ตอนที่ เดินป่า (2)
แป้น แป้น แป้น!
ช้าง!?
ฮึ่ม ฮึ่ม ฮึ่ม!
โครม โครม โครม!
ตึง ตึง ตึง ตึง!
ทันใดนั้น ก่อนที่ไอ้แดงจะได้ะโส่งเสียงบอกคนอื่นๆให้รู้ว่ามันพบเจออะไร เสียงร้องของคชสารพงไพรโขลงใหญ่ก็ได้ดังขึ้น พร้อมกับร่างขนาดใหญ่ของพวกมันที่วิ่งลงมาจากูเาลูกที่สองโดยมีเป้าหมายคือกลุ่มของผู้ใหญ่บ้าน…….
ซึ่งคชสารพงไพรโขลงนี้พยายามที่จะตีวงล้อมออกเพื่อที่จะล้อมกลุ่มล่าสัตว์จากหมู่บ้านท่าเสด็จเอาไว้โดยมีคชสารพงไพรที่ตัวใหญ่ที่สุดในโขลง มีร่างกายสีดำทะมึนเข้มแต่ก็เงางามและมีงาที่ทั้งยาวและก็ใหญ่มาก แถมยังมีถึงสี่งาอีกด้วยเพียงแค่มองจากที่ไกลก็ยังดูน่าเกรงขามเป็อย่างยิ่งซึ่งมันก็คือจ่าฝูงที่วิ่งนำหน้าคชสารพงไพรตัวอื่นๆ มา โดยคร่าวๆแล้วพวกมันมีจำนวนมากกว่าเจ็ดถึงแปดสิบเชือกเห็นจะได้…….
“คชสารพงไพร!? นั่นมันคชสารพงไพรนี่หว่าทำไม่พวกมันถึงมาอยู่แถวนี้ได้?” ผู้ใหญ่บ้านอุทานขึ้นด้วยท่าทางและสีหน้าที่แปลกใจซึ่งเขาคาดไม่ถึงว่าคชสารพงไพรจะออกมาหากินใน่เวลานี้เพราะว่าปกติแล้วพวกมันจะลงมากินและอาบน้ำใน่เวลาเย็นๆ ……..
“พ่อผู้ใหญ่! ข้าว่าพวกเราถอยกันก่อนดีกว่าไหมเพราะว่าปกติแล้วคชสารพงไพรเหล่านี้จะไม่แสดงท่าทางก้าวร้าวและดุร้ายแบบนี้ก่อนถ้าเกิดไม่มีใครไปทำอะไรพวกมัน!”พันผาพูดขึ้นหลังจากที่เขาสังเกตเห็นพฤติกรรมที่ดูแปลกไปของคชสารพงไพรโขลงนี้……
“กูเองก็คิดเช่นเดียวกันเหมือนกับมึงเลยไอ้ผาเอาทุกคนรีบหาที่หลบเร็ว”ไม่ใช่แค่พันผาคนเดียวที่รู้เื่เกี่ยวกับลักษณะและนิสัยโดยส่วนตัวของคชสารพงไพรผู้ใหญ่บ้านเองก็รู้เหมือนกันกับพันผาเพราะทั้งคู่เคยเป็ทหารที่มีคชสารพงไพรเป็พาหนะรบมาก่อน….
“ไม่ทันแล้วพ่อผู้ใหญ่! พวกมันเข้ามาใกล้มากแล้วจะทำเยี่ยงใดดีขอรับ!” ชายวัยกลางที่ชื่อทิตได้ะโขึ้นเพื่อบอกผู้ใหญ่บ้านว่าโขลงคชสารพงไพรเข้ามาใกล้มากแล้วทำให้ทุกคนไม่อาจที่จะตั้งหลักและเก็บของหนีได้ทัน……..
“ฮือ ฮือ ฮือ ตายแน่กูวันนี้ กูตายแน่ๆ ! โถ่โว้ย! กูยังมิอยากตาย! กูตายแล้วลูกเมียกูจะอยู่อย่างไรไปเถอะนะพ่อช้างผู้สง่า พ่อช้างรูปหล่อ ไปเถอนะ!” เสียงของไอ้แดงดังขึ้นหลังจากที่คชสารพงไพรล้อมพวกตนเอาไว้จนไม่สามารถที่จะหนีได้…….
