จวนแม่ทัพใหญ่เพียวฉีแตกต่างจากจวนขุนนางชั้นสูงแห่งอื่นในฉางอัน ตรงที่ถูกแบ่งออกเป็จวนตะวันตกและจวนตะวันออก
กู้ิเยว่พาสาวใช้เดินออกจากประตูข้างของจวนตะวันตก ก้าวไปตามระเบียงทางเดินมุ่งหน้าสู่จวนตะวันออกที่ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามโดยมีถนนคั่นกลาง
นางแหงนหน้ามองคฤหาสน์ของจวนตะวันออกที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกล แม้จะอยู่ใกล้แค่มือเอื้อม ทว่าศาลาและเรือนยอดสูงตระหง่านงดงามของจวนตะวันออกกลับแตกต่างจากจวนตะวันตกอย่างสิ้นเชิง
กระเื้ัคาลวดลายัที่มองเห็นแต่ไกล ทำให้ผู้คนรู้ได้ทันทีว่านี่คือคฤหาสน์ของราชวงศ์ และนี่คือความแตกต่างระหว่างจวนทั้งสองแห่ง คฤหาสน์แห่งนี้แท้จริงแล้วไม่อาจนับเป็จวนแม่ทัพใหญ่เพียวฉี แต่มันคือจวนองค์หญิงใหญ่เซวียนหยาง
กู้ิเยว่เดินมาถึงหน้าประตูจวนตะวันออก นางเงยหน้ามองป้ายทองเหลืองอร่ามสลักชื่อจวนองค์หญิงใหญ่อยู่ครู่ใหญ่ ถึงได้จัดแจงเสื้อผ้าให้เรียบร้อย แล้วสั่งให้สาวใช้เข้าไปแจ้งความประสงค์
จนกระทั่งสาวใช้ในจวนออกมารับ นางจึงยิ้มรับและเอ่ยขอบคุณ "รบกวนแล้ว คุณหนูใหญ่ไปพบนางข้าหลวงแล้วใช่หรือไม่ ข้ารอสักหน่อยก็ไม่เป็ไร"
ทว่าสาวใช้ของจวนตะวันออกกลับตอบว่า "ไม่ได้ไปเ้าค่ะ คุณหนูใหญ่บอกว่ารู้สึกไม่สบายตัว จึงให้คนส่งข่าวเข้าวังไปแล้ว วันนี้งดพบนางข้าหลวงเ้าค่ะ"
เื่นี้ทำให้กู้ิเยว่ใไม่น้อย "งดพบนางข้าหลวงแล้วหรือ"
นี่ไม่เหมือนสิ่งที่กู้ิจูจะทำเลย เพื่อให้เป็ที่ถูกพระทัยของฮองเฮาในงานเลี้ยงฉวี่เจียง และไม่ให้กิริยามารยาทผิดพลาด กู้ิจูคิดหาวิธีสารพัด อ้อนวอนบิดาให้ใช้เส้นสายมากมาย
กว่าจะเชิญนางข้าหลวงขององค์หญิงหลูหยางจากในวังมาสอนกฎระเบียบและมารยาทวังหลวงที่จวนได้ ปกติกู้ิจูให้ความสำคัญกับการเรียนกฎระเบียบวังหลวงกับนางข้าหลวงมากที่สุด
และมักจะโอ้อวดกับคนภายนอกเสมอว่าตนเองได้รับคำชี้แนะจากนางข้าหลวงจากในวัง ด้วยท่าทางกระหยิ่มยิ้มย่องราวกับกำชัยชนะไว้ในมือ ทว่าวันนี้ทำไมจู่ ๆ ถึงหาข้ออ้างปฏิเสธไปเสียได้
นางเดินตามสาวใช้ไปด้วยความสงสัย ไปตามระเบียงทางเดินคดเคี้ยว ผ่านห้องโถง เลี้ยวผ่านสวนหินและหมู่มวลบุปผา ตรงไปยังริมสระฝูฉวีที่มีระลอกคลื่นสีเขียวมรกตเป็ประกายระยิบระยับภายในจวน
สาวใช้นำทางหยุดฝีเท้าลง ไกลออกไปมีสาวใช้อีกคนสวมชุดหรูฉวินสั้นสีเขียวอ่อนรัดเอวเดินเข้ามาต้อนรับ พร้อมกับยิ้มบาง ๆ และทำความเคารพกู้ิเยว่ "คุณหนูรองมาแล้ว"
