ในยุคสมัยที่โลกถือกำเนิดเผ่าพันธุ์แรกที่ถือกำเนิดคือเผ่าเทพพวกเขาเมื่อถือกำเนิดมาก็พลังที่สามารถขับเคลื่อนูเาย้ายทะเลได้อย่างง่ายดายและเทพแต่ละองค์ล้วนแต่มีพลังไม่เหมือนกันหนึ่งในนั้นคือตัวตนสูงสุดผู้ปกครองสรวง์ ผู้อยู่จุดสูงสุดของเผ่าเทพ
ภายใต้การปกครองของผู้ปกครองสรวง์ผู้นี้เผ่าเทพก็อยู่ในกฎระเบียบมาโดยตลอดเหล่าทวยเทพในยุคนั้นค่อนข้างที่จะเบื่อหน่ายอย่างมากจึงพากันเที่ยวออกไปทั่วโลกสร้างสถานที่ต่างๆเอาไว้ตามที่ต่างๆ
เวลาผ่านไปสิ่งมีชีวิตมากมายเริ่มถือกำเริดเริ่มจากปีศาจ ภูติ และมนุษย์ทวยเทพที่เห็นสิ่งมีชีวิตที่มีสติปัญญาสูงถือกำเนิดก็เกิดความยินดีบางคนเริ่มที่จะเข้าควบคุมเผ่าปีศาจให้ทำการต่อสู้กับเผ่าอื่นเพื่อความสนุกของตัวเอง
ภายหลังผู้ปกครองสรวง์ได้ออกคำสั่งห้ามไม่ให้หนึ่งในทวยเทพเข้ามายุ่งเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตเบื้องล่างตามใจอีกแต่นั่นก็ทำให้ทวยเทพกลุ่มหนึ่งโกรธและไม่สนใจข้อห้ามสุดท้ายผู้ปกครองสรวง์ได้ลงมือเพียงแค่การโจมตีเดียวก็สามารถสังหารเทพที่แท้จริงคนหนึ่งให้กายดับิญญาสลายได้ง่ายๆ
นี่ทำให้เป็การย้ำเตือนว่าผู้ปกครองสรวง์ผู้นี้มีความแข็งแกร่งแค่ไหนแต่เพราะการเข้าแทรกแซงนี้ทำให้มนุษย์และปีศาจเกิดความโกรธแค้นชิงชังกันมาโดยตลอดมีากันมาไม่หยุด
แต่ในยุคนี้สามเผ่าเบื้องล่างยังไม่สามารถฝึกฝนได้ฝ่ายปีศาจได้เปรียบในเื่กำลังของคนๆหนึ่งเพราะปีศาจเกิดมามีร่างกายแข็งแรงส่วนมนุษย์นั้นอ่อนแอแต่เผ่ามนุษย์กลับฉลาดเริ่มใช้สมองในการต่อสู้วางแผนมากมายร้างอาวุธาขึ้นมาทำให้าของสองเผ่าสมดุลมากขึ้น
เหล่าทวยเทพที่ได้แต่มองดูสิ่งที่เกิดขึ้นด้านล่างบ้างก็มีความสุขบ้างก็เกิดความสงสารมีอารมณ์ที่ต่างกันแต่อยู่ๆวันหนึ่งผู้ปกครองสรวง์ที่หายไปนานได้ปรากฏตัวอีกครั้งพร้อมกับมนุษย์คนหนึ่ง
ผู้ปกครองสรวง์ได้เปิดเผยความลับ์กับทวยเทพว่าชายหนุ่มเผ่ามนุษย์คนนี้ได้ถือกำเนิดเป็เทพแล้วและยังเป็เทพผู้ควบคุมโชคชะตาอีกด้วย
เหล่าทวยเทพที่ได้รู้บ้างก็โกรธบ้างก็ใบางคนที่โกรธเพราะมองสามเผ่าเบื้องล่างเป็เพียงหนอนแมลงเป็เพียงทาสเท่านั้นไม่เคยมีความคิดว่าเผ่ามนุษย์จะสามารถเป็เทพได้
ผู้ปกครองสรวง์เบื่อหน่ายกับทัศนคติของเผ่าเทพเหล่านี้ทำเป็ไม่สนใจและวางรากฐานให้กับเทพแห่งโชคชะตาเมื่อเทพแห่งโชคชะตามีรากฐานมีความแข็งแกร่งระดับหนึ่งทวยเทพกลุ่มหนึ่งก็ยอมรับในตัวตนของเทพแห่งโชคชะตาผู้นี้