“มึงนี้ขี้กลัวเสียจริงๆ เลยว่ะ ไอ้เวร! ว่าแต่มึงไปมีลูกมีเมียตอนใดว่ะ?” เสียงของชายหนุ่มบุญดังถามแดงขึ้นอย่างสงสัยว่าไอ้แดงไปมีเมียมีลูกตอนไหน เพราะบุญเห็นว่าไอ้แดงเอาแต่เมาไม่ก็นอนเสียส่วนใหญ่……..
“กูก็แค่พูดเปรียบไปอย่างนั้นเองเอาไว้ถ้ากูรอดกลับไปได้ กูจักไปหาเมียสักคน”
“กูเองก็เช่นกันว่ะไอ้แดง กูจักไม่ยอมตายทั้งๆที่ยังไม่ได้เปิดจุกกูดอก”
ทั้งไอ้บุญและไอ้แดงต่างก็พากันส่งเสียงร้องอย่างน่าสงสารและอ้อนวอนต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อขอให้มันรอดกลับไปได้ซึ่งทั้งสองได้สัญญาว่าจะหาเมียทันทีเมื่อกลับถึงหมู่บ้าน……
“พวกเอ็งจงมีสติเข้าไว้อย่างได้ตื่นตระหนกกันให้มากไปนัก พวกเราอาจจะมีหนทางรอดอยู่ก็เป็ได้อีกอย่างยังมิได้มีใครตายกันสักคน!” ผู้ใหญ่บ้านพูดขึ้นด้วยสีหน้าที่ดูสงบและสุขุมก่อนเขาจะพูดปลอบใจทุกๆคนไม่ให้ใและไม่ทำเื่ที่อาจจะทำให้เหตุการณ์ในตอนนี้มันแย่ลงไปอีกซึ่งผู้ใหญ่บ้านคิดว่าพวกตนยังมีหนทางที่จะรอดอยู่…….
แปร๊น! แปร๊น! แปร๊น!
ตึง! ตึง! ตึง!
ทันใดนั้น จู่ๆคชสารพงไพรที่ล้อมพวกเขาเอาไว้ก็พลันแยกตัวออกทำเปิดเป็ช่องทางให้กับคชสารพงไพรตัวจ่าฝูงของพวกมันราวกับแก๊งมาเฟียที่เปิดทางให้ลูกพี่เดินมาพบปะกับเป้าหมายที่ถูกจับตัวไว้ซึ่งไม่นานคชสารพงไพรตัวจ่าฝูงก็ได้เดินตรงเข้ามาหยุดยืนอยู่ต่อหน้าทุกๆคนพร้อมกับส่งเสียงคำรามลั่นอย่างน่าเกรงขามออกมา…….
โฮกกกกกกกกก!!
“ทุกคนวางอาวุธแล้วหมอบก้มศีรษะต่ำๆ เข้าไว้ เร็ว!”ผู้ใหญ่บ้านะโสั่งขึ้นทันทีเพื่อให้ทุกคนรีบวางอาวุธลงพร้อมกับหมอบก้มศีรษะในท่วงท่าแสดงความเคารพ…….
ตุบ ตุบ ตุบ!
“กูว่าผู้ใหญ่บ้าไปแล้วแน่ๆจักมาให้พวกเราลดอาวุธลงแถมก้มศีรษะลงอีก แทนที่จะยิงฝ่าออกไปมันจะไม่ดีกว่าเหรอแบบนี้มันฆ่าตัวตายชัดๆ เวรกรรมแท้ๆ กู?!” ไอ้แดงพูดเสียงดังขึ้นด้วยความสงสัยที่ผู้ใหญ่บ้านให้พวกตนกระทำแบบนี้เพราะแทนที่จะวิ่งฝ่าฝูงช้างออกไปจะได้รอด แต่กลับต้องมาทำอะไรก็ไม่รู้……..
