ธาราเกาศีรษะแกรกๆ ถ้าอีกฝ่ายว่าอย่างไรก็ตามนั้น ไม่มีก็ไม่มี เขาแค่จะปกป้องคุณอากับแฟนสาวเท่าที่จะปกป้องได้
“แต่หนูว่าที่อลิสาพูดเมื่อวาน เธอไม่ได้โกหกนะคะ ธาราอาจจะมีพลังแต่หาวิธีใช้ไม่เจอ” ธันยาพยายามแย้ง
“ธันยา เชื่ออาเถอะ อาก็ภาวนาอยากให้ธารามีพลังไม่แพ้เธอหรอก เผลอๆอาจจะอยากมากกว่าด้วยซ้ำ อาจะได้ฝึกให้ใช้พลังคล่องั้แ่เด็กๆไปเลย ไม่ต้องมาคอยกันเขาในฐานะคนนอกเหมือนที่ผ่านมาหรอก แต่หลายปีที่ผ่านมาบวกกับการที่อาเป็นักแกะรอย อายืนยันว่าไม่มีวี่แววการใช้พลังจิตจากธาราเลย”
“แต่แม่เขาก็เป็นักลวงจิตเหมือนกันนี่” พี่วิวัฒน์แย้งขึ้น “เขาก็น่าจะมีพลังแฝงมาบ้างนะครับ”
“แม่ผม?” ธาราโพล่งขึ้นอย่างตื่นเต้น “ช่วยเล่าเื่แม่ให้ผมฟังได้มั้ยครับ”
ธีระนิ่งชะงักชั่งใจอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเล่าว่า “แม่เธอเป็นักลวงจิตสายผู้เยียวยามีส่วนลูกครึ่งเป็นักหลอนประสาท มีชื่อเสียงโด่งดังคนหนึ่งเลยล่ะ ผู้เยียวยามีพลังในการเร่งให้จิตใจที่ถูกนักหลอนประสาททำร้ายมาฟื้นตัวได้เร็วขึ้นหรือลบล้างฤทธิ์การหลอนประสาทนั้นๆออกไปได้ นอกจากนี้พลังยังสามารถกระตุ้นให้ความาเ็ทางร่างกายหายเร็วขึ้นได้ด้วย ความจริงร่างกายเราอยู่ใต้อิทธิพลของจิตใต้สำนึกมากกว่าที่คิด ยกตัวอย่างเช่นคนที่มีความเครียดสะสมมากๆก็ทำให้มีโอกาสเป็โรคมะเร็งหรือโรคเรื้อรังอื่นๆง่ายขึ้น เวลาที่เราโกรธหรือกลัวร่างกายก็มีการตอบสนองเช่นใจเต้นแรงขึ้น ผู้เยียวยาก็มีบทบาทควบคุมอำนาจจิตใต้สำนึกเ่าั้ให้สั่งระบบร่างกายเร่งกระบวนการพื้นฟูเฉพาะจุดให้เข้มข้นและตรงเป้ามากขึ้น…”
“ผมขอแค่เื่แม่ผมก่อนครับ” ธาราตัดบทอย่างกระหายใคร่รู้ “แม่ผมในฐานะนักลวงจิต”
“ขอโทษที พออาเล็คเชอร์แล้วชอบเพลินน่ะ ธารา แม่ของเธอคือผู้เยียวยาฉายาเทพวารี ด้วยลักษณะของพลังที่ให้ความรู้สึกเหมือนสายน้ำ และหล่อนเองก็ชื่อ“วารินทร์”อยู่แล้วด้วยเลยเป็ฉายาที่ประจวบเหมาะดี”
“เกิดอะไรขึ้นกับแม่ผมในตอนนั้นครับ”
“อืมม์... ่นั้นฉันก็ยังใหม่กับวงการนักลวงจิต ฉันไม่รู้เบื้องลึกอะไรชัดเจนมาก แต่จากที่ในองค์กรเราร่ำลือกัน ไคโยเต้เคยสังกัดองค์กรเราและทำโปรเจคต์ลับบางอย่างร่วมกับแม่ของเธอ แต่สุดท้ายไคโยเต้ก็ทรยศพวกเรา แอบวางเงาไว้ในจิตของแม่เธอจนเกิดเหตุการณ์ที่น่าสลดใจขึ้น”
