บ่ายวันเสาร์ ณ ร้านกาแฟแห่งหนึ่งย่านสยาม ชายหนุ่มลูกครึ่งอิตาลีวัย30 ปี ในชุดเสื้อเชิ้ตฮาวายเอิร์ธโทนสีเรียบและกางเกงยีนฟอกขายาวสวมรองเท้าผ้าใบสีขาวสะอาดกำลังต่อคิวสั่งเครื่องดื่มอย่างใจเย็นท่ามกลางสายตานับสิบที่จับจ้องมายังเขาเป็ตาเดียว
หนุ่มนักธุรกิจมาพร้อมกาแฟสองแก้วและวาฟเฟิลบนถาดอาหารในมือของกินทั้งหลายถูกทยอยวางลงบนโต๊ะที่คู่เดตของเขานั่งรอคอยอยู่ก่อนแล้วเจจับจ้องร่างบอบบางของเด็กหนุ่มผมสีน้ำตาลประกายแดงในชุดเสื้อยืดโอเวอร์ไซซ์สีขาวสวมกางเกงยีนสีอ่อนสามส่วนและรองเท้าแตะสีครีม
ใบหน้าอ่อนเยาว์นั้นเงยจากหน้าจอมือถือขึ้นมาสบตาพร้อมรอยยิ้มน่ารักที่ทำเอาผู้พบเห็นอดที่จะยิ้มตามไปด้วยไม่ได้น้องดรีมจะรู้มั้ยนะว่าความสดใสร่าเริงนั้นไม่ต่างอะไรจากแองเจิ้ลตัวน้อยที่แผลงศรทำเอาชายหนุ่มพ่ายแพ้ต่อความน่ารักนั้นเต็มเปา
นี่เป็เดตครั้งที่สองที่ร่างสูงใหญ่นัดเจอเด็กหนุ่มสองต่อสองการเจอะเจอครั้งก่อนที่ร้านอาหารของเพื่อนสนิทเพียง 2-3ชั่วโมงนั้นช่างน่าประทับใจไม่รู้ลืมแต่ก็แสนสั้นนัก่เวลาแห่งความสุขมักจบลงอย่างรวดเร็วเสมอจนหนุ่มลูกครึ่งรู้สึกเสียดาย ครั้งนี้เขาจึงอยากจะใช้เวลา่สุดสัปดาห์กับเด็กหนุ่มผู้ซุกซนคนนี้ให้ยาวนานยิ่งขึ้น
เพียงได้เห็นใบหน้าหวานซึ้งทานขนมด้วยท่าทางเอร็ดอร่อย ก็ทำเอาหัวใจของชายหนุ่มวัยสามสิบพองโตขึ้นมาแก้มใสนั้นยิ้มกว้างน่ารักน่าชังเป็ที่สุด
ดรีมดื่มกาแฟลาเต้เกือบหมดแก้วในรวดเดียว ฟองนมนุ่มนิ่มเลอะมุมปากของเด็กหนุ่มดูแล้วช่างน่าเอ็นดูเป็อย่างยิ่ง
“น้องดรีม ฟองนมติดปากแน่ะครับ” หนุ่มนักธุรกิจกล่าว
“เอ๊ะ ตรงไหนนะฮะ” ดรีมมองเงาตัวเองที่สะท้อนจากกระจกภายในร้านคาเฟ่
“มาครับ เดี๋ยวพี่เช็ดให้”
ใบหน้าอันหล่อเหลาของพี่เจโน้มเข้ามาใกล้
ดรีมตื่นกลัวพลันหลับตาปี๋ เกร็งไหล่ทั้งสองข้างตามปฏิกิริยาตอบสนองอัตโนมัติ
แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
เมื่อรับรู้ได้ถึงััของกระดาษทิชชูที่เช็ดปากนุ่มให้อย่างเบามือ เด็กหนุ่มจึงค่อยๆลืมตากลมโตของตนขึ้นมองอย่างแปลกประหลาดใจ
ภาพที่เห็นคือ พี่เจใช้กระดาษทิชชูเช็ดฟองนมมุมปากให้อย่างเป็ห่วงเป็ใย
“ข...ขอบคุณฮะ” เด็กหนุ่มพูดด้วยสีหน้าแดงระเรื่อ
“เขินอายอะไรอีกละคราวนี้ พี่ไม่ได้จะจูบเราสักหน่อย” พี่เจพูดแหย่
“ก็นึกว่าจะโดนเหมือนครั้งก่อนนี่ฮะ... ตอนนั้นพี่เจรุกหนักมากเลย...”
“ฮะฮะ ไม่แล้วล่ะ พี่อยากให้ดรีมสบายใจเวลาอยู่กับพี่นะพี่ไม่อยากฉวยโอกาสตอนนี้ที่ดรีมยังสับสนในตัวเองอยู่ แค่มาเจอกันในฐานะพี่น้องแบบนี้ก็มีความสุขมากแล้วล่ะ”ชายหนุ่มพูด “ฉะนั้นไม่ต้องระแวดระวังอะไรขนาดนั้นหรอกพี่จะไม่ล่วงเกินทำอะไรที่ดรีมไม่ชอบแล้วครับ พี่สัญญา”
“ฮะ ขอบคุณที่เข้าใจนะฮะพี่เจ” เด็กหนุ่มตอบเสียงอ่อยเล็กน้อยรู้สึกโหวงเหวงในอกกับคำพูดอีกฝ่ายชอบกล
“กำลังเสียดายอยู่ละสิ ไม่ถูกพี่จูบซะแล้ว” ผู้าุโกว่าแซว
“พี่เจ!”
