จงหลีิที่กำลังจะหัวเราะเยาะ มองมาที่หลงเทียนหยูเป็ครั้งแรก เห็นเพียงเด็กหนุ่มอายุราว 17-18 ปี หน้าตาธรรมดา…แต่ก่อนที่เสียงหัวเราะจะหลุดรอดจากลำคอ ดวงตาของเขาก็เบิกกว้างเมื่อเห็นอีกฝ่ายเคลื่อนไหว ดาบเงินวาววับสะบัดผ่านอากาศ ฟันเข้าใส่เจ็ดคนนั้นอย่างรวดเร็วราวสายฟ้าฟาด!
"พี่ชา...ฮั่ก!" เมิ่งกู่เบิกตากว้างอย่างตื่นตระหนก เมื่อเห็นเพื่อนพ้องล้มลงไปนอนแน่นิ่งบนพื้นไม่ต่างจากซากหุ่นไร้ชีวิต เขาอุทานได้ไม่ทันจบคำ ดาบที่เพิ่งปลิดชีพเพื่อนเขาก็พุ่งตรงมาเสียบเข้าที่ลำคอของตัวเอง เือุ่น ๆ ไหลทะลักออกจากปากอย่างรวดเร็ว ภาพสุดท้ายที่เห็นคือใบหน้าเรียบเฉยของเด็กหนุ่ม ก่อนที่สติจะดับวูบลงไปตลอดกาล
จงหลีิที่เพิ่งได้สติ ตระหนักได้ว่าสถานการณ์เริ่มพลิกผัน เขารีบจะใช้พลังพิเศษ มือทั้งสองส่องแสงสีเขียวเรืองรอง…แต่น่าเสียดาย มันช้าเกินไปแล้ว! ร่างของหลงเทียนหยูวูบหายไปราวภาพลวงตา ปรากฏขึ้นอีกครั้งด้านหลังของเขา ก่อนจะออกแรงถีบเข้ากลางหลังอย่างจัง
จนร่างอ้วนท้วนล้มหงายลงไปกระแทกพื้นอย่างแรง ความเ็ปแผ่ซ่านจากแผ่นหลังลามไปทั่วทุกส่วนในร่างกาย ยังไม่ทันได้หายใจ ร่างที่นอนหงายอยู่ก็ต้องสะดุ้งสุดตัวเมื่อฝ่าเท้าหนักๆ กระแทกซ้ำลงมาที่กลางหลังอีกครั้ง
“ฮ๊ากกก!” สติของจงหลีิแทบจะดับวูบจากการกระทืบในครั้งนี้ ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความทรมาน เขาพยายามตะเกียกตะกาย “อย่า! อย่า! แกอย่าฆ่าฉันนะเว้ย! ฉันเป็ผู้ถูกเลือกระดับแปด! ถ้าแกกล้าฆ่าฉัน แกจะโดนผู้คุมกฎหมายไล่ล่ามาลงโทษแน่!”
หลงเทียนหยูได้ยินก็แสยะยิ้มมุมปาก เขาเอาเท้ายันแผ่นหลังของจงหลีิให้แนบติดพื้น ไม่ให้ขยับได้สะดวก ก่อนจะจับมือข้างหนึ่งของมันมาไขว้หลังอย่างรวดเร็ว
“ฉันมีคำถามจะถาม ส่วนแกก็ตอบ…ถ้าตอบได้ดีฉันก็จะปล่อย…แกไป ตกลงไหม?” น้ำเสียงราบเรียบ หากแต่แฝงไว้ด้วยความเย็นเยือก
“ได้! ได้! ได้! แกอยากจะถามอะไรฉันก็จะตอบให้ ขอแค่ไว้ชีวิตฉันก็พอ!” จงหลีิะโตอบอย่างเร่งรีบ แม้ปากจะพูดเช่นนั้น แต่ในใจกลับเต็มไปด้วยความเครียดแค้นชิงชัง ‘ให้ฉันรอดไปให้ได้ก่อนเถอะ! แล้วฉันจะพาพวกมาจัดการฆ่าแกให้ตายอย่างทรมานที่สุด! แม้แต่คนรู้จักของแกทุกคนก็ต้องตายอย่างทรมานเป็เพื่อนเหมือนกัน! แกรอก่อนเถอะ!’
“การไปสมัครเป็ผู้ถูกเลือกต้องทำขั้นตอนอะไรบ้างถึงจะสมัครเสร็จสมบูรณ์ และการเป็ผู้ถูกเลือกมีอะไรมาใช้ยืนยันตัวตน?”
จงหลีิที่ฟังก็ประหลาดใจ แววตาฉายความสงสัยเล็กน้อย ‘ถ้ามันเป็ผู้ใช้พลังพิเศษได้จริงๆ ก็แค่ไปสมัครก็รู้ได้แล้วไม่ใช่เหรอ แล้วจะมาถามมันทำไม?’
