ข้าคือจักรพรรดิและข้าก็จะเป็นมันตลอดไป

    วิญญาณ

    ณ ทวีปดารา หน่วยลับเงาทมิฬจำนวนสี่หมื่นนายและกองทัพบัลลังก์ทองคำอีกสี่หมื่นนายได้รวมตัวกันที่ที่หนึ่ง ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของการปะทุพลังวิญญาณออกมา พวกเขาถูกเรียกมาโดยหลี่หวงเพื่อรวมพลังกันสร้างม่านพลังอันแข็งแกร่งปกคลุมพื้นที่นี้เอาไว้ เพื่อป้องกันไม่ให้พลังวิญญาณเหล่านี้เล็ดลอดออกไปได้และทำให้คนอื่นไม่สามารถตรวจสอบได้เช่นกัน เมื่อสถานการณ์ทุกอย่างอยู่ในความสงบแล้ว หลี่หวงก็เดินฝ่าม่านพลังเข้าไปพร้อมกับหน่วยลับเงาทมิฬจำนวนหนึ่งพันนายและกองทัพบัลลังก์ทองคำอีกหนึ่งพันนาย

    หลี่หวงเดินลงไปในหลุมลึกที่เป็นต้นกำเนิดของพลังวิญญาณอันมหาศาลนั้น ในขณะที่เขาสำรวจพื้นที่ทั้งหมดอย่างละเอียด เสียงอันก้องกังวานและเก่าแก่ก็ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน

    “ข้ากำลังหิวพอดีเลย… เจ้าจงมาเป็นอาหาร…”

    เสียงนั้นขาดหายไปทันทีเมื่อหลี่หวงปล่อยลำแสงแห่งการพิพากษาพุ่งตรงไปยังที่มาของเสียง เสียงระเบิดดังกึกก้องและมันก็ตามมาด้วยแรงกดดันอันมหาศาลที่พุ่งเข้ามาทับถมใส่หลี่หวงและเหล่าผู้ติดตามทันที แต่ทว่ากองทัพบัลลังก์ทองคำสร้างโล่ทองคำจากพลังวิญญาณขึ้นมาเพื่อปกป้องไว้ ทำให้หลี่หวงไม่ได้รับผลกระทบใด ๆ จากแรงกดดันนั้นเลย

    สายตาของหลี่หวงจับจ้องไปยังกลุ่มร่างวิญญาณจำนวนมากที่อยู่เบื้องหน้า พวกมันแต่ละคนดูมีพลังอำนาจและความแข็งแกร่ง แม้จะเป็นเพียงวิญญาณก็ตาม แต่มันก็ยังคงบ่งบอกถึงพลังที่เคยมีในอดีตได้อย่างชัดเจน เหล่าร่างวิญญาณทั้ง 21 ร่างเหล่านี้ล้วนสวมเครื่องแบบเหมือนกันหมด ทำให้เห็นได้ว่าพวกมันน่าจะเป็นศิษย์จากนิกายเดียวกัน

    ชื่อ: อู่จง

    ตัวตน: ศิษย์รับใช้แห่งนิกายต้นกำเนิดสวรรค์

    ระดับการเพาะปลูก: นักบุญ ระดับที่ 2 (การบ่มเพาะพังทลาย)

    ร่างกาย: ร่างปีศาจวัวศักดิ์สิทธิ์ (พังทลาย)

    ความชอบ: -10

    ………

    ………

    ………

    ชื่อ: ซูชวน

    ตัวตน: ศิษย์รับใช้แห่งนิกายต้นกำเนิดสวรรค์

    ระดับการเพาะปลูก: นักบุญ ระดับที่ 9 (การบ่มเพาะพังทลาย)

    ร่างกาย: ร่างกายปีศาจสายน้ำ (พังทลาย)

    ความชอบ: -20

    ………

    ………

    ชื่อ: ไป๋หรู

    ตัวตน: ศิษย์รับใช้แห่งนิกายต้นกำเนิดสวรรค์

    ระดับการเพาะปลูก: นักบุญ ระดับที่ 1 (การบ่มเพาะพังทลาย)

    ร่างกาย: ร่างเสือขาวเลือดบริสุทธิ์ (พังทลาย)

    ความชอบ: -30

    หลี่หวงจึงเอ่ยขึ้นด้วยเสียงที่เย็นชา “เจ้าทำข้าตกใจเลยนะเนี่ย เรื่องนั้นช่างมันก่อน พวกเจ้าต้องการอะไรกันแน่ ถึงได้กล้าทำอะไรลับๆ ล่อๆ ในดินแดนของข้า?”