“นั่นเท่ากับว่าไคโยเต้ฆ่าพ่อกับแม่ผมสินะครับ” ธารากัดฟันพูด รู้สึกไม่ยุติธรรมที่ชีวิตครอบครัวแสนสุขที่เขาควรจะมีถูกพรากไปด้วยความชั่วร้ายของใครบางคน
“ในทางเทคนิค จะพูดอย่างนั้นก็ได้นะ ใช่ ไคโยเต้เป็สาเหตุให้พ่อกับแม่เธอต้องตาย” ผู้เป็อาพูด
“ผมจะฆ่ามัน” ธาราพูดขึ้น ดวงตาฉายแววดุร้ายจนธีระและธันยาสะดุ้ง ในความเป็คนนิ่ง ี้เี และไม่แสดงอารมณ์ของเขาที่ผ่านมา ทำให้การแสดงความดุร้ายเช่นนี้เป็เื่แปลกน่าใ “ธันยา คุณอา พี่วัฒน์ ให้ผมช่วยล่าตัวมันด้วยนะครับ ถึงผมจะไม่มีพลังจริงๆผมก็จะช่วยเท่าที่ทำได้ อย่างเมื่อวานผมก็เห็นแล้วว่ามีผู้บริสุทธิ์โดนทำร้าย ผมไม่อยากให้ใครต้องเจอแบบพ่อกับแม่ผมอีก”
“ตอนนี้เธอก็กำลังช่วยอยู่ไงล่ะ” ธีระตอบพร้อมรอยยิ้ม “สร้อยจิตปฏิพัทธ์รุ่นนี้เป็เบาะแสหนึ่งที่จะสามารถสืบสาวย้อนกลับไปยังไคโยเต้ได้… อ้อ! โทษที นิสัยของอาเป็อย่างนี้แหละ ชอบอธิบายอะไระโไปะโมา เื่ที่ธาราไม่มีพลังทั้งที่แม่มีพลังนั้นสามารถเกิดขึ้นได้ พลังของนักลวงจิตสืบทอดผ่านทางกรรมพันธุ์ในลักษณะเดียวกับการส่งผ่านยีนด้อย ธันยากับธาราน่าจะรู้ดีเพราะกำลังติวหนังสือเตรียมสอบเข้ามหาวิทยาลัย แม่ของธาราเป็นักลวงจิต แต่เธอแต่งงานกับคนนอกที่ไม่มีพลัง ดังนั้นในตัวธาราอาจจะสืบทอดยีนด้อยนักลวงจิตซึ่งเป็พาหะหรืออาจจะไม่มีอยู่ในตัวเลยก็ได้”
“มันก็เป็แค่ทฤษฎีหนึ่งที่เราพยายามมาใช้อธิบาย”พี่วิวัฒน์ว่า
“แต่ที่ผ่านมาทฤษฎีนี้ก็ใช้คาดคะเนได้ค่อนข้างแม่นยำ โดยเฉพาะบรรดาเทพพยากรณ์ชนชั้นสูงของพวกเราที่จริงจังเื่ใครแต่งงานกับใคร สืบสายเืแบบไหนมากๆ”ธีระว่า
พี่วิวัฒน์เพียงยักไหล่ ไม่มีข้อโต้แย้งใดๆ ก่อนจะหันมาพูดกับธารา “อย่างนั้น ถึงเธอจะไม่มีพลังจริงๆก็ไม่ต้องเสียใจไปนะ ยังมีส่วนให้เธอช่วยได้อยู่ และก็รุ่นพี่เธอที่ชื่อชาคริตนั่นน่าทึ่งมาก เขาช่วยเราได้ถ้าเต็มใจช่วยนะ”
ธาราพยักหน้า แต่ถ้าเป็ไปได้เขาไม่อยากดึงชาคริตเข้ามาเกี่ยว เพราะอย่างไรอีกฝ่ายเต็มใจช่วยเกินร้อยอยู่แล้ว(ที่ถูกคือมากเกินควร)และอาจจะเป็การเสี่ยงอันตรายกับตัวชาคริตเอง เหมือนที่เจอกับชายร่างั์ชื่อขาลเมื่อวานนี้