ต่อมาผู้ปกครองแห่งสรวง์ก็หายตัวไปอีกครั้งพร้อมกับในวันหนึ่งอยู่ๆบนท้องฟ้าของโลกเบื้องล่างก็มีฝนสีทองตกลงมาอย่างต่อเนื่องโลกเบื้องล่างที่ไม่มีพลังฟ้าดินอยู่ๆก็ถูกปกคลุมไปด้วยพลังฟ้าดินและยังมีทักษะฝึกฝนจำนวนหนึ่งปรากฏตามทวีปต่างๆ
สุดท้ายทวยเทพกลุ่มหนึ่งก็รู้ความจริงว่าเป็ฝีมือของผู้ปกครองสรวง์ผู้ปกครองคนนี้ได้สละร่างและพลังของตนเพื่อสร้างเป็ฝนสีทองก่อให้เกิดปราณฟ้าดินทำให้สามเผ่าระดับล่างสามารถฝึกฝนได้และอาจจะสามารถกลายเป็เทพได้ในอนาคต
และนี่ทำให้เกิดความแตกแยกของสรวง์ฝ่ายหนึ่งออกความเห็นให้ทำการสังหารสามเผ่าที่คิดอยากจะฝึกฝนให้หมดอีกฝ่ายทำตามความปรารถนาของผู้ปกครองสรวง์ปล่อยให้สามเผ่าฝึกฝนได้ตามใจ
นี่ทำให้เริ่มมีการโต้เถียงกันมายาวนานหลายปีสุดท้ายก็เริ่มต่อสู้กันาในตอนแรกเริ่มแค่การต่อสู้ของทวยเทพจากนั้นสรวง์ก็ถูกแยกออกเป็สองส่วนภายหลังมีทวยเทพที่เริ่มตกตายไปจำนวนมากทำให้เผ่าเทพเริ่มลดน้อยลงสุดท้ายจึงลงมาเบื้องล่างเพื่อเชิญให้สามเผ่าระดับล่างมาช่วยต่อสู้
ทวยเทพที่เป็ฝ่ายของผู้ควบคุมโชคชะตาได้เชิญสามเผ่าระดับล่างให้มาร่วมมือกันต่อสู้กับศัตรูเพื่ออนาคตของสามเผ่าแต่เผ่าปีศาจกลับปฏิเสธและหันไปร่วมมือกับทวยเทพที่เคยคิดจะทำลายพวกเขาแทน
ส่วนเผ่าภูตินั้นรักสงบไม่อยากยุ่งเื่ของาจึงมีเพียงมนุษย์ที่ติดตามเทพผู้ควบคุมโชคชะตาฝึกฝนและเข้าร่วมา
ภายหลังมนุษย์และปีศาจเริ่มมีคนบรรลุระดับเทพขึ้นมาฝ่ายมนุษย์มีเทพกระบี่และเทพดาบสองคน ส่วนฝ่ายปีศาจมีเทพปีศาจสังหารและเทพปีศาจอสรพิษที่ขึ้นมาบนสรวง์
าเรียกได้ว่ารุนแรงมากขึ้นสองเผ่าอย่างมนุษย์และปีศาจก็ยิ่งเกลียดชังกันมากขึ้นกองกำลังมากมายในเผ่ามนุษย์เริ่มถือกำเนิดสำนักนิกายถูกก่อตั้งและล่มสลายไปในา
ขณะที่าเรียกได้ว่าสูสีเทพาที่อยู่ฝ่ายเดียวกับเผ่ามนุษย์ได้ทรยศสังหารเทพผู้ควบคุมโชคชะตาทำให้าเปลี่ยนไป
เพื่อปกป้องเผ่ามนุษย์และสหายจากเผ่าเทพเทพแห่งโชคชะตาใช้พลังสุดท้ายของตนปรับเปลี่ยนโชคชะตาช่วยเหลือให้เหล่าสหายอย่างเทพกระบี่ได้อาศัยโอกาสนี้ผนึกทวยเทพฝ่ายศัตรูเอาไว้ได้แต่ถึงแบบนั้นราคาที่ต้องจ่ายก็คือร่างเทพของพวกเขาสลายไปและิญญาเข้าสู่การหลับใหล
ก่อนิญญาของทวยเทพจะหลับใหลได้ให้เผ่ามนุษย์ที่เป็ผู้ติดตามของตนเองหรืออีกนามเรียกว่าตระกูลผู้พิทักษ์ได้ผลัดกันทำการเข้าพิทักษ์ผนึกเอาไว้ทุก่เวลา100 ปีเพื่อความปลอดภัย
ซึ่งตระกูลเมิ่งที่ถือเป็ตระกูลผู้ติดตามเทพผู้ควบคุมโชคชะตาได้เข้ามาเฝ้าพิทักษ์เป็อันดับแรกผลคือเมื่อเวลาผ่านไป 100 ปี ตระกูลผู้พิทักษ์อื่นๆกลับไม่ยอมเปิดประตูเข้ามาในผนึกเพื่อผลัดเปลี่ยนกับตระกูลเมิ่ง
