ตอนที่ 19
ณตำหนักหลังหนึ่งแม้ตำหนักนี้จะมีทหารองครักษ์อยู่มากมายแต่ก็มีคนผู้หนึ่งสามารถเร้นกายเข้าไปได้อย่างสบายๆ
คนผู้นี้ก็คือพี่โม่งนั่นเอง
เมื่อพี่โม่งเข้าไปในตำหนักก็ได้ถอดหมวกอีโม่งออกถ้าไป๋กุนหลางได้มาเห็นก็จะรู้ว่าแท้ที่จริงแล้วพี่โม่งก็คือบิดาของเขาจักรพรรดิไป๋ป้าเทียน
"ฝ่าาเพคะ"
อยู่ๆก็ได้มีเสียงผู้หญิงเรียกขึ้นองค์ฮ่องเต้จึงหันไปดูเมื่อเห็นว่าเป็ใครก็กล่าวขึ้นว่า "เยี่ยนเอ๋อเ้านั่นเองยังไม่เข้านอนหรือ"
ผู้หญิงคนนี้ก็คือฮองเฮาคนปัจจุบัน หยางซวงเยี่ยน
"นี่เพิ่งแต่หัวค่ำเองนะเพคะฝ่าาแล้วพระองค์ไปทำอะไรมาหรือเพคะ" ฮองเฮาถาม
ฮ่องเต้ตอบว่า "ข้าไปวัดฝีมือของลูกห้ามาได้ยินว่าสามารถเอาชนะเ้าใหญ่ได้ง่ายๆข้าก็เลยอยากรู้ว่าเขามีฝีมือสักเท่าใด"
"ฝีมือขององค์ชายห้าเป็อย่างไรบ้างเพคะแล้วทำไมพระองค์ถึงมีดินติดอยู่ตามตัวเต็มไปหมดเลยละเพคะ" ฮองเฮาถามอีก
ฮ่องเต้ตอบว่า "ฝีมือของเ้าห้าในตอนนี้ก็ถือว่าพอใช้ได้แต่ที่น่าทึ่งจริงๆก็คือวิชากระบี่ของเขา….ข้าไม่เคยเห็นวิชานี้มาก่อน หมายความว่าวิชานี้ลูกห้าเป็คนบัญญัติขึ้นมาเองทำให้ข้าคิดว่าศักยภาพของเขานั้นสามารถพัฒนาต่อไปได้จนเหนือกว่าข้าเสียอีก"
แล้วก็อธิบายต่อว่า "ส่วนดินนี่น่ะหรือเ้าบ้านั่นเห็นว่าตัวเองสู้ตรงๆไม่ได้จึงใช้วิธีการเตะดินใส่หน้าเพื่อหันเหความสนใจ"
ยิ่งเมื่อนึกไปถึงวิธีการที่ไป๋กุนหลางใช้เพื่อหลอกล่อโจมตีพระองค์ฮ่องเต้ก็พูดขึ้นอีกด้วยความชื่นชมว่า "รู้จักพลิกแพลงตามสถานการณ์สมกับเป็บุตรชายของข้าจริงๆ"
ฮองเฮาที่ได้ยินอย่างนั้นก็พูดขึ้นด้วยความไม่มั่นใจว่า "ฝ่าาพระองค์ไม่คิดว่าองค์ชายเปลี่ยนไปมากเกินไปหน่อยหรือ"
ฮ่องเต้เห็นฮองเฮาไม่สบายใจก็ตอบกลับไปว่า "เมื่อก่อนข้าก็คิดแบบเ้าจึงได้ไปสอบถามเทียนจุนและท่านผู้เฒ่าก็ได้ยืนยันแล้วว่าเขาคือลูกชายของข้าจริงๆเพราะงั้นเ้าอย่ากังวลไปเลย"
แม้ได้ยินฮ่องเต้ยืนยันแต่ฮองเฮาก็ยังไม่คลายกังวลฮ่องเต้สังเกตเห็นจึงเอ่ยถามว่า "เ้ากังวลว่ากุนหลางจะทำร้ายลูกเก้างั้นรึ"
"เพคะ หม่อมฉันคิดว่าองค์ชายห้าอาจจะไม่พอใจที่พระองค์ทรงคิดจะยกราชบัลลังก์ให้กับเซียนกุนอีกอย่างหม่อมฉันก็ไม่ได้้าให้เซียนกุนเป็จักรพรรดิข้าเพียงแค่อยากให้เขามีชีวิตที่สงบสุขเท่านั้น" ฮองเฮาตอบอย่างกังวล
