ลงให้อ่านทุกวัน เวลา 19:00 น. เป็ต้นไป [ส่วน eBook มาวันที่ 18/07/68 ราคาเบา ๆ เพียง 59฿ เก็บเงินรอได้เลยนะคะ]
—————— ༻・ॐ・༺ ——————
บทที่ 5
หนึ่งสัปดาห์หลังจากคืนที่โลกทั้งใบพลิกกลับ...
สัปดาห์นั้นเป็สัปดาห์ที่ชลันธรทำงานหนักที่สุดในชีวิต ความสิ้นหวังและความกลัวได้แปรเปลี่ยนเป็พลังขับเคลื่อนมหาศาล เขารับงานออกแบบกราฟิกทุกชิ้นที่ผ่านเข้ามา ทำงานหามรุ่งหามค่ำจนขอบตาคล้ำลึก แต่เขาก็ไม่รู้สึกเหนื่อยเลยแม้แต่น้อย ทุกบาททุกสตางค์ที่หามาได้ คือความมั่นคงในอนาคตของลูก
เขากินอาหารที่มีประโยชน์ทุกมื้ออย่างมีวินัย ไม่ใช่เพื่อตัวเอง แต่เพื่ออีกชีวิตหนึ่งที่กำลังเติบโตอยู่ภายใน ท่ามกลางความเ็ปที่ยังคงฝังลึก สัญชาตญาณความเป็แม่ได้เข้ามาทำหน้าที่ของมันอย่างแข็งขัน
และแล้ว...วันแห่งการจากลาก็มาถึง
เช้านี้ชลตื่นขึ้นมาก่อนที่แสงอาทิตย์จะสาดส่อง เขาเริ่มต้นจัดการทุกอย่างตามแผนที่วางไว้ในหัวมาตลอดสัปดาห์ เขาโทรศัพท์ไปลาออกจากงานประจำที่เคยทำเสริมด้วยเหตุผลส่วนตัวที่ไม่ได้อธิบายรายละเอียด ก่อนจะเริ่มเก็บข้าวของในอพาร์ตเมนต์ลงกล่องกระดาษอย่างเงียบเชียบ
ทุกสิ่งทุกอย่างในห้องนี้ล้วนเต็มไปด้วยความทรงจำ...
เขารวบรวมอุปกรณ์วาดภาพและเครื่องเขียนราคาแพงที่เคยเป็เหมือนสมบัติล้ำค่าใส่กล่องอย่างระมัดระวัง หนังสือการออกแบบที่เคยเปิดอ่านทุกคืนถูกจัดเรียงอย่างเป็ระเบียบ เสื้อผ้าทุกชิ้นถูกพับเก็บอย่างดี แต่เมื่อเขาเปิดลิ้นชักโต๊ะข้างเตียง มือของเขาก็ชะงักงัน
ภายในนั้นมีพวงกุญแจรูปแมวน้ำอุ๋ง ๆ อันเล็ก ๆ วางอยู่ มันเป็ของไม่มีราคาที่ภาคย์เคยคีบได้จากตู้ตุ๊กตาในห้างสรรพสินค้าในวันที่เราไปเดทกัน...ซึ่งเป็เพียงไม่กี่ครั้งที่ภาคย์ยอมสละเวลาจากโลกธุรกิจมาใช้ชีวิตธรรมดา ๆ กับเขา รอยยิ้มกว้างอย่างภาคภูมิใจของภาคย์ในวันนั้นยังคงติดตาตรึงใจราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน มันเป็หนึ่งในความทรงจำแสนสุขเพียงไม่กี่อย่างที่เขามีร่วมกับผู้ชายคนนั้น
ชลหยิบมันขึ้นมาถือไว้ในมือ ความเย็นของโลหะัักับฝ่ามือที่อุ่นร้อนของเขา หัวใจของเขากระตุกวูบ ความลังเลแล่นผ่านเข้ามาในความคิด...เขาควรจะเก็บมันไว้เป็ที่ระลึกดีไหม?
