต่างจังหวัดเข้ามาอยู่ในกรุงเทพกับยายซึ่งเป็ญาติเพียงคนเดียวที่ศศินมีอยู่
"อ้าว นั่นร้องไห้ซะแล้วรึ โถ อย่าร้องไห้เลยลูก แม่เขาไปสบายแล้วศินก็อยู่กับยายกับฉันที่นี่ ไม่เป็ไรหรอกลูกให้คิดซะว่าอยู่บ้านตัวเองนะลูกนะ"มือเหี่ยวย่นวางลงมาบนศีรษะศศินและลูบแ่เบาอย่างปรานี น้ำตาที่ไหลลงมาเงียบๆจึงยิ่งทะลักทลายลงมาอาบแก้มและพาลให้สะอื้นขึ้นใหญ่โต"ร้องไห้ใหญ่เชียว มาลูกมาใกล้ๆนี่"
ศศินถูกดึงไปใกล้คุณท่านที่ก้มลงมาซับใบหน้าด้วยผ้าเช็ดหน้าหอมอ่อนๆกลิ่นน้ำปรุงให้จนแรงสะอื้นเบาบางลงหันมองก็เห็นยายตัวเองกำลังเช็ดน้ำตาป้อยๆอยู่เช่นกัน แน่นอนว่าศศินที่สูญเสียแม่ยายเองก็สูญเสียลูกสาวคนเดียวต่างตกอยู่ในความเสียใจไม่แพ้กัน
"อ้าว สายกลับมาแล้วเหรอ แล้วเป็อะไรน่ะร้องไห้ใหญ่เชียว"น้ำเสียงทุ้มแกมขี้เล่นก้องกังวานขึ้นบ่งบอกความสนิทสนมทำให้บรรยากาศเศร้าในห้องรับแขกชะงักเพราะทุกคนในห้องพร้อมใจกันหันไปมองผู้มาใหม่แม้แต่ศศินยังหยุดร้องไห้แล้วลอบเงยหน้าขึ้นพิจารณาชายหนุ่มตัวสูงผู้มาใหม่เช่นกันและสะดุดเข้ากับคิ้วเข้มคม จมูกโด่งเป็สันเด่นราวกับมีเชื้อลูกครึ่งรับกับใบหน้าคมคายในทันที ผิวสีน้ำผึ้งยิ่งขับให้ทุกส่วนดูเข้มคมมากยิ่งขึ้นรูปร่างสูงใหญ่ที่อยู่บนชุดสูทภูมิฐานราวกับนักธุรกิจในละครโทรทัศน์ที่ศศินเคยเห็นบ่อยๆจนเผลอมองค้างอยู่อย่างนั้นเป็นานก่อนจะหลบตาลงเมื่อถูกดวงตาคู่คมกวาดมามองสำรวจกลับ"นี่เหรอหลานชายสายที่ว่าไปรับมาอยู่ด้วย"
"ใช่ค่ะคุณภาค หลานชายคนเดียวของสายเอง"ยายของศศินเอ่ยตอบผู้มาใหม่และคุณท่านก็ช่วยเอ่ยเสริมว่า
"ภาคมาก็ดีย่ามีเื่จะวานให้ช่วยหน่อย พอดีศินเค้ากำลังจะขึ้นมอหนึ่งจ้ะสายเองก็แก่ ย่าเองก็แก่ไม่รู้เื่รู้ราวเื่โรงเรียนว่าเขาไปสมัครเรียนกันยังไงเลยจะวานให้ภาคช่วยดูให้หน่อย"
"ไหว้คุณภาคสิศิน คุณภาคเป็หลานชายของคุณท่าน เป็เ้านายอีกคนหนึ่งของบ้านนี้"ศศินได้รับการบอกกล่าวจากยายอีก จึงพนมมือขึ้นไหว้ช้าๆหากแต่ยังก้มหน้างุดไม่ยอมเงยหน้าสบสายตาคมกริบของคุณภาค
"สายกลัวจะรบกวนคุณภาคจังเลยค่ะเดี๋ยวสายพาแกไปฝากโรงเรียนใกล้ๆแถวนี้ก็ได้ คงมีโรงเรียนวัดสักที่หรอกค่ะ"น้ำเสียงของยายศศินเต็มไปด้วยความเกรงใจ
"โรงเรียนวัดก็ไม่ได้เข้ากันง่ายๆแล้วนะสายเดี๋ยวนี้เห็นเด็กแย่งกันสอบเข้าให้วุ่น แล้วจะมาเกรงจงเกรงใจอะไรกันสายมาอยู่กับคุณย่าตั้งกี่ปีแล้ว เลี้ยงทั้งพ่อของฉันแล้วก็ฉันจนโตขนาดนี้เื่แค่นี้ทำไมฉันจะช่วยสายไม่ได้" เสียงทุ้มกังวานขึ้นอีกครั้ง