ดรีมโวยวายหน้าแดง โดนจับทางได้ซะงั้น
“ฮะฮะฮะ รีบกินวาฟเฟิลกันเถอะ เย็นชืดแล้วจะไม่อร่อยนะครับ”
หนุ่มลูกครึ่งอิตาลียิ้มทะเล้นก่อนจะเปลี่ยนหัวข้อสนทนาบางครั้งดรีมก็สงสัยเหลือเกินว่าพี่เจเป็หมอดูหรืออย่างไรถึงอ่านใจเขาได้ทะลุปรุโปร่งปานนี้
เด็กหนุ่มตัวน้อยดื่มลาเต้ที่เหลือเพียงก้นแก้วพลางมองชายหนุ่มเบื้องหน้าวันนี้พี่เจก็หล่อโฮกจนเขาหวั่นไหวอีกแล้ว
ตอนเจอครั้งก่อนพี่เจในชุดทำงานก็ว่าเท่แล้วแต่พอแต่งกายในชุดไปรเวทวันหยุดก็ยิ่งดูดีดรีมเข้าใจมาตลอดว่าผู้ชายในวัย 30 น่าจะเริ่มมีอายุแล้วหากแต่ชายหนุ่มตรงหน้ากลับดูหล่อเหลาสะอาดสะอ้านจนไม่อาจละสายตาไปได้ เจอทีไรก็ทำเอาจิตใจเขาเต้นระรัวหวั่นไหวอยู่เสมอ
ใบหน้าลูกครึ่งไทยอิตาลีนั้นสะกดสายตาผู้คนที่พบเห็นได้เสมอไม่ว่าพี่เจจะไปที่ไหนเป็ต้องมีคนเหลียวกลับมามองอยู่บ่อยครั้งดรีมรู้สึกว่าตนเองช่างโชคดีเหลือเกินที่มีโอกาสเดตกับชายหนุ่มผู้เจิดจรัสในบรรยากาศแสนสบายเป็กันเองเช่นนี้
คนจิ้มลิ้มยังคงมองใบหน้าหล่อเหลาตรงหน้าต่อไปอย่างหลงใหลเคลิบเคลิ้ม
“หน้าพี่มีอะไรติดเหรอครับ เห็นดรีมจ้องเอาๆ“ พี่เจถาม
“ความหล่อมันติดตาฮะ พี่เจเป็คนหล่ออยู่แล้วใส่อะไรก็ดูดีไปหมด”เด็กหนุ่มนักศึกษาชมจากใจจริง
“ถ้างั้นพี่จ้องน้องดรีมคืนด้วยดีมั้ย เราจะได้เสมอกัน”
พี่เจไม่พูดเปล่า จ้องตาคนตัวเล็กคืนพร้อมรอยยิ้มอ่อนโยนจนใจเจ็บ
...โอ๊ย อย่ามองแบบนี้ได้มั้ย ผมนี่แทบจะละลายอยู่แล้ววว...
ดรีมเบือนหน้าหนีด้วยแพ้สายตาของชายหนุ่ม
“ย... อย่าจ้องผมแบบนี้สิฮะ...”
“ทีน้องดรีมยังจ้องพี่ตาไม่กะพริบเลยนี่ครับ”
“ก็มันไม่เหมือนกันนี่นา พี่เจหล่อ ดรีมเลยขอจ้องนานๆ หน่อย...”
“น้องดรีมเองก็น่ารักมากจนพี่อดใจที่อยู่นี่นา ขอพี่จ้องคืนบ้างสิ”
“ดรีมไม่ได้น่ารักขนาดนั้นซะหน่อย...”
“แต่พี่ว่าน่ารักที่สุดเลยนะ”
“ข...ขอบคุณฮะ... พี่เจเองก็ดูดีมากฮะ...” ดรีมพูดอ้อมแอ้มยังคงเบือนหน้าหนีไม่กล้าสบตากับชายหนุ่มลูกครึ่ง
“ดีใจจังครับ ดรีมบอกว่าพี่ดูดีด้วย”
“ก็ดูดีจริงๆ นี่ฮะ”
“ขอบคุณครับ”
ทั้งสองพูดกระเซ้าเย้าแหย่กันอยู่นาน ต่างแลกเปลี่ยนเล่าเื่ชีวิตประจำวันที่ผ่านมาให้กันฟัง
คนน่ารักยิ้มขำเมื่อได้ดูคลิปเ้าแมวจอมซนของอีกฝ่ายที่วิ่งพล่านไปทั่วเมื่อได้คอนโดแมวหลังใหม่ท่าทางโมชิจะเห่อดีใจน่าดู ข่วนกล่องเชือกฝนเล็บไม่หยุด
ส่วนดรีมเองก็เล่าเื่ที่ไปค้างหอไอ้เต้เมื่อวันก่อนให้พี่เจฟังเป็การแลกเปลี่ยน
“...แล้วหลังจากนั้นพอดูคลิปวิดีโอเสร็จนะทั้งผมกับไอ้เต้ก็อ้วกพุ่งกันทั้งคู่เลยฮะ” หนุ่มน้อยเล่าเื่ประสบการณ์ดู gay porn ครั้งแรกออกมาด้วยสีหน้าหวาดผวาชายหนุ่มหัวเราะงอหายท่าทางจะชอบเื่ที่เล่าเอามากๆ
“ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า โอ๊ย ฮ่าฮ่าฮ่า!!!” หนุ่มลูกครึ่งหัวเราะเสียงดังลั่น
