บทนำ
เสียงคนสะอื้นตัวโยนร่ำไห้ของคนในอ้อมแขนทำให้เด็กหนุ่มร่างสูงที่กระชับอ้อมกอด ถอนหายใจ มือหนาพยายามลูบไหล่บอบบางของเด็กสาววัยสิบหกปีตรงหน้าอย่างปลอบโยน ก่อนหน้านี้สักสิบนาทีได้ หมื่นทิศได้ยินเสียงเคาะประตูดังสนั่น คราแรกก็คิดว่าน่าจะเป็บิดาขี้เมามาเคาะประตูเรียกให้เปิด เพราะถ้าเป็แบบนั้นจริงชายหนุ่มคงไม่เดินมาเปิดให้เสียเวลาจะปล่อยให้เคาะอยู่แบบนั้นสักพักจนกว่าจะเมาหลับอยู่หน้าประตูเอง แต่เมื่อเสียงเคาะนั้นประหลาดกว่าทุกครั้งเลยทำให้คนที่ซ่อมจักรยานอยู่ในโรงรถเริ่มเอะใจ จึงยอมเดินไปประตู ทว่ากลับเป็ร่างมอมแมม หัวยุ่งเหยิงของมา]u เด็กสาวที่เรียนโรงเรียนเดียวกัน บ้านอยู่หน้าปากซอยที่มักจะโดนน้าสาวทำร้ายและดุด่าเป็ประจำ มา]uมาในสภาพที่แปลกกว่าเดิม เพราะทุกทีจะโดนแค่หยิก หรือแค่ฟกช้ำเล็ก ๆ น้อย ๆ เมื่อเห็นใบหน้ากลมมีแผลเืตกยางออกที่มุมปากทั้งสองข้าง ใบหน้าแดงมีเหลือดไหลซิบและรอยข่วน เฝ้าผมยุ่งเหยิง เนื้อตัวมีรอยาแเต็มตัวไปหมด สภาพตรงหน้าบ่งบอกว่า
ดูไม่ได้ และ ไม่อยากให้ใครได้ดู
ชายหนุ่มได้แต่ยืนแข็งทื่อ ยอมรับว่าใทำอะไรไม่ถูก ทั้งที่ในใจอยากจะคว้าร่างบางเข้ามากอดจูบปลอบขวัญไม่ให้เสียใจ ทำได้เพียงแต่เอ่ยถามว่าเกิดอะไรขึ้น มาลีในสภาพล่อแล่ไปทั้งตัวยืนสะอึกสะอื้นน้ำตาไหลเป็สาย หมื่นทิศเห็นท่าไม่ดีจึงยื่นมือดึงร่างบางเข้ามาในบ้านและพาไปนั่งสงบสติอามรมณ์ที่เก้าอี้ไม้ไม่ใกล้ไม่ไกล ก่อนที่จะมีใครมาเห็นเขากับหล่อนคุยกันหน้าบ้านสองต่อสอง
“พี่หมื่น” คนสะอื้นพูดด้วยเสียงสั่นเครือ “ไอ้เลวนั่น... มันจะข่มขืนหนู”
คนได้ยินชาวาบไปทั้งตัว ก่อนจะไม่สนเหตุผลอันใดที่ทำให้เขาจะไม่กล้าคว้าตัวเธอมาอยู่ในอ้อมกอดอีก มือหนาคว้าร่างบางเข้ามากอดแน่น ลูบผมและไหล่บางเบาๆ และจุมพิตที่กระหม่อมอย่างปลอบขวัญ
เลว เลวชาติจริง ๆ
แม้มาลีไม่ได้บอกว่าไอ้เลวคนนั้นมันเป็ใคร เขาก็รู้ดีว่ามันคือไอ้อธิป สามีใหม่ของน้าเมย์ น้าสาวของมาลีที่พึ่งแต่งงานกันได้เดือนเศษ และย้ายเข้ามาอยู่ที่บ้านของเธอ มาลีบอกกับเขาเสมอว่าเธอกลัวไอ้อธิป เพราะมันชอบส่งสายตาหื่นกามให้กับเธอ หมื่นทิศบดฟันแน่น ไม่คิดเลยว่าวันนี้มันจะกล้ามาทำร้ายมาลีของเขา
“พี่จะพาหนูลีไปแจ้งตำรวจ”