แล้วก็ได้อธิบายต่อไปว่า "ไหนจะพวกขุนนางถ้าพวกเขารู้ว่าหม่อมฉันเป็ใครมาจากไหนพวกเขาคงจะคัดค้านในเื่นี้แน่และท่านแม่ทัพมู่หยงที่พระองค์ได้แสดงเจตนารมณ์ของพระองค์ให้เห็นเขาเองก็ไม่ได้มีทีท่าว่าจะสนับสนุนพระองค์เลยนั้นทำให้ข้ากลัวว่าการที่พระองค์พยายามจะยกบัลลังก์ให้กับเซียนกุนจะเป็หนทางนำเขาไปสู่ความตายเพราะงั้นในเมื่อองค์ชายห้าเปลี่ยนเป็ดีขึ้นน่าจะพิจารณาเื่นี้ใหม่นะเพคะ"
ฮ่องเต้อธิบายว่า "เื่ขุนนางเ้าไม่ต้องห่วงขอแค่ข้ายืนกรานพวกเขาก็ต้องยอมรับส่วนมู่หยงป้าการไม่แสดงท่าทีของเขาไม่ได้หมายความว่าเขาปฏิเสธแต่คนที่รับราชการมาั้แ่สมัยทวดของข้าอย่างตาเฒ่ามู่หยงนั่นน่ะสำหรับเขาแล้วจักรพรรดิไม่ใช่แค่มีสายเืตระกูลไป๋เท่านั้นแต่ต้องมีความสามารถที่แท้จริงถ้าเขาได้มาเห็นความสามารถของลูกเก้าอย่างที่ข้าเห็น เขาจะสนับสนุนลูกเก้าแน่นอน"
พอนึกถึงเหล่าลูกๆองค์ฮ่องเต้ก็รู้สึกหนักใจ "ในบรรดาลูกของข้านั้นโส่วหนานแม้จะฉลาดเฉลียวแต่เขามองตัวเองเป็ดั่งท้องฟ้าซึ่งนั่นไม่ดีเลยจักรพรรดิที่ดีต้องมองตัวเองเป็แค่มดเพื่อจะได้มองเห็นปัญหาอย่างชัดเจนส่วนคนอื่นยิ่งไม่ต้องพูดถึง ถ้าอวี้เอ๋อเป็ชายข้าคงเลือกนางไปแล้วเฮ้อ…"
"แต่…" ก่อนที่ฮองเฮาจะได้พูดฮ่องเต้ก็ยกมือห้ามแล้วกล่าวต่อว่า
"สำหรับกุนหลาง...เมื่อข้ามองเข้าไปในแววตาของเขาข้ารู้สึกเหมือนมองตนเองเมื่อสมัยก่อน เขาเปลี่ยนไปและ้าอำนาจนั้นจริง แต่อำนาจที่เขา้า ไม่ใช่อำนาจของจักรพรรดิแต่เป็อำนาจของเทพยุทธ์"
แล้วพระองค์ก็กล่าวด้วยความปลื้มปิติว่า "กุนหลางกับข้านั้นเฉลียวฉลาดมีสายตาที่กว้างขวางและยาวไกลเหมือนๆกันจึงทำให้รู้ว่ามีแต่พลังของเทพยุทธ์ถึงจะทำให้เรากุมอำนาจที่แท้จริงได้"
ฮองเฮาที่ได้ยินฮ่องเต้เอ่ยชมลูกจนลามมาชมตัวเองก็กล่าวอย่างหมั่นไส้ว่า "เฮอะ!เป็เหมือนพระองค์น่ะดีนักหรือ"
ฮ่องเต้ที่ได้ยินอย่างนั้นก็กล่าวอย่างกระหยิ่มยิ้มย่องว่า "ดีสิเป็เหมือนข้าก็จะได้มีหญิงงามเพรียบพร้อมอย่างเ้ามาคอยอยู่เคียงข้างอย่างไงละ ฮ่าๆๆ..ฮ่าๆๆ..!!อ๊ะ!!แค่กๆๆๆ!!! กำลังหัวเราะอยู่ดีๆอยู่ๆองค์ฮ่องเต้ก็ไอออกมาหนักมากจนตัวโยน!!
