“บิดาเลวทรามเยี่ยงไร ผู้เป็ธิดาย่อมชั่วช้าไม่ต่างกัน!”
กล่าวตราหน้าด้วยวาจาร้ายกาจเป็การทิ้งท้ายประโยคสนทนาในค่ำคืนนี้จบ จ้าวลี่ิจึงเดินออกจากห้องไป ทิ้งหม่าเยว่ซินให้อยู่ลำพังคนเดียวในคืนที่เงียบสงัด ขณะที่ดวงตากลมใสเริ่มมีหยาดน้ำตาไหลรินอีกครั้ง
ั้แ่เมื่อคืนจนตอนนี้ที่ท้องฟ้าเริ่มมีแสงสว่างของเช้าวันใหม่ หม่าเยว่ซินยังคงนั่งกอดเข่าคุดคู้อยู่บนพื้นข้างเตียงดังเดิม เหม่อลอยราวกับร่างกายนี้ไร้จิติญญา ดวงตาทั้งสองข้างแดงก่ำ ยังคงมีคราบน้ำตาเปรอะเปื้อนบนพวงแก้มให้เห็น
เมื่อคืนนางมีโอกาสพลิกชะตาชีวิตตัวเอง มีหนทางหลีกหนีจากอุ้งมือมัจจุราช ทว่าหม่าเยว่ซินกลับเลือกจะปล่อยโอกาสนั้นให้หลุดลอยจากไป
ในเมื่อเลือกเส้นทางนี้แล้วก็ไม่ควรตัดพ้อน้อยใจในชะตากรรม ก้มหน้ายอมรับมันซะ ใช้ชีวิตที่เหลืออยู่เพื่อชดเชยความแค้นทั้งหมดให้กับเขา
ปัง!
หลังจากเมื่อคืนจ้าวลี่ิเดินออกจากห้องไปแล้วเขาก็ไม่กลับมาอีกเลยจนกระทั่งตอนนี้ ร่างสูงใหญ่เปิดประตูห้องสาวเท้าเดินเข้ามาหยุดยืนด้านใน เบนสายตาแข็งกร้าวมองหม่าเยว่ซิน ที่นั่งกอดเข่าอยู่บนพื้นมองสบเขากลับด้วยแววตาหวาดหวั่น
“ข้าไม่ได้แต่งเ้าเข้าจวนให้มาใช้ชีวิตสบายเยี่ยงพระชายาหรอกนะ ลุกไปล้างหน้าล้างตาแล้วเก็บกวาดห้องให้ข้าซะ อย่าให้หลงเหลือคราบคาวน้ำกามติดอยู่แม้เพียงเล็กน้อย ไม่เช่นนั้นข้าจะให้เ้าใช้ปากทำความสะอาดมัน”
ออกคำสั่งน้ำเสียงเด็ดขาดเสร็จจ้าวลี่ิจึงหันหลังเดินออกจากห้องไปอีกครั้ง คนที่ถูกทิ้งไว้ให้อยู่ลำพังอีกหนถอนหายใจอย่างรู้สึกสิ้นหวัง
หม่าเยว่ซินก้มลงมองเรือนร่างเกือบเปลือยเปล่าของตน ก่อนหันมองชุดเ้าสาวส่วนอื่นๆ ซึ่งยังคงกระจัดกระจายอยู่บนพื้นห้อง รวมถึงซับในซึ่งถูกดึงรั้งจนฉีกเกือบขาดหลุดลุ่ย จากฝีมือของบุรุษที่พึ่งเดินออกไปเมื่อครู่
ค่อยๆ หยัดกายลุกขึ้นเดินไปก้มเก็บมาจนครบ จัดการสวมใส่มันกลับไว้บนเรือนร่างตามเดิม เหลือเพียงเครื่องประดับศีรษะที่ถูกนำไปวางไว้บนโต๊ะน้ำชา
นางถูกพามาตำหนักซินอี๋อย่างตัวเปล่าเล่าเปลือย ไร้ทรัพย์สมบัติสักชิ้นติดกายมาด้วย แม้กระทั่งเสื้อผ้าที่จะนำมาผลัดเปลี่ยนยังไม่มีสักชิ้น ก็คงต้องสวมใส่ชุดเ้าสาวชุดนี้แก้ขัดไปก่อน ไว้ค่อยคิดหาวิธีจัดการเื่นี้ภายหลัง
