EP : 18 ถูกตามกลับ
พยัคฆ์สายฟ้าหนุ่มเมื่อหยุดไอได้แล้วก็เอ่ยขึ้น เขารู้เรื่องที่เมียของเขาคิดดี และมันไม่ควรจะปิดบังเรื่องนี้กับหญิงสาวผู้นี้ เขารู้ดีว่านางต้องช่วยพวกเขาแน่
“พวกข้าถูกตามล่า เผ่าของข้าต้องการลูกๆ ของข้าไปเพื่อไปทำพิธีบูชาอะไรสักอย่าง ที่พวกข้าหนีมาที่นี่และต้องกางม่านอักขระไว้นั้นก็เพื่อป้องกันพวกมันที่ตามพวกข้ามา และที่ข้าอยากจะทำพันธสัญญากับเจ้านั้นเป็นเพราะว่าข้าอยากอาศัยในดวงจิตของเจ้าเพื่อหลบหนีพวกมัน”
“ทำไมต้องเป็นข้าละ” เว่ยลู่เซียนเอ่ยถามว่าทำไมต้องเป็นนางด้วย คนอื่นก็มีนี่น่า
“เพราะเจ้าแตกต่างจากคนพวกนั้น เจ้าไม่คิดแม้แต่จะสังหารสัตว์อสูรพวกนั้นด้วยซ้ำ ซึ่งมันแตกต่างจากคนอื่นๆ และเจ้าเป็นคนที่ช่วยเหลือพวกข้าเอาไว้ ข้าสัญญาว่าจะปกป้องเจ้าให้ถึงที่สุดตราบที่ข้าจะทำได้” พยัคฆ์สายฟ้าหนุ่มเอ่ยตอบแทน
“เฮ้อ พูดมาขนาดนี้ถ้าข้าไม่ให้ทำก็จะหาว่าข้าใจร้ายเกินไปสินะ เอาเถอะ อยากจะทำอะไรก็ทำ” เว่ยลู่เซียนถอนหายใจพลางเอ่ยบอกอย่างไม่มีทางเลือกเมื่อได้ยินพยัคฆ์สายฟ้าหนุ่มกล่าวออกมาเช่นนั้น
อย่างน้อยมีพวกเขาเอาไว้ ก็ทำให้นางอุ่นใจเรื่องเวลามีคนรู้เรื่องเลือดของนาง จะได้สั่งให้ไปฆ่าคนพวกนั้นเสียเลย
“ได้! เรื่องง่ายๆ เช่นนั้นข้าทำให้เจ้าได้” พยัคฆ์สายฟ้าหนุ่มเอ่ยตอบความคิดของหญิงสาวทันทีอย่างดีใจ
งับ!!!
“เฮ้ย!!” เว่ยลู่เซียนที่ยังไม่ทันจะได้ตั้งตัวก็ถูกพยัคฆ์ทั้งสามตัวที่กัดก็ร้องเสียงหลงทันที กัดมาได้นางยังไม่ได้ตั้งตัวเลย
“ข้าจะกลบกลิ่นอายของตัวเองและลูกๆ ของข้า เพื่อที่พวกนั้นจะได้ตามตัวพวกข้าไม่ได้ง่ายๆ อ้อ ข้าชื่อว่าหลงฉี่นะเจ้านาย” กล่าวจบหลงฉี่ก็พาครอบครัวของตัวเองหายเข้าไปอยู่ในดวงจิตของอีกฝ่ายทันที
“เหมือนข้าถูกหลอกให้ทำพันธสัญญาด้วยอย่างไรก็ไม่รู้” เว่ยลู่เซียนกล่าวพลางหายตัวออกไปจากตรงนี้ ไม่นานก็มาถึงบ้านของนาง
“ข้าว่าจะออกไปตามเจ้าอยู่พอดี ข้าทำอาหารไว้รอเจ้าด้วยนะ” ทันทีที่ชายชราเห็นหญิงสาวก็ร้องบอกทันที
“ขอบคุณเจ้าค่ะท่านตา ข้ากำลังหิวอยู่พอดี” เว่ยลู่เซียนกล่าวบอกพลางนั่งลงกับเก้าอี้ทันที
“ท่านหมอ~”
เสียงร้องเรียกที่ฟังดูขนลุกสำหรับเว่ยลู่เซียนก็ดังขึ้นทำให้นางต้องถอนหายใจออกมา
“ยังอยู่อีกหรือ” เว่ยลู่เซียนเอ่ยถามเพราะนึกว่าไปแล้วซะอีก
“โธ่ ท่านหมอพูดอะไรอย่างนั้นข้านะตัดสินใจจะติดตามท่านไปทุกที่แล้วนะ จะหนีไปจากท่านได้อย่างไรกัน” หลิ่วหมิงจื่อเอ่ยบอกก่อนจะมานั่งลงกับเก้าอี้ตัวข้างๆ กับหญิงสาวที่นั่งทานอาหารโดยไม่สนใจเขา
รุ่งเช้ามาถึงเว่ยลู่เซียนก็ตื่นขึ้นมาก่อนจะไปอาบน้ำ จากนั้นก็หนีออกไปจากบ้านทันทีเนื่องจากไม่อยากถูกหลิ่วหมิงจื่อตามตื๊อ เมื่อคืนกว่าจะหนีกลับเข้าห้องได้ก็ใช้เวลาตั้งนาน
“ตาข้างขวากระตุกไม่หยุดแบบนี้หวังว่าคงไม่เจอเรื่องไม่ดีหรอกนะ” ทันทีที่เดินออกจากร้านอาหารมาเว่ยลู่เซียนก็พึมพำทันทีพลางเดินไปยังโรงหมอของตัวเองอย่างไม่เร่งรีบเพราะยังเช้าอยู่