แต่แล้วภาพคำพูดอันโหดร้ายในคืนนั้นก็ฉายซ้อนทับขึ้นมา...‘ของเล่นแก้เบื่อ’
ความทรงจำที่เคยสวยงามพลันมัวหมองและกลายเป็สิ่งที่ทิ่มแทงหัวใจ เขาไม่สามารถเก็บสิ่งของที่เป็เหมือนเครื่องย้ำเตือนความโง่เขลาของตัวเองไว้ได้อีกต่อไป เขาต้องตัดใจ...ต้องทิ้งทุกอย่างที่เป็ของภาคย์ไว้ข้างหลัง
เขาหลับตาลงแน่น กลั้นหายใจ แล้วโยนพวงกุญแจชิ้นนั้นลงในถังขยะข้างตัวโดยไม่หันไปมองอีกเลย มันเป็เหมือนการตัดขาดสายใยเส้นสุดท้ายทางความรู้สึกอย่างเด็ดขาด
เมื่อเก็บของทุกอย่างเสร็จสิ้น ห้องที่เคยเต็มไปด้วยข้าวของและชีวิตชีวา บัดนี้กลับว่างเปล่าและเงียบงันจนได้ยินเสียงสะท้อนความคิดของตัวเอง เขามองไปรอบห้องเป็ครั้งสุดท้าย สูดกลิ่นอายของที่ที่เคยเรียกว่า บ้าน เป็ครั้งสุดท้าย ก่อนจะถอนหายใจยาว แล้วหิ้วกระเป๋าเดินทางเพียงใบเดียวที่ใส่ของจำเป็ที่สุด เดินจากมาโดยไม่หันหลังกลับ
แต่การเดินทางของเขายังไม่จบ...มันยังเหลืออีกหนึ่งสถานที่ที่เขาต้องกลับไปเป็ครั้งสุดท้าย
เพนต์เฮาส์ของกฤตภาคย์ยังคงตั้งตระหง่านและเ็าเช่นเคย ชลใช้คีย์การ์ดสำรองที่เขายังมีอยู่เปิดประตูเข้าไป ความเงียบและความหรูหราที่เคยทำให้เขาตื่นตาตื่นใจ บัดนี้กลับทำให้เขารู้สึกอึดอัดและแปลกแยก
เขาก้าวเข้าไปอย่างเงียบเชียบ กลิ่นน้ำหอมราคาแพงอันเป็เอกลักษณ์ของภาคย์ที่ยังคงอบอวลอยู่จาง ๆ ในอากาศทำให้หัวใจของเขากระตุกวูบ เขารีบสลัดความรู้สึกนั้นทิ้งไปแล้วมุ่งตรงไปยังเป้าหมายเดียวของเขา...ห้องนอน
ภาพห้องนอนที่เคยเป็ทั้ง์และนรกสำหรับเขายังคงเหมือนเดิมทุกอย่าง เตียงคิงไซส์ที่เคยรองรับกิจกรรมอันเร่าร้อนของพวกเขานับครั้งไม่ถ้วน บัดนี้ถูกจัดไว้ตึงเรียบราวกับไม่เคยมีใครใช้งาน
ชลเดินตรงไปยังโต๊ะข้างเตียงฝั่งที่เขาเคยนอนเป็ประจำ เขามองข้อมือของตัวเอง...บนนั้นมีนาฬิกาแบรนด์หรูเรือนหนึ่งประดับอยู่ มันเป็สิ่งที่ภาคย์เคยมอบให้เขาอย่างขอไปทีในวันที่เห็นว่านาฬิกาเรือนเก่าของเขาดูซอมซ่อเกินไป สำหรับภาคย์มันอาจเป็เพียงของนอกกายที่ไร้ค่า แต่สำหรับชลในตอนนั้น...มันคือสัญลักษณ์เดียวที่ทำให้เขารู้สึกเหมือนได้เป็ส่วนหนึ่งในโลกอันสูงส่งของภาคย์
เขาค่อย ๆ ปลดสายนาฬิกาออก ความเย็นของสายโลหะที่คุ้นเคยค่อย ๆ จากผิวของเขาไป เขาวางมันลงบนโต๊ะข้างเตียงอย่างแ่เบา...เป็การคืนทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็ของภาคย์กลับไปสู่เ้าของอย่างสมบูรณ์ เขาจะไม่มีวันติดค้างสิ่งใด ๆ กับผู้ชายคนนี้อีกต่อไป
สายตาของเขามองไปยังเตียงกว้างที่ว่างเปล่าเป็ครั้งสุดท้าย ภาพความทรงจำทั้งสุขและทุกข์ไหลบ่าเข้ามาในหัวอีกครั้ง...ภาพที่พวกเขานอนกอดกัน...ภาพที่เขานอนร้องไห้เพียงลำพัง...เขาข่มตาลงแน่นแล้วสะบัดศีรษะไล่ภาพเ่าั้ทิ้งไป