ทำให้ตระกูลเมิ่งที่อยู่ในผนึกโกรธอย่างมากแต่ก็ทำอะไรไม่ได้เพราะหากฝืนทำลายประตูออกไปผนึกก็จะได้รับความเสียหายและยิ่งอยู่ในผนึกแห่งนี้นานมากเท่าไหร่อายุขัยของผู้คนในตระกูลเมิ่งก็ยิ่งสั้นลงมากขึ้นเท่านั้น
เวลาผ่านไปหมื่นปีเหล่าตระกูลผู้พิทักษ์อื่นๆล้วนแต่เจริญรุ่งเรืองขึ้นพวกเขาก่อตั้งสำนักนิกายเป็ของตัวเองและยังแย่งชิงถ้ำ์ซึ่งเป็โลกภายในของเหล่าทวยเทพที่ตายไปใน่าได้จำนวนมากทำให้พวกเขากลายเป็กองกำลังที่แข็งแกร่งสามารถปกครองเผ่ามนุษย์ได้ส่วนหนึ่ง
แน่นอนว่าเผ่ามนุษย์เองก็มีหลายกลุ่มที่ไม่ได้ขึ้นตรงต่อเผ่าเทพพวกเขาเองก็แข็งแกร่งไม่แพ้กัน
ิญญาของเทพกระบี่เป็คนแรกที่ตื่นขึ้นเมื่อตื่นขึ้นมาสิ่งแรกที่เทพกระบี่เห็นมีเพียงแค่ชายวัยกลางคนและหญิงวัยกลางคนอายุขัยกำลังจะหมดลงนั่งกอดเด็กหนุ่มใบหน้าน่ารักอายุน่าจะ10 ปีอยู่
“ในที่สุดท่านเทพก็ตื่นขึ้นแล้วภารกิจของพวกเราจบลงแล้ว” ชายวัยกลางคนมองเทพกระบี่ที่ปรากฏร่างิญญาและยิ้มน้ำตาไหล
“ขอท่านเทพได้โปรดช่วยให้เด็กคนนี้ได้มีชีวิตอยู่ต่อไปด้วย”หญิงวัยกลางคนก้มกราบด้วยความคาดหวัง
เทพกระบี่ที่พึ่งตื่นขึ้นสับสนงุนงงเพราะเขามองไปยังอาคารบ้านเรือนที่เก่าแก่และบางส่วนที่กลายเป็เศษซากไปแล้วและหันมามองทั้งสามคน
“พวกเ้าคือคนตระกูลเมิ่ง!!!!!”เทพกระบี่กล่าว
“ขอรับพวกเราคือคนตระกูลเมิ่ง”ชายวัยกลางคนกล่าว
“เหตุใดพวกเ้ายังอยู่ที่นี่ทำไมตระกูลอื่นถึงไม่มาแทนที่พวกเ้า” เทพกระบี่กล่าว
“เื่นั้น”ชายวัยกลางคนแสดงแววตาโกรธแค้นและเล่าทุกอย่างให้เทพกระบี่ฟัง
“บัดซบพวกข้าต่อสู้กับศัตรูยอมสละร่างกายเพื่อให้เผ่ามนุษย์ได้มีชีวิตอยู่ได้มีโอกาสฝึกฝนพวกข้ามอบมรดกมากมายให้พวกมันแต่พวกมันกลับตอบแทนพวกข้าแบบนี้” เทพกระบี่กลายเป็โกรธคลื่นพลังทำให้ผนึกสั่นไหว
“อายุขัยของพวกเราเหลืออีกไม่กี่วันแล้วขอท่านเทพช่วยเหลือเด็กคนนี้ด้วย”หญิงวัยกลางคนยังคงวนใจเด็กน้อยที่อยู่ในอ้อมแขนซึ่งมีร่างกายอ่อนแออย่างมาก
“ข้าพึ่งจะตื่นขึ้นมาพลังยังไม่ฟื้นฟูไม่อาจช่วยอะไรได้จำเป็ต้องรอให้เทพแห่งชีวิตตื่นขึ้นมาถึงจะช่วยเขาได้”เทพกระบี่ถอนหายใจ
ใบหน้าของหญิงวัยกลางคนกลายเป็สิ้นหวังเพราะเด็กน้อยในอ้อมแขนของนางคือทายาทคนสุดท้ายของตระกูลเมิ่งแล้ว
“แม้ข้าจะช่วยชีวิตเขาไม่ได้แต่ข้าสัญญาว่าจะปกป้องิญญาของเขาให้ดีให้เขาได้ถือกำเนิดใหม่อย่างแน่นอน”เทพกระบี่กล่าว
