สังคมชั้นสูงเป็โลกที่หลายคนมองว่าเต็มไปด้วยความสมบูรณ์แบบ ทั้งคฤหาสน์หลังใหญ่ รถหรู เสื้อผ้าจากแบรนด์ชั้นนำ งานเลี้ยงยามราตรี และการใช้ชีวิตที่ดูไร้กังวล ทุกย่างก้าวต้องสง่างาม ทุกคำพูดต้องเหมาะสม แม้แต่การแต่งกาย การรับประทานอาหาร หรือการวางตัวในที่สาธารณะ ก็ล้วนมีธรรมเนียมและมาตรฐานที่ต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด
สำหรับคนภายนอก ชีวิตเช่นนี้อาจเป็ภาพฝันที่น่าอิจฉา แต่สำหรับผู้ที่เติบโตอยู่ในโลกที่เต็มไปด้วยความสมบูรณ์แบบเช่น ‘คุณหนูพะแพง’ ความหรูหรากลับมาพร้อมกับกรอบที่มองไม่เห็น เด็กสาวถูกคาดหวังให้สมบูรณ์อยู่เสมอ ต้องเรียนเก่ง มีมารยาทดี ประสบความสำเร็จ และรักษาเกียรติของตระกูลเหนือสิ่งอื่นใด ความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยอาจกลายเป็เื่ที่ถูกพูดถึงไปทั่ววงสังคม
“วันนี้เหนื่อยจัง”
เด็กสาวพึมพำระหว่างขับรถหรูไปตามท้องถนนยามราตรี
ใบหน้างดงามถูกแต่งแต้มไปด้วยเครื่องสำอางบางๆ ทรงผมดัดลอนยาวสลวยถึงกลางหลัง เสื้อผ้าที่สวมใส่บนผิวกายขาวสะอาดคือชุดราตรีราคาสูงลิ่ว ั้แ่หัวจรดเท้าสมบูรณ์แบบไม่มีอะไรให้ติได้สักอย่าง คุณหนูพะแพงพึ่งกลับมาจากงานเลี้ยงสังสรรค์ในวงสังคมชั้นสูง เธอโกหกคุณพ่อคุณแม่ว่ามีธุระด่วนเกี่ยวกับรายงานกลุ่มที่ต้องเดินทางไปทำที่ห้องเพื่อนโดยด่วน แต่แท้จริงแล้วเธอแค่รู้สึกอึดอัดกับสังคมดัดจริตก็เท่านั้น
พะแพงพึ่งเรียนอยู่ชั้นปีที่หนึ่งในมหาลัยอันดับต้นๆของไทย จริงๆเธออยากไปเรียนต่อเมืองนอกเพื่อหนีจากกรงทองของพ่อแม่ แต่การออกนอกสายตาผู้ปกครองไม่ใช่เื่ที่ครอบครัวของเธอชอบปฏิบัติเท่าไหร่นัก เด็กสาวถูกเลี้ยงประดุจดั่งองค์หญิง จะทำอะไรแต่ละอย่างต้องอยู่ในสายตาของพี่เลี้ยงและแม่บ้าน
ตลอดชีวิตที่ผ่านมาพะแพงไม่เคยตัดสินใจอะไรสักอย่างด้วยตัวเอง เธอสะสมความกดดันเอาไว้คนเดียว เมื่อเข้าสู่่วัยเจริญพันธุ์ ความกดดันนั้นก็ะเิออกมา มันไม่ใช่การรกรีดร้องเพื่อปลดปล่อยความอัดอั้นแต่อย่างใด แต่คือการได้ขับรถออกไปไกลๆในสถานที่ที่ไม่มีใครรู้จักเธอ
“คืนนี้จะเจอคุณลุงอีกหรือเปล่านะ”
ใบหน้าสวยสง่ายิ้มอย่างมีความหวัง
บรรยายกาศในเมืองกรุงเริ่มเปลี่ยนไปตามเส้นทาง จากตึกสูงเฉียดฟ้ากลายเป็ตึกเก่าๆอันมืดมน ความเจริญเริ่มเผยโฉมสลัมแออัด ท้องถนนเริ่มแคบ สองข้างทางเต็มไปด้วยต้นไม้มากขึ้น เมื่อแสงไฟบนท้องถนนค่อยๆหายไป คุณหนูก็รู้ตัวว่าขับออกจากเมืองใหญ่มายังเขตนอกเมือง
บรรยายกาศมืดมนในยามราตรีช่างน่ากลัว แต่สำหรับคุณหนูเธอกลับชื่นชอบบรรยายกาศบริเวณนี้มากเป็พิเศษ รถยนต์เปิดประทุนค่อยๆเปิดหลังคารับลมเข้ามา เมื่อใบหน้าปะทะกับอากาศ เด็กสาวก็ฉีกยิ้มรับอิสรภาพที่ครอบครัวของเธอไม่เคยหยิบยื่นให้
ริมฝีปากอวบอิ่มเม้มแน่นและเริ่มลูบไล้ร่างกายตัวเอง นอกจากการขับรถกินลมเพื่อปลดปล่อยความเครียด คุณหนูพะแพงก็ชอบปลดเปลื้องเสื้อผ้าของเธอเพื่อผ่อนคลายอารมณ์เช่นกัน ชุดราตรีราคาแพงที่บ่งบอกถึงชนชั้นค่อยๆถูกถอดออกไปจากผิวกาย ตอนนี้เธอกลายเป็เด็กสาวธรรมดาที่ได้ใช้ชีวิตของตัวเองเสียที
“ลมเย็นดีจัง…หวังว่าคุณลุงคนนั้นจะไม่หนาวตายซะก่อนนะ”
ผิวกายดุจน้ำนมปะทะลมยามราตรี จุกเนื้อสีชมพูบนหน้าอกกลมกลึงถูกสายลมเย็นะเืแล่นผ่านให้เกิดความเสียวซ่าน พะแพงยกแขนขึ้นไปบนอากาศ ก่อนที่ดวงตากลมโตจะเห็นสะพานลอยไม่ไกลจากตัวเองเท่าไหร่ มันคือสถานที่ประจำของคุณหนูตัวน้อย สะพานลอยมืดๆที่สองข้างทางเต็มไปด้วยป่าไม้หนาทึบคือสถานบำบัดจิตใจให้คุณหนูอยู่รอดมาจนถึงทุกวันนี้!