ฮองเฮาที่กำลังขวยเขินกับคำพูดของฮ่องเต้อยู่เมื่อเห็นองค์ฮ่องเต้ไอออกมาก็รีบไปหยิบยาบนโต๊ะมาป้อนพระองค์ทันที "ฝ่าาเพคะทรงดื่มยาก่อนเถิดเพคะ" เสร็จแล้วก็ได้ประคองพระองค์ไปนั่งพักบนเก้าอี้
เมื่อฮ่องเต้หายไอแล้วก็ได้กล่าวกับฮองเฮาคนรักว่า "ดีจริงๆที่มีเ้าอยู่ด้วยยาของเ้ามีรสชาติอร่อยจริงๆนี่ถ้าข้าต้องดื่มยาของหมอเสิ่นซีทุกวันลิ้นของข้าคงไม่สามารถรับรู้รสชาติอื่นๆได้"
ฮองเฮาที่ได้ยินอย่างนั้นก็เงยหน้ามองฮ่องเต้ด้วยแววตาที่แสนเศร้า
"พระองค์ทรงไม่เสียใจเลยหรือเพคะ" ฮองเฮาถาม
ฮ่องเต้ตอบว่า "เสียใจเื่ที่เ้าสาระเลวนั่นใช้เ้าเป็เหยื่อล่อเพื่อทำร้ายข้าจนข้าาเ็เรื้อรังน่ะรึ ไม่หรอก เ้าอย่าลืมสิว่าแม้มันจะทำร้ายข้าได้แต่ข้าก็ต่อยร่างเทพนักสู้ของมันเสียแหลกลาญจนมันกลายเป็คนพิการไปเลย และสิ่งที่ทำให้ข้าป่วยเรื้อรังก็ไม่ใช้พลังของเ้าสาระเลวนั่นแต่เป็เพราะเ้าหมาป่าน้ำแข็งนั้นนั่นต่างหาก"
"รู้ไหมตอนนั้นข้าคิดว่าตัวเองคือยอดฝีมือชั้นแนวหน้า ในระดับกึ่งเทพยุทธ์ข้าไม่มีทางแพ้ใครแต่พอเจอเ้าหมาป่าน้ำแข็งข้าก็รู้ซึ้งว่าเหนือฟ้ายังมีฟ้า ตอนนั้นข้า จื่อเหา และเข่อน้อย…
"คิกคิกๆๆ"
ฮ่องเต้กำลังเล่าเื่อยู่ดีๆ อยู่ๆฮองเฮาก็หัวเราะขึ้นมาจนฮ่องเต้ต้องหันไปถามว่า "เยี่ยนเอ๋อหัวเราะอะไรรึ?"
ฮองเฮาตอบว่า "คิกๆ..ได้ยินพระองค์เรียกเข่อน้อยแล้วมันอดไม่ได้..ฮ่าๆๆ" พูดเสร็จก็ไม่สามารถทนได้จึงหัวเราะออกมาเสียงดัง
ฮ่องเต้ที่รู้สึกไม่ได้รับความเป็ธรรมก็ได้กล่าวอย่างเคืองๆว่า "บัดซบ!ก็ตอนเด็กเ้าขงเข่อตัวมันลีบหัวมันโตอย่างกับเด็กขาดสารอาหาร เมื่อสาบานเป็พี่น้องกันก็ต้องให้ข้าที่ตัวโตกว่าเป็พี่สิแต่ไม่รู้ว่ามันไปกินอะไรมายิ่งโตตัวก็ยิ่งใหญ่จนใหญ่กว่าข้าแล้ว แต่จะให้ข้าทำยังไงละ!หรือจะให้ข้าเปลี่ยนคำสาบานไปเป็น้องมัน!ถึงยังไงข้าก็คือจักรพรรดิไป๋ป้าเทียนนะ!!!"