“โอเค เรียบร้อยแล้วจ้ะ” น้าทอฝันบอก ก่อนจะลุกขึ้นเดินโซเซมาที่โซฟา ธันยาลุกให้เธอทิ้งตัวลงบนโซฟา ถอดแว่นแล้วนวดตาตัวเองอย่างเหนื่อยๆ “ถึงเงาจะสงบแต่ตอนอ่านความทรงจำก็รู้สึกหนักๆอยู่นะ”
“ขอบคุณเธอมากนะทอฝัน” ธีระกล่าว “ถ้าพร้อมเมื่อไหร่ก็ส่งส่วนที่เป็เบาะแสมาให้ฉันเลยนะ ฉันจะได้แกะรอยตามหาต่อ”
“ขอเวลาอีกสักหนึ่งนาทีนะ” น้าทอฝันนวดหัวตาตัวเอง ลามไปนวดหัวคิ้วและขมับ “สงสารแม่หนูแพรวลดาอยู่เหมือนกันนะ คิวผู้เยียวยาของเราว่างอีกทีเมื่อไหร่เหรอ”
“่วิกฤติไคโยเต้แบบนี้เกรงว่าจะไม่ว่างกันเลย” ธีระว่า “อาการของหนูแพรวลดายังเป็แบบผิวเผิน สามารถหายเองได้ใน่สองถึงสี่สัปดาห์ อาจจะไม่จำเป็ต้องผู้เยี่ยวยานะ เราคงมากันเป็พิธีอีกครั้งสองครั้งก่อนเขียนรายงานส่งเบื้องบน”
“แต่ตอนที่ผมกล่อมเงาไคโยเต้ให้สงบผมว่ามันแปลกๆนะ”พี่วิวัฒน์ว่า “ความจริงเงาควรจะฝังลึกและดุร้ายกว่านี้ ไม่แสดงอาการออกมาให้เห็นได้เร็วขนาดนี้ เหมือน่ที่แพรวลดาสวมสร้อยอยู่น่าจะถูกพลังบางสายไปก่อกวนสกัดการเติบโตของเงาเอาไว้ ซึ่งแปลกมากๆ!...เพราะที่ผ่านมาไม่ว่าพลังของนักลวงจิตคนไหน ไม่ว่าจะเป็อินรีขาวหรือสิงห์อมควันก็ไม่มีผลต่อเงาในจิตใจของเหยื่อ เลยต้องพึ่งสายกายภาพอย่างขาลหรือสะกดจิตกำลังตำรวจมาวิสามัญ ธันยา!.. น้องบังเอิญทำอะไรกับแพรวลดาก่อนหน้านั้นมั้ย เผื่อเราจะเจอวิธีรักษาเหยื่อเงาโดยบังเอิญ”
“หนูไม่ได้ทำนะคะ” ธันยาว่า “ถ้าเป็สายอื่นนอกจากดีไซน์เนอร์ พลังหนูมีไม่พออยู่แล้วค่ะ อย่าว่าแต่อินทรีขาวยังทำไม่ได้เลย”
“ตอนนั้นฉันเห็นเธอสะกดจิตเชอร์รี่ด้วย” ธาราพูดขึ้น
“ถ้าเป้าหมายเป็คนธรรมดาที่ไม่ใช่นักลวงจิต การใช้พลังสายอื่นด้วยไม่ใช่เื่ยากเลย แต่ถ้าใช้ในทางที่ไม่เหมาะสมก็อาจจะถูกไล่จับและลงโทษโดยนักลวงจิตด้วยกันได้ นักลวงจิตอย่างพวกเราก็มีกฎหมายของตัวเองเหมือนกัน” ธันยาอธิบาย “แต่ถ้าเป็เครื่องรางที่ทรงพลัง แฝงเงาไคโยเต้เอาไว้ ฉันไม่มีทางต่อกรได้เลย”
“ได้เวลาแล้ว เดี๋ยวเราลาพอแม่ของแพรวลดากันเถอะ”ธีระชวน
