บทที่ : 12
‘คิดหรือจะสู้ลงมือทำ แรกเริ่มก็ต้องเอาให้ตัวเองกลับมาแข็งแรงก่อน...ไหนๆ ก็มีอาหารกินสมบูรณ์แล้ว ก็ต้องรีบฝึกร่างกายเป็อย่างแรก อย่างน้อยก็เอาให้พอที่จะปกป้องตัวเองได้’
เยว่ฮวาใช้เวลาตลอด่บ่ายคิดสิ่งต่างๆ ที่จะทำออกมา ก่อนที่จะตกลงใจที่จะเริ่มที่ตัวเองก่อนเป็อันดับแรก หลังจากที่เื่อาหารการกินไม่มีปัญหาอีกต่อไป นางจึงให้พี่สาวหลิงหลินไปแจ้งทางครัว ว่ามื้อเย็นนั้นนางขอเป็เนื้อและผักมากกว่าปกติ
แน่นอนว่าสำหรับคนที่ร่างกายผอมแห้งแรงน้อยมาั้แ่แรกนั้น การที่จะกลับมาแข็งแรงได้ อย่างน้อยที่สุดก็คืออาหารการกินนั้นจะต้องสมบูรณ์พอ โดยเฉพาะเนื้อที่ให้โปรตีนเป็หลัก ตามด้วยผักที่มีวิตามินและพวกเกลือแร่ ที่จะช่วยให้ร่างกายสามารถดูดซึมสารอาหารได้อย่างเต็มที่ และที่สำคัญก็คือพวกกากไยที่จะช่วยให้สามารถขับถ่ายเอาสิ่งที่เหลือจากการใช้งานออกมาได้อย่างเต็มที่
ซึ่งนางวางแผนเอาไว้แล้วว่าตารางกิจกรรมของนางนับจากนี้นั้นอย่างน้อยในแต่ละวันจะมีการออกกำลังกาย เพื่อที่จะเสริมสร้างให้ร่างกายให้มีกล้ามเนื้อที่เหมาะสม
แต่ถึงอย่างนั้นในฐานะคนที่ฝึกการต่อสู้มาก่อน นางจะไม่ได้ฝึกให้มีกล้ามใหญ่โตเพราะมันไม่เหมาะกับหญิงสาว และที่สำคัญการต่อสู้จริงนั้นไม่ได้อาศัยกล้ามเนื้อที่ใหญ่เทอะทะ แต่เป็การที่สามารถใช้กล้ามเนื้อและอวัยวะต่างๆ ให้เป็ประโยชน์สูงสุดต่างหาก ถึงทำให้นางสามารถรอดปากเหยี่ยวปากกามาได้จนอายุขึ้นเลขสาม...
นอกจากนี้แล้วนางยังวางแผนที่จะเริ่มเก็บข้อมูลโลกใบใหม่ใบนี้เท่าที่จะทำได้ อย่างน้อยที่สุดนางก็หวังว่าจะใช้เวลาในสองสามเดือนแรกในระหว่างที่ฟื้นฟูพละกำลังให้กลับคืนมาบ้าง นางจะสามารถหาข้อมูลมากพอที่จะทำให้สิ่งที่นางอยากทำได้ ซึ่งสิ่งที่ว่านั้นก็คือ...
การค้าขาย
ใช่แล้ว นั้นคือสิ่งที่นางชื่นชอบที่สุดในชีวิตที่ผ่านมา อาจจะเพราะนางเป็คนงกหรืออะไรก็ตาม แต่ทุกครั้งที่ได้เจรจาได้สำเร็จหรือสามรถปิดการขายใหญ่ๆ ลงได้ นางจะมีความสุขมากที่ได้โบนัสก้อนใหญ่ๆ แต่พอมาคิดดูแล้วนอกจากนางจะทำงานเพื่อคนอื่นโดยที่ตัวเองได้เพียงแค่เศษเงินเล็กๆ น้อยๆ จากส่วนยอดของูเาน้ำแข็ง คนที่นางพยายามทุกอย่างเพื่อพวกเขานั้น ก็ยังลงมือสั่งฆ่านางเองเสียด้วยซ้ำ!
