ยูจินฮามองไปที่ชายชรา เขานั้นกำลังตรวจสอบยูจินฮาด้วยสกิลของเขา
ยูจินฮาไม่ค่อยเข้าใจอะไรเกี่ยวกับฮันเตอร์มากเท่าไหร่นัก หากให้เทียบฮันเตอร์กับผู้ฝึกยุทธ์ในสมัยก่อนละก็ พวกเขาเรียกเคล็ดวิชาต่างๆว่าสกิล
สกิลสำหรับฮันเตอร์นั้นเป็สิ่งที่สำคัญมากๆ ยิ่งมีสกิลที่แข็งแกร่งมากเท่าไหร่ พวกเขาก็จะยิ่งได้รับความสำคัญจากกิลด์ต่างๆมากยิ่งขึ้น
สกิลเองก็แบ่งออกเป็คลาสเหมือนกันกับฮันเตอร์ มีั้แ่ระดับ F ไปจนถึงระดับ S ระดับ S เท่าที่ที่เขาเห็นนั้นอยู่ในระดับผู้าุโ
ในสมัยก่อนไม่ได้มีการแบ่งแยกระดับอย่างชัดเจน หากให้เขาเทียบระดับละก็ ระดับ F ถึง D คือระดับศิษย์ ระดับ C และ B คือระดับอาจารย์ ส่วนระดับ A และ S คือระดับผู้าุโ ส่วนระดับเ้าสำนักนั้นอยู่เหนือจากระดับ S ขึ้นไปซึ่งยังไม่มีการกล่าวถึง
สกิลนั้นมีความแตกต่างจากเคล็ดวิชาตรงที่พวกเขาได้รับมันมาหลังจากการตื่นของมานาหรือเรียนรู้จากสิ่งที่พวกเขาเรียกมันว่ากรีมัวร์(Grimoire) ทว่าเคล็ดวิชานั้นเป็สิ่งที่จะต้องฝึกฝนด้วยตัวเอง แม้ว่าเคล็ดวิชานั้นจะสามารถเรียนได้จากคัมภีร์วิชายุทธ์ก็ตามแต่ ทว่ามันก็ยังแตกต่างกันอยู่ดี
กรีมัวร์ขอเพียงแค่เปิดอ่านมัน พวกเขาก็จะได้รับความรู้ในการใช้มันแล้ว มันเป็อะไรที่ไม่ยุติธรรมจริงๆ
ยูจินฮารู้สึกไม่ชอบมันเอามากๆ ถึงแม้ว่ามันจะสะดวก แต่มันทำให้คนที่ใช้มันพึ่งพามันมากจนเกินไป พวกเขาอาจจะแข็งแกร่งแต่มันก็แค่่ต้นเท่านั้น
ถ้าจะให้เขาพูดให้คนสมัยนี้เข้าใจได้ละก็ กรีมัวร์มันเป็ของสำหรับพวกต้นเกม ทว่าคัมภีร์ที่ต้องฝึกเองนั้นมันเป็ของพวกท้ายเกม ใช่แล้ว เขานั้นคือสายแบก
ดูเหมือนว่ายูจินฮานั้นจะได้ข้อมูลที่น่าสนใจมาในระหว่างที่เขาแอบฟังเด็กนักเรียนทั้งหลายในโรงเรียน
ในตอนนี้ยูจินฮาและฮันมูนซอจ้องมองกันและกัน
ลีโซอาและฮันซูยอนยืนอยู่ข้างๆกัน ลีโซอาในตอนนี้เชียร์พี่ชายของนางในขณะที่ฮันซูยอนยืนจับตาดูอยู่เงียบๆ ทั้งสองแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง
ฮันมูนซอในตอนนี้สังเกตยูจินฮาจนพอใจแล้ว คราวนี้ก็ถึงเวลาที่เขาจะเริ่มการทดสอบที่แท้จริง
เขาจับไปที่ดาบไม้ที่ไว้ใช้ในการทดสอบ การทดสอบสมรรถภาพร่างกายปกติแล้วจะเป็การทดสอบร่างกายทั่วๆไป ไม่ได้มีการต่อสู้มาเกี่ยวข้อง
ทว่าฮันมูนซอในฐานะที่เป็ฮันเตอร์ที่มาจากกิลด์ใหญ่สามารถที่จะเปลี่ยนการทดสอบสำหรับคนที่เขารู้สึกสนใจได้ สิทธิพิเศษนี้ครอบครุมไปถึงฮันเตอร์คนอื่นๆด้วย ทว่าไม่ค่อยมีใครใช้วิธีนี้กันเนื่องจากมันจะเป็การเปิดโอกาสให้กับฮันเตอร์กิลด์อื่นๆที่สนใจในตัวของเป้าหมายของพวกเขาได้
ในกรณีนี้ฮันมูนซอไม่เป็กังวล เพราะคงไม่มีใครโง่พอที่จะมีปัญหากับกิลด์ใหญ่อย่างกิลด์ไนท์แมร์แน่ๆ
“อาวุธที่ถนัดคืออาวุธอะไรผู้เข้าร่วมการทดสอบยูจินฮา”
“กระบี่”
“กระบี่? ไม่ใช่ดาบ?”
