ร่างเล็กนอนเปลือยเปล่าอยู่บนเตียง เธอถูกเนื้อมือของผู้ชายนับสิบย่ำยีในคืนเดียว มันคือเื่ที่น่าละอายใจที่สุดสำหรับอี้ฟางหยาง เด็กสาววัยสิบแปดซึ่งถูกผู้เป็แม่เลี้ยงยัดเยียดอาชีพนางคณิกาให้กับตน
ใบหน้าขาวผ่องเต็มไปด้วยน้ำตา เสื้อผ้าอาภรณ์ถูกฉีกขาดอย่างไร้เยื่อใย บ่วงของความทุกข์มัดเธอเอาไว้ หากจะเอ่ยกล่าวก็คงทำไม่ได้ เรือนร่างของนางได้เพียงแต่ดิ้นรนขอความช่วยเหลือ แต่นี่มันหอนางโลม ใครไหนเล่าจะช่วยเหลือเธอกัน
มือเล็กจับแขนของคนตรงหน้าเอาไว้เพื่อหวังให้อีกฝ่ายหยุดการกระทำ นางมิอาจขัดขืนชายผู้นี้ได้เลย ไม่นานนักริมฝีปากแดงก็ถูกประกบทับทันที ทั้งนั้นก็เพื่อไม่ให้หญิงสาวโอ้อ้าดิ้นรนจนเกินไป
นางรู้สึกแสบซ่านไปทั่วร่างปานจะขาดใจตาย แต่นี่มันก็เหมือนตายทั้งเป็แล้วล่ะ เนื้อตัวของเธอไม่ได้บริสุทธิ์เลยสักส่วน แต่กลับระอายยิ่งกว่าที่มีผู้คนมายืนต่อแถวรอจับจ้องนางเช่นนี้ สายตาของคนพวกนั้นมองมายังเธอราวกับตนเป็สิ่งของ
นึกแล้วก็เวทนาตนเอง ชีวิตของนางเหมือนไม่มีค่าอะไรเลยด้วยซ้ำ ช่างรันทดเสียจริง หากได้หยิบมีดมากรีดลงกลางใจก็คงดี แต่ที่ตนโดนอยู่ก็ไม่ต่างอะไรไปกับขวากหนามที่ทิ่มแทงกลางอกอยู่ตลอดเวลา
เสียงหอบหายใจของหญิงสาวแรงและถี่ขึ้นเรื่อย ๆ ปานจะตาย เนื้อตัวสั่นผิดปกติดั่งขาดอากาศหายใจ ร่างกายของตนคล้าย ๆ กับถูกติดอยู่ในกล่องสี่เหลี่ยม
"นางเป็อะไร!" คนร่างสูงเอ่ยก่อนจะยกเลิกการกระทำแล้ววิ่งไปหยุดที่มุมห้อง สายตาทุกคู่จ้องมองไปที่สตรีซึ่งถูกเปลื้องผ้าอยู่บนเตียง ดูเหมือนว่านางจะช็อคไปเสียแล้ว
ร่างกายของหญิงสาวมีเพียงรอยแดงเป็ จ้ำ ๆ น่าเจ็บใจสิ้นดี หากตอนนี้ตนได้ตายไปก็คงถือว่า์เข้าข้างแต่ถ้าหากตนยังอยู่ก็คงเป็บาปกรรมของนางเอง
"ไปเรียกแม่เล้ามา หากยังช้าอยู่ นางผู้นี้คงตายเสียแล้ว" เขาหันไปสั่งชายหนุ่มอื่น ๆ เหมือนกับว่าตนมีอำนาจสูงสุด คนพวกนั้นเองก็ได้แต่เบี่ยงเบนส่งต่อกันไปมา ด้วยความที่ทำอะไรไม่ถูกจึงไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหน
"ไปสิ!" เสียงร้องบอกเค้นด้วยความกระวนกระวายใจ หากยังชักช้าอยู่แบบนี้ ตนคงผิดเป็แน่ที่ได้ทำให้นางตาย แต่จะเป็ไรไปในเมื่อผู้หญิงตรงหน้าเป็คณิกาดาวเด่นแห่งหอนางโลมนี้ นางโดนตัวใครมาบ้างก็มิอาจรู้ จะโทษเขาผู้เดียวก็คงไม่ได้ ชายหนุ่มนึกเข้าข้างตัวเอง