“ขอบคุณเทพกระบี่”ชายและหญิงวัยกลางคนก้มกราบทันที
เด็กน้อยมองไปยังเทพกระบี่แววตาของเด็กน้อยส่องสว่างสดใสสะอาดบริสุทธิ์อย่างมากนี่ทำให้เทพกระบี่รู้สึกผิดในใจอย่างถึงที่สุดเด็กที่คนนี้ควรจะมีชีวิตอยู่อย่างสงบสุขมีความสุขกับครอบครัวที่อบอุ่นแต่กลับต้องเผชิญกับความโชคร้ายั้แ่ถือกำเนิด
หลังจากนั้นไม่กี่วันชายวัยกลางคนและหญิงวัยกลางคนก็หมดสิ้นอายุขัยเพราะอยู่ในผนึกแห่งนี้ทำให้อายุขัยของคนปกติที่ไม่ได้ฝึกฝนไม่เกิน50 ปี และเพราะในผนึกไม่สามารถฝึกฝนได้จึงทำให้ตลอด่เวลาที่ผ่านมาตระกูลเมิ่งจึงเริ่มพบกับชะตากรรมโหดร้ายจนเหลือแค่สามคนและตอนนี้เหลือแค่เด็กน้อยอายุ10 ปีคนเดียว
เทพกระบี่ใช้พลังเสี้ยวหนึ่งช่วยชะลออายุขัยของเด็กน้อยให้ลดลงช้าอีกนิดขณะเดียวกันก็อ่านบันทึกที่ตระกูลเมิ่งเก็บเอาไว้ไปด้วยเด็กน้อยที่นิ่งเงียบมักจะมองเทพกระบี่อยู่ไม่ไกลเพราะที่นี่อาหารเพียงอย่างเดียวคือพืชผักไม่มีเนื้อทำให้ร่างของเด็กน้อยผอมแห้งอย่างมาก
อย่างช้าๆทวยเทพทั้งหมดในผนึกเริ่มตื่นขึ้นมาพวกเขาที่ได้ยินสิ่งที่เทพกระบี่กล่าวก็พากันเกิดเป็จิตสังหารแต่เมื่อเห็นสีหน้าของเด็กน้อยกลัวพวกทวยเทพก็พากันระงับจิตสังหารเอาไว้
“ตระกูลเมิ่งเหลือเพียงแค่เขาคนเดียวจริงๆงั้นเหรอ”เทพดาบกัดฟันกล่าวในฐานะที่เคยเป็มนุษย์เขายังรู้สึกผิดหวังกับสิ่งที่ตระกูลผู้พิทักษ์ทำไม่ได้
“ใช่แล้วเหลือเพียงแค่เด็กคนนี้เท่านั้นนามของเด็กคนนี้คือเมิ่งเจี้ยนเฉินเทพแห่งชีวิตพอจะช่วยเหลือเด็กคนนี้ได้หรือไม่” เทพกระบี่กล่าว
“ต่อให้ข้าลงมือก็ไม่อาจช่วยได้ทำได้เพียงต่ออายุขัยให้เขาเล็กน้อยเท่านั้นแต่ร่างกายของเขาเรียกได้ว่าเสียหายอย่างหนักเกิดมาในสภาพเลวร้ายแบบนี้......”เทพแห่งชีวิตส่ายหน้าด้วยความขมขื่น
“จริงด้วยผู้ควบคุมโชคชะตาบอกว่าเมื่อพวกเราตื่นขึ้นให้เปิดกล่องใบนั้นได้เลย” เทพดาบกล่าว
เทพกระบี่เบิกตากว้างนำกล่องหยกออกมาและเปิดออกพริบตาร่างหนึ่งก็ปรากฏต่อหน้าทุกคนนั่นคือเสี้ยวิญญาสุดท้ายของผู้ควบคุมโชคชะตา
“เ้ายังมีชีวิตอยู่”เทพกระบี่ใ
“ไม่นี่คือิญญาสุดท้ายที่ข้าหลงเหลือเอาไว้และอยู่ได้ไม่นานและเมื่อเ้าเปิดกล่องนี้พวกเ้าคงจะได้พบกับความจริงนี้แล้ว” ผู้ควบคุมโชคชะตากล่าว
“หมายความว่ายังไงหรือว่าเ้ารู้อยู่ก่อนแล้ว” เทพดาบกล่าว
เทพองค์อื่นๆก็ขมวดคิ้วพวกเขารู้ว่าเทพผู้ควบคุมโชคชะตามีความสามารถในการมองเห็นอดีตและอนาคตได้แต่หากรู้อยู่ก่อนแล้วเหตุใดถึงปล่อยให้เกิดเื่แบบนี้ขึ้นพวกเขาไม่เข้าใจ