ตกหลุมรักแม่นักศึกษาฝึกงาน

    ตอนที่ 4

             

            ปรานต์กล่าวอย่างมั่นใจในเสน่ห์และชั้นเชิงอันแพรวพราวของตนไว้ทิ้งท้ายก่อนเดินจากมาท่ามกลางเสียถอนหายใจด้วยความหนักใจของผู้เป็๞พี่ชาย

            ชายหนุ่มผู้น้องเดินเข้าไปในห้องทำงานส่วนตัวของตน  และก็เข้าไปเห็นร่างงามสมส่วนของเด็กสาวที่เขาหมายมั่นปั้นมือว่าจะเชยชมให้ได้นั้นกำลังยืนเด๋อด๋าอยู่กลางห้อง  สองมือยังหอบข้าวของต่างๆเอาไว้  หันรีหันขวางไม่มีที่วาง

            “นี่เธอ จะยืนหอบไว้อย่างนั้นอีกนานไหม”

            “แล้วหนูต้องเอาไปวางไว้ที่ไหนคะ”

            เด็กสาวสะดุ้งกับเสียงดุๆของเขา ก่อนหันมาถามอย่างงงๆ

            “ก็นั้นไง  โต๊ะทำงานของเธอ”

            ชายหนุ่มชี้นิ้วบอกอย่างไม่สบอารมณ์ในท่าทางอ๋อๆ   เหวอๆ ของเด็กสาว

            “อ๋อ  ค่ะ”

            อัมภาวรรณพยักหน้าเข้าใจ ก่อนจะรีบนำแฟ้มเอกสารและของส่วนตัวบางอย่างของตนเข้าไปวางลงบนโต๊ะ ความจริงก่อนหน้านี้เธอก็ได้เข้ามาเห็นมุมทำงานของตนแล้ว แต่เมื่อได้ย้ายเข้ามาจริงๆมันก็อดรู้สึกตื่นเต้นในความหรูหราของห้องไม่ได้  ไหนจะสายตาที่มีรังสีประหลาดที่ทำเอาเธอขาสั่นทุกครั้งที่เห็นนั้นอีก  เธอไม่ชอบทำงานอยู่ในห้องเดียวกันกับเ๯้านายเลย  อยากทำอยู่หน้าห้องอย่างเดิมมากกว่า

            “เธอชื่ออะไรน่ะ”

            ชายหนุ่มเดินเข้าไปถามพร้อมกับจ้องมองเด็กสาวที่กำลังสาละวนอยู่กับการจัดโต๊ะทำงานของตน

            “ชื่ออัมภาวรรณไงคะ”

            เด็กสาวตอบงงๆ เพราะเธอพึ่งบอกชื่อเขาไปเมื่อวานนี้เอง

            “ฉันหมายถึงชื่อเล่น”

            “ไม่มีค่ะ พ่อแม่ก็เรียกหนูๆมาตลอด”

            อัมภาวรรณเป็๲เด็กที่มาจากต่างจังหวัดในภาคอีสานพ่อแม่และผู้คนส่วนใหญ่ที่นั้นมักจะเรียกเธอว่า”นาง”มากกว่า  ซึ่งมันจะมีความหมายคล้ายๆกับคำแทนตัวเองว่า”หนู”ของคนแถบภาคกลางนี่เอง  แต่เมื่อมาอยู่กรุงเทพ  เด็กสาวจึงต้องปรับตัวเพื่อไม่ให้ดูแปลกแยกจนเกินไป

            ปรานต์ทำหน้าเซ็ง เมื่อดูท่าทีของเด็กสาวไม่ค่อยจะอยากคุยกับเขาเท่าไหร่  ซึ่งมันทำให้เขารู้สึกเสียหน้าไม่น้อย  คนอย่างเขามีแต่ผู้หญิงวิ่งเข้าหา  มีแต่ระดับนางแบบ เน็ตไอดอลชื่อดังและลูกผู้มีอันจะกินทั้งนั้น แล้วยัยนี่เป็๞ใคร ก็แค่นักศึกษาฝึกงานที่มาจากต่างจังหวัด 

            แต่ก็นั้นแหละ ท่าทางหยิ่งๆอย่างนี้แหละ ท้าทายเขานัก  แล้วคนอย่างเขา  ใครท้าได้ซะที่ไหน

            “งั้นก็ทำงานเถอะ”

            เพลย์บอยหนุ่มกล่าวเซ็งๆแล้วก็เดินไปที่โต๊ะทำงานของตัวเอง  แล้วลงมือทำงานไปด้วยความรู้สึกแสนเบื่อหน่าย

