ห้องปิดตาย 1
มินกิ มิโนโร่
เวลา 24.25นาที
ต๊อก ต๊อก ต๊อก
สองเท้าเรียวที่เดินย่างก้าวเข้าสู่สถานีไฟฟ้าใต้ดินจูโจอีกสิบห้านาทีสถานีไฟฟ้าก็จะปิดให้บริการแล้ว ในค่ำคืนที่แสนเงียบสงัดแม้ว่าจะอยู่กลางเมืองที่ศิวิไลซ์แต่ถ้า่เวลาอย่างนี้ ่เที่ยงคืนกว่าๆแบบนี้ผู้คนส่วนใหญ่ต่างพักผ่อนอยู่ที่พักนอนสบายภายใต้ผ้าห่มที่แสนอบอุ่น ด้วยอากาศที่เหน็บหนาวแบบนี้
มินกิ หญิงสาววัย 25 ปี เธอทำงานแผนกการตลาดอยู่บริษัทเอกชนแห่งหนึ่งวันนี้เธอต้องทำงานและโอทีเพื่อปิดยอดประจำปี ที่เธอต้องอยู่ทำจนดึกก็เพราะหัวหน้างานของเธอสั่งให้เธอทำให้เสร็จทุกครั้งที่มีงานเธอมักจะส่งงานเป็คนสุดท้ายเสมอ
“มินกิจัง ทำไมงบของปีนี้เธอยังไม่ทำมาส่งฉันสักทีรู้ไหมว่าฉันต้องใช้ในการประชุมบอร์ดบริหาร คนอื่นทำงานส่งฉันกันหมดแล้วเหลือแค่เธอนะ”หัวหน้างานเธอบ่น
“ฉันขอโทษค่ะฉันจะรีบทำให้และส่งหัวหน้าโดยด่วนเลยค่ะ”มินกิที่ทำหน้าร้อนรนด้วยความรู้สึกผิดและกลัวส่วนใหญ่หัวหน้าจะเอ็นดูเธออยู่บ้างแต่ครั้งนี้ไม่ใช่แบบนั้นแล้ว
“อย่าคิดว่าฉันไม่รู้นะ ว่าเวลางานเธอมักไม่ทำงานเธอเอาแต่ช้อปออนไลน์ เอาแต่ดูอินเทอร์เนต”
“หัวหน้ารู้...”มินกิปากคอสั่นไปหมดที่หัวหน้างานรู้ว่าเธอไม่ได้ทำงานเลย
“ฉันเป็หัวหน้าเธอนะทำงานที่นี่มาสิบกว่าปีฉันรู้หมดว่าใครทำอะไร”
“ขอโทษด้วยค่ะ ต่อไปจะไม่ทำแบบนี้อีกแล้วและฉันจะรีบทำงานให้เร็วที่สุดนะคะ”
“ภายในวันนี้ไฟล์งานงบบัญชีจะต้องส่งให้ฉันเรียบร้อยเพราะพรุ่งนี้ฉันต้องใช้มันถ้าทำไม่ทัน หรือทำไม่ได้เธอเตรียมหางานใหม่ได้เลย”
“ได้ค่ะหัวหน้า ฉันจะเร่งทำให้เร็วที่สุด”
“ต้องทำให้เสร็จ ไม่ว่าจะดึกแค่ไหนก็ต้องทำ”
“ค่ะ...”