“อย่านะคะ” คนตัวเล็กในอ้อมแขนเงยหน้าขึ้นมา ด้วยความใ ก่อนจะรับรู้ได้ถือผลังงานลบในดวงตาที่วาวโรธรของเขา ราวกับว่าตอนนี้มันกำลังสุมอยู่ในกองเพลิง
“พี่หมื่นจะเสี่ยงเอาได้นะคะ”
“พี่ไม่สนอะไรทั้งนั้นหนูลี มันกล้าทำกับเด็กที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะแบบนี้ โทษของมันอย่างต่ำก็สักปีสองปี” มาลีได้แต่ส่ายหน้า
“แต่ไอ้อธิปมันเป็คนใหญ่คนโต มีพรรคพวกมากมาย หนูลีกลัวว่านอกจากมันจะไม่ได้เข้าคุกอย่างที่พี่หมื่นหวังแล้ว มันจะหันมาเล่นงานพี่หมื่นได้อีก หนูลีไม่อยากให้พี่หมื่นเป็อันตราย” คนตัวเล็กสะอื้นมากกว่าเดิม หมื่นทิศมองดูใบหน้างามที่ตอนนี้เปรอะเปื้อนไปด้วยหยาดน้ำตาและรอยเืด้วยหัวใจที่ร้าวระบม หญิงสาวกอดรัดเขาแน่นกว่าเดิมก้มหน้าซุกไปที่อกแกร่ง บอกกับตนเองว่าจะไม่อยากให้เขาเอาชีวิตมาเสี่ยง เพียงเพื่อ้าช่วยชีวิตเธอเด็ดขาด
เพราะที่พี่หมื่นเป็อยู่ตอนนี้ก็ทรมานมากพอแล้ว
หมื่นทิศอยู่กับพ่อที่ติดสุรา เขามักจะถูกผู้เป็พ่อที่เมามายกลับบ้านทำร้ายร่างกายอยู่เป็ประจำ ชายหนุ่มเคยคิดที่จะหนีออกจากบ้านอยู่หลายครั้ง แต่ก็ไม่รู้ว่าจะหนีไปอยู่ที่ไหน ชีวิตของหมื่นทิศชินชากับการถูกพ่อทำร้ายมาโดยตลอด ั้แ่เกิดมาบิดาเอาแต่ด่าว่าเขาเป็ตัวกาลิณีที่ทำให้ได้แม่ตาย เพราะท่านคลอดเขาก่อนกำหนดและตกเืเสียชีวิตั้แ่คลอดหมื่นทิศออกมา
“มึงมันมารหัวขน” ใบหน้าแดงกล่ำของธนาชี้ไปที่ลูกชายที่นั่งนิ่งสีหน้าเรียบเฉยไร้ซึ่งอารมณ์
“ถ้ามึงไม่เกิดมา นิชาก็ไม่ต้องตาย”
"แล้วทำไมถึงไม่ปล่อยให้ตาย” เด็กหนุ่มถามกลับอย่างยียวน ดวงตาแดงกล่ำเพราะโกรธแค้นที่โดนทุบตี
“หึ เื่อะไรกูจะปล่อยให้มึงตาย มึงต้องตายทั้งเป็ มีชีวิตที่พังพินาศไม่ต่างจากกู” คนมีชีวิตที่พังพินาศหัวเราะชอบใจ เขาเกลียดลูกชายเข้าไส้ ธนาไม่เคยให้เงินเด็กชายไปโรงเรียน ตั้งใจจะเอาไปไว้โรงเรียนวัดแต่ก็โดนญาติ ๆ ตำหนิเพราะอย่างน้อยให้มันมีการศึกษาเสียบ้างโตมาจะได้เป็ที่เชิดหน้าชูตา เขาจึงส่งไปเรียนหนังสือที่โรงเรียนไม่ใกล้ไม่ไกล แต่ก็ไม่ได้สนใจว่ามันจะได้เกรดดีหรือจะเรียนเด่นสักแค่ไหน เพราะสุดท้ายแล้วเขาก็คือตัวกาลิณีของพ่ออยู่ดี
"ผิดแล้ว ผมไม่มีทางเป็แบบคุณ ผมไม่ปล่อยให้ตัวเองจมอยู่กับอดีตแล้วร้องหา์วิมารชั้นฟ้า ไม่มีเทพยดาที่ไหนมาช่วยไว้สักองค์แบบคุณ”