ฮันมูนซอมองไปที่ยูจินฮาด้วยความประหลาดใจ กระบี่นั้นเป็อาวุธที่เทียบกับดาบไม่ได้ หากนำดาบและกระบี่มาปะทะกัน ดาบสามารถที่จะทำลายกระบี่ได้อย่างไม่ยากเย็น
แถมสมัยนี้ไม่มีใครชอบอาวุธโบราณๆอย่างกระบี่แล้ว
ยูจินฮาพยักหน้า เขานั้นเป็จอมมารผู้ใช้กระบี่ แน่นอนว่ากระบี่นั้นเป็ส่วนหนึ่งของเขา เขายังััได้ถึงกระบี่ที่เขาเคยใช้ในการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์พวกคนชั่วทั้งหลาย
กระบี่ที่เขาใช้นั้นอาบเืของศัตรูเป็จำนวนมาก และต่อสู้กับศัตรูที่แข็งแกร่งอย่างเซียนกระบี่ ภายในกระบี่ของเขาเกิดเป็จิตกระบี่ที่ผูกเข้ากับิญญาของเขา น่าเสียดายที่เขาไม่สามารถดึงมันออกมาตอนนี้ได้เนื่องจากมันได้รับความเสียหายอย่างหนักหลังจากที่เขาตายไป
มันคงต้องใช้เวลาค่อนข้างนานก่อนที่กระบี่ของเขาจะกลับมาเป็ปกติ
ฮันมูนซอมองไปที่เ้าหน้าที่้าจะรู้ว่าเขานั้นมีกระบี่ไม้เตรียมเอาไว้ไหม
เ้าหน้าที่ส่ายหัวให้กับเขาก่อนที่จะพูดขึ้น
“ต้องขออภัยเป็อย่างสูง ทว่าทางเราไม่มีกระบี่ไม้เตรียมเอาไว้”
กระบี่เป็อาวุธที่ไม่มีใครใช้แล้ว แน่นอนว่าทางผู้จัดงานไม่ได้เตรียมมันเอาไว้ ใครจะไปคิดว่าจะมีคนใช้กระบี่อยู่
“ไม่ต้องเป็ห่วง ฉันสามารถใช้ดาบแทนกระบี่ได้”
ยูจินฮาพูดขึ้น เขาสามารถใช้ดาบได้อย่างไม่มีปัญหา ทว่าเขาชอบกระบี่มากกว่ามันก็เท่านั้น
เ้าหน้าที่พยักหน้าก่อนที่จะเอาดาบไม้แบบเดียวกับที่ฮันมูนซอใช้ให้กับเขา
“ในเมื่อได้รับอาวุธแล้ว จากนี้ไปจะเป็การทดสอบ ถ้าเธอสามารถป้องกันการโจมตีของฉันได้จะถือว่าผ่านการทดสอบ แน่นอนว่าฉันจะไม่ใช้มานา”
ฮันมูนซอพูดขึ้นมาด้วยความมั่นใจ ต่อให้ยูจินฮาใช้มานา มานาของเขาอยู่แค่ในระดับ F ไม่มีทางที่มานาระดับนั้นจะทำอะไรเขาได้อยู่แล้ว
ยูจินฮาไม่รู้สึกอะไรเกี่ยวกับที่ฮันมูนซอดูถูกเขา เขาไม่เหมือนกับพวกผู้ฝึกยุทธ์คนอื่นๆที่เต็มไปด้วยความหยิงจองหอง เขารู้ว่าในแต่ละสถานการณ์เขาต้องวางตัวยังไง
แต่นั่นมันก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะเป็คนขี้ขลาด ในเมื่ออีกฝ่าย้าจะรู้ว่าเขาแข็งแกร่งแค่ไหน เขาก็จะแสดงให้เห็น