“โธ่ พี่เจหัวเราะมากไปแล้วนะฮะ” ขำลื๊มดรีมเริ่มงอนแก้มป่องละทำไมทุกคนถึงชอบหัวเราะเยาะเขากันนักนะ
“ฮะฮะฮะ ขอโทษครับดรีม แต่ดรีมกับเพื่อนตลกดีนะ มีเพื่อนมหาลัยที่รักกันขนาดนี้เป็เื่ดีนะคบกันให้นานๆล่ะ” ผู้มีอายุมากกว่ากล่าว
“ว่าจะเลิกคบแล้วครับ ไอ้บ้านี่กวนตีนชอบแกล้งผมอยู่เรื่อย”
“แต่ก็เป็เพื่อนที่ดีใช่มั้ยไม่ใช่ทุกคนที่จะรับฟังและอยู่ข้างเราในวันที่มีปัญหาแบบนี้หรอกมีคนแบบนี้ในชีวิตไว้เป็เื่ที่ดีนะ” หนุ่มลูกครึ่งกล่าว
“...ก็คงจะอย่างนั้นละมั้งฮะ”
ดรีมลองมองย้อนกลับไปเวลามีปัญหาโดนเพื่อนต่างคณะหาเื่ทีไรก็ได้ไอ้เต้เนี่ยแหละมาช่วยปกป้องเคลียร์ให้ตลอดส่วนเขาก็ซีร็อกซ์ชีทวิชาเรียนและช่วยติวหนังสือให้มันบ้างเรียกว่าเป็เพื่อนที่ช่วยเหลือเกื้อกูลกันโดยแท้ก็ไม่ผิดนัก
“พอได้ยินว่าดรีมมีคนที่สนิทสนมขนาดไปนอนค้างห้องกันแล้วดูหนังโป๊ด้วยกันแบบนี้ ...พี่ก็แอบรู้สึกหึงอยู่นิดหน่อยนะ”
เสียงทุ้มกล่าวขณะจิบกาแฟในแก้วของตนเอง
“เอ๋ พี่เจกำลังหึงดรีมอยู่เหรอฮะ??” เด็กหนุ่มถามเสียงสูง เก็บความรู้สึกปลื้มปริ่มไว้ไม่อยู่
“อนุญาตให้พี่หึงเราได้มั้ยล่ะ” พี่เจถามกลับพร้อมรอยยิ้มมุมปากสุดแสนจะไนซ์
“ก็ไม่รู้สิฮะ...”
คราวนี้ดรีมกลับเป็ฝ่ายหลบเลี่ยงสายตาเสียเอง
...โอ๊ยยย ใบหน้าผมมันร้อนผ่าวอีกแล้วอย่ามายิ้มน่ารักแบบนี้อีกได้มั้ย คนอะไร๊จะมีเสน่ห์ขนาดนี้!... เด็กหนุ่มะโแอ็คโค่อยู่ในใจ
“แต่ถ้าหึง...มันต้องคนเป็แฟนคบกันนี่ฮะ ถึงจะหึงกันได้...”
เสียงหวานพูดตะกุกตะกักอีกครั้ง เมื่ออยู่ต่อหน้าชายหนุ่มผู้ดูดีทุกกระเบียดนิ้วคนนี้เป็ต้องเสียอาการทุกทีสิน่า
“ครับ แต่พี่ไม่เร่งรีบไม่กดดันดรีมนะ แค่ออกตัวว่าจีบแค่ดรีมให้โอกาสมาเจอกันก็พอใจแล้วล่ะส่วนอนาคตจะพัฒนาเป็อย่างอื่นได้มั้ยค่อยว่ากันอีกที” หนุ่มนักธุรกิจพูดเสียงนุ่ม
เด็กหนุ่มรู้สึกทึ่งกับความชัดเจนและวางตัวดีของพี่เจเป็อันมาก
ชายหนุ่มร่างสูงเป็ที่ปรึกษาและผู้รับฟังที่ดี ให้สเปซเขาได้เป็ตัวของตัวเองอย่างเต็มที่แถมยังเป็กันเองขนาดนี้อีกเป็การทำความรู้จักในแบบผู้ใหญ่แตกต่างจากเด็กมหาลัยวัยเรียนคบหาดูใจกันลิบลับมันไม่ตื่นเต้นหวือหวาแต่ก็มีความสุขรู้สึกสบายใจทุกครั้งที่ได้ใช้เวลาร่วมกัน
ตัวดรีมเองก็ไม่ได้รู้สึกอยากคบหาเพื่อนรุ่นเดียวกันเป็พิเศษการมีเพื่อนคู่คิดที่ดีแนะนำกันได้แบบนี้เป็สิ่งที่พิเศษเหลือเกิน บางทีเขาเองอาจจะกำลังตามหาความสัมพันธ์ในรูปแบบนี้อยู่ก็เป็ได้
“เอ่อ งั้นผมถามพี่เจได้มั้ยฮะว่าพี่ดูคลิปชาย-ชายได้ปกติรึเปล่า?” เด็กหนุ่มอยากรู้อยากเห็น
“ดูได้ปกติครับ”
“แต่ผมไม่ได้เลยฮะ ล่าสุดอ้วกออกหมด เสียดายซูชิที่เรากินด้วยกันวันนั้นจัง”ดรีมย่นคิ้วยู่ยี่ ภาพหนุ่มฝรั่งสองคนวันก่อนยังติดตาไม่หาย