“ลู่เซียนเจ้าต้องกลับไปกลับข้า”
เมื่อเดินผ่านร้านชุดผ้าไหมร้านหนึ่งเว่ยลู่เซียนก็ถูกเรียกพร้อมกับถูกคว้าข้อมือไปด้วย นางหันไปมองผู้ที่คว้าข้อมือของด้วยสายตานิ่ง
พร้อมกับคิดหาทางออกจากเรื่องวุ่นวายที่จะตามมา เนื่องจากตอนนี้นางถูกผู้คนกำลังมองดูอยู่มาก
“ให้ข้ากลับไปทำไมกัน ไม่ใช่ว่าท่านอยากให้ข้าออกจากตระกูลใจแทบขาดไม่ใช่หรือ” เสียงหวานเอ่ยออกมาพร้อมกับความสั่นเครือไปด้วยเล็กน้อย
ตอนนี้นางกำลังแสดงท่าทีว่าโม่ฉิงหลานนั้นเป็นคนผิด อีกอย่างตอนนี้ไม่เหมือนเดิมแล้ว
เพราะนางมาอยู่ที่เมืองนภาด้วยสถานะท่านหมอและเป็นนักหลอมโอสถระดับเซียนจักรพรรดิอีกด้วย จะให้มาพังเพราะคนตรงหน้าไม่ได้หรอก
“นั้นมันเมื่อก่อน ตอนนี้ข้ารู้แล้วว่าเจ้าสำคัญ” โม่ฉิงหลานเอ่ยตอบ พลางมองเว่ยลู่เซียนอย่างลำบากใจ
“ไม่ใช่หรอก ท่านไม่เคยเห็นข้าสำคัญ ท่านไม่เคยรักข้าแม้แต่น้อย ที่ข้ายอมหย่าให้ท่านตามที่ท่านต้องการ ข้าก็เจ็บปวดมากพออยู่แล้ว ท่านต้องการให้ข้ากลับไปเจ็บปวดเวลามองท่านที่อยู่กับคนรักของท่านเช่นนั้นหรือ” เว่ยลู่เซียนเอ่ยถามด้วยน้ำตาคลอพลางจ้องมองโม่ฉิงหลานไปด้วย
“ข้า…ไม่ใช่อย่างนั้นลู่เซียน ข้ามาเพื่อตามเจ้ากลับไปจริงๆ” โม่ฉิงหลานพูดไม่ออกเมื่อเห็นท่าทีของเว่ยลู่เซียน
“ท่านโกหก สำหรับท่านแล้วข้าก็แค่หญิงไร้ยางอายเพียงเท่านั้น” เว่ยลู่เซียนกล่าวพลางสะบัดมือออกอย่างแรง
“ข้าไม่อยากกลับไปตกนรกอีกครั้งหรอกนะ เชิญท่านอยู่กับคนที่ท่านรักเถอะเจ้าค่ะ” กล่าวจบเว่ยลู่เซียนก็วิ่งหายไปทันที
ท่ามกลางความตกตะลึงของชาวบ้านที่ได้รู้เรื่องของหญิงสาวผู้ที่เป็นนักหลอมโอสถระดับสูงนั้นเคยแต่งงานมาแล้ว
“นางแต่งงานแล้วอย่างนั้นหรือ” หลิ่วหมิงจื่อที่ตามมาได้ยินเรื่องเมื่อครู่ก็พึมพำออกมาอย่างไม่อยากจะเชื่อ
ชายหนุ่มคนนั้นไม่ได้หล่อเหลาไปกว่าเขาเลยสักนิด เทียบกับเขาแล้วเขาดีกว่าเป็นไหนๆ
“นั่นคงเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่นางไม่สนใจเจ้า” ชายชราที่ได้ยินเรื่องเมื่อครู่เหมือนกันก็เอ่ยขึ้นมา เขาเองก็ไม่อยากจะเชื่อจริงๆ ว่านางแต่งงานแล้ว
“ช่างสิ ข้าไม่สนหรอกว่านางจะแต่งงานมาแล้ว” หลิ่วหมิงจื่อเอ่ยขึ้น
เขาไม่สนใจว่านางจะผ่านอะไรมา เพราะเขาชอบนางด้วยความจริงใจ ไม่ได้หวังที่ร่างกายของนางเสียหน่อย
“เรื่องแบบนี้ต้องถามนางด้วย” ชายชรากล่าวขึ้นพลางใช้วิชาตัวเบาตามหลังของหญิงสาวที่หนีหายไปแล้ว
“ข้าต้องเอาชนะใจนางให้ได้” หลิ่วหมิงจื่อกล่าวออกมาด้วยสายตามุ่งมั่นก่อนจะมองไปที่ชายหนุ่มผู้เป็นอดีตสามีของหญิงสาวที่เขาหมายปองอย่างดูถูก ระดับลมปราณก็แพ้เขาขาดลอยแล้ว ดูยังไงเขาก็เหนือกว่าอยู่ดี
เมื่อหลิ่วหมิงจื่อคิดได้แบบนั้นก็สบายใจขึ้นมา จากนั้นก็ใช้วิชาตัวเบาตามหาหญิงสาวที่หนีหายไปแล้วทันที