ทั้งๆ ที่นาง....
“เฮ้อ...”
เมื่อคิดมาถึงตอนนี้หญิงสาวก็ถอนหายใจออกมา ั้แ่นางได้ทะลุมิติข้ามมายังโลกใบใหม่ นางก็พยายามที่จะไม่คิดถึงเื่ราวเก่าๆ เพราะไม่ว่าจะกี่ครั้งมันก็ทำให้นางรู้สึกแย่ได้เสมอ นางจึงพยายามที่จะหลีกเลี่ยงมันมาโดยตลอด...
‘ไม่เอาดิ...จะกลับไปทรมานกับความรู้สึกแบบนั้นทำไม ในเมื่อมันผ่านไปแล้วเดี๋ยวมันก็รู้สึกชินกันมันไปเองแหละ ในเมื่อมาแล้วก็ทำในสิ่งที่พลาดเสียใหม่ก็สิ้นเื่!’
ใช่แล้ว!
ต่อให้ความเจ็บนั้นมันจะหนักหนาสักแค่ไหน แต่เมื่อเวลาผ่านไปมันก็หายไปเอง และสักวันเื่ที่เราเจ็บนักเจ็บหนาก็จะกลายเป็แค่เื่ตลก เมื่อในครั้งที่นางอกหักครั้งแรกตอนวัยรุ่น ในวันที่แฟนคนแรกทิ้งนางไปทั้งๆ ที่นางให้เขาไปจนหมดใจ ในครั้งนั้นมันเจ็บจนนางแทบจะฆ่าตัวตาย...
แต่เมื่อผ่านมาจนถึงตอนนี้นางก็คิดว่าตัวเองที่วันนั้นนางไม่ได้ตัดสินใจโง่ๆ ลงไป ไม่อย่างนั้นนางก็คงไม่สามารถมาถึงจุดนี้ได้แล้ว!
อีกทั้งในตอนนี้ไม่ว่าจะเป็เพราะอะไรก็ตามที นางก็ได้รับโอกาสใหม่อีกครั้ง ทั้งนางยังสามารถจดจำทุกอย่างได้เป็อย่างดี แม้จะแตกต่างกันเพราะจะอยู่กันคนละโลก แต่ตอนนี้ก็เหมือนกับนางจะได้กลับไปเล่นเกมเกมหนึ่งใหม่อีกครั้ง ทั้งๆ ที่นางนั้นมีข้อมูลความลับมากมายอยู่ในมือ
เพียงเท่านี้นางก็โชคดีเป็ล้นพ้นแล้ว!
ที่สำคัญที่สุดก็คือนางใส่สูตรโกงเกมโดยการคาบช้อนเงินช้อนทองมาเกิดแบบนี้แล้วด้วย ถึงจะติดที่ไม่มีแม่มาคอยประคบประหงม แต่ด้วยอะไรหลายๆ อย่างนางก็มั่นใจว่านางจะสามารถมีชีวิตที่นาง้าได้อย่างแน่นอน!!
หึๆ ...
“...”
ทางหลิงหลินที่เฝ้าดูคุณหนูของนางอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล ก็ขมวดคิ้วไปมาอยู่หลายครั้งหลายหน เพราะั้แ่จัดการสำรับเที่ยงเสร็จเรียบร้อยแล้ว คุณหนูของนางก็นั่งเหม่อคนเดียวอยู่ริมหน้าต่าง บางครั้งก็หน้าเศร้า บางครั้งก็หน้าบึ้ง บางครั้งก็หงุดหงิด บางครั้งก็ยิ้ม แถมยังมีหัวเราะปิดท้ายอีก...
‘หรือว่าคุณหนูของข้าจะเสียสติ...’