“ถ้าจำไม่ผิดวันนั้นเราเองก็มีอารมณ์กับพี่ที่เป็ผู้ชายนี่นาแต่เรากลับดูคลิปเกย์ไม่ได้งั้นเหรอ?”คิ้วหนาเลิกสูง
“นั่นสิฮะ ผมเลยมาถามความคิดเห็นพี่เจเนี่ยแหละ” ดรีมบอก
“แล้วกับคนอื่นเราเคยเป็แบบนี้มาก่อนมั้ยครับ?” พี่เจถาม
“....กับผู้ชายคนอื่นไม่ได้หรอกฮะ ก็ผมมีอารมณ์กับพี่เจคนเดียวนี่นา”
เด็กหนุ่มผมน้ำตาลประกายแดงกล่าวอย่างใสซื่อบริสุทธิ์พลางกินขนมต่อไม่ได้รู้ตัวเลยว่าคำพูดแสนซื่อของตนทำเอาชายหนุ่มตรงหน้าอึ้งกิมกี่ไปเสียแล้ว
จากที่ตั้งใจจะมาเดตพูดคุยแบบสบายๆแต่เมื่อเจอคำพูดกระแทกใจราวกับหมัดฮุกนั้นเข้าไป ผู้าุโกว่าอย่างเจก็ไม่ต่อไปเป็เหมือนกันหัวใจที่เคยด้านชาเื่ความรักพลันกลับมาเต้นตึกตักอีกครั้ง
รู้ตัวอีกที เจก็หลงเสน่ห์เด็กหนุ่มผู้ซื่อตรงเข้าเต็มเปาเสียแล้ว
ชายหนุ่มลูกครึ่งมองใบหน้าอ่อนเยาว์ของเด็กหนุ่มตัวน้อยเบื้องหน้าด้วยความแปลกประหลาดใจเขาผู้เป็ที่หมายปองของชายหญิงมากมายด้วยรูปลักษณ์ภายนอกและหน้าที่การงานผ่านความสัมพันธ์มาหลากหลายรูปแบบแต่ไม่เคยประสบความสำเร็จเื่ความรักเลยสักครั้งแม้นจะทุ่มเททั้งกายใจให้สิ่งที่เรียกว่ารักมาโดยตลอดได้กลับมาเพียงความผิดหวังเ็ป จนเขาแทบจะสิ้นหวังกับชีวิตคู่ไปแล้วด้วยซ้ำ
ทว่าเมื่อได้อยู่เคียงข้างเด็กหนุ่มผู้สว่างไสวคนนี้ยิ่งได้รู้จักก็อยากจะเรียนรู้เื่ราวเกี่ยวกับอีกฝ่ายมากขึ้นอีกเรื่อยๆอาหารที่ดรีมชอบคืออะไร? งานอดิเรกล่ะ?ปกติวันเสาร์อาทิตย์ทำอะไร? มีความฝันหรือสิ่งที่อยากทำในอนาคตมั้ย?มีเื่ที่อยากทำความรู้จักอีกมากมายเต็มไปหมด
ชายหนุ่มวัยสามสิบรู้สึกประหนึ่งได้ย้อนกลับไปยังสมัยวัยรุ่นมีรักแรกอีกครั้งเป็ความรู้สึกสดใหม่ซาบซ่านหัวใจ ยามเมื่อได้ทำความรู้จักกับความรักอันแสนบริสุทธิ์เพียงอยู่ใกล้คนที่แอบชอบก็ใจเต้นไม่เป็จังหวะ หวั่นไหวทุกครั้งที่นึกถึง คิดถึงโหยหาอยู่ตลอดอยากเจออีกฝ่ายขึ้นมาจนแทบทนไม่ไหว ร่างกายกำยำของเขาพลันปั่นป่วนรุ่มร้อนราวกับคนไม่เคยมีประสบการณ์ความรักมาก่อน
...เราเคยมีความรู้สึกพิเศษแบบนี้กับใครมาก่อนมั้ยนะ?...
...ที่ผ่านมาเรามัวแต่ตามหาไขว่คว้าอะไรอยู่?...
หนุ่มนักธุรกิจสำรวจความรู้สึกตนเองอีกครั้ง เขาเริ่มมั่นใจแล้วว่าตนได้ตกหลุมหลงรักแองเจิ้ลตัวน้อยตรงหน้าเข้าอย่างจัง
พี่เจมองดรีมที่ก้มหน้าก้มตากินขนมต่อโดยไม่พูดอะไรอีก
ใบหน้าหล่อเหลาคลี่ยิ้มออกมาในที่สุด
“น้องดรีม พี่ขอถามเราอย่างสิครับ” พี่เจกล่าว
“เอ๋ อะไรเหรอฮะ?”
“ที่ว่ากับคนอื่นไม่ได้ ต้องเป็พี่คนเดียว... เราพูดจริงรึเปล่า”
“จริงสิฮะ ก็ผมลองดูคลิปเกย์มาแล้วนี่นาแล้วก็ไม่เคยเป็แบบนี้กับผู้ชายคนไหนมาก่อนเลย”
“พี่ก็ไม่เคยรู้สึกแบบนี้กับใครมาก่อนเหมือนกันครับ”
“งั้นเหรอฮะ...” ดรีมพูด ปากยังเคี้ยวของกินตุ้ยๆ
“พี่ชอบเราจริงๆ นะ”
“...!!!”