ฮองเฮาที่เห็นฮ่องเต้เคืองจนพาลไปทั่วก็ได้เข้าไปออดอ้อน "โอ๋ๆอย่าเคืองไปเลยเพคะพระองค์เป็พี่น่ะถูกแล้ว เมื่อกี้เล่าถึงพวกท่านทั้งสามร่วมมือกันแล้วเป็อย่างไรเพคะ?"
เมื่อฮองเฮาออดอ้อนฮ่องเต้ก็คลายความเคืองแล้วกล่าวว่า "แม้พวกข้าจะเอาชนะเ้านั้นได้แต่พวกเราก็ได้รับาเ็ด้วยพลังความเย็นกันถ้วนหน้า จื่อเหากับเข่อน้อยต้องใช้เวลารักษาตัวเป็ปีส่วนข้าแผลเก่าแผลใหม่รวมกันกลายเป็อาการเรื้อรัง"
แล้วพระองค์ก็กล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงเคียดแค้นว่า "แต่ที่น่าเจ็บใจที่สุดไม่ใช่อาการาเ็แต่เป็ตอนที่รู้ว่าพวกเราตกอยู่ในแผนการผู้อื่น" และเมื่อนึกถึงสิ่งที่เกิดขึ้นตอนนั้นก็ทำให้พระองค์รู้สึกจนใจ
ในตอนที่เ้าหมาป่าน้ำแข็งถูกพวก พระองค์ล้อมอยู่บนเนินทรายมันได้มองขึ้นไปบนท้องฟ้าแล้วกล่าวว่า "แต่ก่อนข้าก็คิดว่าตัวเองฉลาดนะคิดไม่ถึงจริงๆว่าคนอย่างข้าจะกลายมาเป็หมากอยู่ในแผนการของคนอื่นแต่เมื่อเดินมาถึงขนาดนี้จะหันหลังกลับก็ไม่ได้แล้ว...มาเถอะ!!มาจบเื่กัน!"
ณเวลานั้นพระองค์ก็รู้สึกเหมือนกัน ว่าตนเองตกไปอยู่ในแผนการของคนอื่นแต่ก็อย่างที่เ้าหมาป่าน้ำแข็งมันว่าพระองค์ถอยไม่ได้แล้วมีแต่ต้องเดินหน้าลูกเดียว
"เทียนจุนไม่รู้หรือเพคะว่าใครเป็คนทำ" ฮองเฮาถาม
"อาจจะรู้แต่ที่ไม่บอกก็คงเพราะว่าต่อให้ข้ารู้ไปก็ทำอะไรไม่ได้" ฮ่องเต้ตอบ
แล้วก็กล่าวต่อว่า "แต่เื่นี้ก็ไม่ได้ทำให้ข้ารู้สึกเสียใจ ในชีวิตนี้เื่ที่ทำให้ข้าเสียใจคือหนึ่งการที่ข้าต้องมานั่งบัลลังก์ตัวนี้ สองคือการที่เ้าปรากฏตัวช้าไปถ้าเ้าปรากฏตัวเร็วกว่านี้ต่อให้ต้องสู้รบปรบมือกับพวกขุนนางทั้งหมดข้าก็จะขอสู้เพื่อให้มีแค่เ้าคนเดียวอยู่ข้างกายข้าแต่ในตอนที่ข้าได้เจอเ้าพวกนางล้วนแล้วแต่เป็มารดาของลูกข้าทำให้ข้าไม่อาจทอดทิ้งพวกเขาได้เฮ้อ…."
ฮองเฮากล่าวอย่างเข้าใจว่า"ขอแค่พระองค์รักหม่อมฉัน หม่อมฉันก็พอใจแล้วเพค่ะ"
ฮ่องเต้ยื่นมือไปจับมือฮองเฮาแล้วกล่าวว่า "ข้าเชื่อมั่นว่าถ้ากุนหลางได้รู้ถึงเจตนารมณ์ของข้าเขาจะสนับสนุนข้าแม้ยามที่ข้าจากไปแล้วเขาก็จะคอยช่วยเหลือเซียนกุนอย่างแน่นอนเ้าวางใจเถอะ"
"เพค่ะ"