“มันก็ไม่มีอะไรมาก หลังลงทะเบียนในใบที่ทางสมาคมให้มา ก็จะมีคนพาไปทดสอบพลังพิเศษ เมื่อได้รับการยอมรับแล้ว ก็จะมีการตรวจร่างกายอีกที จากนั้นอีกสามวันก็มาฟังผลที่สมาคม ถ้าผ่านก็จะได้รับกำไลที่แสดงถึงตัวตนของผู้ถูกเลือก”
หลงเทียนหยูได้ฟังก็ขมวดคิ้วแน่น ‘มีการตรวจร่างกายจริงๆ ด้วย!’ “ไหนแกบอกมาให้ละเอียดกว่านี้หน่อยสิว่าการตรวจร่างกายมันมีอะไรบ้าง และไอ้กำไลอันนี้มันมีอะไรโดดเด่นเป็พิเศษและจำเป็ต้องใส่ไหม ถ้าใส่แล้วถอดออกเองได้ไหม?”
“เอ่อ…มันก็แค่การตรวจร่างกายธรรมดาที่มีการเช็ดสุขภาพและตรวจหาโรค โดยจะมีการเจาะเื และเอาน้ำปัสสาวะของเรามาตรวจสอบอีกที ส่วนกำไลนั้นทางสมาคมจะติดให้ที่ข้อมือของเราทันทีหลังผ่านการรับรอง เราเอาออกเองไม่ได้ถ้าอยากเอาออกก็ต้องให้สมาคมเอาออกให้ แต่ถ้าทำแบบนั้นสิทธิ์ของผู้ถูกเลือกก็จะถูกเพิกถอนออกไป…” จงหลีิอธิบายไปพลาง หายใจหอบไปพลาง
“กำไลนี้จะมีรูให้ใส่ลูกแก้วอยู่เก้ารู เริ่มแรกที่สมัครเป็ระดับเก้าก็จะได้รับลูกแก้วหนึ่งลูกที่กำไล ถ้าเป็ระดับแปดก็มีสองลูก จนถึงที่ระดับหนึ่งที่จะมีลูกแก้วทั้งเก้าลูกที่กำไล ที่ข้อมือของฉันก็มีกำไลที่ติดลูกแก้วอยู่สองลูก ถ้าไม่เชื่อแกก็ดูเอาเองเถอะ!”
หลงเทียนหยูเองก็เห็นกำไลนี้ที่ข้อมือของจงหลีิั้แ่แรกแล้ว เพียงแต่ตอนแรกนึกว่าเป็เครื่องประดับธรรมดา ไม่นึกว่ามันจะเป็ของที่แสดงถึงการเป็ผู้ถูกเลือก และอาจมีความสำคัญมากกว่าที่คิด
“ฉันตอบคำถามของแกแล้ว ก็ปล่อยฉันได้แล้วใช่ไหม! บอกไว้ก่อนเลยนะว่าถ้ากล้าฆ่าฉันคนนี้ที่เป็ผู้ถูกเลือกระดับแปด แกก็จะต้องโดนผู้คุมกฎหมายไล่ล่าอย่างแน่นอน และยังจะต้องโดนลูกพี่ของฉันที่เป็ผู้ถูกเลือกระดับสี่ตามไล่ล่าด้วยอีกทาง!” จงหลีิขู่เสียงดังขึ้น แม้จะเ็ปแต่ก็ยังคงความโอหังไว้
หลงเทียนหยูได้ฟังก็หรี่ตา รอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้า “ฉันขอถามแกหน่อยว่าปกติพวกแกหลังจากฆ่าเหยื่อที่ล่อมาได้พวกแกจัดการศพกันยังไง แล้วลูกพี่ของแกมีชื่อว่าอะไร?”
“ฮ่าฮ่า! แกเห็นถังสีเขียวใบใหญ่นั้นไหม? ทุกครั้งที่พวกฉันฆ่าเสร็จก็เอาไปไว้ในนั้น ส่วนหลังจากนั้นศพที่อยู่ในนั้นจะเป็ยังไงฉันก็ไม่รู้เื่แล้ว! ส่วนลูกพี่ของฉันคือ อู๋เหล เป็ผู้ถูกเลือกระดับสี่ที่เป็ที่รู้จักกับคนใหญ่คนโตอย่างกว้างขวาง!”
พูดจบประโยคได้ไม่นาน จงหลีิก็รู้สึกถึงการถูกดึงผมจากข้างหลังขึ้นมา ร่างกายถูกยกขึ้นเล็กน้อย จงหลีิคิดว่าอีกฝ่ายดึงผมตนขึ้นมาเพื่อที่จะปล่อยตัว ก็อดเริงร่าในใจไม่ได้ ‘รอก่อนเถอะ! ฉันจะให้แกตายอย่างทรมานที่สุดเพื่อตอบแทนกับการที่แกกล้าทำกับฉันคนนี้ขนาดนี้!’