“แค่อยากบอกน่ะครับ ไม่ได้ตั้งใจพูดให้เราอึดอัดนะแค่อยากบอกว่าพี่มีความสุขที่ได้ใช้เวลากับดรีมนะ”
ใบหน้าหวานแดงระเรื่อ
พี่เจจะรู้มั้ยนะว่าเสียงทุ้มละมุนนั้นสร้างความหวั่นไหวให้เด็กหนุ่มมากมายถึงเพียงนี้
หลังจากเงียบกันไปพักใหญ่ คนขี้อายค่อยๆ กล่าวถ้อยคำออกมาเสียงแ่
“...ขอบคุณที่ชอบผมนะฮะ แต่ผมยัง...”
“ไม่เป็ไรเลยครับ แค่น้องดรีมยอมมาเจอก็ดีใจแล้วล่ะ ไม่ต้องรีบนะ”
“ได้ฮะ...”
“แล้วก็คำพูดที่ว่า ‘ไม่เคยรู้สึกแบบนี้กับใคร’ ทีหลังอย่าเที่ยวพูดจาน่ารักแบบนี้กับใครอีกนะ เราไม่รู้หรอกว่ามันดาเมจความรู้สึกคนฟังขนาดไหน”
ชายหนุ่มพูดพร้อมจับจ้องเข้าไปในดวงตากลมโตคู่นั้น “เล่นพูดอ่อยซะขนาดนี้ ถ้าไม่ใช่เราพี่คงชวนกลับห้องแล้วแน่ๆ”
คำพูดนั้นทำเอาหนุ่มน้อยอึ้งไป แก้วลาเต้เกือบจะหลุดจากมือเล็กโชคดีว่ารับไว้ได้ทัน
ดรีมทำได้เพียงก้มหน้ามองพื้นงุดๆ จะว่าชอบก็ไม่เชิง จะบอกไม่ชอบก็ไม่ใช่แค่แปลกใจนิดหน่อยที่หนุ่มลูกครึ่งพูดชักชวนเถรตรงซะขนาดนี้
“...พี่เจเป็คนแบบนี้เหรอฮะ... แบบว่าชวนใครไปนอนด้วยก็ได้ง่ายๆแบบนี้อยู่แล้วเหรอ...”
“เป็คนนิสัยแบบนี้ครับ แต่เป็เฉพาะกับคนรักเท่านั้นนะ บอกก่อนว่าพี่เป็คนรักเดียวใจเดียวมากไม่เคยนอกใจแฟนเลยแม้แต่ครั้งเดียว”
“...แล้วผมจะเชื่อใจพี่ได้ยังไงละฮะ?” เสียงหวานถาม
“ได้สิครับ พี่เป็คนประเภทไอ้ต้าวคลั่งรักน่ะได้คบใครเป็แฟนก็จะรักหัวปักหัวปำเลยล่ะ” พี่เจยืนยันหนักแน่นพร้อมรอยยิ้มอบอุ่น
ดรีมไม่มั่นใจว่ากำลังคิดเข้าข้างตัวเองอยู่รึเปล่า แต่เขาััได้ถึงความจริงใจในคำพูดของอีกฝ่ายจริงๆพี่เจเป็คนเปิดเผย สื่อสารความรู้สึกออกมาอย่างตรงไปตรงมาอยู่เสมอ อยู่ด้วยแล้วรู้สึกสบายใจจัง
“งี้ใครเป็แฟนพี่เจ ต้องเตรียมตัวโดนขโมยจูบตลอดเวลาด้วยน่ะสิฮะ”ดรีมยิ้มแซว เจอกันครั้งแรกเขาก็โดนอีกฝ่ายจุ๊บปากซะแล้ว
“ไม่หรอกครับ เตรียมนอนบนเตียงไม่มีแรงลุกไปไหนมากกว่า”เสียงทุ้มกล่าวราบเรียบ
ดรีมกะพริบตาปริบๆ เด็กหนุ่มเริ่มแยกแยะไม่ออกแล้ว ว่าคำกล่าวทีเล่นทีจริงนั้นเชื่อถือได้แค่ไหนแต่ที่แน่ๆ แววตาของพี่เจที่จ้องมองมายังตัวเขาในยามนี้ดูจะแปรเปลี่ยนไปไม่อบอุ่นอ่อนโยนเช่นเคย
ั์ตาสีควันบุหรี่คู่นั้นจับจ้องมายังเรือนร่างของคู่สนทนาตัวน้อย
ไล่เรียงั้แ่ดวงตาคู่สวยกลมโตของเด็กหนุ่ม ย้ายไปยังติ่งหูบางตลอดจนต้นคอขาวเนียนระหงที่โผล่ออกมานอกคอเสื้อยืดโอเวอร์ไซซ์สีขาวมาหยุดอยู่ที่ริมฝีปากชมพูระเรื่อที่เริ่มสั่นไหวเล็กน้อยอยู่ในขณะนี้
เจยังจดจำได้ดีถึงััเมื่อครั้งพรมจูบดูดดื่มบนริมฝีปากบอบบางไร้เดียงสานั้นเทวดาตัวน้อยสั่นสะท้านตื่นกลัวต่อรสััแปลกใหม่ไม่คุ้นเคย แต่เมื่อได้เปิดใจทำความรู้จักมากขึ้นก็ยินยอมให้แต่โดยดีไร้ซึ่งท่าทีขัดขืนแต่อย่างใด