จากนั้นเขาก็บอกให้แพรวลดาลืมตาขึ้นได้ เด็กสาวยิ้มอย่างอ่อนระโหยพร้อมกับหยาดน้ำไหลเป็หยดที่ขอบตา ธันยาเปิดประตูไปเชิญสองสามีภรรยาเข้ามาดูลูกสาวตัวเองในห้อง แพรวลดาสงบจากอาการเดิมไปชั่วขณะ กลายมาเป็ปรกติชั่วคราว ด้วยพลังของพี่วิวัฒน์ที่กล่อมเงาไคโยเต้ไว้ น่าจะคงอยู่ประมาณวันถึงสองวัน
“หลังจากที่อาจารย์และทีมบำบัดผมสังเกตุดูหนูแพรวลดาดีขึ้นชัดเจนมาก” คุณผู้ชายกล่าว “จากนั้นวันสองวันหนูแพรวลดาจะกลับมามีอาการเหมือนเดิม แต่ความถี่ก็น้อยลงจากเดิมเรื่อยๆ การรักษาของอาจารย์ได้ผลจริงๆครับ เป็ไปได้มั้ยถ้าผมอยากจะขอรบกวนอาจารย์เข้ามาบำบัดลูกสาวผมทุกวันหรือวันเว้นวันก็ได้ เื่ค่าเสียเวลาเรียกได้เต็มที่เลยครับ ไม่ต้องเกรงใจ”
ธีระยิ้มอย่างสุภาพ ก่อนตอบว่า “น่าเสียดายครับ ไม่ใช่แค่เื่ของเวลาว่างของผมและทีมของผมเท่านั้น แต่เป็เื่ของแนวทางการบำบัดด้วยครับ เหมือนยาที่เราให้เยอะเกินก็จะเป็โทษมากกว่าประโยชน์ การทำจิตบำบัดเองก็มี่เวลาที่เหมาะสมของมันเช่นกัน อาการของโรคอาจดีขึ้นสลับกับกำเริบบ้าง แต่สุดท้ายมันจะค่อยๆดีขึ้นจนหายดีในที่สุดครับ”
แต่ด้วยความเป็ห่วงลูกสาวของตนเกินพอดี สามีภรรยาเ้าของบ้านก็ยังยืนกรานขอให้ธีระมาช่วยทำการบำบัดลูกสาวทุกวัน พี่วิวัฒน์เห็นว่าการต่อรองจะยืดยาวเสียเวลาเลยแอบแผ่พลังสายนักหลอนประสาทออกไปเล็กน้อยเพื่อกล่อมให้ทั้งคู่มาส่งทีมที่หน้าบ้านแต่โดยดี
ทั้งหมดออกมาจากประตูรั้วคฤหาสน์ของแพรวลดาแล้วมาหยุดยืนคุยร่ำลากันก่อนขึ้นรถ
“การใช้พลังมันสะดวกแบบนี้ไง เลยต้องมีกฎหมายของนักลวงจิตมาคอยกำกับ” ธีระแซวพี่วิวัฒน์เื่ที่ใช้พลังออกไปเมื่อครู่
ส่วนน้าทอฝันกำลังเถียงกับธันยาเื่ความเป็เด็กที่น่ารักของแพรวลดา
“คุณน้าเห็นแค่ความทรงจำบางส่วนไงคะเลยสรุปว่าเธอเป็คนน่ารัก” ธันยาเบะปากพูด “เื้ัความเป็คนน่ารักของเธอก็คือนางตัวแสบดีๆนี่เอง หนูรู้จักและอ่านเธอออกมาหลายปีแล้วค่ะ”
“กลับกันจ้ะ น้าเห็นความทรงจำของหนูแพรวลดาั้แ่เด็กๆเลย” น้าทอฝันเถียงกลับ “น้าถือหลักว่าเด็กทุกคนคือผ้าขาว การเลี้ยงดูและแรงกดดันจากครอบครัวทำให้เธอต้องกลายเป็คนแบบนั้น ชีวิตเด็กธรรมดาอย่างธันยายังโชคดีกว่าการเกิดเป็ลูกคนรวยและมีหน้ามีตาในสังคมอย่างพ่อแม่ของแพรวลดาเยอะเลย”