"โถทูนหัว ใจดีกับคนแก่จริง สายขอกราบขอบพระคุณคุณภาคค่ะ"
"อ๊ะๆ อย่ามาไหว้กันให้อายุสั้นนะสาย เื่เล็กๆเองไม่ต้องเกรงใจหรอกไหนขอสัมภาษณ์สมาชิกใหม่หน่อยซิ ชื่ออะไรน่ะเรา"ปลายประโยคหันมามองจ้องศศินตรงๆ
ศศินมัวแต่ใจลอยรับฟังเสียงโต้ตอบของยายกับผู้มาใหม่ที่รู้แล้วว่าคือหลานชายของคุณท่านจึงไม่ทันตั้งตัวในการถูกถามกว่าจะรู้ตัวก็เมื่อมือใหญ่ยื่นมาเชยคางให้เงยขึ้นสบตาคมดุและร่างสูงใหญ่ที่ศศินออกจะทึ่งในคราวแรกขยับมาอยู่ใกล้ๆแล้วในตอนนี้หัวใจดวงน้อยของศศินเต้นตึกด้วยความตื่นเต้นระคนตระหนกเมื่อได้สบดวงตาคมของคุณภาคตรงๆดวงหน้าจึงพยายามก้มงุดในขณะที่สายตาก็พยายามซ่อนหนี
"เอ้าๆ หลบตาใหญ่ กลัวฉันเหรอ หืม"
"ภาคก็ อย่าไปแซวแกสิ แกยังตื่นสถานที่ ไหนจะผู้คนไม่คุ้นหน้า"คุณบุษบาดุหลานชายผู้ขี้แกล้ง
"โอเคๆ ไม่แกล้งแล้ว ชื่ออะไรนะเราน่ะ" มือใหญ่ที่เชยคางถอนออกพร้อมเสียงทุ้มนุ่มเป็มิตรเอ่ยถาม หากแต่ศศินยังเกร็งจึงไม่กล้าเอ่ยตอบจึงถูกแซวเข้าอีก "เอ้า ไม่พูดซะแล้ว"
"ศิน ตอบคุณภาคไปสิลูก" ยายเอ่ยบอกมาอีก
"ศศินครับ ชื่อเล่นชื่อศิน"
"อายุเท่าไหร่แล้ว"
"สิบสามปีครับ"
"พูดเสียงเบาจริง กลัวฉันเหรอ"
"แน่ะ แซวศินอีกแล้ว เดี๋ยวแกก็ได้ร้องไห้อีกหรอก"คุณท่านของบ้านดุหลานชายขึ้นอีก ปลายสายตาศศินเห็นฝ่ามือของท่านฟาดลงที่ท่อนแขนของหลานชายเบาๆพร้อมเสียงหัวเราะของคุณภาคดังขึ้นถึงหน้าจะดุหากแต่กิริยาแม้แต่น้ำเสียงก็ดูใจดีจนศศินคลายความเกร็งลงได้บ้าง
"เดี๋ยวเื่โรงเรียนภาคดูให้นะครับคุณย่า"คุณภาคเอ่ยกับคุณท่านก่อนจะหันไปหายายของศศิน "ไม่ต้องห่วงนะสายเดี๋ยวฉันดูให้ แล้วก็ไม่ต้องร้องไห้ด้วยเข้าใจไหมฉันไม่อยากเห็นน้ำตาสายเลย"
"สายไม่รู้จะขอบคุณคุณท่านกับคุณภาคยังไงดี"
"พูดเหมือนคนอื่นคนไกลกันไปได้" คุณท่านเอ่ยขึ้นเบาๆ
"เอาล่ะภาคต้องขอตัวไปเตรียมตัวก่อนนะครับ มีกินเลี้ยงเย็น"ร่างสูงหันไปพูดกับผู้เป็ย่าและโดยไม่ทันตั้งตัวมือใหญ่ก็วางลงมาที่ศีรษะศศินก่อนเสียงทุ้มนุ่มจะเอ่ยออกมาอ่อนโยน"แล้วเจอกันศิน"
แล้วคุณภาคก็เดินถือกระเป๋าทำงานออกไปจากห้องรับแขกไม่นานฝีเท้าก็ห่างออกไปจนไม่ได้ยินเสียงศศินเผลอเงยหน้าขึ้นมองตามเงี่ยหูฟังจนเสียงฝีเท้าเงียบไปหัวใจที่เต้นตึกอยู่เมื่อสักครู่จึงสงบลง