ร่างระหงในชุดเ้าสาวเดินออกจากห้องมาก็พบเจอนางกำนัลสองคนยืนรออยู่ ทั้งคู่ดูท่าทางไม่เป็มิตรกับหม่าเยว่ซินเลยสักนิด ทั้งสีหน้าและแววตาที่แสดงออกมาดูรังเกียจอย่างชัดเจน
“ตามข้ามา”
นางกำนัลคนหนึ่งกล่าวสั่งก่อนออกตัวเดินนำหน้าไป หม่าเยว่ซินไม่มีทางเลือกจึงต้องเดินตามอย่างว่าง่าย โดยมีนางกำนัลอีกคนเดินประกบหลังราวกับกลัวว่านางจะหลบหนี
ทั้งๆ ที่ต่อให้มีโอกาสหม่าเยว่ซินก็คงหลีกหนีไปไหนไม่ได้อยู่ดี เพราะไม่ได้มีแค่นางที่ถูกนำตัวมากักขังเอาไว้ บิดานางยังถูกคุมขังอยู่ในคุกหลวงด้วยเช่นกัน
ไม่นานหม่าเยว่ซินก็ถูกพามาจนถึงบ่อน้ำบาดาลด้านข้างจวน ที่ขณะนี้บนพื้นข้างๆ บ่อมีถังขนาดใหญ่ โดยภายในมีไม้หนึ่งท่อนกับเสื้อผ้ากองมหึมาวางอยู่ข้างๆ
“นั่นคืองานของท่าน จัดการมันซะ”
ท่าทางเหยียดหยามสายตาดูแคลนขณะเอ่ยบอก ไร้การให้เกียรติในฐานะพระชายาอย่างสิ้นเชิง ก็อย่างที่จ้าวลี่ิเอ่ยไว้ก่อนหน้า เขาแต่งนางเข้าจวนมาไม่ใช่ในฐานะพระชายาแต่เป็เชลยจริงๆ ด้วย
“แต่ลี่ิสั่งให้ข้าทำความสะอาดห้องให้เขา”
หม่าเยว่ซินจำคำที่ผู้เป็เ้าของจวนสั่งไว้ได้อย่างแม่นยำ เพราะถ้าหากนางไม่ทำหรือทำไม่เรียบร้อยคงถูกเขาทรมานอีกเป็แน่
“ซักผ้าให้เสร็จก่อนค่อยไปทำความสะอาดห้อง แสงแดดมันไม่รอท่านหรอกนะ”
ก็จริงอย่างที่นางกำนัลผู้นี้กล่าว หากผ้าพวกนี้ถูกซักเสร็จช้าเวลาจะไม่พอให้พวกมันแห้งสนิท ถ้าตากข้ามคืนอาจเกิดกลิ่นอับชื้นได้ ผลสุดท้ายหม่าเยว่ซินก็ต้องนำกลับมาซักใหม่อยู่ดี
“ข้าจะรีบจัดการให้เสร็จโดยไว”
มันจะไวได้จริงอย่างที่คิดหรือเปล่า เสื้อผ้าเยอะราวกับไม่ได้ซักมาร่วมสัปดาห์ พอทรุดกายนั่งข้างๆ มันสูงเกือบท่วมศีรษะ แค่เห็นปริมาณหม่าเยว่ซินก็เกิดความรู้สึกท้อแท้แล้ว
แต่ในเมื่อเลือกไม่ได้ก็ต้องก้มหน้าก้มตาทำ ร่างเล็กหยัดกายลุกขึ้นถกแขนเสื้อตัวเองไปไว้บริเวณข้อศอก เดินไปสาวน้ำขึ้นจากบ่อมาใส่ถัง หยิบเสื้อผ้ามาซักทีละชิ้นๆ กว่าจะยุบได้ถึงครึ่งกองก็ใช้เวลาไปไม่น้อยเหมือนกัน
นางกำนัลทั้งสองคนยังคงยืนคุมไม่ไปไหน เพ่งมองด้วยสายตากดดันจนหม่าเยว่ซินรู้สึกอึดอัด ทำราวกับว่าหากพวกนางไม่ยืนเฝ้าอยู่ตรงนี้ เสื้อผ้าพวกนี้จะไม่ถูกซักจนเสร็จอย่างไรอย่างนั้น