            เบื่อหน่ายกับการทำงาน แต่สมองกลับขะมักเขม้นอยู่กับการคิดวางแผนที่จะเคลมยัยเนื้อสมั่นน้อยให้ได้  แต่ก็ยังคิดแผนไม่ออก

            เวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้าในความรู้สึกของปรานต์  สุดท้ายเขาก็ทนนั่งทำงานต่อไปไม่ได้ จึงลุกขึ้นเดินไปที่ห้องทำงานของพี่ชายซึ่งก็อยู่ติดกันนี้

            “งานเป็๞ไงบ้าง มีปัญหาอะไรหรือเปล่า”

            ปริญญ์ถามน้องชาย

            “งานไม่มีปัญหาอะไรหรอกครับ แต่ผมเบื่อ”

            “งานมันก็เป็๲อย่างนี้แหละ จะให้สนุกเหมือนไปเที่ยวได้ยังไงล่ะ”

            “หรือว่าผมจะไม่เหมาะกับงานแบบนี้”

            “อย่าคิดอย่างนั้นสิ  ไม่ทำงานนี้และจะไปทำอะไรที่ไหนนี่เป็๲กิจการที่คุณพ่อกับคุณแม่สร้างขึ้นมา เราซึ่งเป็๲ลูกก็ต้องช่วยกันรักษาสืบทอดกันต่อไป”

            “ก็ยกให้พี่หนึ่งกับยัยสามดูแลรับผิดชอบไปสิครับ”

            “พูดเหมือนไม่อยากจะทำงานที่นี่แล้วจริงๆ”

            “ผมคงไม่เหมาะกับงานที่ต้องนั่งอยู่แต่ในออฟฟิตนานๆ”

            “งั้นออกไปพบลูกค้าข้างนอกแทนพี่ไหมล่ะ”

            พอได้ยินว่าต้องออกไปข้างนอก ปรานต์ก็ตาวาวขึ้นมาทันที 

            “ตกลงครับ”

            “แล้วรู้หรือเปล่าว่าต้องไปทำอะไรบ้าง”

            “ไม่รู้ครับ”

            คนเป็๞น้องส่ายหน้า แต่คนเป็๞พี่ถึงกับส่ายหัว นึกไม่ออกจริงๆว่าอนาคตน้องชายของตนจะเป็๞ยังไงต่อไป

            “งั้นเดี๋ยวพี่จะอธิบายรายละเอียดให้ฟัง  แล้วก็จะให้อัมภาวรรณไปเป็๲เพื่อนด้วย  รายนั้นพี่เคยพาออกไปข้างนอกบ่อย  พอจะรู้งานอยู่บ้าง”

            พอรู้ว่าจะได้ออกไปข้างนอกกับสาวน้อยผู้เป็๞เป้าหมายในการเข้ามาทำงานในครั้งนี้  ก็ทำให้ปรานต์ยิ้มออกมาได้  แต่แววตานั้นเ๯้าเล่ห์แพรวพราวทีเดียว

             

            ๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐

             

            หลังจากใช้เวลาในการพูดคุยเ๹ื่๪๫งานกับลูกค้าอยู่ประมาณชั่วโมงเศษๆจนจบธุระแล้ว  ปรานต์ก็พาอัมภาวรรณขึ้นรถแล้วขับออกมาจากสถานที่นัดหมายซึ่งเป็๞ร้านอาหารในโรงแรมหรูแห่งหนึ่ง ระหว่างทางเขาแอบชำเลืองมองยัยเด็กฝึกงานด้วยความรู้สึกขัดใจ ขัดใจที่เ๯้าหล่อนเอาแต่นิ่งเฉยวางท่าทางราวกับเป็๞ผู้ใหญ่เสียเต็มประดา  ซึ่งปัญหามันก็คือว่า  ทำให้เขาหาวิธีเข้าหาไม่ถูกนั้นเอง  บอกตรงๆว่าเขาไม่เคยเจอผู้หญิงแบบนี้มาก่อนเลย ส่วนใหญ่แล้วถ้ามีโอกาสอยู่ใกล้เขาแล้วก็มักพยายามชวนพูดชวนคุย  ทำตัวสนิทสนมต่างๆนานา  เรียกว่าเป็๞ฝ่ายพยายามเข้าหาเขานั้นเอง

            แต่ก็นั้นแหละ ถ้าเป็๞เ๹ื่๪๫ผู้หญิงแล้ว ปรานต์คิดว่ายิ่งยาก  ยิ่งท้าทาย