"พาศินเอาของไปเก็บเถอะสาย เดินทางมาเหนื่อยๆ กินข้าวกินปลาแล้วก็พักผ่อนซะพรุ่งนี้ค่อยว่ากันใหม่"
ศศินถือกระเป๋าใบใหญ่เดินตามยายไปยังหลังบ้านใหญ่ที่ซึ่งบ้านหลังเล็กสองหลังปลูกซ่อนอยู่ยายอธิบายว่าบ้านสองหลังนี้คือบ้านสำหรับคนรับใช้ทุกคนในบ้านมาอยู่รวมกันแยกเป็คนโสดและคนที่อยู่เป็ครอบครัวแต่เพราะศศินเพิ่งมาใหม่และยังเด็กจึงได้รับสิทธิพิเศษให้นอนกับยายที่ฝั่งบ้านพักคนโสดได้
"แต่ตอนดึกศินอย่าออกไปเพ่นพ่านล่ะลูก เกรงใจพี่สร้อยเผื่อเขาเปิดประตูออกมาเจอเราดึกๆเขาจะใ"ยายกำชับเมื่อเข้ามาในห้องพักขนาดไม่ใหญ่ไม่เล็กของยาย
"ครับยาย"
หลังจากยายจัดแจงให้เอาข้าวของเก็บเข้าตู้ศศินก็ถูกยายพาตัวไปที่ครัวเพื่อรับประทานอาหารเที่ยงที่เลยเวลามาจนบ่ายสองโมงแล้วที่นั่นศศินได้เจอกับครอบครัวหนึ่งอันประกอบด้วยป้านี ลุงสุขที่ทำงานในบ้านนี้ั้แ่่หนุ่มสาวจนแต่งงานและมีลูกด้วยกันคือพี่สร้อยทั้งสามอาศัยอยู่ที่นี่และทำงานรับใช้คุณท่านและคุณภาคมาตลอด
"ชื่ออะไรล่ะลูก" ป้านีที่ตักอาหารใส่ถ้วยมาวางไว้ให้เอ่ยถามอย่างใจดี
"ศศินครับ ชื่อเล่นชื่อศิน"
"กินไปด้วยคุยไปด้วยลูกไม่เป็ไรหรอกนะถึงแม่ไม่อยู่แล้วก็มาอยู่กับยายก็ได้ เ้าของที่นี่ท่านใจดีศินไม่ต้องกลัว ป้า ลุงสุข แล้วก็พี่สร้อยไม่ดุ ศินไม่ต้องกลัวนะ"เสียงปรานีของป้านีทำให้ความตื่นกลัวและไม่คุ้นชินในที่ใหม่ของศศินเบาบางลงยกมือขึ้นพนมไหว้อย่างเรียบร้อยทันที
"แม่เค้าสอนมาดีนะพี่สาย กิริยามารยาทเรียบร้อยเชียว" ป้านีเอ่ยชมศศินกับยาย
"ฉันถึงได้เบาใจว่าพามาอยู่ที่นี่ด้วยได้ยังไงล่ะศินเขาเป็คนพูดน้อยเหมือนแม่ ใจอ่อน ขี้อาย ขี้กลัว"
"อยู่นี่ไม่ต้องกลัวนะศิน เรามีกันอยู่แค่นี้แหละ อยู่กันเหมือนครอบครัวป้าเป็แม่ครัว ลุงสุขเป็คนสวนและก็ทำหน้าที่ขับรถให้คุณท่านกับคุณภาคส่วนพี่สร้อยเป็คนทำความสะอาดบ้าน จ่ายตลาด แล้วก็ซักผ้าศินก็คอยช่วยงานที่พอทำได้ก็แล้วกัน เดี๋ยวป้าให้สร้อยมันสอนให้"
"ได้ครับ" ศศินตอบรับทันทีอย่างไม่อิดออดจำได้ถึงคำสอนของแม่ที่บอกว่าถึงจะเป็ผู้ชายแต่งานบ้านก็ต้องทำเป็และเมื่อใดที่ไปอยู่บ้านคนอื่นก็ยิ่งต้องรีบเสนอตัวช่วยงานท่านทันทีคนจะได้รักได้เอ็นดู
"ศินทำอะไรได้บ้างล่ะ หืม"
"งานบ้านทำได้ทุกอย่างครับ ตัดหญ้า ทำสวนก็ทำได้หมดครับ"
"เก่งจริงตัวเท่านี้เอง แม่สอนเหรอ" สร้อยเอ่ยชม
