ไป๋ลู่รู้จักนิสัยของเสิ่นซินลั่วดีเหลือเกิน
เธอเดินออกจากลิฟต์ ตั้งใจไม่เลี้ยวกลับห้องพักของตัวเอง แต่เดินตรงไปยังเคาน์เตอร์พยาบาลแทน
"คุณน้าพยาบาลคะ พี่สาวหนูอยู่ห้องไหนเหรอคะ? เสี่ยวลู่เป็ห่วงพี่ อยากไปเยี่ยมพี่ค่ะ"
เพียงแค่เห็นแม่กวางน้อยยืนกะพริบตาปริบๆ หัวใจพยาบาลสาวใหญ่ก็อ่อนระทวย
"ห้อง 308 จ้ะ อยู่ติดกับห้อง 307 ของเสี่ยวลู่เลยนะ"
"อื้อ เสี่ยวลู่ทราบแล้วค่ะ" ปากบอกทราบ แต่ตัวกลับยืนบิดไปมาไม่ยอมขยับไปไหนท่าทางดูอึกอักพิกล
คุณน้าพยาบาลเห็นท่าไม่ดีจึงถามขึ้น "เสี่ยวลู่อยากให้น้าไปเป็เพื่อนไหมจ๊ะ?"
ไป๋ลู่พยักหน้าเบาๆ กัดริมฝีปากล่างแน่น "อื้อ... พี่สาวต้องโกรธมากแน่ๆ คุณแม่ก็คงโมโห... เสี่ยวลู่ไม่กล้า..."
เหล่าพยาบาลที่นั่งอยู่แถวนั้นต่างลอบมองหน้ากัน สายตาเต็มไปด้วยความเห็นใจระคนโกรธแค้น ในแวดวงพยาบาลขาเม้าท์ เื่ของไป๋ลู่คือหัวข้อเด็ดที่ติดโผอันดับหนึ่งในทุกสัปดาห์ เมื่อพูดถึงเื่ของไป๋ลู่ ปฏิกิริยาของทุกคนแทบจะเป็ไปในทิศทางเดียวกัน คือ ของขึ้น!
ลำพังแค่คุณหมอเย่ที่เป็ติ่ง คอยออกตัวปกป้องดาราในดวงใจอาจดูเหมือนเป็ความลำเอียงของแฟนคลับ แต่ความจริงที่ไป๋ลู่ถูกกระทำน่ะ คนรอบข้างรวมถึงเ้าหน้าที่ผู้ดูแลทุกคนต่างรู้กันดี!
ประวัติ 'ลูกสาวแห่งชาติ' ของไป๋ลู่ ใครบ้างจะไม่รู้?
ั้แ่เติบโตมาในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า พอหกขวบก็โดนรองผู้กำกับเสิ่นหยางหงรับไปอุปการะ ไม่นานหลังจากนั้นก็ได้ถ่ายโฆษณาไอศกรีมจนโด่งดังเป็พลุแตก
ตลอดเวลากว่าสิบปี น้องทำงานหนักตัวเป็เกลียว หัวเป็น๊อต โหมถ่ายโฆษณาและละครนับไม่ถ้วน
ต่อให้ไม่ใช่แฟนคลับก็ดูออกว่าในหนึ่งปีไป๋ลู่แทบจะไม่ได้พักผ่อน ทำงานงกๆ จนแทบไม่ได้ไปโรงเรียน แค่เปิดทีวีก็เจอหน้าเธอทุกช่องแล้ว
ไม่แปลกที่ชาวบ้านร้านตลาดเขาจะกังขาในเจตนาของผัวเมียตระกูลเสิ่น เด็กกำพร้ามีเป็ร้อยเป็พัน ทำไมถึงเจาะจงเลือกไป๋ลู่?
ก็คงเพราะเห็นแววความฉลาดน่ารัก เลยตั้งใจปั้นให้เป็ดาราเด็ก
เพื่อหลอกใช้เธอเป็เครื่องจักรผลิตเงินเข้าบ้านเสิ่นไม่ใช่เหรอ!
ปริมาณงานมหาศาลขนาดนี้ ผู้ใหญ่ยังเืตากระเด็น นับประสาอะไรกับเด็กตัวกระเปี๊ยก!