“ฮึกก…แกก…กล้า…” จงหลีิรู้สึกถึงความเจ็บแปลบที่ลำคอ เหลือบั์ตาลงมองก็เห็นดาบของเด็กหนุ่มคนนั้นกำลังเชือดผ่านลำคอของเขาอย่างช้าๆ พร้อมกับเสียงทุ้มต่ำที่แฝงด้วยความเ็าจนน่าขนลุก
“เอาละ ฉันทำตามสัญญาแล้วนะ…คือการปล่อยแกไปลงนรก” นี่คือประโยคสุดท้ายที่เขาได้ยิน ก่อนที่สติจะดับวูบไปตลอดกาล
หลงเทียนหยูมองไปที่ศพอย่างเ็า ‘ถ้าเขายอมปล่อยมันไปก็คงจะโง่ยิ่งกว่าควายเสียอีก’ เขามั่นใจว่าไม่นานหลังจากนี้ พวกมันจะต้องยกพวกมาเพื่อฆ่าล้างแค้นเขาแน่นอน แม้การฆ่าคนในเมืองจะทำให้ถูกสืบสวนได้ แต่ก็ต้องใช้เวลา และเขาก็ไม่แน่ใจว่ามันจะสืบสาวมาถึงตัวเขาได้หรือไม่ หรือต่อให้สืบมาได้…ถึงตอนนั้นเขาก็ต้องยกระดับความสามารถและฐานะของตัวเองไปให้สูงกว่านี้มากแล้ว
เมื่อมองไปที่จงหลีิ เขาก็เพ่งมองไปที่กำไลตรงข้อมือ เขาเดินเข้าไปพยายามจะถอดกำไลออกจากข้อมือ แต่ไม่ว่าจะออกแรงยังไงก็ดึงกำไลออกมาไม่ได้ ‘นี่…มันติดกาวไว้กับข้อมือไว้หรือเปล่า?’
จะเอายังไงดี? เขาไม่รู้ว่ามันมีเครื่องติดตามติดไว้ที่กำไลหรือเปล่า ‘ช่างมันเถอะ! ไปค้นทรัพย์สินจากพวกมันทั้งหมดก่อนดีกว่า’ สินาครั้งนี้นับว่าได้กำไรมากกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา คงเป็เพราะพวกนี้มันปล้นคนมาเยอะ ถึงจะมีใช้ไปบ้างแต่ก็ยังเหลือติดตัวไม่น้อย น่าเสียดายที่บางคนก็มีเพียงแค่บัตร…‘นี่อาจจะเป็บัตรเครดิตของโลกนี้หรือเปล่า? แต่ของพวกนี้ยังไงก็คงต้องทิ้งไป เก็บติดตัวไปตอนนี้ก็ไม่มีประโยชน์ อาจจะเป็โทษด้วยซ้ำ เอาฝังลงดินไปก็แล้วกัน’
กำไรอีกอย่างคือพวกหินการ์เดี้ยน นับดูแล้วเป็หินสีขาว 147 ก้อน สีเหลือง 13 ก้อน ‘จะว่าไปเขาก็ยังไม่เคยเห็นหินสีเขียวเลย ส่วนสีแดงกับสีน้ำเงิน…คงจะอีกนานที่เขาจะได้เห็นมันกับตาของตัวเอง’ ส่วนพวกยากับอาวุธก็เก็บไว้ขายอีกที พวกมือถือก็เอาฝังดินไปทั้งหมดเลยก็แล้วกัน
หลงเทียนหยูสวมถุงมือที่ได้จากสินาก่อนหน้านี้ ก่อนจะจับศพทั้งเจ็ดโยนลงไปในถังสีเขียวที่เห็น ปัญหาก็เหลือตอนนี้คือศพของจงหลีิ…เขาจะจัดการกับศพนี้ยังไงดี? ‘ตัดเอาคอกับมือข้างที่ติดกำไลไปฝังดินดีไหมนะ ส่วนที่เหลือก็โยนลงถังเขียวไป…ถ้าจะตัดมือก็ควรจะตัดทั้งสองข้างดีกว่า ไม่งั้นอาจจะดูน่าสงสัยเกินไป…ไม่รู้ว่าที่กำไลมีเครื่องติดตามไหม ถ้ามีแล้วเอาไปฝังดินสัญญาณมันจะยังส่งออกมาได้ไหมนะ?’
“เฮ้อออ…ช่างมันเถอะ คิดมากไปก็เท่านั้น” หลงเทียนหยูส่ายหน้าถอนหายใจยาว “ตอนนี้ทำตามนี้ไปก่อนก็แล้วกัน หลังจากนี้จะเป็ยังไงก็ค่อยว่ากันอีกที”