    ซูชวนมองหลี่หวงด้วยสายตาเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว เขาตะโกนขึ้นอย่างหยิ่งผยอง "ช่างหยิ่งผยองยิ่งนัก! เป็นแค่เศษสวะแท้ๆ กล้าจะโจมตีพวกข้าเลยงั้นรึ?"

    หลี่หวงเพียงยิ้มเบา ๆ ใบหน้าของเขาเรียบเฉย ราวกับคำพูดของซูชวนไม่มีค่าใด ๆ ในสายตา “ถ้าเช่นนั้นเราก็คงไม่มีอะไรที่จะต้องพูดคุยกันอีกต่อไปแล้วสินะ ข้าก็คิดว่าสันติคือทางออกเสียอีก”

    ทันใดนั้นเอง เงาดำหลายสายปรากฏขึ้นจากความมืดในหลุมแห่งนั้น และพวกมันได้พุ่งตรงเข้าไปทิ่มแทงร่างวิญญาณของซูชวนและพวกพ้องของเขาทันที วิญญาณเหล่านั้นกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด พวกเขาพยายามต่อต้านแต่ด้วยพลังของพวกเขาตอนนี้มันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย และหลี่หวงก็สั่งการให้หน่วยลับเงาทมิฬเข้าไปค้นหาความทรงจำของวิญญาณเหล่านั้น แต่ทันทีที่พวกเขาเริ่มกระบวนการนั้น ร่างของหน่วยลับเงาทมิฬก็ระเบิดออกมาเป็นเสี่ยงๆ พร้อมซูชวนที่พูดขึ้น

    “ช่างไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงเสียจริง”

    หลี่หวงมองภาพเบื้องหน้าอย่างเยือกเย็น ไร้ความรู้สึกใด ๆ เขายกมือขึ้นพร้อมใช้แต้มสังหารจากระบบเพื่อคืนชีพหน่วยลับเงาทมิฬเหล่านั้นอีกครั้ง ในพริบตาเดียว เหล่าร่างที่สลายไปเมื่อครู่ก็กลับคืนชีพขึ้นมาใหม่อย่างสมบูรณ์ จำนวนทั้งหมด 21 คน แต้มสังหารที่ใช้ในการคืนชีพของแต่ละคนอยู่ที่ 90,000,000 แต้มสังหาร

    [แต้มสังหารทั้งหมด: 12,405,948,220 แต้ม]

    เมื่อหน่วยลับเงาทมิฬคืนชีพกลับมาแล้ว หลี่หวงเอ่ยถามขึ้นทันที “พวกเจ้าได้ข้อมูลอะไรมาบ้าง?”

    หนึ่งในหน่วยลับเงาทมิฬที่เพิ่งคืนชีพขึ้นมา เขารายงานอย่างนอบน้อม “ขออภัยฝ่าบาท ความทรงจำของพวกเขาถูกปกป้องด้วยพลังบางอย่าง พวกเราไม่สามารถค้นหาความทรงจำเหล่านั้นได้เลย ขอรับ”

    หลี่หวงพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะสร้างหมอกแห่งเงาสีดำสนิทขึ้นมาในอากาศ หมอกแห่งเงาถูกแบ่งออกเป็น 21 ส่วน เขาชี้ไปยังวิญญาณของพวกที่เหลืออยู่ พร้อมออกคำสั่ง “พวกเจ้า นำวิญญาณทั้ง 20 ตัวไปทรมานจนกว่าพวกมันจะเปิดเผยทุกอย่างที่รู้ออกมา”

