เมื่อได้ยินถ้อยคำของหมอหญิงกู้โม่อวี้เฉินพลันรู้สึกสั่นสะท้านในใจ
เขารู้ดีว่าสตรีตรงหน้าไม่ใช่คนที่จะล่วงเกินได้โดยง่าย แต่เงื่อนไขที่นางเอ่ยนั้นมันยากเกินที่เขาจะทำตามได้จริงๆ
เขาเป็ถึงรัชทายาทแห่งแคว้นต้าฉินผู้สูงศักดิ์กลับต้องออกหน้าคุ้มครองสองแม่ลูกที่ไม่เกี่ยวข้องกับตนเกรงว่าผู้คนในใต้หล้าคงไม่อาจเข้าใจกระมัง
เป้าหมายของเขาคือราชวงศ์ต้าฉินคือประชาราษฎร์ทั้งแผ่นดิน
เขาไม่้าทุ่มเทกำลังกายใจให้แก่สตรีผู้นี้โดยเฉพาะสองแม่ลูกคู่นี้ เพียงแค่แรกเห็นก็รู้แล้วว่าทั้งสองคนนั้นไม่ใช่คนธรรมดา
เขาถึงกับคิดว่ายิ่งอยู่ห่างได้เท่าไรก็ยิ่งดีเท่านั้น เมื่อไม่อาจรับมือ ก็จงหลีกหนีไปให้ไกล
ทว่ายามเห็นแววตาที่เต็มไปด้วยแผนการของหมอหญิงกู้เขากลับรู้สึกปวดใจคล้ายถูกกรีดเืเป็แผลใหญ่
เขาสามารถจินตนาการได้ว่าอีกฝ่ายย่อมต้องเรียกร้องเกินจริงเป็แน่แต่คำที่เอ่ยออกไปแล้วก็เฉกเช่นน้ำที่สาดทิ้ง อย่างไรเขาก็ต้องแบกรับไว้และทำตามสัญญา
“องค์รัชทายาททรงดื่มน้ำก่อนเถิดเพคะ!” กู้ชิงเฉิงยังคงกล่าวอย่างสุภาพนางหรี่ตาลง และเผยรอยยิ้มบางเบาในดวงตาท่าทางนั้นลดทอนความดุดันและเ็าที่เคยมีในครั้งแรกพบลงไปมาก
ทว่านางกลับทำให้โม่อวี้เฉินรู้สึกไม่มั่นใจนักเขาเป็เพียงรัชทายาท ทรัพย์สมบัติในตำหนักจึงมีจำกัด
กระนั้นเขาก็มีแผนการในใจเช่นกัน อันหยวนถังถูกกู้ตงหลิงนำคนมาทุบทำลายเงินเหล่านี้ย่อมต้องให้ตระกูลกู้ออกส่วนค่ารักษาพยาบาลที่สูงลิบเพื่อรักษากู้ตงหลิง ย่อมต้องให้ตระกูลกู้ออกเช่นกัน
ถึงเวลานั้นเพียงเขียนใบเสร็จให้ราชครูกู้จ่ายเงินก็สิ้นเื่
เมื่อคิดได้ดังนั้นโม่อวี้เฉินก็ใจเย็นลง
เขายกถ้วยชาขึ้นจิบเบาๆแม้สภาพแวดล้อมจะเลวร้ายไปบ้าง แต่ชานั้นเป็ชาชั้นดีแท้ๆ
อันที่จริงจากการแต่งกายของกู้ชิงเฉิง และรสนิยมของอันหยวนถังในตอนนั้นเห็นได้ว่าสตรีผู้นี้เป็คนมีรสนิยมและพิถีพิถันยิ่งนัก
รสชาติของชานี้บริสุทธิ์ยิ่งนักแม้แต่ในวังหลวงก็ไม่มี ตำหนักบูรพาของเขายิ่งไม่ต้องพูดถึง
กู้ชิงเฉิงได้ให้คนนำโต๊ะมาตั้งชั่วคราวแล้วนางหยิบลูกคิด กระดาษ และพู่กันออกมา เพื่อคำนวณค่าใช้จ่ายด้วยตนเอง
“โต๊ะตรวจโรคหนึ่งพันตำลึง หลังคากระเบื้องสองพันตำลึงโต๊ะเก้าอี้หนึ่งร้อยตำลึง…” กู้ชิงเฉิงมีรายการทรัพย์สินในมือซึ่งระบุราคาไว้อย่างชัดเจน นี่คือทรัพย์สินประจำของอันหยวนถังมีการลงบัญชีเอาไว้ครบถ้วนและตรวจสอบทุกปี
ด้วยเหตุนี้ทุกสิ่งจึงมีหลักฐานครบ อีกฝ่ายไม่อาจโต้แย้งได้แม้แต่คำเดียวทำได้เพียงรอให้ถูกเชือดเท่านั้น
นิ้วมือของกู้ชิงเฉิงเรียวยาวข้อนิ้วคมชัด ปกติแล้วมือคู่นี้ใช้ในการจับชีพจรทว่าวันนี้กลับพลิกแพลงลูกคิดได้อย่างรวดเร็ว จนผู้คนถึงกับตาลาย
ภาพนี้ทำให้โม่อวี้เฉินอดประหลาดใจไม่ได้ยังมีอะไรอีกที่สตรีผู้นี้ไม่รู้บ้าง?