ฉันยืนมองจากดาวอังคารยังรู้เลยว่าเจตนาในการรับเลี้ยงไป๋ลู่ของพ่อแม่บุญธรรมคู่นั้นมันสกปรกสิ้นดี
แถมที่หมอเย่พูดจาพล่อยๆ วันนี้ มันก็เข้าเป้าเสิ่นซินลั่วทั้งนั้น ยัยนั่นเทียบไป๋ลู่ไม่ได้สักอย่าง ถ้าไม่ขี้อิจฉาน้องสาวตัวเองสิถึงจะแปลก
เสี่ยวลู่ผู้น่าสงสาร... ต้องทนรองรับอารมณ์และการกลั่นแกล้งสารพัด แต่กลับยังต้องคอยระวังท่าทีเพื่อเอาใจคนบ้านนั้นอีก
บ้านเสิ่นนี่มัน... ขุมนรกชัดๆ !
คุณน้าพยาบาลคิ้วขมวดมุ่น คว้าข้อมือเล็กของไป๋ลู่หมับ
"ไม่ต้องกลัว! น้าไปเป็เพื่อนหนูเอง!"
ไป๋ลู่เดินตามพยาน... อะแฮ่ม ไม่ใช่ เดินตามคุณน้าพยาบาลมาจนถึงหน้าห้องพักฟื้นของเสิ่นซินลั่ว
แต่ทว่า... ข้างในกลับเงียบกริบ
ไป๋ลู่ชะงักไปเล็กน้อย
แปลกแฮะ... ปกติตามนิสัยของเสิ่นซินลั่ว แล้ว ตอนนี้ต้องอาละวาดฟาดงวงฟาดงาสาปแช่งเธอให้ตายไปแล้วสิ
วันนี้มาทรงไหนเนี่ย?
แกร๊ก—
คุณน้าพยาบาลเข้าใจว่าไป๋ลู่คงไม่กล้าเข้าไป จึงอาสาผลักประตูห้องให้
โรงพยาบาลเอกชนเครือฮั่วกรุ๊ป มหาเศรษฐีอันดับหนึ่ง สภาพห้องพักย่อมไม่ธรรมดา ภายในหรูหราราวกับห้องสวีทในโรงแรมห้าดาว
โซนห้องรับแขกไม่มีคน ไป๋ลู่กับคุณน้าพยาบาลจึงค่อยๆก้าวเท้าเข้ามาอย่างเงียบเชียบ
"แม่!"
เสียงกรีดร้องแหลมปรี๊ดของเสิ่นซินลั่วดังทะลุออกมาจากห้องนอน
ไป๋ลู่แสร้งทำเป็สะดุ้งโหยง รีบมุดไปหลบหลังคุณน้าพยาบาล... แล้วลอบยิ้มมุมปาก
หึหึ ยัยเสิ่นซินลั่ว เธอนี่ไม่เคยทำให้ฉันผิดหวังจริงๆ!
ช่างเป็เด็กดีอะไรอย่างนี้!
"ในเมื่อแม่เชื่อว่าหนูไม่ได้โกหก ทำไมยังต้องบังคับให้หนูไปขอโทษนังไป๋ลู่ด้วย?! ถ้าหนูไปขอโทษมัน ก็เท่ากับยอมรับข้อกล่าวหาสิคะ!"
เมื่อเทียบกับความสติแตกของลูกสาว น้ำเสียงของอู๋ลี่ผิงกลับเยือกเย็นจนน่าขนลุก
"แกจะขอโทษหรือไม่ หลักฐานมันก็มัดตัวแกแ่าแล้ว ดูสายตาหมอกับพยาบาลที่มาทำแผลให้แกวันนี้ก็น่าจะรู้เื่แล้วสิ! ไม่มีใครเขาเชื่อแกหรอก ต่อให้แกวิ่งไปให้รถชนตายตอนนี้ ก็ไม่มีใครเชื่อน้ำหน้าแก ที่สำคัญแกก็ยังรอด มานั่งทำหน้าซื่อบื้ออยู่ได้"
"แม่! แม่—"
"เงียบซะ! ที่ฉันสั่งให้แกไปขอโทษไป๋ลู่ คือการช่วยแก ไม่ใช่ทำร้ายแก"
"แต่ว่า... มันน่าอายจะตาย ให้หนูไปก้มหัวให้ไป๋ลู่เนี่ยนะ..."
"แล้วแกอยากจะแค่ขายหน้า หรืออยากจะชื่อเสียงป่นปี้ หมดอนาคตในวงการบันเทิงไปเลยล่ะ?"