มินกิเอ่ยพร้อมก้มหน้าและโน้มหัวลงด้วยความเคารพหัวหน้าก่อนที่เธอจะหน้าเครียด ก็เธอเองมักจะเอาเวลาทำงานไปท่องโลกอินเทอร์เนตจนโดนจับได้และถูกหัวหน้าออกคำสั่งเด็ดขาดให้เธอทำงานให้เสร็จไม่อย่างนั้นจะถูกรายงานความประพฤติ นั่นหมายความว่าเธออาจจะถูกไล่ออกได้ มินกิจึงต้องทำงานจนดึกและกลับบ้านคนเดียว่เที่ยงคืนเกือบตีหนึ่งแบบนี้
“ฉันอยากจะบ้าตาย มันน่ากลัวมากจริงๆนะ”มินกิเอ่ยกับโมมูระโอชิโร่ แฟนหนุ่มที่เธอโทรปลุกขึ้นมาคุยเป็เพื่อน
(“แล้วตอนนี้อยู่ตรงไหนแล้ว”) น้ำเสียงงัวเงียของแฟนหนุ่มเอ่ยบอก เขาเองเพิ่งได้นอนไปแปบเดียวเองและก็ถูกแฟนสาวโทรตามเสียแล้ว
“ฉันอยู่สถานีรถไฟฟ้าจูโจแล้ว”มินกิเอ่ยบอก มือข้างหนึ่งกอดกระเป๋าไว้แน่นก่อนจะใเมื่อมีหยดน้ำจากไหนไม่รู้หยดมาที่หลังคอของเธอซึ่งเธอเองรู้สึกแสบเหมือนว่าหลังคอเธอมีแผลเมื่อโดนน้ำหยดใส่จึงมีความรู้สึกแสบและเย็นวาบ
“อู้ย!” เธอสะดุ้งจนใและตอนนี้เธอเองกลับรู้สึกเย็นวาบที่จนขนลุก
(“เป็อะไร?”) แฟนหนุ่มของเธอถาม
“เปล่า แค่น้ำเพดานทางเดินมันหยุดมาโดนอ่ะแต่ฉันรู้สึกแสบจัง”เธอตอบไปตรงๆ
(“อ่อ...ถ้าอย่างนั้นใกล้ถึงก็โทรหาแล้วกันแค่นี้ล่ะ”)แฟนหนุ่มของเธอเอ่ยเสร็จก็วางทันที
“ฉันสัญญาว่าต่อไปนี้ฉันจะตั้งใจทำงานให้เสร็จ...อื่อ”เธอบ่นกับตัวเองเมื่อแฟนหนุ่มของเขาชิงวางสายไปแล้วก่อนจะใช้มือเช็ดที่หลังคอเธออย่างลวกๆเพราะน้ำที่หยดลงมานั้นคงจะสกปรกน่าดูเธอคิด
เวลา 01.00นาที
มินกิเดินเข้าสู่ชานชาลาเพื่อรอรถไฟฟ้าเที่ยวสุดท้ายรอบเวลา01.15 น. เธอมองไปรอบๆตอนนี้เหมือนว่าจะมีเพียงเธอเท่านั้นที่ยืนอยู่เธอรู้สึกลำคอด้านในแห้งผาด ริมฝีปากแห้งไปหมด เธอกลอกตาไปมาจากสัญชาตญาณของมนุษย์เวลามีใครจับจ้องมองมาเราก็จะรู้สึกตัวได้ มินกิเองก็เช่นกันเธอรู้สึกได้ว่ามีคนจับตามองอยู่จากมุมใดมุมหนึ่ง
สายตาคู่หนึ่งที่จับจ้องมายังร่างบางของมินกิมือขวาที่หุ้มด้วยถุงมือหนังสีดำสิ่งนั้นไม่น่ากลัวเท่าในมือนั้นถือแท่งเหล็กที่ปลายงอเข้าหากันส่วนปลายแหลมมากสามารถเกี่ยวสิ่งต่างๆติดมือและลากไปได้ง่ายดาย
“ทำไมช้าแบบนี้นะ”มินกิบ่นรถไฟฟ้าที่ตอนนี้ยังไม่มาใจเธอเต้นระรัวจนเจ็บด้วยความกลัวและเธอก็รู้สึกได้ว่าสิ่งที่เธอกำลังกลัวมันกำลังเคลื่อนที่เข้ามาอย่างช้าๆสองมือบีบสายกระเป๋าสะพายแน่น เหงื่อซึมตามไรผมบริเวณหน้าผากไหลสะสมผ่านเป็เม็ดลงมาด้านข้างเธอหายใจเล็กขึ้นเรื่อยๆด้วยความกลัว
เธออาจยังไม่รู้ว่าตอนนี้มีเงาของตะขอกำลังเลื่อนผ่านออกมาจากมุมหนึ่งค่อยๆเข้ามาสู่ด้านหลังของมินกิรอยยิ้มของคนชุดดำที่กำลังจ้องมองอยู่พร้อมมือที่กำลังง้างตะขอขึ้นช่างดูเืเย็นนักมินกิที่คิดว่ามีคนอยู่ด้านหลังเธอจึงรีบหันไปทันที
พรึ่บ!