“ไอ้นี่มันปากดี” ธนาเค้นหัวเราะ
"งั้นมึงก็อยู่ที่นี่สักสองสามวัน ไม่ต้องกินข้าวกินน้ำ กูจะโทรไปบอกที่โรงเรียนมึงให้ว่ามึงไม่สบาย ดูสิว่ามันจะไปได้สักกี่น้ำ”
พูดจบคนเป็พ่อก็เดินออกจากห้องไปแล้วตรงไปหยิบแม่กุญแจดอกใหญ่มาล็อคประตูไว้จากด้านนอกปล่อยให้ชายหนุ่มอยู่ในห้องเป็เวลาสามวันอย่างที่ตั้งใจ เมื่อครบกำหนดสามวัน ธนาก็เดินมาเปิดประตู หมายจะเห็นใบหน้าสลดของลูกชายที่ร้องโหยหวนด้วยความหิว ก็ได้แต่แปลกใจที่ใบหน้านั้นยังคงเรียบเฉยไร้ซึ่งความรู้สึกใด ๆ นอกจากบุตรชายจะเดินเหินได้ปกติแล้ว ตลอดสามวันที่ผ่านมาหมื่นทิศไม่เคยแม้แต่จะเคาะประตูเรียกเขาให้มาเปิดประตู เมื่อเห็นบุตรชายทำตัวปกติได้ คนเป็พ่อก็ฟึดฟัดขัดใจ เดินออกจากบ้านไปไม่กลับมาอีกหลายวัน
เมื่อบิดาไปแล้ว เด็กชายร่างสูงก็เดินไปนั่งระโหยโรยราที่โซฟา ร่างกายอ่อนล้าแทบขาดใจ ไม่ยอมกินข้าวกินน้ำปล่อยให้ตนเองดำดิ่งสู่เบื้องลึก บอกตนเองอย่างไม่ยินดียินร้ายว่าถ้าตายไปก็ดี ชีวิตเขานั้นไม่จำเป็ต้องอยู่ต่อเพื่อใคร หากเขาตายตอนนี้พ่อก็คงสาแก่ใจที่ตัวเขาได้ตายตามแม่ไปเสียที ชายหนุ่มหลับตาลง นึกถึงใบหน้ามารดาที่เสียไปตามรูปถ่ายที่เขาเคยเจอ แม่เป็ผู้หญิงที่สวย ใบหน้ารูปไข่ ริมฝีปากเป็รูปกระจับ จมูกโด่ง ดวงตาคมเหมือนกับเขา....ชีวิตของเขาคงดีกว่านี้ถ้าแม่ไม่จากไป
ไม่นานเสียงเปิดประตูจากด้านหลังดังขึ้น ก่อนจะตามด้วยเสียงวิ่งที่ตรงมาที่ชายหนุ่มนั่งอยู่
“พี่หมื่น” มาลีมองใบหน้าซูบผอมแล้วอยากจะร้องไห้ มือบางเขย่าแขนคนร่างสูงให้ลืมตาตื่น ชายหนุ่มหันหน้ามาปรือตามองอย่างยิ้มๆ
นางฟ้านาง์ที่ไหนกัน ทำไมช่างสวยเหลือเกิน
มาลีลุกขึ้นไปหาน้ำมาให้เขาดื่ม แต่ตู้เย็นกลับว่างเปล่า ในบ้านไม่มีแม้แต่น้ำเปล่าเหลืออยู่เลย หญิงสาวเดินมาที่ชายหนุ่มนั่งอยู่ เอ่ยบอกเขาว่าให้รออยู่ที่นี่อย่าพึ่งไปไหน แล้วก็หายลับไปอยู่เกือบยี่สิบนาที หมื่นทิศนั่งรอคนตัวน้อยที่ตอนนี้วิ่งกระหืดกระหอบกลับมาพร้อมกับถือปิ่นโตที่ข้างในมือข้าวต้มกุ้ยกับไข่เจียวหมูสับ พร้อมกับน้ำหนึ่งขวดที่ใส่ไว้ในตะกร้า โดยไม่ลืมที่จะเอายาดมยาหอมมาด้วย