เป็จุมพิตที่หอมหวานเลิศรสชวนให้หลงมอมเมา จนชายหนุ่มชักอยากจะตะครุบกลืนกินลึกซึ้งกว่านี้อีกอยาก่ชิงความบริสุทธิ์ของเด็กหนุ่มมหาลัยไว้ในมือตนผิวกายนวลเนียนของร่างบอบบางเองก็ช่างละเอียดอ่อนนุ่มราวกับเด็กน้อยแต่ขาวผ่องสว่างวาบประหนึ่งเชิญชวนให้เขาเข้าไปแต่งเต้มร่องรอยจูบสีกุหลาบช้ำโดยทั่วถ้วน
สายตาสุขุมนุ่มลึกของหนุ่มลูกครึ่งอิตาลีวัยสามสิบเริ่มเบี่ยงเบนความสนใจเลื่อนลงมายังเนินอกและ่เอวบางตลอดจนสะโพกกลมกลึงภายใต้กางเกงยีนสามส่วนแม้นจะไม่มีคำพูดใดๆ เอื้อนเอ่ยออกมา หากแต่ดรีมกลับรู้สึกร้อนวูบวาบเพียงโดยสายตาร้อนผ่าวนั้นจ้องเขม็งมายังส่วนสงวนกลางลำตัวของเขาด้วยความรักใคร่เสน่หาอย่างล้นเหลือ
วิธีการที่ร่างสูงใหญ่มองมาช่างเย้ายวนลึกซึ้งยิ่งนัก ทำเอาร่างกายของเด็กหนุ่มวัยสิบเก้ารู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัวขึ้นมาดรีมรับรู้ได้ถึงความปรารถนาอันแรงกล้าที่มีต่อเรือนร่างของเขาผ่านทางสายตาเร่าร้อนคู่นั้นอย่างเปิดเผยจงใจเด็กหนุ่มมั่นใจว่าวันนี้ตนเองแต่งกายมิดชิดเรียบร้อยดีแล้วทว่าเมื่อโดนดวงตาราวกับมนต์สะกดคู่นั้นสแกนจ้องทั่วทั้งร่างก็ไม่อาจสลัดความกระดากอายที่บังเกิดขึ้นได้
ทำไมดรีมกลับรู้สึกเหมือนกำลังถูกสำรวจเรือนร่างของตัวเองทุกซอกทุกมุมอยู่กันนะประหนึ่งเสื้อผ้าที่สวมใส่ไม่อาจปกปิดผิวกายเปลือยเปล่าของตนได้เลยสักนิดสายตาแหลมคมนั้นราวกับมีฝ่ามือหนาเอื้อมมาเบื้องหน้าััลูบไล้เนื้อตัวของเขาไปทั่วอย่างพินิจพิเคราะห์ดรีมรู้สึกว่าตนเองไม่ต่างอะไรกับลูกเนื้อตัวน้อยที่กำลังจะโดนราชสีห์เ้าป่าแสนสง่าขย้ำกลืนกินในไม่ช้า
ริมฝีปากบางเม้มแน่นด้วยไม่อาจสะกดกลั้นต่ออารมณ์ปรารถนาที่พุ่งสูง เรือนกายขาวผ่องทวีความร้อนรุ่มขึ้นทุกขณะไม่มีท่าทีจะสงบลงเลยแม้แต่น้อย
มือเล็กดึงกระเป๋าสะพายสีครีมข้างตัวมาวางบนตักไม่อยากให้อีกฝ่ายรับรู้ว่าส่วนอ่อนไหวของตนเริ่มมีปฏิกิริยาตอบสนองเสียแล้วเพียงโดยจับจ้องด้วยสายตาหื่นกระหายที่มองมาไม่กะพริบ ร่างกายเขาก็พลันร้อนวูบวาบขึ้นมา
ไร้ซึ่งคำพูดเอื้อนเอ่ยระหว่างคนทั้งสอง แต่หากปล่อยให้ทุกอย่างดำเนินต่อไปดรีมต้องเป็ฝ่ายขาดใจเป็แน่
เด็กหนุ่มตัวน้อยจึงเป็ฝ่ายทำลายความเงียบนั้นลง
“เลิกมองผมแบบนั้นได้แล้วฮะ... ผมบอกแล้วนี่นา ว่าผม...เป็แบบนี้เฉพาะกับพี่เจคนเดียว...”ดรีมประท้วงเสียงแ่เบา
“พี่มองดรีมไม่ได้เหรอครับ” พี่เจถาม
“มองได้ฮะ แต่ไม่ใช่ด้วยสายตาแบบนั้น...”
“ดรีมว่าพี่กำลังมองเราด้วยสายตาแบบไหนอยู่ล่ะ”
“...ก็แบบที่พี่กำลัง...มองอยู่นี่...ไงฮะ...” เสียงหวานพูด“อีกอย่างเราอยู่ข้างนอกคนตั้งเยอะแยะนะฮะ”
“แปลว่าอยู่กันสองต่อสอง พี่จะจ้องมองเราแบบไหนก็ได้งั้นเหรอ?” เสียงทุ้มหยอกเย้า
“...ไม่ได้ทั้งนั้นฮะพี่เจสัญญาแล้วนี่นาว่าจะไม่ทำอะไรที่ผมไม่ชอบ... เพราะงั้น...”
