‘สาเหตุนี่สินะ ที่ทำให้พลังคุณไสยแรงขึ้น จนพุทธคุณกดพลังไว้ไม่อยู่’ ชิงพลบพูดมาในใจ เมื่อได้เห็นศพคนตาย จากนั้นเขาก็เดินดูรอบบริเวณสวนแห่งนี้ เพื่อตรวจดูของคุณไสยมนต์ดำ ที่อาจเป็อันตรายต่อคนได้
เสียงเดินอย่างเร่งรีบดังขึ้นมาจากด้านหลังตึกสังคม นำหน้ามาโดยผู้อำนวยการนลินญา และเ้าหน้าที่ตำรวจ กำลังเดินมาที่ตรงจุดเกิดเหตุ ทางสำนักงานตำรวจเล็งเห็นถึงความสำคัญของคดีนี้ ถึงกับส่งตุลยากร สารวัตรสืบสวนคนดัง ผู้มีรูปร่างสูงใหญ่ อ้วนลงพุงแต่แข็งแกร่งยิ่งกว่านักมวยเฮฟวีเวท เป็หนุ่มใหญ่มีประสบการณ์สูง เก่งทั้งงานสืบสวน และงานปราบปราม เ้าของผลงานที่สร้างชื่อระดับโลก ที่ได้ร่วมมือกับทางตำรวจสากล ตามจับผู้ก่อการร้ายข้ามชาติที่หลาย ๆ ประเทศ้าตัวมากที่สุดได้ที่นครสยาม ทำให้สารวัตรตุลยากร เป็ที่ไว้วางใจจากเบื้องบนอย่างมาก
ตามมาด้วยคู่หูคนสำคัญอย่างรองสารวัตรสืบสวน ณัฏฐพร ตำรวจสาวสุดมั่น หุ่นนางแบบ ดีกรีนักเรียกนอก เก่งทั้งบุ๋นได้ทั้งบู๊ เ้าของฉายา หนามที่ปักไม่ปล่อย เพราะผู้ร้ายคนไหนที่ถูกสืบสวนสอบสวนจากรองสารวัตรสาวคนนี้แล้ว ยากที่จะหลุดคดีไปได้ เหมือนกับหนามที่ปักลงในเนื้อแล้วยากที่จะดึงออกถอนจากตัว
“ผู้อำนวยการ รบกวนให้ทีมตำรวจตรวจสอบกล้องวงจรปิดของโรงเรียนด้วยครับ” สารวัตรตุลยากร พูดขึ้นทันทีเมื่อเดินถึงจุดเกิดเหตุ พร้อมเดินดูบริเวณรอบ ๆ ศพอย่างพินิจพิเคราะห์ โดยจุดสังเกตของผู้ตายเป็เพศหญิง รูปร่างผอมดูมีอายุ อาจอยู่ใน่วัยทอง สวมใส่ชุดผู้ป่วยโรงพยาบาลจิตเวช ใบหน้าทรงไข่ คิ้วดกเข้ม ผิวขาว แต่มีการตายที่ผิดปกติศีรษะหมุนกลับด้าน ซึ่งเทียบกับข้อมูลที่ผู้อำนวยการนลินญา ก็ดูว่าจะตรงกับรองผู้อำนวยการวสุนันท์ ที่กำลังรักษาตัวจากอาการทางจิตอยู่นั้นเอง
‘แต่ทำไมถึงหนีออกมาจากโรงพยาบาลได้ ทั้งที่ถูกควบคุมตัวแบบพิเศษอยู่’ ตุลยากรตั้งคำถามขึ้นมากับตัวเองด้วยความสงสัย
“ว่าไง ณัฏฐพร เธอไปดูกล่องวงจรปิดมา ได้เบาะแสเพิ่มเติมมั้ย” สารวัตรตุลยากรพูดด้วยนำเสียงเคร่งขรึมกับสีหน้าที่ดูเป็กังวลเื่เบาะแสสำคัญของคดี
“แปลกมากเลยค่ะ สารวัตร?? กล้องวงจรปิดในโรงเรียนเสียทุกตัว บันทึกจากกล้องล่าสุดเป็่เมื่อวาน ก่อนเวลา 5 ทุ่ม พอหลังเวลานี้แล้วไม่มีกล้องตัวไหนที่ใช้ได้เลยค่ะ”