“ดีกว่ายังไงคะ ชีวิตที่ไม่ต้องดิ้นรนอะไรแบบนั้น” ธันยาเถียงกลับด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด “พ่อแม่หนูเสียชีวิตในหน้าที่ หนูไม่มีบุญพอจะให้พวกท่านได้เลี้ยงหนูด้วยซ้ำ”
“แต่เธอก็ได้รับความรักที่สุดเพอร์เฟ็คจากคุณอานะ จากธาราด้วย” น้าทอฝันแย้ง“แพรวลดาต้องดิ้นรนมากๆเลย ดิ้นรนเป็ที่รักของพ่อแม่ เธอกลัวคำตำหนิต่อว่าของพ่อกับแม่ยิ่งกว่าอะไรดี เห็นเปียโนที่ตั้งอยู่ในห้องรับแขกนั่นมั้ย นั่นเป็แค่เพียงส่วนหนึ่งที่เธอไม่ได้ชอบ แต่ถูกคุณแม่ยัดเยียดให้ชอบ เล่นให้เก่งเพื่อเป็หน้าเป็ตาแก่ครอบครัว หลายเื่บีบบังคับให้หนูแพรวลดาต้องทำตัวน่ารักเพื่อจะได้อยู่ในฐานะสมาชิกครอบครัวได้อย่างราบรื่น ตัวตนที่แท้จริงถูกฝังและเก็บกดไว้จนมันกลายเป็ส่วนที่ดำมืด จะโทษพ่อกับแม่ของเธอก็ไม่ถูก สังคมของพวกเขาก็บ่มเพาะให้เป็แบบนั้นเช่นกัน บวกกับความรัก เป็ห่วงและปราถนาดีต่อลูกมากเกินจำเป็ แถมความมั่นใจจากการประสบความสำเร็จในชีวิตก็ทำให้กลายเป็เผด็จการต่อลูกสาวโดยไม่รู้ตัว”
“ในโลกนี้ไม่มีใครเป็คนผิดเลยนะ เป็ผลพวงมาจากการเลี้ยงดู ประสบการณ์และสภาพแวดล้อมหมดสินะ” ธีระพูดยิ้มๆ
“ก็ไม่ทั้งหมดขนาดนั้นหรอก” น้าทอฝันว่า “แต่ในเคสของแพรวลดา ยอมรับว่ามันมีอิทธิพลมาก เธอโหยหาเสียงื่นชมจากคนรอบข้างเพื่อความอยู่รอด เพื่อยืนยันสถานะความมั่นคงทางสังคมของตัวเอง โหยหาและกลัวเสียมันจนกระทั่งยอมโดนความเกลียดและริษยาเข้าครอบงำ ธันยา น้าก็เข้าใจว่าการที่เธอมีอคติกับแพรวลดานั้นไม่ใช่เื่แปลก ก็อีกฝ่ายเล่นตั้งท่าจะแย่งธาราขนาดนั้น”
“เลิกวิเคราะห์หนูแบบนี้เถอะค่ะ” ธันยาบ่น สีหน้าปั้นปึ่ง “เื่ที่แพรวลดาพยายามจีบธาราไม่ได้กวนใจหนูเลยสักนิด”
“จริงอ้ะๆ!” พี่วิวัฒน์ชี้นิ้วล้อเลียนธันยาเหมือนเด็กๆ ส่วนธีระกระแอมไออย่างกระดากใจ เพราะเขาเป็คนเลี้ยงทั้งคู่มาั้แ่เด็ก แม้จะสนับสนุนให้ทั้งคู่ดูแลกัน (ส่วนใหญ่ธันยาเป็ฝ่ายดูแล) แต่ก็ไม่คุ้นเคยกับการตีแผ่ความสัมพันธ์แบบชู้สาวของทั้งคู่อย่างชัดเจน
