บทที่ 2
กำเนิดจากโคลนตม
ซิ่งหลิงรู้สึกตัวตื่นอีกคราในตอนรุ่งสาง กะพริบตาถะถี่พยายามขับไล่ความปวดเมื่อยและความวิงเวียน ครุ่นคิดทั้งๆ ตอนนี้ปวดหัวเหมือนถูกค้อนเหล็กทุบเข้าที่ศีรษะ ตั้งสติทบทวนอยู่พักหนึ่ง จึงนึกขึ้นได้ว่านางเสียครั้งแรกไปแล้ว...
ร่างบางยันตัวลุกขึ้นจากเตียงทำให้ผ้าห่มผืนบางที่คลุมบนไหล่ลาดร่วงกองอยู่บนเตียง ผิวกายัักับความเย็นของอากาศด้านนอกจึงทำให้นางหดตัวด้วยความเหน็บหนาว
“เข้าใจแล้วว่าไยถึงได้กลัวเ้าไม่เรียบร้อย” จิ้งเส้าหวงพูดเสียงเรียบ ปรายตาไปยังสตรีบนเตียงที่ตื่นจากหลับใหลกำลังพยายามตั้งสติ ใบหน้างุนงงของนางผิดจากเมื่อคืนไปมาก ไม่เหมือนเมื่อคืนเลยแม้แต่น้อย
ซิ่งหลิงมองเขาอยู่พักหนึ่งจนสายตาพร่ามัวค่อยๆ คุ้นชิน เห็นบุรุษผู้หนึ่งเอนกายเปลือยท่อนบนอยู่บนเก้าอี้ห่างออกไปไม่ไกล สายตากลับมาเป็ปกติและมีสติเต็มสิบส่วนจึงเห็นใบหน้าและรูปร่างของเขาผู้นั้น
...ไม่ผิดไปจากที่พูดเมื่อคืนเลย
ซิ่งหลิงโล่งอก ถอนใจยาวออกมาด้วยความโล่งใจประหนึ่งยกขุนเขาลูกใหญ่ออกจากอก เผยรอยยิ้มกว้างเอียงคอทักทายเขาอย่างอารมณ์ดี
“อรุณสวัสดิ์คุณชาย”
เขาเป็บุรุษหน้าตาคมคายหล่อเหลา เรือนกายกำยำสูงโปร่งทั้งยังมีมัดกล้ามเนื้องดงามเรียงตัวอย่างเป็ระเบียบ นับว่าตรงตามปรารถนาของนางพอดี ซิ่งหลิงกะพริบตา ทำเป็มองไม่เห็นรอยกัดและรอยข่วนที่กระจายทั่วผิวกายของเขา ลอบแคะปลายเล็บที่มีโลหิตติดอยู่เล็กน้อยหน้าตาเฉย
จิ้งเส้าหวงแค่นเสียงหัวเราะ มุมปากยกยิ้มเล็กน้อย ส่งเสียงตอบรับในลำคอ ท่าทีหยิ่งยโสนี้ซิ่งหลิงไม่เก็บมาใส่ใจเลยแม้แต่น้อย ดวงตากลมโตกวาดหาผู่เอ๋อร์
ปกติแล้วเหล่าคณิกาได้รับหมายให้รับงานนอกหอจะต้องมีผู้ติดตาม สาวใช้หรือาุโคอยดูแลในเื่ต่างๆ ซึ่งผู่เอ๋อร์เป็สาวใช้ของนาง กวาดตามองจนทั่วห้องแล้วก็ยังไม่เห็นแม้แต่เงาของผู่เอ๋อร์ หันไปสบตากับคนบนเก้าอี้ ร้องขอเสียงหวาน
“คุณชาย ใกล้รุ่งสางแล้วข้าน้อยไม่กล้าอยู่รบกวน ข้ามีสาวใช้นางหนึ่งติดตามมาด้วย รบกวนคุณชายอนุญาตให้นางเข้ามาช่วยข้าแต่งตัวได้หรือไม่เ้าคะ”
“เข้ามาได้”
สิ้นเสียงของจิ้งเส้าหวง ด้านหน้าห้องก็มีการเคลื่อนไหว เห็นผู่เอ๋อร์สาวใช้ร่างใหญ่ของนางกำลังเดินปรี่เข้ามาก็สบายใจ
“แม่นางเป็อย่างไร เจ็บหรือไม่”
ซิ่งหลิงส่ายหัวเล็กน้อยเมื่อเห็นสีหน้ากังวลใจของผู่เอ๋อร์ ทันทีที่ขยับตัวลุกขึ้นสองขานางพลันอ่อนแรงล้มพับกองอยู่หน้าเตียง เงยหน้ามองผู่เอ๋อร์ที่ช่วยประคองนางลุกขึ้นอย่างฉงน ในใจลอบก่นด่ายาปลุกราคะน่าตายไม่หยุด
ในยุคที่ยารักษาโรคไม่มีฉลากรับรองความปลอดภัยให้มั่นใจก็ไม่มีใครกล้ากิน นับประสาอะไรกับยาที่ใช้รักษาคนก็ไม่ใช่ วางยาคนก็ไม่เชิงกัน เมื่อวานไม่เพียงถูกจับกรอกยาทั้งยังถูกรมด้วยกำยานจนไม่ต่างจากขาหมูรมควัน!
