3000ปีก่อนยุคมีศาสนา
บริเวณลุ่มแม่น้ำยูเฟรทิส
ชนเผ่าหนึ่งยึดครองความเป็ใหญ่ผ่านการไล่ล่าหาเก็บรวมตัวเป็สังคมสร้างระบบนครรัฐมา 500ปีแล้ว
ณ.เนินเขาในที่ดินของครอบครัวนักบวชครอบครัวหนึ่งเด็กหนุ่มคนหนึ่งกำลังฝึกวิชาดาบอย่างขะมักเขม้นเขาฝึกด้วยตัวคนเดียวอย่างหักโหม
“อลันวิชาดาบของเ้าดูแข็งแกร่งดีนะ”แทบจะทันทีที่ได้ยินเสียงพูดนั้นตัวคนก็ปรากฏข้างๆเด็กหนุ่มแล้ว
“ท่านพ่อท่านกลับมาแล้วหรือขอรับ”เด็กหนุ่มหันมาพูดพร้อมกับหยุดฝึกลงด้วยรอยยิ้มเต็มใบหน้า“ข้าก็แค่อยากมีทักษะอื่นก็ข้าไม่มีพร์แห่งััธรรมชาตินี่นา”หนุ่มน้อยอลันพูดออกมาด้วยดวงตาเศร้าสร้อยแต่สีหน้ากับมุ่งมั่นเกินวัย15ปีกว่า ๆ ของเค้ามาก
“พ่อเชื่อในตัวเ้าเสมอถึงแม้ััแห่งพลังมันจะไม่ตื่นก็หาเป็อันใดไม่”
ชายวัยฉกรรจ์พูดกับอลันด้วยดวงตาที่เปี่ยมด้วยความเอ็นดูและเหมือนจะไม่ใส่ใจว่าลูกชายของเค้าจะมีพร์หรือไม่
“ไปกลับบ้านได้แล้วแม่ของเ้าทำหมูป่าย่างเกลือของโปรดของเ้ารอเ้าแล้ว”
ทั้งสองคนพ่อลูกก็เดินลงจากเนินเขาภายใต้แสงตะวันที่กำลังลับขอบฟ้าเงาของเค้าทั้งสองทอดยาวเคียงคู่กัน
……………
เสียงเครื่องดินเผาเครื่องกระเบื้องกระทบโต๊ะไม้ดังเป็ท่วงทำนองที่เป็ระเบียบ
“กลับมาแล้วขอร้าบบบบท่านแม่”
“ข้ากลับมาแล้ว”
เสียงสองเสียงต่างโทนพูดพร้อมกันพร้อมเสียงประตูไม้ที่เปิดออก
“ไปล้างมือล้างตัวกันก่อนค่อยมาทานอาหาร นะสองคนพ่อลูก”เสียงใสกังวาลเหมาะสมกับใบหน้าที่สวยงามเหมือนเทพธิดาในเทพนิยายเป็เสียงของแม่ของอลันนั้นเอง
“ส่วนท่านพี่รบกวนช่วยไปจุดคบเพลิงให้หน่อยนะเ้าคะฟ้าจะมืดแล้ว”
ชายฉกรรจ์รับคำภรรยาพร้อมเดินอมยิ้มโง่งมไปจุดคบเพลิงตามมุมต่างๆของบ้านอย่างว่าง่ายขัดกับลุคเวลาอยู่ภายนอกบ้านอย่างสิ้นเชิง
………………..
“ขอบคุณเอนูวบิดาแห่งท้องฟ้าอันลิลพระแม่แห่งธรณีที่ประทานอาหารแด่พวกเรา…….”
เสียงสวดมนต์สรรเสริญเทพเ้าดังออกจากปากสามคนพ่อแม่ลูกและทั้งสามก็ทานอาหารด้วยบรรยากาศที่อบอวลด้วยความรักและความอบอุ่นในครอบครัว
นี่คือชีวิตส่วนมากของผู้คนในนครอูรุค ที่เจริญรุ่งเรืองแห่งอาณาจักรซูเมอร์หลังจากมนุษย์รวมตัวกันสร้างอารายธรรมมานานกว่า 500ปีพวกเค้าก็บูชาเทพเ้าหลายองค์เช่นนี้มานานมากแล้วนานจนไม่มีใครจำได้ว่าเริ่มบูชาั้แ่เมื่อใดและผู้ติดต่อกับเทพพระเ้าเ่าั้พวกเค้าขนานนามนั้นว่า“ปะเตชี”ปะเตชีนั้นเปรียบดังตัวแทนของผู้ปกครองอาณาจักรและผู้ส่งสารจากเหล่าเทพเ้า
ผู้ที่ได้รับเลือกให้เป็ปะเตชีนั้นไม่ได้เลือกจากสายเืความสูงศักดิ์หรือพละกำลังในระบบคิดของอารยะธรรมนี้นั้นเทพเ้าคือผู้ปกครองสูงสุดชาวเมืองจะเข้าใจได้ว่าปะเตชีคือตัวแทนของเหล่าทวยเทพเป็ผู้ที่ได้ยินเสียงจากเหล่าทวยเทพเป็ผู้มีอำนาจวิเศษที่เหล่าทวยเทพให้ยืมพลังอำนาจสามารถเรียก ลม ฝน ไฟ แผ่นดินไหวหรือแม้แต่สายฟ้าฟาดอันน่ากลัวได้