คุณน้าพยาบาลที่ยืนอยู่หน้าประตูหันขวับกลับมาทันที แววตาเต็มไปด้วยความตกตะลึง
ไป๋ลู่เม้มริมฝีปากแน่น ขอบตาเริ่มแดงระเรื่ออย่างน่าสงสาร
แต่ภายในห้อง น้ำเสียงดูแคลนและเฉื่อยชาของอู๋ลี่ผิงยังคงดังต่อเนื่อง เป็น้ำเสียงที่ไป๋ลู่คุ้นเคยดีเหลือเกิน
"ถึงแม่นั่นมันจะฉลาดทันคน แต่ปมด้อยของเด็กกำพร้า คือมันโหยหาความรักจากครอบครัวมากเกินไป เพราะงั้นไม่ว่าเราจะทำเื่เลวร้ายกับมันแค่ไหน ขอแค่แบ่งเศษความอบอุ่นให้มันนิดๆ หน่อยๆ มันก็จะกลับมาทำตัวเชื่องๆ ยอมเป็ต้นไม้ผลิตเงินให้บ้านเสิ่นของเราด้วยความเต็มใจ ยอมหาเงินให้พวกเราเสวยสุขกันต่อไปแล้ว"
"แต่ครั้งนี้มันไม่เหมือนกันนี่คะแม่!"
อู๋ลี่ผิงกดเสียงต่ำลง "ไม่เหมือนกันตรงไหน"
"ครั้งนี้...หนูเกือบจะฆ่าคนตายเลยนะ..."
เพราะความรู้สึกผิดในใจ หรืออาจจะแค่กลัวความผิด เสียงของเสิ่นซินลั่วจึงเบาหวิวลงเรื่อยๆ
อู๋ลี่ผิงแค่นหัวเราะในลำคออย่างเ็า
"พูดถึงเื่เกือบตาย นี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกของแม่นั่นสักหน่อย ตอนเด็กๆ มันดื้อด้าน พ่อแกจัดการมันยังไง แกก็เห็นนี่ พ่อแกใช้หมอนกดให้เด็กไป๋ลู่ได้ลิ้มรสความตายมาตั้งกี่ครั้งแล้ว สิบกว่าครั้ง? หรือยี่สิบกว่าครั้ง? พ่อแกเองยังจำไม่ได้เลยด้วยซ้ำ"
"ไหนจะตอนที่มันอายุสิบสอง โรคเดิมกำเริบ ประท้วงไม่ยอมถ่ายละคร พ่อแกก็ใช้หมอนกดจนมันเกือบตายคาที่ ขาดอากาศหายใจจนหัวใจหยุดเต้น ต้องหามส่งห้องฉุกเฉินปั๊มหัวใจกันวุ่นวายกว่าจะกู้ชีพกลับมาได้"
"ตอนมันอายุสิบห้า เพราะอีแค่กระโปรงตัวเดียวที่ทำให้แกไม่พอใจ แม่โมโหเลยถีบมันตกบันได สมองกระทบกระเทือน ซี่โครงหักจนเกือบจะทิ่มปอด หมอก็บอกเองไม่ใช่เหรอว่าการที่มันรอดมาได้ถือว่าปาฏิหาริย์แล้ว"
"ปีก่อน นังไป๋ลู่งอแงจงใจไม่ช่วยแกแย่งบท แกก็ร้องไห้จะเป็จะตาย มันถ่ายละครเสร็จแล้วแกยังร้องไห้อยู่เลย พ่อแกของขึ้นสั่งงดข้าวมันตลอดทั้งสัปดาห์ พอส่งโรงพยาบาล หมอก็พูดเหมือนกันไม่ใช่เหรอว่ามันเกือบไม่รอด"
น้ำเสียงของอู๋ลี่ผิงเต็มไปด้วยความเหยียดหยามราวกับกำลังพูดถึงสัตว์สี่ขาตัวหนึ่ง
"มีอะไรไม่เหมือนกัน? เจอมาเยอะขนาดนี้แล้ว เด็กนั่นมันไม่ชินก็ต้องชิน"
คุณน้าพยาบาลตัวสั่นเทิ้มด้วยความโกรธจนแทบจะคุมสติไม่อยู่
ไป๋ลู่เองก็มึนงงไปชั่วขณะ
เฮ้ย...
ฉันแค่จะพาพยานมาดูความตอแหลของเสิ่นซินลั่วเฉยๆ กะว่าวันหลังตอนกำแพงล้ม คนจะได้ช่วยกันกระทืบซ้ำ ให้เหล่าพยาบาลช่วยกันเติมเชื้อไฟคนละไม้คนละมือในแคมเปญ 'เสิ่นซินลั่วไปลงนรกซะ'
แต่ไม่คิดเลยว่า... สองแม่ลูกนี่จะเล่นใหญ่ะเิตัวเองตูมตามขนาดนี้!