ยาน่าตายนั่นไม่เพียงทำให้นางร้อนรุ่มถูกตกอยู่ในกองเพลิง ยังทำให้มึนเมาราวคนไร้สติ! ััแนบชิดระหว่างบุรุษสตรีก็ไม่รู้สึกแม้แต่น้อย!
กับบุรุษที่หน้าตาไม่เลว ทั้งยังมีรูปร่างชวนใจสั่นไหว นางก็อยากจะร่วมสำราญไปกับเขา
ดื่มด่ำค่ำคืนแสนหฤหรรษ์บ้าง!
“แม่นาง ใจเย็นนะเ้าคะ กลับหอแล้วค่อยว่ากันเถอะเ้าค่ะ...” ผู่เอ๋อร์ที่คล้ายจะรับรู้ได้ถึงอารมณ์ไม่สู้ดีของแม่นางคนงามจึงรีบไกล่เกลี่ยให้ใจเย็นลง ทั้งลูบทั้งปลอบ ด้วยใบหน้าใกล้จะร่ำไห้
สำหรับแม่นางซิ่งหลิงแล้วหากไม่ได้ดั่งใจอะไรล้วนกล้าทำ ตบตี หึงหวง ปาข้าวของหรืออาละวาดใหญ่โตล้วนทำจนหมดสิ้น หากไม่ติดว่านางมีฝีมือร้ายกาจ มีมารยาร้อยแปดพันเก้าที่ทำเงินให้กับหอเหม่ยเจวียนได้มากกว่าแม่นางอื่นๆ ละก็ มามาคงไม่หลับตาข้างลืมตาข้างให้แก่ความร้ายกาจของแม่นางซิ่งหลิง
ต่อให้แม่นางซิ่งหลิงจะดีเพียงไรแต่สำหรับคืนแรกของนางกลับถูกผลัดมาหลายครั้งหลายครา แม่นางซิ่งหลิงมีเงื่อนไขเพียงอย่างเดียว ขอให้บุรุษที่ซื้อคืนแรกของนางไปเป็บุรุษหน้าตาไม่ขี้ริ้ว รูปร่างสมส่วนน่ามองนางก็ยินดีขายคืนแรกออกไปโดยไม่อิดออด แต่ไหนเลยจะรู้ว่าหลังจากที่มามาพยักหน้ายอมรับข้อตกลง นับแต่นั้นบุรุษหน้าตาน่ามอง รูปร่างกำยำสมส่วนก็ไม่มาเยือนที่หอเหม่ยเจวียนอีกเลย...
นานวันเข้าก็ทำให้เหล่าแม่นางคนอื่นๆ รู้สึกอึดอัดหงุดหงิดใจกันเป็ทิวแถว อารมณ์ขึ้นลงแปรปรวนยิ่งกว่าตอนระดูมา พากันแปลงกายเป็ประทัดแสนอ่อนไหว หากแตะนิดหน่อยก็ะเิแตกเสียงดังออกมา ทำให้หอเหม่ยเจวียนตกอยู่ในสถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออก บรรยากาศในหออึมครึมเสียยิ่งกว่าก้อนเมฆทะมึนสีหม่นที่ก่อตัวก่อนพายุใหญ่โหมกระหน่ำ
จู่ๆ เหตุการณ์อาเพศที่ขึ้นในหอทำให้เหล่าแม่นางทั้งหลายพากันค้นหาสาเหตุ สืบหาต้นตอจนแทบจะพลิกกระเื้ัคาหอเหม่ยเจวียน ท้ายแล้วจึงได้ความว่าเป็เพราะความเื่มากของแม่นางซิ่งหลิงจึงทำให้ฟ้าดินลงโทษ! ไม่ส่งบุรุษรูปงามเข้ามาในหอเหม่ยเจวียนอีก พากันเร่งเร้าให้มามารีบขายคืนแรกของนางตัวปัญหาโดยไว
อันว่าคณิกาต้องรับมือกับแขกที่เข้ามาแวะเวียนทุกรูปแบบ ใช่ว่าพวกนางไม่เคยนอนร่วมเตียงกับคหบดีร่ำรวยมีอันจะกินรูปร่างอ้วนท้วน ปากเหม็นฟันเหลือง แต่เมื่อเป็มนุษย์ไหนเลยจะละซึ่งกิเลสได้ โดยเฉพาะรูปลักษณ์ภายนอก เหล่าแม่นางในหอมีผู้ใดบ้างไม่เคยเลี้ยงดูนักแสดงงิ้วหน้าตาน่ามองสักสองสามคน...
