สัญชาตญาณดิบเอาชนะความเ็ปและเหตุผลทั้งมวล
อริสราฝืนร่างกายที่ยังอ่อนแอและประท้วงด้วยความเ็ป ค่อยๆ หย่อนขาสองข้างลงจากเตียง ความเย็นเยียบของพื้นกระเบื้องแล่นปราดขึ้นมาจนเธอสะท้าน ความเจ็บแปลบที่แขนขวาย้ำเตือนถึงสภาพที่ไม่สมบูรณ์ของเธอ แต่เสียงกรีดร้องในใจที่บอกให้ "หนีไป" นั้นดังกว่า
มือซ้ายของเธอกระชากสายน้ำเกลือที่ติดอยู่หลังมือออกอย่างไม่ลังเล ความเจ็บจี๊ดแล่นขึ้นมาพร้อมกับหยดเืสีแดงสดที่ไหลซึมออกมา มันคือความเ็ปที่จับต้องได้ และน่ากลัวน้อยกว่าความจริงที่มองไม่เห็นในห้องนี้ร้อยเท่า
เธอใช้เวลาชั่วครู่เพื่อทรงตัว ก่อนจะค่อยๆ ก้าวไปยังประตูห้อง เป้าหมายของเธอเรียบง่าย... แค่ออกไปให้พ้นจากที่นี่ ไปยังที่ที่มีคนเยอะๆ ที่ที่ "เงา" ประหลาดนั่นไม่กล้าปรากฏตัว
แต่ทันทีที่เธอแง้มประตูและก้าวออกสู่ทางเดินยาวของโรงพยาบาลในยามวิกาล... โลกทั้งใบก็ถาโถมเข้าใส่เธอ
มันคือ การโจมตีทางประสาทัั ที่เธอไม่เคยเตรียมใจรับมือ
เสียง... ไม่ใช่แค่เสียงบี๊บของเครื่องมือแพทย์ หรือเสียงกระซิบของพยาบาลที่เข้าเวรดึก แต่เธอได้ยินทุกสิ่ง... เสียงครวญครางแ่เบาของความเ็ปจากห้องต่างๆ เสียงสวดภาวนาที่สิ้นหวังของญาติผู้ป่วย เสียงลมหายใจที่ติดขัดของคนใกล้ตาย... เสียงทั้งหมดผสมปนเปกันเป็เสียงหึ่งๆ ที่น่าเวียนหัวอยู่ในโสตประสาทของเธอ
ภาพ... ทางเดินที่ควรจะสว่างด้วยแสงไฟสีขาวนวล บัดนี้กลับกลายเป็สายรุ้งแห่งอารมณ์ที่บิดเบี้ยว เธอเห็นรัศมีแสงหลากหลายสีสันไหลออกมาจากใต้ประตูแต่ละบาน... สีเทาหม่นของความสิ้นหวัง... สีแดงฉานของความโกรธที่ถูกกดข่ม... สีน้ำเงินเข้มของความเศร้าที่จับตัวเป็ก้อน...
อริสราต้องยกมือขึ้นกุมขมับ พยายามต่อสู้กับอาการวิงเวียนคลื่นไส้ที่จู่โจมอย่างรุนแรง และในตอนที่เธออ่อนแอที่สุดนั้นเอง... เธอก็เห็นพวกมันอีกครั้ง
ไม่ใช่แค่เงาเดียว...
เงาร่างตะคุ่มๆ หลายร่างกำลังเคลื่อนไหวอยู่ในความพร่ามัวของสายตาเธอ พวกมันเกาะอยู่ตามเพดานราวกับแมงมุมั์... หลบอยู่หลังเสาต้นใหญ่... บางร่างกำลังคืบคลานอย่างเชื่องช้าไปตามพื้นราวกับปลิง... พวกมันดูเหมือนจะไม่สนใจเธอเลยแม้แต่น้อย เป้าหมายของพวกมันคือรัศมีแสงสีหม่นที่เล็ดลอดออกมาจากห้องผู้ป่วย พวกมันกำลัง "กัดกิน" ความสิ้นหวังและความเ็ปเ่าั้อย่างตะกละตะกลาม
อริสราตัวแข็งทื่อ ลมหายใจติดขัดอยู่ในลำคอ นี่ไม่ใช่โรงพยาบาล... แต่มันคือทุ่งหญ้าสะวันนาในยามค่ำคืนที่เต็มไปด้วยฝูงไฮยีน่าที่มองไม่เห็นซึ่งกำลังรุมทึ้งซากศพทางอารมณ์
ท่ามกลางความโกลาหลทางประสาทัั สายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นป้ายสีเขียวเรืองแสงที่ปลายสุดของทางเดิน...