เมื่อกู้ิเยว่เห็นอีกฝ่าย รอยยิ้มบนใบหน้าก็ยิ่งอ่อนโยนและเป็มิตร "รบกวนเ้าออกมาต้อนรับข้าแล้ว"
ผู้ที่มาคืออาปี้ สาวใช้คนสนิทที่คอยปรนนิบัติกู้ิจู นางเอ่ยยิ้ม ๆ "คุณหนูรองมีเวลาว่างมาได้อย่างไรเ้าคะ คุณหนูพักผ่อนรับลมเย็นอยู่ในศาลาบุปผา ให้บ่าวเข้าไปแจ้งก่อนนะเ้าคะ"
ดวงตากลมโตดุจเมล็ดซิ่งชุ่มน้ำของกู้ิเยว่มองไปยังศาลาหกเหลี่ยมเล็ก ๆ กลางสระมรกต รอบศาลาแขวนม่านโปร่งบางเบาส่งกลิ่นหอมกรุ่น พลิ้วไหวเบา ๆ ตามสายลมที่พัดผ่านสระน้ำ
มองเห็นลาง ๆ ว่าในศาลามีเตียงพับหูฉวงตั้งอยู่ มีคนกำลังนอนพักผ่อนอยู่บนนั้น ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าย่อมเป็คุณหนูใหญ่กู้ิจู
นางรู้สึกงุนงงไปหมด ชัดเจนว่าพี่ใหญ่สุขภาพแข็งแรงดี เมื่อครู่ตอนอยู่จวนตะวันตกก็เห็นนางมีสีหน้าปกติ แล้วทำไมจู่ ๆ ถึงปฏิเสธการสอนของนางข้าหลวงจากในวัง แล้วมานั่งพักผ่อนรับลมเย็นอยู่ที่นี่ด้วยท่าทางสบายใจเฉิบ
ต้องรู้ว่ามะรืนนี้คืองานเลี้ยงฉวี่เจียงของฮองเฮาแล้ว แม้แต่นางกับกู้ิอวี้ยังใส่ใจเป็พิเศษ แอบซ้อมมารยาทวังหลวงอยู่ในเรือนอย่างเงียบ ๆ ทว่ากู้ิจูกลับ...
ผ่านระเบียงทางเดิน นางได้ยินอาปี้เข้าไปในศาลาบุปผาเพื่อรายงานกู้ิจู เมื่ออีกฝ่ายได้ยินว่านางมา ก็เพียงรับคำสั้น ๆ อย่างเ็า แล้วสั่งให้เชิญนางเข้าไปโดยไม่ได้พูดอะไรอีก ราวกับไม่แปลกใจเลยที่นางมาโดยไม่ได้รับเชิญ
"พี่ใหญ่" กู้ิเยว่ค้อมตัวลงอย่างนุ่มนวล ทำความเคารพกู้ิจูอย่างนอบน้อม
กู้ิจูลุกขึ้นนั่งบนเตียงพับอย่างเกียจคร้าน มองกู้ิเยว่ "เ้ามาขอร้องแทนอวี้เหนียงสินะ"
กู้ิเยว่ยิ่งประหลาดใจ นางเงยหน้ามองกู้ิจู ผ่านไปพักใหญ่ถึงพยักหน้า "เ้าค่ะ ขอพี่ใหญ่โปรดอภัยให้นางด้วย"
นางไม่รอให้กู้ิจูเอ่ยปาก ก็ชิงพูดต่อทันที "อาอวี้ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง พูดจาเหลวไหลล่วงเกินพี่ใหญ่ ท่านแม่ลงโทษกักบริเวณนางให้อยู่แต่ในห้องแล้ว เมื่อครู่ข้าไปดูนางมา คิดว่าตอนนี้นางคงรู้ตัวว่าผิดแล้วเ้าค่ะ"
ดวงตากลมโตกระจ่างใสของกู้ิจูมองไปยังกู้ิเยว่โดยไม่พูดอะไร นางมองอยู่นานจนเห็นใบหน้างดงามของกู้ิเยว่เริ่มมีสีหน้าไม่เป็ธรรมชาติ ถึงได้เอ่ยปากอย่างราบเรียบ
"นี่ช่างแปลกประหลาดนัก ข้าไม่เคยพูดว่าจะตำหนินาง และไม่เคยคิดจะทำให้นางลำบากใจ แล้วทำไมเยว่เหนียงถึงต้องรีบร้อนมาขอโทษแทนนางถึงที่นี่ด้วยเล่า"
