เปลวเพลิงสีดำสนิทแผ่กระจายออกรอบตัวมาร์คัส
"คุณมาร์คัสนี่มันคืออะไรกันแน่ครับ" ชาร์ลร้องะโถามก่อนที่เปลวไฟรอบๆมาร์คัสจะรวมตัวกันพุ่งตรงไปยังชาร์ล
เปลวไฟสีดำสนิทโผล่เข้าห่อหุ้มร่างของชาร์ลกลายเป็วัตถุคล้ายทรงกลมโดยมีเปลวเพลิงสีดำห่อหุ้มอยู่ ที่ด้านในนั้น
ชาร์ลกลับรู้สึกประหลาดใจให้เป็อย่างมากนอกจากความมืดมิดที่มองอะไรไม่เห็นแม้แต่ฝ่ามือของตัวเองนั้น
ชาร์ลไม่ได้รู้สึกถึงความร้อนจากเปลวไฟนั่นเลย
ความจริงแล้วนี่ไม่ใช่ครั้งแรกของชาร์ลที่ถูกห่อหุ้มด้วยไฟ หากแต่คราวก่อนนั้นที่เมเบิลได้ร่ายเวทย์ เจทจำนงค์แห่งไฟ
มันเป็เพียง่ระยะเวลาหนึ่งเท่านั้นที่ชาร์ลถูกเปลวเพลิงห่อหุ้มเอาไว้ก่อนจะถูกสลายมวลสารแยกหายไปในอากาศ
ต่างกันกับคราวนี้ที่เปลวไฟดังกล่าวยังคงห่อหุ้มร่างของชาร์ลเอาไว้ตลอดเวลา
"นี่เ้าหนูตั้งสติให้ดีแล้วฟังสิ่งที่ฉันจะพูดต่อจากนี้ให้ดี"เสียงของมาร์คัสถูกส่งผ่านเข้ามายังชาร์ลที่อยู่ด้านในเปลวเพลิง
"เ้าต้องััและรับรู้ถึงเปลวเพลิงที่อยู่โดยรอบให้ได้จับความรู้สึกถึงการมีอยู่ของเปลวเพลิงนั้นแล้วหลอมรวมเป็หนึ่งเดียวกับพลังนั้นให้จงได้"
ชาร์ลได้ยินเสียงของมาร์คัสอย่างชัดเจน ราวกับเสียงนั้นออกมาจากหน้าอกของเค้าเอง (ความรู้สึกงั้นหรอจะว่าไปแล้วใช่เปลวไฟเหล่านี้ เราก็ััมันมาโดยตลอดเลยนี่นาเพียงแต่เราไม่เคยรู้สึกได้ถึงการมีอยู่ของมันเท่านั้นเอง)
คำพูดของมาร์คัสทำให้ชาร์ลนึกได้ถึง่เวลาที่เคยเข้าครัวกับเมเบิลการควบคุมไฟที่เมเบิลเคยเน้นย้ำตัวเขาั้แ่ยังเด็ก
การเป็หนึ่งเดียวกับไฟที่เตาใช่แล้วแม้การพร่ำสอนของเมเบิลจะเป็การตั้งใจ หรือเหตุบังเอิญก็ตาม แต่มันกำลังจะกลายเป็จุดเริ่มต้นอันยิ่งใหญ่ต่อชาร์ลในอนาคตเป็แน่
(ความร้อน ของไฟต้องรับรู้ถึงการมีอยู่นั้น ใช่แล้ว ตอนนี้เราอยู่ในเปลวเพลิงที่มองไม่เห็นอยู่แต่ไม่ใช่ว่ามันจะไม่มีอยู่)
"มองเห็นแล้ว !!เปลวเพลิงกำลังไหลผ่านไปทั่วร่าง" ชาร์ลร้องะโออกมาก่อนที่เปลวเพลิงสีดำสนิทที่ห่อหุ่มร่างของเขาไว้ จะค่อยๆแคบลงเรื่อยๆ ก่อนจะดูดกลืนหายไปยังกลางอกของชาร์ลบัดนี้ชาร์ลได้ดูดกลืนเพลิงนั้นไปจนหมดสิ้นแล้วเขาได้หลุดจากพันธนาการแล้วเรียบร้อย
"ว่ะ ฮ่าๆๆๆข้ายังไม่ได้บอกเลยแท้ๆว่าจะออกมาจากเพลิงนั่นได้ยังไงไม่เพียงแต่รับรู้ได้ถึงการมีอยู่แต่ยังประสานเข้าไปในตัวซะได้"(ไอ้เ้าโนแลนนั่น ไม่รู้หรอกนะว่ามันไปเอาเ้าหนูนี่มาจากไหนแต่มันดันไปเจอของดีเข้าให้แล้วนี่หว่า)
"ยินดีตอนรับกลับเ้าหนู ทำได้ไม่เลวเลยหนิ" มาร์คัสกล่าวอย่างเรียบเฉยผิดกลับอารมณ์และความนึกคิดภายในใจที่เวลานี้จิติญญาของเขาช่างเร่าร้อนเหลือเกิน