เมื่อเธอหันไปมองด้านหลังก็ไม่พบอะไรที่ผิดปกติชานชาลายังคงไร้ผู้คนเหมือนเดิม แต่เธอก็ยงรู้สึกได้ว่าไม่ได้มีแค่เธออยู่สถานที่นี้สัญชาตญาณมนุษย์ เราจะรู้สึกได้เมื่อเมื่อคนจ้อมอง มินกิเองก็รู้สึกแบบนั้นเธอค่อยๆเดินไปยังเสาด้านขวามือ เพราะเธอมั่นใจว่ามีใครอยู่หลังเสาใหญ่นั้นมินกิค่อยๆเดินย่องไป
“งื้อออ โทโมะอย่าสิ ที่นี่มีกล้องนะ”เสียงหญิงสาวที่อยู่ในอ้อมกอดของชายหนุ่มทั้งสองกำลังพลอดรักกันอยู่ทำเอามินกิโล่งใจ พร้อมหันไปมองรถไฟเที่ยวสุดท้ายที่กำลังแล่นเข้ามาเทียบจอดเธอและหนุ่มสาวทั้งสองก็รีบเดินเข้ามายังขบวนรถไฟทันที
ฟู่ววววว
เสียงพ่นลมหายใจของมินกิเมื่อนั่งลงทันทีที่เข้ามายังด้านในเธอมองไปยังคนในตู้รถไฟแทบไม่มีคนแล้ว ที่มีก็เพียงหนุ่มสาวที่เดินไปนั่งพลอดรักกันตู้หนึ่งและมีชายหนุ่มที่นั่งสวมเสื้อสเวตเตอร์ตัวโตสีดำมีฮู้ดที่คลุมอยู่ เขาใส่ผ้าปิดจมูกสวมหูฟังแบบแฮดโฟนอยู่ ดวงตาถูกซ่อนภายใต้เปลือกสีเนื้อ และก็มีตัวเธอที่นั่งอยู่ตรงข้ามชายหนุ่มคนเธอยกมือถือขึ้นมาเชลฟี่ตัวเองและส่งไปให้แฟนหนุ่มว่าขึ้นรถไฟแล้วอีกยี่สิบนาทีน่าจะถึงแต่ก็รู้สึกแปลกๆและขนลุกขึ้นมา เธอมองไปยังชายหนุ่มตรงหน้าทำให้เธอนึกกลัว จึงรีบลุกไปอีกตู้สุดท้ายซึ่งไม่มีใครเลยสักคน
“ค่อยดีหน่อยน่ากลัวชะมัดเลย”เธอบ่นกับตัวเองก่อนจะนั่งลงและกำลังจะยกมือถือขึ้นเล่นแต่ก็ต้องใเมื่อไฟในตู้รถไฟฟ้าก็ดับลง
พรึ่บ!
“อ๊ะ!....”มือเรียวกอดที่กระเป๋าตัวเองแน่นในตากลอกไปมาเพราะมินกิรู้สึกได้ว่าไม่ใช่มีแค่เธอที่อยู่ในตู้นี้
“ฮือ ฮือ ฮือ”เสียงหายใจหอบอยู่ๆเธอก็หายใจไม่ออกมือเอเริ่มแข็ง มินกิเปิดไฟฉายในมือถือขึ้นและเธอก็อ้าปากค้างอยู่ๆไฟฟ้าในขบวนรถไฟที่ดับลงก็สว่างขึ้นภายใน 30 วินาที
ตี 01.37นาที
รถไฟฟ้าก็สิ้นสุดการให้บริการ อากิระ ซึเกะเ้าหน้าที่กะดึกบนรถไฟก็เดินตรวจตู้ ก็เพราะผู้โดยสารมักทำสกปรกและลืมของอยู่บ่อยครั้ง
สายตาของอากิระก็เหลือบไปเห็นเหมือนเห็นรองเท้าส้นสูงโผล่จากตู้รถไฟสุดท้ายเขาจึงเดินเข้าไปดูด้วยความสงสัย
เขาใช้คีย์การ์ดแตะที่ประตูเพื่อเปิดตู้เข้าไปเนื่องจากตู้สุดท้ายจะไม่มีประตูเชื่อมด้านหลังด้านข้างเหมือนตู้อื่นๆ และที่ต้องใช้คีย์การ์ดนั้นก็เพราะว่ามันล๊อคจากด้านในนั้นเอง
ครืดดดด
เสียงประตูเชื่อมเปิดออกอากิระไม่รีรอที่จะเดินเข้าไป เขาทำท่าจะโวยวายผู้โดยสายว่าเข้ามาทำไมที่ตู้นี้ซึ่งเป็ตู้เฉพาะเ้าหน้าที่เท่านั้น
“นี่คุณครับเข้ามาที่ตู้นี้ได้ไงนะ”เ้าหน้าที่อากิระเอ่ยขึ้นบอกและเดินเข้าไปหาเธอ
“คุณครับ รถไฟปิดบริการแล้วง่วงก็ไปนอนที่บ้านครับ”อากิระเอ่ยขึ้นบอก แต่ร่างของหญิงสาวยังคงนอนนิ่งอยู่อากิระจึงดึงร่างหญิงสาวพลิกออกมาและก็ต้องใมากด้วยใบหน้าของหญิงสาวดวงตาเบิกกว้าง สองมือหงิกเกร็ง ปากคล้ำ เธออ้าปากน้ำลายน้ำมูก น้ำตาไหลออกมา เหมือนว่าก่อนตายเธอทรมานมากแค่ไหน
“นี่คุณ....”
“เหวอออออออ”
Next EP>>>