“พี่หมื่น กินน้ำก่อน” มาลีรินน้ำใส่แก้วยกขึ้นจ่อปากซีดเซียว มือหนาปัดออกเนื่องจากยังไม่ได้สติดี หญิงสาวไม่สนใจ เอามือข้างหนึ่งกดมือเขาไว้ แล้วยกแก้วน้ำขึ้นจ่อริมฝีปากบางของเขาอีกครั้ง
“จิบน้ำก่อนนะพี่หมื่น” ชายหนุ่มปรือตามองอย่างขัดใจ แต่เพราะความกระหายและไม่มีแรง ทำให้ยอมเผยริมฝีปากจิบน้ำเบาๆ ตามที่มาลีสั่ง ลำแขนเล็กค่อยๆ ช้อนคอเขาขึ้นมาเพื่อดื่มให้ถนัด หมื่นทิศดื่มน้ำจนหมดแก้ว ก่อนจะเงยหน้าขึ้นถามเมื่อรับรู้ว่ามาลีอยู่ตรงหน้า
“มาทำอะไรที่นี่”
“หนูมาหาพี่หมื่น เห็นพี่ไม่ไปโรงเรียนหลายวันแล้ว เพื่อนพี่บอกว่าพ่อพี่ต้องขังพี่หมื่นแล้วให้อดข้าวอดน้ำอีกแน่ ๆ หนูเองก็ไม่แน่ใจก็เลยมาดูก่อนแล้วก็เป็อย่างที่เพื่อนพี่พูดไว้จริง ๆ ” พูดไปพร้อมกับบังคับให้เขาทานข้าวชายหนุ่มก็บ่ายเบี่ยง หมื่นทิศจิปากอย่างขัดใจ เขาไม่เคยบอกอะไรเพื่อนของตนเอง แต่แน่นอนว่าไม่เคยปิดบังอะไรไม่ได้ เพราะเพื่อนหลายคนของเขามักจะสืบจนรู้ว่าเขาโดนพ่อทำร้ายบ่อยแค่ไหน
“พี่หมื่น ทานข้าวก่อน”
คนตัวเล็กผิวขาวอมชมพู ตักข้าวต้มกุ้ยแนบกับไข้เจียวร้อนๆ ยื่นจ่อริมฝีปากของเขาอีกครั้ง
“หนูทำข้าวต้มให้น้าเมย์เมื่อเช้า ทำไว้เยอะก็เลยเหลือ หนูอยากให้พี่ได้กินไข่เจียวร้อนๆ ก็เลยกลับไปทอดมาให้ใหม่ ข้าวเย็นไปนิดนึงนะพี่”
“หนูลีรีบกลับไปเถอะ เดี๋ยวพ่อพี่กลับมาเห็นเข้ามันไม่ดี” ชายหนุ่มเอ่ยเสียงแหบแห้ง
“ตอนนี้ยังไม่มา ทานข้าวก่อนนะ” พูดแล้วก็ยื่นช้อนจ่อที่ริมฝีปากนั่นอีกเป็ครั้งที่สาม ชายหนุ่มหน่ายที่จะปัดออกแล้ว จึงยอมทานข้าวแต่โดยดี เมื่อไข่เจียวร้อนๆ เข้าปากก็ทำให้คนที่อ่อนปวกเปียกกลับมามีแรงขึ้นมาอีกครั้ง
มาลีแอบหลังรักหมื่นทิศั้แ่แรกเห็น
บนรถเมล์สายใหม่ที่มาลีใช้นั่งกลับบ้านหลังจากที่ย้ายมาอยู่กับน้าเมย์ หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าคมเข้มผิวขาวเหลืองที่ลุกขึ้นให้หญิงชรานั่ง ชายหนุ่มมีผิวละเอียดและมีรอยช้ำที่มุมปากเพราะเพิ่งโดนพ่อต่อยก่อนไปโรงเรียนตอนเช้า เพียงแค่แรกสบตาหัวใจของเด็กสาววัยเพียงสิบห้าปีก็เต้นไม่เป็จังหวะ ใบหน้าหวานแก้มแดงสุกงอม ก้มหน้างุดไม่กล้ามองหน้าตรงๆ อยู่หลายครั้ง หล่อนกับเขาเจอหน้ากันทุกเช้าเย็นเพราะต้องไปโรงเรียนเดียวกัน