ไม่เพียงแค่นั้น นอกจากตลอดทั้งบ่ายคุณหนูเอาแต่นั่งอยู่คนเดียวแล้ว พอเข้าสู่ยามโหย่ว คุณหนูของนางก็เริ่มไปเปลี่ยนชุดเป็ชุดที่คุ้นเคยแต่กลับแปลกตาออกไป เพราะคุณหนูนั้นได้เอาชุดเก่าๆ ที่มีมามัดตรงโน้นตรงนี้รัดตรงส่วนนั้นส่วนนี้ จนชุดของนางนั้นมันแปลกตาออกไปอย่างสิ้นเชิง กลายเป็ชุดที่ค่อนข้างรัดกุม
หลังจากนั้นนางก็ออกไปวิ่งตามทางเล็กๆ รอบๆ เรือน มีการวิ่งบ้างเดินบ้าง แม้จะไม่ได้เร็วมากนัก แต่คุณหนูของนางก็ทำอยู่อย่างนั้นวนไปนานจนสิ้นยามโหย่วเลยทีเดียว...
“หรือว่าคุณหนูจะเสียสติไปแล้วจริงๆ ....”
ยิ่งเมื่อดูสภาพคุณหนูที่สิ้นไร้เรี่ยวแรงจนแทบจะคลานขึ้นเรือนมา นางก็ไม่รู้ว่าจะต้องตามอย่างไรต่อเข้าไปใหญ่ แต่สุดท้ายนางก็ตัดสิ้นใจที่จะไปถามคุณหนูของนางในตอนที่นางเพิ่งจะอาบน้ำเสร็จ...
“เอ่อ....คุณหนูเ้าคะ”
“หืม...พี่หลินมีอะไรหรือ” น้ำเสียงที่ระโหยโรยแรงตอบกลับมา แต่ถึงอย่างนั้นบนใบหน้าของหญิงสาวก็ยังคงมีรอยยิ้มน้อยๆ ประดับอยู่
“คือว่า...”
“เอ้ามีอะไรก็พูดมาสิพี่ เรามีกันอยู่แค่นี้พี่มีอะไรก็พูดมาเถอะ” หญิงสาวตอบกลับไปอย่างจริงจัง เพราะสำหรับนางแล้ว นอกจากพี่สาวคนนี้แล้ว นางก็แทบที่จะไม่สามารถเชื่อใจใครได้อีก ต่อให้ทั้งโลกนี้นางจะเล่ห์เหลี่ยมกับใคร แต่คนตรงหน้านางก็ไม่อยากที่จะให้เข้าใจผิดที่สุด เพราะตลอดหลายปีมานี้อีกฝ่ายก็ได้พิสูจน์ตัวเองมาพอแล้ว
“คือวันนี้คุณหนูแปลกไปมากเ้าค่ะ ไม่ว่าจะเป็่เช้า ่เที่ยง หรือแม้แต่ตลอดบ่ายที่คุณหนูนั่งหน้าบึ้งบ้าง นั่งยิ้มบ้าง แถมก่อนหน้านี้ยังลงไปวิ่งรอบจวนเพื่อทรมานตัวเองนั่นอีก...” หลิงหลินกล่าวด้วยสีหน้าไม่ค่อยสู้ดีนัก “ถ้า...คุณหนูมีอะไรในใจสามารถปรึกษาข้าได้นะเ้าคะ ข้าสัญญาว่าชีวิตนี้จะไม่มีวันทำร้ายคุณหนูอย่างเด็ดขาดเ้าค่ะ ต่อให้คุณหนู....
เสียสติก็ตามที”
ห๊ะ!
เยว่ฮวาถึงกับอ้าปากค้าง เมื่อได้ยินสิ่งที่อีกฝ่ายกล่าวออกมา ก่อนที่จะหัวเราะพรืดด้วยความขบขัน
“ข้าเนี่ยนะเสียสติ”
..............................................
ยามโหย่ว (酉:yǒu) คือ 17.00 – 18.59 น.