“รวมทั้งหมดสามหมื่นห้าพันหนึ่งร้อยสิบสองตำลึงเงินเพคะ!” กู้ชิงเฉิงใช้เวลาเพียงครึ่งชั่วยาม ก็คำนวณบัญชีออกมาจนหมดสิ้น “สิ่งเหล่านี้ องค์รัชทายาทสามารถให้คนไปคัดลอกมาตรวจสอบภายหลังได้”
“ไม่ต้องแล้ว” โม่อวี้เฉินเกือบจะกระอักเืโชคดีที่เงินจำนวนนี้เขาไม่ต้องออกเอง
ส่วนตระกูลกู้ก็คงทำได้เพียงอธิษฐานขอพรให้ตนเองรอดพ้นไปได้เท่านั้น
เกรงว่านับจากนี้ไปคงไม่มีใครกล้าทุบทำลายอันหยวนถังอีกแล้ว นอกจากจะต้องเอาชีวิตเข้าแลกแล้วยังต้องล้มละลายอีกด้วย
“เช่นนั้น องค์รัชทายาท มีตั๋วเงิน หรือเงินสดเพคะ?” ท่าทางของกู้ชิงเฉิงจริงจังยิ่งนักทำราวกับเป็เื่ราชการ
ในเมื่อเขาไม่ยอมรับเงื่อนไขที่นางเสนอเขาก็ต้องนำเงินมาจัดการเื่นี้เสีย นางไม่อาจยอมเสียเปรียบโดยเปล่าประโยชน์ได้
“นี่…” สีหน้าของโม่อวี้เฉินแทบดูไม่ได้เขากำถ้วยชาในมือแน่น พยายามระงับความโกรธในใจ และพยายามทำตัวให้สงบนิ่ง “เื่นี้ต้องถามคุณหนูใหญ่กู้ เงินเหล่านี้ นางจะเป็คนจ่ายเอง”
“เพคะ” กู้ชิงเฉิงไม่มีข้อโต้แย้ง “ฝ่าานำหลักฐานไปให้คุณหนูใหญ่กู้เถิดเพคะ เมื่อเงินถึงมือหม่อมฉันก็จะรักษานางด้วยตนเอง”
ส่วนพิษเหมันต์ของโม่อวี้เฉินนางไม่ได้เอ่ยถึงแม้แต่คำเดียว ในเมื่อเขาไม่กลัวตาย นางก็ไม่มีสิ่งใดจะกล่าวแล้ว
กู้ตงหลิงเมื่อเห็นตั๋วเงินที่มีตราประทับของอันหยวนถังพลันหมดสติไปอีกครั้งหลังจากเพิ่งฟื้น
เงินทั้งหมดที่นางใช้เล่ห์เหลี่ยมทุกวิถีทางรวบรวมมาจากไป๋ซินจะต้องถูกใช้ไปจนหมดสิ้น มิหนำซ้ำยังต้องชดเชยอีกหลายหมื่นตำลึงจึงจะสามารถชำระหนี้ก้อนนี้ได้
ใจนางแทบขาดรอนๆเลยทีเดียว
--------
ในด้านของอันหยวนถัง
“อันหยวนถังของเรามีค่าถึงเพียงนี้เชียวหรือ!” เสี่ยวโต้วจื่อถึงกับตกตะลึงเมื่อองค์รัชทายาทโม่อวี้เฉินจากไป นางก็ก้มหน้าก้มตาพลิกดูสมุดบัญชีไม่หยุด
แม้แต่อันอี้ฟานเองก็ยังตกตะลึง
จริงอยู่ตัวเลขที่กล่าวออกมานั้นทำให้พวกเขาทุกคนต้องใ ดูท่าแล้วองค์รัชทายาทก็คงจะงงงันไม่ต่างกัน สีหน้าของเขานั้นดูไม่สู้ดีนักคงอยากจะฆ่าคนกระมัง น่าเสียดายที่ไม่อาจกระทำได้