นางหยิบอาหารปลาในจานผลึกแก้วขึ้นมาโรยลงในสระข้างศาลาบุปผาอย่างสบายอารมณ์
ฝูงปลาหลีฮื้อสีทองจำนวนมากเบียดเสียดกันแย่งอาหารปลากิน นางมองดูปลาแหวกว่ายไปมาพลางกล่าวว่า "หรือว่าเยว่เหนียงอยากให้คนอื่นคิดว่า ข้าจะทำให้เ้าลำบากใจ"
นางเลิกคิ้วเล็กน้อย สายตาที่มองกู้ิเยว่แฝงแววหยอกล้อและพิจารณา
ใบหน้าของกู้ิเยว่แดงก่ำขึ้นมาทันที นางรีบส่ายหน้าปฏิเสธเป็พัลวัน "ไม่ใช่นะเ้าคะ ข้าเพียงแต่กลัวว่าพี่ใหญ่จะโกรธเคืองเพราะคำพูดของอวี้เหนียง เลยอยากมาขอโทษแทนนาง"
"ถึงอย่างไรก็เป็พี่น้องกัน จะให้หมางใจกันเพราะเื่เล็กน้อยแค่นี้ไม่ได้หรอกเ้าค่ะ"
กู้ิจูไม่แม้แต่จะปรายตามองนาง นางเพียงแค่ยิ้มบาง ๆ "ช่างเถอะ เช่นนั้นก็ต้องขอบคุณความหวังดีของเ้าแล้ว เพียงแต่เดิมทีข้าก็ไม่ได้ใส่ใจอะไร"
"เ้าควรจะอยู่เป็เพื่อนปลอบใจอวี้เหนียงที่นั่นมากกว่า ไม่ต้องตั้งใจมาขอโทษแทนหรอก เกรงว่านางก็คงไม่ซาบซึ้งในน้ำใจของเ้าด้วยซ้ำ"
นางพูดพลางยิ้ม โบกมือให้อาปี้ส่งกู้ิเยว่ออกไป ท่าทางเหมือนไม่ใส่ใจเลยแม้แต่น้อย
กู้ิเยว่หน้าแดงเถือกด้วยความอับอาย ยืนแข็งทื่อทำตัวไม่ถูก นางเป็คนมีนิสัยอ่อนโยนมาั้แ่เด็ก คบหาสมาคมกับผู้คนไม่เคยเจอความกระอักกระอ่วนใจเช่นนี้มาก่อน
ชั่วขณะนั้นจะเดินหน้าก็ไม่ได้ จะถอยหลังก็ไม่ดี ได้แต่กล้ำกลืนความน้อยใจ น้ำตาคลอเบ้า ย่อกายทำความเคารพกู้ิจู "เช่นนั้น... เช่นนั้นข้าขอตัวก่อนนะเ้าคะ" ก่อนจะเดินตามอาปี้ออกจากศาลาบุปผาไป
เมื่อเห็นแผ่นหลังบอบบางของกู้ิเยว่ค่อย ๆ เดินห่างออกไป เสี่ยวขุย สาวใช้คนสนิทจึงเอ่ยเสียงเบา "คุณหนู คุณหนูรองมีนิสัยอ่อนโยนมาแต่ไหนแต่ไร ที่มาคงตั้งใจมาขอโทษแทนคุณหนูสามจริง ๆ เ้าค่ะ"
กู้ิจูเลิกคิ้วขึ้น มองตามแผ่นหลังของกู้ิเยว่ที่เดินห่างออกไป น้ำเสียงของนางเยียบเย็น "นางมาขอโทษจริง ๆ นั่นแหละ และก็แวะมาดูข้าด้วย"
หลังจากพูดประโยคนี้จบ นางก็ไม่เอ่ยอะไรอีก เอาแต่ให้อาหารปลาหลีฮื้ออย่างสนุกสนาน ไม่ได้ใส่ใจเื่วุ่นวายในจวนตะวันตกก่อนหน้านี้ และกู้ิเยว่ที่เพิ่งมาหาเมื่อครู่เลยแม้แต่น้อย
เสี่ยวขุยรู้สึกไม่เข้าใจนัก เมื่อก่อนแม้คุณหนูของตนจะทำหน้าบึ้งตึงใส่จวนตะวันตก แต่ก็ยังพอพูดคุยกับฮูหยินหลัวแห่งจวนแม่ทัพใหญ่และคุณหนูรองกู้ิเยว่ได้บ้าง
ไม่รู้ว่าทำไมตอนนี้ถึงได้เ็านัก หรือว่าจะเป็เพราะโกรธเื่ของคุณหนูสามจริง ๆ?
.
.
.