    หน่วยลับเงาทมิฬรับคำสั่งนั้นด้วยความเคารพและลากวิญญาณเหล่านั้นไปยังหมอกเงาที่หลี่หวงจัดเตรียมไว้ให้ในทันที วิญญาณเหล่านั้นพยายามจะจะต่อต้านแต่มันก็ไม่เป็นผลใดๆ เสียงกรีดร้องของวิญญาณเหล่านั้นดังสะท้อนก้องไปทั่วบริเวณนั้น ความเจ็บปวดทำให้พวกเขาสับสนและตกตะลึงว่าหลี่หวงเป็นใคร ทำไมเขาจึงสามารถคืนชีพคนตายได้อย่างง่ายดายเช่นนั้นได้ แต่ก็ไม่มีคำตอบสำหรับคำถามเหล่านั้น มีเพียงแค่เสียงกรีดร้องที่ดังขึ้นเรื่อย ๆ ท่ามกลางหมอกแห่งเงาที่กลืนกินเสียงแห่งความเจ็บปวดและความทรมานของพวกมันไปจนหมดสิ้น

    หลี่หวงเดินเข้ามาหาซูชวนอย่างช้า ๆ ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยรอยยิ้ม หลี่หวงใช้ปลายนิ้วตัดเศษวิญญาณของซูชวนออกมาเล็กน้อย

    “อ๊ากกกก! ไอ้เด็กสารเลว!” ซูชวนกรีดร้องอย่างสุดเสียง เสียงกรีดร้องของเขาดังก้องไปทั่วอากาศ ความเจ็บปวดจากการถูกตัดวิญญาณบางส่วนออก ทำให้ซูชวนสั่นสะท้านไปทั้งตัว ชูชวนพยายามที่จะดิ้นรนหนีแต่ยิ่งเขาดิ้นมากเท่าไหร่มันก็ยิ่งไร้หนทางที่จะหลุดพ้นจากเงามืดเหล่านี้ได้เลย

    หลี่หวงยืนจ้องมองซูชวนอย่างเยือกเย็น ก่อนจะเอ่ยถามเสียงเรียบแต่แฝงไปด้วยความกดดัน “นิกายต้นกำเนิดสวรรค์คืออะไร?”

    ซูชวนได้ยินดังนั้น เขาแสยะยิ้มแล้วหัวเราะอย่างเหยียดหยาม “เจ้าคิดว่าจะได้รู้อะไรจากปากข้างั้นหรือ? ฝันไปเถอะ ข้าไม่มีทางบอกเจ้า!”

    หลี่หวงยิ้มเยาะ ก่อนจะกล่าว “เป็นแค่ศิษย์รับใช้แท้ ๆ กล้าพูดเช่นนี้กับข้างั้นหรือ?”

    คำพูดของหลี่หวงทำให้ดวงตาของซูชวนเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง เขาพึมพำออกมาอย่างไม่อยากจะเชื่อสิ่งที่ตัวเองได้ยิน “เจ้า…เจ้ารู้ได้ยังไง… ไม่สิ! สำหรับข้าถือเป็นเกียรติสูงสุดแล้วที่ได้เป็นศิษย์รับใช้ของนิกายต้นกำเนิดสวรรค์ เศษสวะอย่างเจ้าไม่มีวันเข้าใจ…เจ้ามันก็แค่กบในก้นบ่อ ที่ไม่มีวันได้เห็นว่าโลกใบนี้ใหญ่แค่ไหน!”

    ทันใดนั้น หลี่หวงใช้เพลิงวิญญาณเผาไหม้ร่างวิญญาณของซูชวนอย่างทรมาน เสียงกรีดร้องของซูชวนดังก้องกังวานกว่าเดิม ซูชวนดิ้นรนด้วยความเจ็บปวด ทั่วร่างวิญญาณของเขาเต็มไปด้วยรอยแผลพุพองจากการถูกเผาไหม้

    “อ๊า! ไอ้เด็กบ้า! หยุด… หยุด! ได้โปรด!” ซูชวนกรีดร้องออกมา ร่างวิญญาณของเขาบิดเบี้ยวราวกับจะสลายไปได้ทุกเมื่อ