พวกนางมีความริษยาของสตรีแฝงอยู่ลึกๆ สตรีที่เป็อี้จีมีน้อย ยิ่งเป็หอคณิกาที่อยู่นอกเมืองก็ยิ่งแทบจะไม่มี ส่วนมากแล้วสตรีในหอคณิการ้อยทั้งร้อยล้วนต้องขายตัว ทอดเรือนร่างให้ผู้อื่นชมดูและจับต้องง่ายดายกว่าการต้องมานั่งดีดพิณ เดินหมากหรืออ่านตำราเช่นยอดหญิง
สตรีที่ถูกขายเข้ามาส่วนมากแล้วก็เป็ลูกชาวบ้านยากจนที่ต้องขายบุตรกิน ไหนเลยจะมีน้ำอดน้ำทน พยายามฝึกเขียนตัวอักษรและอ่านตำราซับซ้อน หรือมีสายตากว้างไกลเช่นแม่นางซิ่งหลิง
จวบจนวันที่แม่นางซิ่งหลิงได้เป็อี้จีก็เป็ประดุจหงส์ที่อยู่ในฝูงกา สง่างามและสูงส่ง ทิ้งคราบของเด็กน้อยที่เคยใช้ชีวิตอยู่ในสลัม ตกต่ำไร้ค่ายิ่งกว่าสุนัขตัวหนึ่ง...
แม่นางซิ่งหลิงถือเป็ยอดปทุมที่กำเนิดจากโคลนตมอย่างแท้จริง
“มีงานนอกอีกหรือไม่ หากมีข้าจะได้แวะไป จะได้ไม่เสียเที่ยว” ผู่เอ๋อร์ที่กำลังช่วยซิ่งหลิงสวมอาภรณ์หลังฉากกั้นอย่างใจลอยพลันได้สติเมื่อได้ยินคำถาม ขบคิดเล็กน้อย กดเสียงเบา
“มีงานชมบุปผาเ้าค่ะ ที่คฤหาสน์ตระกูลปู้”
“อืม ข้าไป ให้อาเตาไปแจ้งท่านแม่ด้วย” ซิ่งหลิงพยักหน้ารับ มือลูบรอยยับบนอาภรณ์ให้เรียบ ตรวจตราตนเองว่าเรียบร้อยดีแล้วจึงค่อยๆ จัดแต่งทรงผมอย่างใจเย็น
“แม่นางซิ่ง ท่านเพิ่งจะ...”
“ไม่ได้หนักหนา” ซิ่งหลิงส่ายหัวเล็กน้อย เห็นว่าตนเองงดงามหมดจดแล้วจึงก้าวเท้าเดินออกจากหลังฉากกั้น การก้าวเดินนี้รู้สึกปวดหน่วงและเจ็บแสบ่ล่างอยู่บ้าง ถึงสมองจดจำเื่ราวเมื่อคืนไม่ได้แต่ดูจากอาการของร่างกายที่กำลังร้องท้วงแล้ว
คงดุเดือดไม่ใช่เล่น...
“เงินทองแม้สำคัญแต่ร่างกายของแม่นางก็สำคัญนะเ้าคะ”
ในจังหวะที่ซิ่งหลิงหยุดชะงักแล้วกุมท้องน้อยทำให้ผู่เอ๋อร์ที่หูตาว่องไวรีบเข้ามาประคองในทันที ซิ่งหลิงแม้คันปากอยากจะบอกผู่เอ๋อร์ว่าชาติก่อนตัวนางวิ่งรับงานมากมายก็ไม่เคยล้มหมอนนอนเสื่อ เื่นี้อยู่ที่พันธุกรรมของสายเืต่างหากเล่า!