‘ลาก่อน’ เขาพูดกับตัวเองในใจ
ชลหมุนตัวเดินจากมาโดยไม่หันหลังกลับอีกเลย เสียงฝีเท้าของเขาก้องสะท้อนอยู่ในความเงียบของเพนต์เฮาส์ที่กว้างใหญ่ เขาปิดประตูลงเื้ั...เสียง คลิก ที่ดังขึ้น เป็เหมือนเสียงปิดฉากชีวิตเขาลงอย่างแท้จริง
ค่ำคืนนั้น...กฤตภาคย์กลับมาถึงเพนต์เฮาส์ในสภาพเหนื่อยล้าจากงานที่บริษัทยาวนานทั้งวัน เขาปลดเนคไทออกอย่างลวก ๆ แล้วโยนเสื้อสูทพาดไว้บนโซฟา
บรรยากาศในห้องเงียบผิดปกติ...เงียบจนรู้สึกได้ถึงความว่างเปล่าที่หนักอึ้ง
เขาขมวดคิ้วเล็กน้อย ปกติแล้วอย่างน้อยชลก็ควรจะส่งข้อความมาหาบ้าง แต่นี่กลับเงียบหายไปหลายวันแล้ว เขายอมรับกับตัวเองว่าลึก ๆ แล้วเขากลับมาที่นี่เพราะหวังว่าจะได้เจอใครบางคน...หรืออย่างน้อยก็ร่องรอยของการมีอยู่ของใครบางคน
สายตาของเขาเหลือบไปเห็นนาฬิกาเรือนที่เขาเคยให้ชลวางอยู่บนโต๊ะข้างเตียง ความหงุดหงิดแล่นปราดขึ้นมาในใจทันที ‘เล่นละครอะไรอีกวะ’ เขาคิดอย่างไม่สบอารมณ์
เขาหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา กดโทรออกไปยังเบอร์ของชลด้วยความเคยชิน ตั้งใจว่าถ้าอีกฝ่ายรับสายเมื่อไหร่ เขาจะต่อว่าให้หายโมโหเสียหน่อย
แต่สิ่งที่เขาได้ยินกลับไม่ใช่เสียงที่คุ้นเคย...
“ขออภัยค่ะ หมายเลขที่ท่านเรียกไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้...”
ภาคย์ขมวดคิ้วแน่นขึ้น เขาลองกดโทรออกอีกครั้ง...ก็ยังคงได้รับคำตอบเดิม ‘หมายเลขนี้ไม่มีในระบบ’
ความหงุดหงิดแปรเปลี่ยนเป็ความโกรธ ‘กล้าดียังไงมาตัดการติดต่อกันแบบนี้!’ เขาสบถในใจแล้วโยนโทรศัพท์ลงบนโซฟาอย่างแรง เขาตัดสินใจว่าจะไม่สนใจอีกต่อไป ‘ก็แค่งอนเป็เด็ก ๆ เดี๋ยวพอไม่มีเงินใช้ก็คงซมซานหาทางติดต่อกลับมาเองนั่นแหละ’
ภาคย์พยายามหลอกตัวเองแบบนั้น เขาเดินไปรินบรั่นดีราคาแพงใส่แก้วแล้วกลับมานั่งที่โต๊ะทำงาน ตั้งใจจะเคลียร์งานที่ค้างอยู่ต่อเพื่อไม่ให้ตัวเองฟุ้งซ่าน แต่คืนนี้สมาธิของเขากลับไม่เหมือนเดิม เขายกแก้วขึ้นจิบ แต่รสชาติที่คุ้นเคยกลับฝืดเฝื่อนในลำคอ สายตาของเขายังคงเผลอเหลือบมองไปทางประตูเป็ครั้งคราวอย่างไม่รู้ตัว...ราวกับกำลังรอคอยการกลับมาของใครบางคน
ความเงียบในเพนต์เฮาส์ที่เคยเป็เื่ปกติ บัดนี้กลับกลายเป็ความเงียบที่ส่งเสียงดัง กัดกินเข้ามาในใจของเขาอย่างช้า ๆ ...โดยที่เขาเองก็ยังไม่ยอมรับว่าความรู้สึกโหวง ๆ ที่เกิดขึ้นนี้...มันเรียกว่าความสูญเสีย
ภาพสุดท้ายตัดไปยังรถโดยสารประจำทางที่กำลังมุ่งหน้าออกจากกรุงเทพมหานครที่สับสนวุ่นวาย ชลันธรนั่งเหม่อมองแสงไฟของเมืองที่ค่อย ๆ เล็กลงและห่างไกลออกไปนอกหน้าต่าง มือข้างหนึ่งของเขายกขึ้นกุมหน้าท้องของตัวเองไว้อย่างปกป้อง...
เส้นทางของคนสองคนได้แยกออกจากกันแล้วอย่างสมบูรณ์