เรือนร่างที่นอนอยู่บนเตียงเงียบลง จากที่ช็อคอยู่ก็กลับเป็ร่างแข็งทื่อ นางปรายตาไปยังชายผู้ที่กระทำกับตน ก่อนที่จะหมดสติลงทันทีทันใด
บัดนี้นางสิ้นชีวิตลงเสียแล้ว
เมื่อเห็นเป็ดังนั้นมีหรือที่คนพวกนี้จะอยู่ต่อ ร่างเล็กถูกปล่อยไว้อย่างเดียวดาย ดวงตาสวยจ้องมองที่ที่ชายผู้นั้นเคยยืนอย่างไม่คลาดเคลื่อน นางนอนตายตาค้างไปแล้ว
"ตายจริงคุณชาย วิ่งหนีอะไรกันมา" ซื่อเหยียนเดินสะบัดพัดวีเข้ามา เมื่อเห็นว่าท่านชายพวกนั้นวิ่งออกมาอย่างไม่รั้งเท้าแม้กระทั่งจื่อหรงที่ยังใส่เสื้อผ้าไม่มิดชิด นี่มันคนของฟางหยางหนิ นางคิดพลางหันกลับไปที่ห้องของเ้าตัว ทำไมวันนี้แปลกไปเล่า
"แม่เล้า ฟางหยางนางตายแล้ว!" เสียงกรีดร้องโวยวายของคนที่นี่ดังขึ้นก่อนจะเห็นเ้าของเสียงที่กำลังวิ่งเข้ามายังซื่อเหยียนพอดี
"ว่าอะไรนะ! ฟางหยางตายหรอ" สาววัยกลางคนทิ้งพัดในมือลงด้วยความตื่นตระหนก เมื่อได้ยินแบบนั้นใจนางก็แทบตกลงมาถึงตาตุ่ม นึกแล้วก็สงสารเ้าตัว นางรู้ดีว่าหญิงสาวนั้นเจอกับอะไรมาบ้าง ระยะเวลาการอยู่ที่นี่ตนก็เปรียบเสมือนแม่ที่คอยให้คำปรึกษานางตลอด หากวันใดถูกแม่เลี้ยงกำชับให้ขายบริการก็มีเพียงนางเท่านั้นที่คอยช่วยเหลือ แม้ว่าเ้าตัวจะไม่ปฏิเสธการซื้อเลยสักครา
"ใช่แล้วเ้าค่ะ ข้าเห็นบุรุษวิ่งออกมามากมายจึงเข้าไปดูแต่พบว่า.."
"ไม่ต้องพูดพร่ำทำเพลง ข้าจะเข้าไปเดี๋ยวนี้!" พูดจบนางก็รีบเดินไปอย่างกระฉับกระเฉง แต่ในขณะเดียวกันกลับรู้สึกกล้ำกลืนในใจ
"ตายแล้ว!" ดวงตาคมจ้องมองไปยังหญิงสาวที่ให้ความเคารพแก่ตน ร่างกายของนางบอบช้ำเสียกระไร มือเรียวคว้าเอาผ้าที่ห้อยไว้ภายในห้องมาคลุมศพของคนตรงหน้า
"ส่งเื่นี้ไปให้ตระกูลอี้" นางสั่งไปพลางเศร้าใจ ไม่คิดว่ามันจะมาถึงวันนี้ วันที่เด็กสาวต้องมาตายเพราะการถูกยัดเหยียดจากแม่เลี้ยง
"เ้าค่ะแม่เล้า"
น้ำั์ตาของคนซึ่งตายไปแล้วไหลออกมาอย่างไม่มีเหตุผล ตายจริง ซื่อเหยียนรู้เลยว่านางต้องกัดฟันทนต่อเื่พวกนี้แค่ไหนแม้กระทั่งหมดลมหายใจไปแล้วก็ยังหนีไม่พ้นน้ำตาความไร้เดียงสา
มือเรียวกุมที่อกของตนพลางเงยหน้าขึ้นเพื่อไล่น้ำตา นางร้องไห้ตามร่างที่ไร้จิติญญาไปเสียแล้ว