“เข้าใจแล้วครับ งั้นเราเปลี่ยนเื่คุยกันเถอะ”
สายตาควันบุหรี่เร่าร้อนเต็มเปี่ยมไปด้วยเพลิงราคะค่อยๆ มลายหายไป ก่อนที่พี่เจจะกลับสู้โหมดพี่ชายผู้แสนดีคนเดิมอีกครั้ง
มือหนาหยิบแก้วกาแฟขึ้นมาจิบต่อใบหน้ายิ้มสุภาพนั้นจะชวนคุยเื่สัพเพเหระดินฟ้าอากาศราวกับก่อนหน้านี้ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
เด็กหนุ่มผู้ใสซื่อกะพริบตาปริบๆ งุนงงสับสน ปรับตัวตามอีกฝ่ายไม่ทัน
“...พี่เจหื่นอ่ะ” ดรีมบ่นอุบ คนอะไรบทจะดีก็ดีใจหายบทจะร้อนแรงก็ทำเอาเขาสั่นสะท้านตามไปด้วย นี่ขนาดไม่ได้ััแตะเนื้อต้องตัวแท้ๆยังรู้สึกร้อนผ่าวเลย
“เพิ่งรู้เหรอครับ ฮะฮะ” หนุ่มลูกครึ่งอิตาลีหัวเราะร่า “ไม่ต่างจากดรีมหรอกพี่เองก็รู้สึกพิเศษแบบนี้เฉพาะกับดรีมเหมือนกันนั่นแหละ”
“ผมไม่ชอบคนโกหกนะฮะ” ดรีมบอก
“จริงๆ ครับ พี่เป็คนพูดจริงอยู่แล้ว ว่าแต่ดรีมจะไปดูหนังใช่มั้ยเื่นั้นเข้าฉายแล้วนะเราไปดูกันมั้ย” พี่เจชี้ไปยังโปสเตอร์โปรโมทหนังซูเปอร์ฮีโร่เื่ใหม่ที่กำลังมาแรง
“เื่นี้ผมจ้องั้แ่เข้าโรงวันแรกละฮะ งั้นเราไปจองตั๋วกันเถอะ!”
ร่างบอบบางลืมเื่ที่คุยก่อนหน้าเสียสิ้น รีบทานวาฟเฟิลที่เหลือก่อนจะพากันไปยังโรงหนัง
ดรีมรับรู้ได้ถึงสายตาอบอุ่นของชายหนุ่มจ้องมองเขาตลอดทั้งวันเด็กหนุ่มดีใจแต่ก็แอบเขินๆ อยู่บ้าง ยอมรับว่ารู้สึกดีอีกฝ่ายอยู่ไม่น้อย
ตลอดทางพี่เจไม่แตะเนื้อต้องตัวเขาอีกเลย
ดรีมไม่พูดอะไร เขาทั้งรู้สึกดีและแสนเสียดายในเวลาเดียวกัน
กระเป๋าสะพายข้างสีครีมถูกวางลงบนโต๊ะอ่านหนังสือ เด็กหนุ่มผมสีน้ำตาลประกายแดงเดินทางกลับมาถึงหอพักในที่สุด
ดรีมทิ้งตัวลงนอนบนเตียงพลางนึกขึ้นมาได้ว่ายังไม่บอกอีกฝ่ายเลยว่ากลับถึงหอแล้ว
“ถึงห้องแล้วนะฮะพี่เจ วันนี้ขอบคุณมาก ดีใจที่ได้เจอพี่อีกนะฮะ” ร่างบอบบางพิมพ์ไลน์บอกพร้อมส่งสติกเกอร์รูปหัวใจปิดท้าย
ตึ๊ง ตึ๊ง
เสียงข้อความไลน์เด้งขึ้น พร้อมสติกเกอร์รูปแมวจากหนุ่มลูกครึ่งในแชท
เด็กหนุ่มยิ้มตาม อีกฝ่ายช่างเป็ทาสแมวโดยแท้ทรูเสียจริง
ดรีมพลันนึกถึงสายตาสีควันบุหรี่ที่จับจ้องมายังเขาเมื่อ่กลางวันได้ดีมันช่างเร่าร้อนสื่อสารความ้าอย่างตรงไปตรงมาไร้ซึ่งการปิดบัง เขาเสียอีกที่เป็ฝ่ายดึงกระเป๋ามาวางบนตักเพื่อปกปิดส่วนที่มีปฏิกิริยาตอบสนองเอาไว้อย่างน่าละอาย
ใบหน้าชายหนุ่มลูกครึ่งอิตาลีแสนหล่อเหลาที่เพิ่งไปเดตมาด้วยวันนี้ยังคงชัดเจนในความทรงจำเพียงนึกถึงลมหายใจของดรีมก็พลันติดขัด มือบางปลดกางเกงยีนสามส่วนของตนออกอย่างเชื่องช้าตามด้วยกางเกงชั้นในสีอ่อนจนท่อนล่างเปลือยเปล่าเด่นตระหง่านชูชัน
นิ้วเรียวค่อยๆไล่ไปตามส่วนอ่อนไหวซึ่งเริ่มมีปฏิกิริยาขึ้นมาบ้างแล้ว ส่วนนั้นถูกไว้ในฝ่ามือขาวด้วยความทะนุถนอมนุ่มนวล
ดรีมเริ่มต้นขยับอย่างเนิบนาบ เชื่องช้าวาบหวาม ก่อนจะค่อยๆ เร่งเร้าจังหวะเร็วขึ้นทีละนิด
“อ๊ะ...อ๊ะ...พี่เจฮะ...”