"ครับเพราะแม่ต้องออกไปรับจ้างทำงานศินเลยต้องทำงานบ้านทุกอย่างแบ่งเบาช่วยแม่"ศศินพูดได้มากขึ้นเมื่อได้รับความเมตตาจากครอบครัวป้านีที่ต่างมานั่งคุยด้วยอย่างเป็กันเอง
"ดีเลย งั้นเรามาเป็เพื่อนกันเถอะ พี่จะสอนศินเองว่าต้องทำอะไรบ้างงานก็ไม่มากหรอกเพราะเ้านายมีแค่สองท่านเอง แถมท่านไม่จู้จี้จุกจิกด้วย"ศศินหันไปยิ้มบางๆให้พี่สร้อย หญิงสาวร่างผอมบาง ผิวขาวเหลืองตาเล็กหยีหากแต่ยิ้มอย่างเป็มิตรอยู่ตลอด
"ได้ทีเลยนะนังสร้อย แหม หาพวกมาช่วยงานเชียว ค่อยๆสอนน้องไปล่ะไม่ใช่จะโยนๆงานให้แล้วตัวเองไปนั่งคุยโทรศัพท์กับผู้ชายถ้าข้ารู้ว่าเอ็งแอบอู้แล้วโยนงานให้ศินนะข้าตีเอ็งหลังลายแน่"ป้านีคาดโทษลูกสาว
"รู้แล้วล่ะน่าแม่ ยังไงศินก็ทำได้แค่ไม่กี่อย่างหรอกเพราะส่วนของคุณภาคคงยังให้แตะไม่ได้เกิดเอาของไปวางไว้ผิดที่คุณภาคหาไม่เจอจะโดนดุเอาจนร้องไห้ขี้มูกโป่ง"คำพูดของพี่สร้อยที่เอ่ยถึงคุณภาคเรียกความสนใจของศศินได้เป็อย่างมากจนชะงักตั้งใจฟัง
"เอ็งอย่ามานินทาเ้านายที่นี่นะนังสร้อย"ป้านีดุลูกสาวที่ทำหน้าไม่พอใจหากแต่ไม่เถียงแม่กลับ
"ก็แค่อยากให้ศินระวังไว้"สร้อยพูดเสียงอ่อยแล้วหันมาแตะบ่าศศินเบาๆก่อนเอ่ยบอก "นี่ศินจำไว้นะถ้าเกิดวันนึงได้เข้าไปทำความสะอาดห้องคุณภาคหยิบจับอะไรให้จำให้ดีๆแล้ววางไว้ที่เดิมให้ถูกที่ ไม่งั้นจะโดนคุณภาคดุเอาได้คุณภาคไม่ชอบให้ของไม่อยู่ที่เดิมเพราะคุณภาคจะหาไม่เจอ ห้ามลืมเด็ดขาด"
"ครับ" ศศินรับคำพร้อมจดจำให้ขึ้นใจในทันทีรับรู้ว่าคุณภาคคงเป็คนดุมากคนหนึ่งดุพอๆกับสายตาที่ศศินเผลอมองสบตอนพบกันครั้งแรกนั่น
ศศินทานข้าวเสร็จและเก็บล้างถ้วยชามช่วยป้านีในครัวก็ถึงเวลาเตรียมอาหารเย็นจึงอยู่ช่วยป้านีในครัวต่อที่นั่นศศินได้รับการถ่ายทอดเื่ราวกฎระเบียบและนิสัยใจคอของเ้าของบ้านทั้งสองจนครบถ้วนและได้รู้ว่าคุณภาคเองก็สูญเสียคุณพ่อกับคุณแม่ั้แ่ยังเล็กโดยมีคุณย่าและพี่เลี้ยงอย่างคุณยายของศศินดูแลมาั้แ่เด็กจนโตเพราะอย่างนี้คุณภาคเองจึงรักและสนิทสนมกับยายของศศินเป็อย่างมาก
ถึงจะเป็วันแรกที่ย้ายเข้ามาในบ้านใหม่ในเมืองกรุงหากแต่ศศินก็หลับได้อย่างสนิทเพราะความอ่อนเพลียและความปรานีของผู้คนจนไม่ต้องเก็บทุกอย่างมากังวลและตื่นพร้อมยายในเช้าวันใหม่เพื่อเข้าครัวไปช่วยป้านีและครอบครัวทำงานตามแต่จะได้รับมอบหมาย
#ศศิน
100%
……………………………………….
ฝากเื่ใหม่ด้วยนะคะปมไม่หนักมีความละมุนละมัยน่ารัก^^