"ความรู้สึกตอนนี้เป็อย่างไรบ้าง"มาร์คัสเอ่ยถามชาร์ล
"ตอนนี้รู้สึกอุ่นๆที่หน้าอกแล้วก็เหมือนมีพลังงานสายหนึ่งที่กำลังไหลผ่านไปทั่วทั้งร่างกายครับ"
"ทีนี้ลองยื่นมือออกมาดูสิจินตนาการให้พลังงานที่กำลังไหลเวียนอยู่ทั่วร่าง กลับมารวมกันที่มือแล้วแผ่พุ่งออกไป"
ชาร์ลค่อยๆเหยียดมือออก ตั้งมือตรงจินตาการถึงพลังงานที่ไหลเวียนผ่านร่างจากนั้น จินตนาการว่ามันได้พุ่งออกจากมือ
ชั่วพริบตาเดียวกันนั้น วงแหวนเวทย์รูปวงกลมกลับปรากฎขึ้นที่เท้าของชาร์ลอย่างไม่รู้ตัวก่อนที่ไอร้อนจะมารวมกันที่มือของเขา ก่อเกิดเป็ไอน้ำระเหยขึ้นออกจากมือสายหนึ่ง
"ดีมากชาร์ล" (เ้าหนูนี่ เข้าถึงขั้นตื่นแล้ว) มาร์คัสยิ้มเล็กน้อยรับกับหนวดที่ยาวสลวยของเขา
"เอาละ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ต่อจากนี้ข้าจะทุ่มพลังทั้งหมดในการฝึนฝนเ้า ขอเอาเกียรติ์แห่งนักรบของมาร์คัสผู้นี้เป็ประกัน"
"อย่าตายซะก่อนละ"
แสงแดดที่เจิดจ้า ดวงอาทิตย์ในยามเช้าของวันนี้ ส่องแดดจ้ากว่าวันไหนๆ ที่แห่งหนึ่งซึ่งดวงอาทิตย์ส่องถึงนั้น เป็ลานกว้างหินปูนที่ถูกล้อมไปด้วยแม่น้ำ มีเพียงสะพานสายหนึ่งที่ทอดยาวจากลานพิธีเชื่อต่อไปยังเกาะกลางซึ่งเป็ลานกว้าง นี่นับเป็สัปดาห์ที่ 2 นับจากวันนั้น ใช่แล้วนี่คือวันสอบคัดเลือกอัศวินที่มาร์คัส และ โนแลนพูดถึง ด้านนอกลานรายล้อมไปด้วยผู้คนเนืองแน่นยืนเบียดเสียดกันราวกับขบวนคาราวานขนาดใหญ่ บ้างส่งเสียงโวยวาย บ้างส่งเสียงหัวเราะร่า ที่้าลานพิธี รายล้อมด้วยเหล่าทหารมากมาย มีแท่นหินอ่อนขนาดใหญ่ที่ตั้งสูงจากพื้นราว เมตรกว่าๆ ที่้ากลับแตกต่างกับด้านล่างโดยสิ้นเชิง ที่โดดเด่นที่สุดน่าจะเป็เก้าอี้เหล็ก ที่คล้ายทำจากเหล็กกล้าชั้นดี แวววาวส่องประกาย สะท้อนแสงอาทิตย์ ที่สายตา ต่างจดจ้องไปยังเก้าอี้ที่ว่างเปล่าทั้ง 8 ตัวบนลานนั้น ที่ด้านล่างหน้าแท่นหินอ่อน กลับมีกลุ่มคนยืนต่อแถวอย่างเป็ระเบียบอยู่ด้านหน้า
"เอาละ บัดนี้ได้เวลาอันสมควรแล้ว ขอเริ่มพิธีการคัดเลือกกองอัศวินศักดิ์ประจำปี ณ บัดนี้" ชายชราดูภูมิฐาน ผู้กล่าวเปิดงาน ยืนอยู่บนแท่นหินอ่อน ที่ด้านหลังมีเก้าอี้เหล็กกล้าทั้ง 8 ตัวอยู่
"ตามกฎแตาเดิม โบราณมา การคัดเลือกอัศวินที่จะเข้ากองอัศวินศักดิ์สิทธิ์ประจำปี จะมีการกำหนดกฎการคัดเลือกใหม่ทุกๆปี โดยเหล่าภาคีออัสวินศักดิ์สิทธิ์เป็ผู้กำหนด แต่ละปีจากผู้เข้าสอบนับร้อยคน จะมีเพียงไม่ถึง 10 คนที่จะได้เข้ากองอัศวินศักดิ์สิทธิ์"