“อันหยวนถังแห่งนี้ไม่ได้มีมูลค่ามากเพียงใดทว่าชีวิตของพวกเ้าต่างหากเล่าที่มีค่า!” กู้ชิงเฉิงคำนวณบัญชีโดยอ้างอิงจากสินเดิมของไป๋ซินมารดาของเ้าของร่างเดิม
ไป๋ซินมารดาของเ้าของร่างเดิม เป็บุตรสาวของแม่ทัพไป๋แรกเริ่มเดิมทีนางได้พบรักกับราชครูกู้และด้วยการสนับสนุนของท่านแม่ทัพไป๋ที่ได้กดดันราชสำนักการอภิเษกสมรสครั้งนี้สำเร็จลุล่วง
พิธีการในครั้งนั้นยิ่งใหญ่ตระการตายิ่งนักสินเดิมขบวนแดงสิบลี้ [1] สามารถปูทั่วเมืองหลวงเลยทีเดียว
แม่ทัพไป๋มีบุตรรวมสิบสองคนเป็บุตรชายสิบเอ็ดคน และบุตรสาวเพียงหนึ่งเดียว
บุตรสาวคนนี้เปรียบเสมือนไข่มุกที่อยู่ในอุ้งมือเป็แก้วตาดวงใจที่ได้รับการทะนุถนอมประหนึ่งอัญมณีล้ำค่า
ด้วยพื้นเพของตระกูลไป๋แม้จะส่งตัวนางเข้าวังเพื่อรับตำแหน่งฮองเฮา ฮ่องเต้ก็ยังไม่กล้ามีข้อกังขา
แต่ไป๋ซินกลับหลงรักราชครูกู้อย่างสุดหัวใจนางยอมทุกอย่างแม้กระทั่งจะเป็เพียงภรรยารอง นางไม่อยากให้ราชครูกู้ต้องลำบากจึงไม่ได้เรียกร้องแม้แต่ตำแหน่งภรรยาเอก
กู้ชิงเฉิงจึงกลายเป็บุตรสาวที่เกิดจากอนุภรรยาและด้วยเหตุนี้เองที่ทำให้กู้ชิงเฉิงต้องตกต่ำกว่าผู้อื่น
แม้นางจะได้รับความรักความโปรดปรานเพียงใดแต่ก็ไร้ประโยชน์ในสายตาของผู้อื่นอย่างไรเสียนางก็เป็เพียงบุตรสาวที่เกิดจากอนุภรรยาเท่านั้น
ดังนั้นจึงเป็สาเหตุให้กู้ชิงเฉิงต้องวางแผนต่อกู้ตงหลิง วางแผนต่อฮูหยินของราชครูกู้และวางแผนต่อองค์รัชทายาท...
นางไม่ปรารถนาที่จะเป็เพียงบุตรสาวที่เกิดจากอนุภรรยาเท่านั้น
น่าเสียดายยิ่งนักที่กู้ชิงเฉิงในชาติที่แล้วได้วางแผนสารพัดแต่สุดท้ายกลับต้องสังเวยชีวิตของตนเอง ยิ่งไปกว่านั้นยังกลับกลายเป็การส่งเสริมบุตรสาวจากภรรยาเอก กู้ตงหลิงอีกด้วย
อันอี้ฟานและเสี่ยวโต้วจื่อได้ยินดังนั้นต่างก็ซาบซึ้งใจยิ่งนักการได้ติดตามเ้านายเช่นนี้นับเป็วาสนาอันยิ่งใหญ่!