เสียงหวานครางออกมาด้วยความเย้ายวน เขาครวญเรียกชื่อคนที่หวนคิดถึงออกมาด้วยอารมณ์รัญจวน
ดรีมมองว่าตัวเองแปลกไปนับั้แ่ได้รู้จักชายหนุ่มทางแอ๊พพลิเคชั่นเมื่อวันก่อนเขาผู้ไม่ค่อยประสีประสาเื่เพศ ไม่ได้แตะต้องอวัยวะส่วนนี้ของตัวเองบ่อยนักกลับกลายเป็ต้องช่วยตัวเองอยู่แทบทุกวันแถมบางวันก็หลายเวลาเสียด้วย
หากถามว่าระหว่างทำกิจนั้นในหัวของเด็กหนุ่มกำลังจินตนาการถึงอะไรก็เริ่มจากั์ตาวาบหวามคู่นั้นที่เพียงกวาดสายตามองมาก็ทำให้ร่างของดรีมลุกเป็ไฟต่อด้วยรสจูบอันอ่อนหวานแต่ดูดดื่มเร้าใจจากพี่เจั้แ่แรกพบ รสััหนึบหนับในโพรงปากอุ่นนั้นยังชัดเจนในโสตประสาทของดรีมไม่เลือนหายรู้สึกดีเสียจนเขาต้องคอยปลดปล่อยความปรารถนาที่อัดแน่นอยู่ภายในออกมาบ่อยครั้ง
“ฮ๊า...พี่เจ...อ๊า...”
ดรีมเร่งจังหวะพลันกรีดร้องออกมาเมื่ออารมณ์เร่าร้อนนั้นพุ่งทะยานขึ้นสูงเสียดฟ้าก่อนจะแตกตัวเป็ดอกไม้ไฟแห่งความปรารถนาในมือของเด็กหนุ่มในท้ายที่สุด
“อ๊ะ อ๊า อ๊า!!!”
ร่างนวลเนียนที่บัดนี้เป็สีชมพูทั้งร่างบิดเกร็ง เสียวซ่านั้แ่ศีรษะจรดปลายเท้าราวกับมีกระแสไฟฟ้าอ่อนๆแล่นไปทั่วทั้งกาย ไม่มีส่วนใดของร่างกายที่ไม่รู้สึกปีติยินดีไปด้วย
ใบหน้าชายหนุ่มหล่อเหลาเด่นชัดในห้วงคำนึงมากขึ้นทุกขณะ
ดรีมรู้ตัวว่ากำลังหลงใหลชายหนุ่มลูกครึ่งอิตาลีจนแทบโงหัวไม่ขึ้นเสียแล้วแม้นจะยังไม่เคยมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกันมาก่อน เพียงแค่จินตนาการนึกถึงพี่เจ ดรีมก็แทบจะสำเร็จความใคร่ได้เลยด้วยซ้ำ
เด็กหนุ่มไม่เคยรู้สึกมีความสุขจากเพศรสเฉกเช่นนี้มาก่อนการช่วยตัวเองที่ผ่านมาเปรียบเสมือนทำตามหน้าที่เสียมากกว่า ไม่ได้รู้สึกชื่นชอบแต่อย่างใด
ทว่าบัดนี้การได้นึกถึงชายหนุ่มลูกครึ่งผู้แสนดีทำให้ดรีมกลับเสพติดความกระสันอยากทางเพศรสนี้เข้าแล้วอยากัั อยากถูกัั อยากปลดปล่อยความปรารถนาครั้งแล้วครั้งเล่าพร้อมเรียกชื่ออีกฝ่ายไปด้วยอย่างน่าละอาย
ไม่นึกเลยว่าการได้ชอบใครสักคนจะเติมเต็มความรู้สึกเบื้องลึกได้ถึงปานนี้
ใบหน้างามงอนแก้มป่องอีกเช่นเคย
“ทำให้ผมกลายเป็แบบนี้ มารับผิดชอบด้วยเลยนะพี่เจ...”เสียงหวานบ่นพึมพำกับตัวเอง
...ดรีมหลงรักพี่เจเข้าเสียแล้ว...
หากแต่ความรู้สึกนี้ยังไม่ได้ถูกบอกออกไป ถูกเก็บไว้ในห้องหัวใจของเด็กหนุ่มอยู่เช่นนั้น
ดรีมยังรู้สึกสับสนไม่มั่นใจเื่รสนิยมทางเพศของตัวเองนักและไม่รู้ว่าการบอกความรู้สึกนี้ออกไปจะทำให้ความสัมพันธ์อันดีระหว่างเขากับพี่เจเปลี่ยนไปหรือเปล่าชายหนุ่มจะยังปฏิบัติกับเขาเหมือนเดิมมั้ยนะ?พวกเขาจะยังพูดคุยกันได้แบบทุกวันนี้อยู่มั้ย? แล้วความรักระหว่างเพศเดียวกันจะมั่นคงจริงหรือเปล่า?คำถามต่างๆ นานามากมายผุดขึ้นมาในหัว
เด็กหนุ่มทำได้เพียงเก็บความค้างคาใจนี้ไว้เพียงลำพัง
รู้เพียงความ่เวลาที่ได้อยู่ด้วยกันและเฝ้าคิดถึงอีกฝ่าย คือโมเมนต์ที่เขามีความสุขที่สุดเลย