‘นี่มันคดีบ้าบออะไร?? อีกแล้ววะ’ ด้วยข้อมูลที่มีไม่เพียงพอ ทำให้ตุลยากรคิดด้วยความไม่เข้าใจว่าผู้ป่วยที่นอนหมดแรงจากโรงพยาบาล แล้วอยู่ดี ๆ มาโผล่ที่โรงเรียนได้อย่างไร
“ทีมตำรวจที่ไปตรวจสอบกล้องวงจรปิดโรงพยาบาล ก็ได้ตอบกลับมาแล้วค่ะ ทีมนั้นพบว่ากล้องส่วนใหญ่เสียในเวลา 5 ทุ่มเหมือนกัน แต่พอหลังเที่ยงคืนก็กลับมาใช้ได้ตามปกติ แต่ไม่มีภาพที่แน่ชัดว่าผู้ป่วยวสุนันท์หายออกไปตอนไหน” ณัฏฐพร พูดด้วยน้ำเสียงเอาจริงเอาจัง
ระหว่างที่สารวัตรกำลังคบคิด ถึงความเป็ไปได้ของคดี ก็เดินไปเจอวัตถุต้องสงสัยสิ่งหนึ่งที่คล้ายห่อผ้าสีแดง ประดับด้วยลวดลายอักขระจากภาษาที่ไม่เข้าใจ ถูกวางอยู่ใกล้ ๆ ตัวศพ ด้วยความสงสัยสารวัตรตุลยากร จึงก้มหยิบขึ้นมาตรวจสอบว่าข้างในห่อผ้ามีอะไร อาจทำให้เขาพบเบาะแสสำคัญที่ช่วยปิดคดีครั้งนี้ได้
‘ห่อผ้าสีแดงอันนี้แปลกดี มาหล่นตรงนี้ได้อย่างไร?? หรือผู้ตายกำลังซ่อมปริศนาอะไรไว้อยู่หรือเปล่า’ สารวัตรตุลยากรใช้ถุงมือกันรอยนิ้วมือพยายามแกะเส้นด้ายสีดำที่มัดห่อผ้าไว้อย่างแ่า
“อย่า!! อย่าแกะห่อผ้าอันนั้นนะ” เสียงะโดังมาจากบริเวณด้านในสวนด้วยความใ พร้อมกันเสียงวิ่งอย่างเร่งรีบของชิงพลบ
สารวัตรตุลยากรเงยหน้าขึ้นมองด้วยความสงสัยว่าเป็เสียงของใคร ที่มาห้ามไม่ให้เขาตรวจสอบหลักฐานชิ้นสำคัญ
เสียงหอบหายใจด้วยความเหนื่อยล้ากับเม็ดเหงื่อที่ไหลย้อยมาจากเส้นผม ลงบนใบหน้า แสดงให้เห็นถึงความรีบร้อนได้เป็อย่างดี แม้ว่าพื้นที่ในสวน จะไม่กว้างมากเท่าไร แต่ก็ใช้เวลาไม่น้อยเลย ที่ต้องวิ่งให้ถึงจุดเกิดเหตุอย่างรวดเร็ว
"คุณตำรวจอย่าแกะห่อผ้านี้เป็อันขาด เอาไปเผาทำลายเลยจะดีกว่าครับ ถือว่าผมเตือนคุณแล้วนะ" ชิงพลบพูดด้วยน้ำเสียงกระอักกระอ่วน เพราะไม่รู้ต้องอธิบายกับตำรวจอย่างไรดี ว่าห่อผ้าแดงที่ถืออยู่มันเกิดจากพิธีกรรมคุณไสย ถูกปิดผนึกด้วยมนต์ดำ ถ้าเปิดออกมารับรองว่าเกิดเื่ใหญ่แน่ ๆ
"นี่เธอเป็ใคร ทำไมถึงมาอยู่ในสวนนี้ได้" รองสารวัตรสาว กล่าวขึ้นด้วยความสงสัย พร้อมคิดว่าคดีนี้ คงไม่ใช่คดีฆ่าตัวตายธรรมดา ๆ ซะแล้ว