“เอาละ พวกเ้าจงตั้งใจรักษาอาการาเ็เถิด!เมื่อหูเอ้อร์และกู่ซินกลับมาจากสวนหรูอี้ ก็จงสร้างอันหยวนถังขึ้นใหม่ในระหว่างนี้พวกเ้าก็พักผ่อนเอาแรงไปก่อน” กู้ชิงเฉิงเอ่ยด้วยรอยยิ้ม“อ่อ...จัดเตรียมยาอายุวัฒนะคนละหนึ่งเม็ดส่งไปยังโรงหมอต่างๆทั่วเมืองอี๋สุ่ยด้วยนะ ครั้งนี้ต้องขอบคุณที่พวกเขาร่วมมือ”
ต้องรู้ไว้ว่ายาเม็ดเหล่านี้ล้วนมาจากหอปรุงโอสถ์หากนำออกมาเพียงเม็ดเดียวไปที่หอชิงอวี่ ก็มีค่าเป็พันตำลึงทองและไม่ใช่ว่าจะหาซื้อได้ง่ายๆ
หอชิงอวี่เป็โรงประมูลที่เพิ่งเกิดขึ้นไม่นานมานี้ภายในเต็มไปด้วยของล้ำค่าที่ไม่อาจประเมินราคาได้ของที่ผู้คนมากมายถือเงินไปซื้อแต่กลับหาไม่ได้ ที่นั่นกลับมีอยู่ครบครัน
ทว่าหอชิงอวี่มีกฎเกณฑ์ว่าจะเปิดประตูเพียงเดือนละสามวันเท่านั้น ใน่สามวันนี้ผู้คนทั่วหล้าจะหลั่งไหลกันมาอย่างเนืองแน่น
เวลาจำกัดสมบัติล้ำค่าก็จำกัดเช่นกัน
กล่าวถึงยาอายุวัฒนะนี้เพียงอย่างเดียวมันสามารถชุบชีวิตคนตาย สมานกระดูกที่หักได้ ในแต่ละปีมีเพียงขวดเดียวและมีเพียงสิบเม็ดเท่านั้น
ของขวัญที่กู้ชิงเฉิงมอบให้ก็คือยาอายุวัฒนะนี้เอง เช่นนั้นใครเล่าจะไม่ให้ความร่วมมือ?
“ขอรับ!” อันอี้ฟานเคยชินกับเื่เช่นนี้มานานแล้วเขาจึงจัดการได้อย่างคล่องแคล่ว
“ที่เหลือพวกเ้าแต่ละคน ก็แบ่งกันคนละเม็ด อาการาเ็จะได้หายเร็วขึ้น”กู้ชิงเฉิงกล่าวเสริม
อันที่จริงยาอายุวัฒนะเหล่านี้มีค่ามากกว่าอันหยวนถังเสียอีกแต่กู้ชิงเฉิงกลับนำมันออกมาแจกโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อยทำให้ทุกคนรู้สึกขอบคุณนางเป็อย่างมากและยังทำให้คนในอันหยวนถังทั้งหมดจงรักภักดีต่อนางอย่างไม่เสื่อมคลาย
สีหน้าของเฟิงเจ๋อซึ่งแอบฟังอยู่ข้างกำแพงก็เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาเขาย่อมรู้เื่ยาอายุวัฒนะนี้ดี
ปีที่แล้วตอนที่หอชิงอวี่เพิ่งเปิดเขาเองก็ไปเข้าร่วม แต่ก็ยังไม่สามารถแย่งชิงยาอายุวัฒนะนี้มาได้เขาจึงรู้สึกเสียใจเป็อย่างมาก
หากมีเม็ดยาต่ออายุนี้ถึงแม้พิษเหมันต์ของโม่อวี้เฉินจะไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้แต่ก็สามารถระงับไว้ได้ก่อน อย่างน้อยก็จะไม่กำเริบในเวลาอันสั้น
หมอกู้ผู้นี้มอบยาอายุวัฒนะให้คนในอันหยวนถังทุกคน คนละหนึ่งเม็ดนี่ช่างเป็น้ำใจที่ยิ่งใหญ่เพียงใด!
ทว่านางกลับไม่ยอมมอบให้องค์รัชทายาทแม้แต่เม็ดเดียว
สิ่งนี้ทำให้เฟิงเจ๋อรู้สึกโกรธเคืองในใจยิ่งนักเขารีบลุกขึ้นไปรายงานเื่นี้ต่อโม่อวี้เฉินทันที
เขาเพียงแค่คับข้องใจเื่ยาอายุวัฒนะนี้เท่านั้นส่วนเื่อื่นๆ ล้วนถูกโยนทิ้งไปจากความทรงจำแล้ว
เมื่อโม่อวี้เฉินได้รับข่าวสีหน้าอันเฉยเมยของเขาก็แปรเปลี่ยนไปเล็กน้อย “นาง...หรือว่าจะเป็คนของหอปรุงโอสถ์?”
เชิงอรรถ
[1] ขบวนแดงสิบลี้ มาจากประโยค 十里红妆 หรือ良田千亩,十里红妆เป็สำนวนภาษาจีนหมายถึง ที่ดินอันอุดมสมบูรณ์พันหมู่พร้อมขบวนเ้าสาวที่ตกแต่งด้วยของแดงยาวสิบลี้ซึ่งเป็การแสดงออกถึงความมั่งคั่งและฐานะอันร่ำรวยของครอบครัวฝ่ายหญิงที่จัดงานแต่งงานให้ลูกสาว