"ทางออก"
ป้ายนั้นกลายเป็ดวงไฟแห่งความหวังเพียงหนึ่งเดียวในนรกแห่งนี้ สัญชาตญาณเปลี่ยนเป้าหมายทันที ไม่ใช่แค่ "หนี" แต่คือ "หนีไปให้ถึงตรงนั้น"
เธอเม้มปากแน่น ไม่สนใจความเ็ปที่แขน ไม่สนใจเสียงโหยหวนในหัว ไม่สนใจภาพสีสันที่น่าเวียนหัว... เธอบังคับให้ขาก้าวไปข้างหน้า... ทีละก้าว... ทีละก้าว... โดยมีเพียงแสงสีเขียวของป้ายทางออกเป็เครื่องนำทาง
เธอต้องไปให้ถึง... ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม
ทุกย่างก้าวคือการต่อสู้
ทางเดินของโรงพยาบาลที่ทอดยาวราวกับไม่มีที่สิ้นสุดกลายเป็บททดสอบแรกของเธอ เสียงในหัวกรีดร้องโหยหวนแข่งกับเสียงหอบหายใจของตัวเอง พื้นกระเบื้องที่เย็นเฉียบไม่ได้ช่วยบรรเทาความร้อนรุ่มที่เกิดจากความสับสนและความกลัวได้เลย
อริสราพยายามเพ่งสมาธิไปที่ป้าย "ทางออก" สีเขียวเพียงอย่างเดียว บังคับตัวเองไม่ให้มองเหล่าเงาประหลาดที่กำลังกัดกินความทุกข์ทนอยู่รอบกาย แต่ยิ่งเธอฝืน... ยิ่งเธอตั้งใจมุ่งมั่นที่จะมีชีวิตรอด... บางสิ่งในตัวเธอก็ยิ่งสว่างวาบขึ้น
มันคือเปลวไฟสีดำอมแดงที่ลุกโชนขึ้นชั่ววูบในรัศมีรอบกายของเธอ เป็แสงที่ตามนุษย์มองไม่เห็น แต่สำหรับตัวตนที่อยู่ในเงามืด... มันสว่างจ้ายิ่งกว่าดวงอาทิตย์
พลัน! เงาตัวหนึ่งที่เกาะอยู่บนเพดานก็หยุดชะงักการ "ดื่มกิน" ความเศร้าจากห้องผู้ป่วยหนัก มันหัน "ใบหน้า" ที่ว่างเปล่าและไร้ซึ่งดวงตาของมัน... หันขวับมาทางเธอ
อริสราััได้ถึงการเปลี่ยนแปลงทันที ความสนใจของมันไม่ได้เ็าอีกต่อไป แต่เต็มไปด้วย "ความหิวโหย" รูปแบบใหม่... ที่มุ่งตรงมาที่เธอ
ร่างเงาตะคุ่มนั้นปล่อยตัวจากเพดาน ไหลลงมาตามกำแพงราวกับน้ำมันดิน ก่อนจะแผ่ขยายไปตามพื้น มุ่งตรงมาหาเธออย่างรวดเร็ว มันยืดตัวขึ้น ก่อร่างสร้างเป็แขนขาที่ยาวผิดส่วน และกรงเล็บที่แหลมคมราวกับเศษแก้วสีดำก็งอกเงยออกมาจากปลายนิ้ว
อริสราตัวแข็งทื่อ ร่างกายปฏิเสธที่จะขยับ สมองของเธอว่างเปล่าไปชั่วขณะ เธอถูกต้อนจนมุมอยู่กลางทางเดินนรกนี้แล้ว
ฉึบ!
ก่อนที่กรงเล็บเงาจะทันได้ััตัวเธอ... ร่างของชายคนหนึ่งก็ปรากฏขึ้นจากเงามืดอีกฟากหนึ่งของทางเดิน เคลื่อนไหวได้เงียบเชียบและรวดเร็วจนน่าเหลือเชื่อ ในมือของเขาคือมีดสั้นที่สลักอักขระประหลาด มันเรืองแสงสีเงินเย็นเยียบ ตัดกับบรรยากาศอันร้อนรุ่มรอบตัวอย่างสิ้นเชิง
ชายคนนั้นไม่ได้แทง แต่เขา "ปาด" ผ่านกลางร่างเงาที่กำลังพุ่งเข้าใส่
ไม่มีเสียงเืสาดกระเซ็น มีเพียงเสียงกรีดร้องโหยหวนไร้สำเนียงที่ดังขึ้นในหัวของอริสรา ร่างเงานั้นบิดเบี้ยวอย่างรุนแรงเมื่อัักับแสงสีเงิน ก่อนจะสลายกลายเป็ควันสีดำจางๆ และหายไปในอากาศธาตุ
ทุกอย่างเกิดขึ้นในเวลาไม่ถึงสามวินาที
อริสราทรุดลงพิงกำแพง หอบหายใจอย่างหนัก ชายร่างสูงในเสื้อโค้ตสีเข้มคนนั้นหันมามองเธอ ดวงตาของเขาคมกริบและเหนื่อยล้า... เหมือนคนที่เห็นโลกมามากเกินไปและไม่ปรารถนาจะเห็นอะไรอีกแล้ว สายตาของเขาเหลือบมองไปยังรอยสักอสรพิษบนแขนของเธอที่บัดนี้เรืองแสงสีแดงจางๆ ออกมาอย่างเห็นได้ชัด
"พลังที่ตื่นขึ้นมาใหม่ๆ ก็เหมือนเืที่ไหลไม่หยุด..." เขาพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ทุ้มลึก "มันดึงดูดนักล่า"
เขาหันหลังให้เธอ เตรียมจะเดินจากไป
"อยากรอดก็วิ่งซะ..." เขาพูดทิ้งท้ายโดยไม่หันกลับมา "และหัดควบคุม 'กลิ่น' ของแกให้ดีกว่านี้"
แล้วร่างของเขาก็กลืนหายเข้าไปในเงามืดของทางเดิน... ราวกับว่าเขาคือส่วนหนึ่งของมันมาโดยตลอด
อริสราถูกทิ้งให้ยืนอยู่คนเดียวอีกครั้ง แต่คราวนี้ความกลัวของเธอถูกแทนที่ด้วยความสับสนที่มากกว่าเดิมพันเท่า "นักล่า"? "กลิ่น"? ผู้ชายคนนั้น
เป็ใคร? แล้วเขา... มองเห็นเหมือนกับที่เธอเห็นงั้นหรือ?
คำพูดของเขาดังก้องอยู่ในหัว ผลักดันให้เธอต้องทำตาม... วิ่ง!