สิ่งเดียวที่ทำให้มาลีมีกำลังใจที่จะกลับบ้านก็คือการได้พบหน้าบุคคลที่เธอหลงใหล หลังจากลงจากรถเมล์แล้ว มาลีก็ค่อยๆ เดินเข้าบ้าน โดยมีเขาเดินตามอยู่ด้านหลังอยู่ไม่ไกล มลีเดินเข้าไปในบ้านที่มีรั้วรอบขอบชิด บ้านของน้าเมย์ที่ไม่เล็กไม่ใหญ่ ทำให้สามารถมองเห็นออกไปนอกรั้วได้บ้าง ปลายตากลมสวยหันไปมองใบหน้าคมที่เดินเยื้อย่างกลับบ้านที่อยู่กลางซอย เป็แบบนี้ทุกวันอย่างอบอุ่นหัวใจ
วันหนึ่งที่กำลังรอรถเมล์ไปโรงเรียนด้วยกันสองคน มาลีได้แต่ยืนเงียบไม่กล้าทัก มือบางสองข้างกุมกันแน่นจนซีด ตัวเกร็งไปหมด ดูภายนอกเหมือนจะไม่มีอะไรแต่ภายในคือเขินมาก วันนี้รถเมล์มาช้ากว่าปกติ ทั้งสองชะเง้อมองรถเมล์ที่มาตรงเวลาบ้างไม่ตรงบ้างอย่างใจจดจ่อ เมื่อรู้ว่าต้องสายแน่แล้ว คนข้างหลังก็เอ่ยบางอย่างขึ้น นั่นทำให้มาลีสะดุ้งเฮือก เพราะ่ไม่คิดฝันว่าจะได้ยินเสียงทุ้มจากคนที่แอบชอบ เขาบอกให้เธอรออยู่ตรงนี่ก่อนอย่าพึ่งไปไหน หญิงสาวพยักหน้ายอมยืนรอตามที่เขาบอกอย่างงุนงง ก่อนที่จะเห็นร่างสูงปั่นจักรยานที่มีที่นั่งด้านหลังมาจอดตรงหน้า
“ไปด้วยกันสิ”
มาลีมองอย่างเก้อเขิน ไม่คิดว่าจะได้นั่งซ้อนท้ายจักรยานของชายที่เธอหลงใหล แต่ก็ไม่อยากให้เขินนานจนเกินไป มาลีเดินมานั่งเบาะหลังจักรยานของเขาด้วยหัวใจลิงโลด พร้อมกับเก็บอาการเก้อเขินเอาไว้ไม่มิด
"กรุงเทพฯ รถเยอะ จับแน่นๆ นะ”
ชายหนุ่มกล่าวพร้อมกับเอื้อมไปดึงข้อมือบางขึ้นมาจับเอว หญิงสาวก้มหน้างุด ไม่รู้ว่าที่หน้าแดงนั้นเพราะเขินหรือว่าแดดร้อนยามเช้ากันแน่ ั้แ่นั้นเป้นต้นมามาลีกับหมื่นทิศไปโรงเรียนด้วยกันทุกวัน หญิงสาวจะมารอเขาที่ป้ายรถเมย์ตอนหกโมงเช้า หมื่นทิศไม่เคยมาสายเลยแม้แต่วันเดียว มีบางวันที่เธอแอบเกาะชายเสื้อเขาขึ้นไปบนรถเมล์แต่ชายหนุ่มก็ไม่เคยชักสีหน้าหรือปัดออก ทำหน้านิ่งราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ผ่านวันเป็เดือนผ่านเดือนเป็ปีมาลีกับเขาแทบจะไม่มีวันไหนที่จะไม่ได้เจอหน้ากัน แม้ว่าทั้งสองจะไม่เคยเถลไถลไปไกลอื่น นั่งรถเมล์มาถึงหน้าซอยก็แยกย้ายตรงกลับเข้าบ้านใครบ้านมัน เพราะไม่อยากจะมีปัญหากับคนที่บ้านให้มีเื่ให้ตบตีอีก นั่นทำให้เขาและเธอสนิทกันมากจนเรียกว่าผูกพัน ทุกวันที่ไปโรงเรียนเขาจะมานั่งฟังเื่เล่าระหว่างทางจากมาลี