ในห้องนั้น อู๋ลี่ผิงที่ไม่รู้เลยว่ามัจจุราชมายืนรออยู่หน้าประตู ยังคงพร่ำสอนลูกสาวต่อ
"พูดกันตามตรง ไป๋ลู่มันก็แค่เด็กกำพร้าเหม็นเน่าคนหนึ่ง ซินลั่ว... แกแค่ต้องยอมลดตัวลงมาหน่อย แกล้งบีบน้ำตาสักนิด แล้วขอโทษไปส่งๆ เดี๋ยวไป๋ลู่ก็ใจอ่อน คราวนี้ไม่ใช่แค่จะยกโทษให้แก แต่มันยังจะกลับมากระดิกหางขอความเมตตาจากบ้านเราเหมือนสุนัขตัวหนึ่งนั่นแหละ"
ปึ๋ง!!……
เสียงเส้นความอดทนของคุณน้าพยาบาลขาดผึง เธอม้วนแขนเสื้อขึ้นเตรียมพุ่งเข้าไปตบสั่งสอนมนุษย์ป้าใจอำมหิต
ไป๋ลู่เห็นท่าไม่ดี รีบแสร้งทำตัวสั่นงันงกเหมือนลูกนกตกน้ำ ร้องไห้กระซิกๆ ใช้แรงทั้งหมดที่มีรั้งเอวคุณน้าพยาบาลเอาไว้
เดี๋ยว! อย่าเพิ่งใจร้อนสิขุ่นน้า ฟังต่ออีกหน่อย!
ไม่แน่อีป้าอู๋ลี่ผิงอาจจะคายความลับอะไรออกมามากกว่านี้ก็ได้นะ!
คุณน้าพยาบาลชะงัก หันกลับมากอดร่างเล็กที่สั่นเทาไว้อย่างปวดใจ "เสี่ยวลู่ไม่ต้องกลัวนะลูก... หนูโดนทำร้ายมามากเกินไปแล้ว"
บทสนทนาอันโหดร้ายของสองแม่ลูกตระกูลเสิ่น ไม่ได้ทำให้ไป๋ลู่รู้สึกสะทกสะท้านแต่อย่างใด
ตรงกันข้าม... อ้อมกอดที่อบอุ่นและสั่นเทาเพราะความโกรธแทนเธอของคุณน้าพยาบาลคนนี้ต่างหาก ที่ทำให้ไป๋ลู่รู้สึกน้ำตารื้นขึ้นมาจริงๆ
ชาติก่อน... มีแฟนคลับแบบคุณน้าพยาบาลนับไม่ถ้วนที่คอยเป็ห่วงเป็ใยเธอ แต่เธอกลับทำให้พวกเขาเสียใจ และทำให้พวกเขาต้องผิดหวังจนหนาวเหน็บไปถึงขั้วหัวใจ
เธอเบื่อหน่ายวงการมายา จึงไม่อธิบายแก้ต่างใดๆ เล่นละครฉากใหญ่ส่งตัวเองเข้าไปขังอยู่ในโรงพยาบาลจิตเวช โดยไม่เคยนึกถึงจิตใจของแฟนคลับที่รักและภักดีต่อเธอเลย
ไป๋ลู่ซุกหน้าลงกับไหล่ของคุณน้าพยาบาล ฟังเสียงสะอึกสะอื้นของอีกฝ่าย ในใจพลันรู้สึกผิดอย่างรุนแรง
ชาติก่อนเธอยึดคติ 'ช่างแม่ง' ปล่อยวางทุกอย่าง ไม่แก่งแย่งชิงดีกับใคร
หลังจากได้เกิดใหม่ เธอก็ไม่ได้มีความทะเยอทะยานในวงการบันเทิงมากนัก เพียงแต่รู้สึกว่าชาติก่อนคว้าตำแหน่งราชินีจอเงินมาครองได้แล้ว ถือว่าประสบความสำเร็จสูงสุดในฐานะนักแสดงแล้ว
ชาตินี้... เธอขอแค่ได้แก้แค้นพวกคนชั่ว และตามหาพ่อแท้ๆ ให้เจอ ก็คงพอแล้วมั้ง?
ไม่ได้สิ!
จะทำให้แฟนคลับที่รักฉันต้องผิดหวังซ้ำสองไม่ได้!
ทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็ของฉัน... ฉันจะต้องทวงคืนและปกป้องมันไว้!
ในวินาทีนี้... ภายในจิตใจของไป๋ลู่ที่ได้เกิดใหม่ เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่
และในขณะเดียวกัน แผนการอันยิ่งใหญ่แผนหนึ่ง ก็ค่อยๆ งอกงามขึ้นมาเงียบๆ ในส่วนลึกของความคิดเธอ