“แต่น้าขอบอกธันยาเื่หนึ่งนะ ถึงมันจะทำให้หนูโกรธแพรวลดามากขึ้น แต่หนูต้องหัดมองไปที่สาเหตุของปัญหาแล้วให้อภัยอีกฝ่าย” น้าทอฝันว่า “น้าเห็นจากการอ่านความทรงจำ เื่ที่เพื่อนเธอชื่วุฒิไปอวดอ้างเื่คลิปหลุดนั่นน่ะ ความจริงหนูแพรวลดาเป็ต้นคิด แต่.. นะ แต่… ตอนนั้นเธอกำลังหน้ามืดจากฤทธิ์ของเงาไคโยเต้ที่โดนพลังสายอื่นสกัดกวน แต่น้าก็หาไม่เจอว่าสร้อยเส้นนั้นโดนพลังสกัดกวนตอนไหน พอดีสร้อยไม่ใช่สิ่งมีชีวิตเลยอ่านความทรงจำมันไม่ได้”
“โอเค ผมว่าน่าจะได้เวลากลับกันแล้ว เอาไว้นัดเมาท์กันที่ร้านกาแฟเนาะ” ธีระตัดบท ก่อนจะหันมาคุณกับน้าทอฝัน “ทีมเราเป็อย่างนี้ตลอดเลย เมาท์กันเยอะจนบางทีลืมเื่สำคัญ ทอฝัน เธอส่งความทรงจำเบาะแสให้ฉันที”
“โอ๊ะ!! ตอนอยู่ในห้องกะจะพักแค่หนึ่งนาที ลืมไปเลย ขอโทษจ้ะ”
น้าทอฝันกับธีระยืนประจันหน้ากันแล้วหลับตา ธารามองเห็นคลื่นพลังแผ่จากน้าทอฝันไปยังธีระซึ่งเป็ปลายทาง พี่วิวัฒน์ยืนพิงรถมาสด้าสีดำรออย่างเงียบๆ ธันยาปั้นหน้าปั้นปึ่งมองบรรยากาศรอบๆ กินเวลาราวๆห้านาทีกระบวนการส่งต่อความทรงจำก็เสร็จสิ้น ระหว่างนี้พี่วิวัฒน์แอบอธิบายให้ธาราฟังว่า
“การส่งต่อความทรงจำแบบเป็เื่เป็ราวไม่ตกหล่นก็เป็อีกความสามารถของนักอ่านความทรงจำ ซึ่งจะคัดลอกรายละเอียดจากต้นฉบับได้ครบถ้วนชัดเจนเหมือนในหนังเลย ถ้าให้คนถนัดสายอื่นทำแบบนี้ รับรองความทรงจำมั่วและเละเทะอย่างกับความฝันของเด็กเลย”
เมื่อเสร็จภารกิจ ต่างฝ่ายต่างแยกย้ายกันกลับ ธีระอาสาขับไปส่งธาราเอามอเตอร์ไซด์ที่โรงเรียน ขณะนี้ใกล้จะถึงเวลาสิบเก้านาฬิกา ความมืดแผ่ปกคลุมม่านฟ้าจนเกือบถ้วนทั่ว ธันยายังคงยืนยันว่าตัวเองไม่ได้ตั้งแง่อะไรกับแพรวลดา และไม่ได้รู้สึกหวาดระแวงหรือหึงแพรวลดาเื่ธาราเลยแม้แต่น้อย แต่ระหว่างนี้ธาราเพียงนิ่งเงียบนั่งจมกับห้วงความคิดโดยไม่มีแววผ่อนคลายสบายๆปรากฎเหมือนทุกครา
“ธารา เป็อะไรไป ดูเงียบแปลกๆ” ผู้เป็อาถามด้วยความเป็ห่วง “กำลังปรับตัวให้ชินกับโลกของนักลวงจิตล่ะสิ”
“ประมาณนั้นครับอา” ธาราตอบส่งๆ แต่ใน ใจกลับคิดไปอีกอย่าง
มหาสมุทรที่ยามปกตินิ่งสงบย่อมมีวันที่จะสำแดงความเกรี้ยวกราดออกมา ธาราอยากล้างแค้นไคโยเต้