    หลี่หวงแสยะยิ้มออกมาและพูดขึ้น “เจ้าก็แค่พูดมันออกมาเท่านั้นเอง”

    ซูชวนหายใจอย่างเหนื่อยอ่อน เขาเงียบไปชั่วครู่ ราวกับกำลังต่อสู้กับความคิดในใจของตัวเอง ท้ายที่สุด เขาก็ยอมแพ้ น้ำตาแห่งความเจ็บปวดและความขมขื่นหลั่งไหลออกมา “ข้าจะบอกเจ้า…พวกเรามาอยู่ในสภาพนี้เพราะการต่อสู้ภายในนิกาย มันทำให้นิกายถูกแบ่งออกเป็นหลายฝ่าย… และวันหนึ่งพวกเราได้รับคำสั่งให้ไปทำภารกิจบางอย่างแต่พวกเราถูกโจมตีจากคนในนิกายเดียวกันจนได้รับบาดเจ็บสาหัส วิญญาณของพวกเราสามารถหนีรอดมาได้ พวกเราได้ผนึกตัวเองและซ่อนตัวอยู่ในโลกใบนี้…ข้าไม่รู้เลยว่าผ่านไปนานแค่ไหนแล้ว แต่เมื่อเราสัมผัสได้ถึงพลังวิญญาณที่เพิ่มขึ้นมาจากภายนอก พวกเราจึงตัดสินใจปลดผนึกออกมา เพื่อดูดซับพลังเหล่านั้น หวังเพียงว่าจะฟื้นฟูร่างกายได้…”

    ขณะเดียวกัน หลี่หวงฟังอย่างตั้งใจ แต่ไม่ทันที่เขาจะได้ถามถึงรายละเอียดเพิ่มเติม ร่างวิญญาณของซูชวนและวิญญาณดวงอื่น ๆ ที่อยู่รอบข้างก็เริ่มบิดเบี้ยวและเกิดความผิดปกติ วิญญาณเหล่านั้นสั่นไหวราวกับจะสลายหายไปในพริบตา ซูชวนร้องออกมาอย่างหวาดกลัว “ไม่…ไม่! คำสาป…คำสาปมันทำงานได้ยังไงกัน… ไม่… ได้โปรดเมตตาข้าด้วย! ท่านอู๋.…”

    เมื่อเห็นสภาพของวิญญาณของซูชวนแล้ว หลี่หวงรู้ดีว่าคำสาปที่ผูกติดกับวิญญาณของซูชวนไม่อาจยับยั้งได้อีกแล้ว หลี่หวงตัดสินใจในทันทีเพื่อดึงต้นกำเนิดร่างกายพิเศษของวิญญาณซูชวนออกมาอย่างรวดเร็วพร้อมสังหารซูชวนทันทีเพื่อเอาแต้มสังหาร และหลี่หวงก็พุ่งไปยังวิญญาณดวงอื่นๆ เพื่อดึงต้นกำเนิดร่างกายพิเศษของพวกมันออกมาแต่ทว่ามันก็ไม่ทันกาล หลี่หวงสามารถดึงต้นกำเนิดร่างกายพิเศษมาได้เพียงแค่ 17 คนเท่านั้น แต่ว่าแต้มสังหารหลี่หวงได้มาครบทุกคนเนื่องจากว่าเขาสั่งให้หน่วยลับเงาทมิฬเตรียมสังหารวิญญาณเหล่านั้นหากว่าหลี่หวงไปไม่ทัน แม้ว่ามันจะเป็นร่างกายที่พังทลายไปแล้วก็ตาม แต่ด้วยประสบการณ์ที่หลี่หวงอยู่กับระบบมา เขารู้ดีว่าถ้ามีข้อมูลอะไรบางอย่างที่มีระดับสูงกว่าที่มันจะสามารถตรวจสอบได้มันจะตัดปัญหาทุกอย่างทิ้งโดยการที่ไม่ขึ้นข้อความแจ้งเตือนหรือสัญลักษณ์ใดๆ เลย