"เอิ่ม...ผมเป็ครูจิตอาสาที่ช่วยสอนอยู่ตึงสังคมนี่แหละครับ พอดีเมื่อเช้าผู้อำนวยการให้ไปดูกล้องวงจรปิดในสวนมา เพื่อว่ามีกล้องตัวไหนที่ใช้งานได้บ้าง" ชิงพลบตอบกลับด้วยน้ำเสียงนิ่ง ๆ ไม่ได้หวาดกลัวตำรวจหญิงคนนี้มากเท่าไร เพราะดูจากทรง และหน้าตา น่าจะเหมาะกับอาชีพดารา นางแบบมากกว่า
"แล้วทำไม ถึงห้ามไม่ให้แกะห่อผ้าล่ะ หรือคุณรู้ว่าข้างในห่อนี้มีอะไร??" สารวัตรตุลยากร ถามขึ้นด้วยน้ำเสียงแข็งอย่างคาดคั้น เพื่อสอบถามรายละเอียดเก็บไว้เป็หลักฐาน และยังสงสัยว่าครูจิตอาสาต้องรู้เื่อะไรมาอย่างแน่นอน
แต่เพียงคำพูด ห้าม หยุด อย่า!! ไม่มีในพจนานุกรมของสารวัตรอย่างเขาอยู่แล้ว เมื่อความอยากรู้ อยากเห็นผสมกับความสงสัย กลายเป็ความปรารถนาขั้นสุด ที่ต้องรู้ให้ได้ว่าในห่อผ้านี้มีเบาะแสสำคัญอะไรซ่อนอยู่
ทันทีที่สารวัตรแกะห่อผ้าออกมา บรรยากาศบนท้องฟ้าที่เคยสว่างสดใส ก็เปลี่ยนเป็อึมครึมเหมือนฝนจะตก พร้อมกระแสลมร้อนพัดใส่หน้าสารวัตรอย่างจัง จนร่างกายเซถลาราวนกปีกหัก และกลิ่นเหม็นเน่าเหมือนซากศพคละคลุ้งไปทั่วทั้งบริเวณ
สิ่งของที่เคยอยู่ในห่อผ้า ก็กระเด็นลงมาที่พื้น ทำให้มองเห็นสิ่งของที่อยู่ในห่อผ้าสีแดงทั้งหมด โดยประกอบด้วยกระจุกผมเก่า ๆ มีทั้งผมดำ และผมขาว ที่จับตัวกันเป็ก้อนเหมือนกับรูปคน พร้อมชิ้นส่วนหัวกะโหลกที่ถูกทุบจนแตก แต่ยังพอเห็นสภาพได้ว่าเป็กะโหลกศีรษะของมนุษย์ และชิ้นส่วนฟันที่มองเห็นได้ชัดเจนหล่นกระจายไปทั่ว สร้างความใเป็อย่างมากกับตำรวจ และผู้อำนวยการนลินญา ที่ยืนร้องไห้อยู่ด้านหลังตึกสังคม
"สารวัตรเป็อย่างไรบ้างคะ" รองสารวัตรณัฏฐพรพูดขึ้นด้วยความเป็ห่วง เพราะสารวัตรเป็คนแข็งแรงมาก จบการศึกษาที่ 1 ของรุ่น เจอลมพัดแค่นี้ไม่น่าจะล้มลงได้ง่าย ๆ
“ผมสบายดี แค่ยืนหลักไม่ดีนิดหน่อย ไม่ได้เป็อะไรมาก” สารวัตรตุลยากรพูดในขณะกำลังลุกขึ้นมาตรวจสอบสิ่งของที่อยู่ในห่อผ้า พอสารวัตรได้เห็นของทั้งหมดที่หล่นอยู่บนพื้น ก็รู้สึกขนลุกขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก มีทั้งความสงสัยและความมึนงง ว่าสิ่งของเหล่านี้มันคืออะไร?? และมาอยู่ตรงนี้ได้อย่างไร?? จากประสบการณ์งานสืบสวนที่ผ่านมา ยังไม่เคยเจอเหตุการณ์ประหลาดแบบนี้มาก่อน อาจจะเป็พวกลัทธินอกรีตที่กำลังเล่นตลกกับเขาอยู่ก็ได้