ด้วยพลังอำนาจดังที่กล่าวมาพลเมืองทุกคนจึงมอบความเคารพและความเชื่อดังผู้นำทางจิติญญาแด่ปะเตชี ผู้สามารถยืมอำนาจแห่งทวยเทพมาสร้างความผาสุกและเป็ผู้นำมาซึ่งความเจริญรุ่งเรืองในด้านต่างๆ ของอาณาจักรซูเมอร์เช่นการเพาะปลูกที่อุดมสมบูรณ์ความรู้ความเข้าใจในเื่ต่างๆ เป็ต้น
แต่ทว่าเหล่านักบวชผู้รับใช้พระเ้ารู้ดีว่าคนที่จะได้เป็ปะเตชีนั้นคือคนที่มีพลังเวทย์สูงสุดและััพลังแห่งธรรมชาติได้มากที่สุด
4ผู้ศักดิ์สิทธิคือผู้ที่มีโอกาสที่จะได้รับการเลือกให้เป็ปะเตชีคนต่อไป ซึ่งพ่อของอลันก็เป็หนึ่งใน4ผู้ศักดิ์สิทธิผู้ทำงานใกล้ชิดปะเตชีองค์ปัจจุบันหน้าที่ของทั้ง 4คือคอยช่วยปะเตชีบริหารอาณาจักร
พวกเขาจะได้รับทราบเสียงเรียกร้องของพลเมืองผ่านทางรายงานของเ้าเมืองรวมถึงสถานะการณ์ต่าง ๆจากรายงานของเหล่าแม่ทัพกองนักรบแห่งอาณาจักรและพวกเขาจะนำขึ้นไปรายงานปะเตชีอีกที เพื่อให้ปะเตชีตัดสินใจ
ปะเตชีพำนักอยู่ในซิกกูแรทซึ่งซิกกูแรทนั้น คือมหาวิหารที่ตั้งอยู่บนยอดเขาสูงเสียดฟ้าที่สร้างด้วยอิฐเผาจำนวนนับไม่ถ้วนก่อขึ้นไปบนยอดเขา ลักษณะทรงปีระมิดแต่ยอด้าเรียบเหตุผลที่พวกเขาพยายามสร้างให้ใกล้ชิดฟ้าเพราะเค้าเชื่อกันว่าเทพเ้าจะลงมาพักที่นี่เป็บางครั้งนั่นเอง
“รายงานปะเตชี มีเสียงเรียกร้องจากพลเมืองจำนวนมากของนครริเรคส่งคำร้องขอให้สร้างทางน้ำชลประทานเพื่อการเพาะปลูกที่ขยายตัวขึ้นเนื่องจากฝนไม่ได้ตกมาในพื้นที่นั้นมาหนึ่งปีแล้วสภาพดินแห้งแล้ง เพาะปลูกไม่ได้ชาวเมืองจึงขอร้องท่านและขออ้อนวอนแด่เทพเอนูวแห่งท้องฟ้าขอรับ” ซิก แห่ง 4ผู้ศักดิ์สิทธิ์เ้าสายลมอ่านรายงานที่ได้รับมาจากเ้าเมืองริเรคที่อยู่ทางตะวันออกให้ปะเตชีฟัง ด้วยน้ำเสียงนุ่มลึก
ชายชราผมหงอกทั้งศรีษะนั่งอยู่ที่เก้าอี้กลางห้องโถงค่อย ๆหลับตาลง ผ่านไปไม่นานเท่าไหร่ชายชราก็ค่อย ๆลืมตาขึ้นส่งเสียงพูดแหบแห้ง“งั้นซิกเ้าไปจัดการทำพิธีขอฝนให้ชาวบ้านแก้ไขเฉพาะหน้าให้เขาเพาะปลูกได้ก่อนและส่งกองนักรบและนักสำรวจไปสำรวจพื้นที่รอบๆทางตะวันออก ถึงความเหมาะสมในการสร้างทางน้ำถ้าเห็นควรให้เ้าเกณฑ์คนมาสร้างซะและถ้าพบเจออะไรผิดปกติอะไรในการสร้างจงรายงานแด่ข้าด้วย”
“ขอรับปะเตชี” ซิกแห่งสายลมรับคำพร้อมทั้งถอยหลังกลับมายืนประจำที่
“ถ้าไม่มีสิ่งใดแล้วก็กลับกันไปก่อนข้าจะพักผ่อนสักครู่”ปะเตชีชราพูดด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง
4ผู้ศักดิ์สิทธิคำนับปะเตชีและกำลังจะหันหลังเดินออกจากวิหารแต่กลับได้ยินเสียงปะเตชีเอ่ยออกมา“ลูเซียส แห่งไฟอยู่ก่อนข้ามีเื่จะถามเ้า”
ลูเซียสแห่งไฟหยุดท่วงท่าที่กำลังหันหลังและรับคำอย่างเป็ธรรมชาติและกลับมายืนที่เดิมอย่างสงบจนเหล่าผู้ศักดิ์สิทธิทั้ง3คนออกไปจากห้องโถงวิหารหมดแล้ว
“ข้ามีอะไรจะให้เ้าดู”ปะเตชีชรา ค่อย ๆยื่นวัตถุทรงสีเหลี่ยมผืนผ้าให้ลูเซียส
“มันดูเหมือนหินแต่ก็ดูเหมือนผลึก”ลูเซียสพิจารณาวัตถุที่ปะเตชียื่นส่งให้เขา
“ภาษาที่จารึกไม่ใช่อักษรคูนิฟอร์มของเราดูเหมือนจะเก่าแก่กว่าเรามาก”ลูเซียสสำทับต่อ