“ไอ้แดง! มึงช่วยหุบปากก่อนจักได้ไหมว่ะพ่อผู้ใหญ่พาทำเยี่ยงใด เราก็จงเชื่อและทำตามเถอะถ้าไม่อย่างนั้นกูจักถีบให้มึงหุบปากเอง!”นายทิตพูดขึ้นด้วยสีหน้าที่รำคาญและไม่พอใจในคำพูดที่ไม่รู้เื่รู้ราวของไอ้แดง……
แปร๊น แปร๊น แปร๊น
ตึง ตึง ตึง ตึง!
สีหน้าของคชสารพงไพรตัวจ่าฝูงแสดงออกอย่างเกรี้ยวกราดและไม่พอใจด้วยการส่งเสียงร้องที่อื้ออึงพร้อมกับส่ายงวงและงาไปมาต่อหน้าทุกๆ คนซึ่งดูแล้วคชสารพงไพรจ่าฝูงตัวนี้คงกำลังจะโกรธและโมโหอยู่เนื่องจากสายตาที่แดงก่ำและอาฆาตของมันที่จดจ้องลงไปยังกลุ่มของผู้ใหญ่บ้านอย่างไม่ลดละหมายจะ้าเอาสิ่งใดสักอย่างจากพวกเขา……
“ช้าก่อนพ่อใหญ่เอ๋ยพวกข้าทั้งหลายมิได้มากระทำอันตรายใดๆ หรือคิดรบกวนให้แก้ครอบครัวของท่านพวกเราแค่หมายมาหาของป่ากินตามประสาชาวเขาเท่านั้นหากพวกเราได้ทำการอันใดที่ล่วงเกินแก่ท่าน พวกเราต้องขอขมาลาโทษพ่อใหญ่ด้วย”ผู้ใหญ่บ้านรีบกล่าวกับคชสารพงไพรตัวจ่าฝูงด้วยคำที่สุภาพทันทีซึ่งเนื้อหาในคำกล่าวของเขานั้นล้วนแต่เป็การขอขมา…….
โฮกกกกกกกกก!
ทว่าท่าทางของคชสารพงไพรตัวจ่าฝูงกลับไม่มีทีท่าว่าจะลดละความโกรธเกรี้ยวที่มีลงเลยแม้แต่น้อยมิหนำซ้ำมันยังขยับร่างกายอันใหญ่โตของมันเข้ามาใกล้กับผู้ใหญ่บ้านก่อนจะยื่นงวงของมันออกมาแตะที่ไหล่ของผู้ใหญ่……..
“มนุษย์เอ๋ย ตัวข้านั้นกำลังตามหาบุตรของข้าอยู่หากพวกเ้าได้เห็นหรือพบเจอร่องรอยใดๆ จงเร่งบอกแก่เราทีหากพวกเ้ารู้และไม่คิดบอก ข้าจักฝังพวกเ้าไว้ ณ กลางป่าแห่งนี้ตลอดกาล!”
หลังจากที่งวงของคชสารพงไพรตัวจ่าฝูงได้เอางวงไปแตะที่ไหล่ของผู้ใหญ่บ้านก็ได้ส่งกระแสจิตเป็คำพูดออกไปให้ผู้ใหญ่บ้านได้รับรู้โดยเนื้อหาในคำพูดนี้เป็การบอกเตือนถ้าหากใครรู้ว่าลูกของตนอยู่ที่ไหนแล้วไม่ยอมบอกมันจะฝังทุกคนเอาไว้ให้ตายตกทั้งเป็……..
ลูกของท่าน!?
“ั้แ่พวกเราออกจากหมู่บ้านมาพวกเราก็ยังมิได้เห็นคชสารน้อยตนใดเลย ถ้าหากพวกเราเห็นคชสารน้อยตกระกำลำบากอยู่ที่ใดพวกเราจักเร่งช่วยแล้วส่งตัวเขาคืนให้ท่านทันที”ผู้ใหญ่บ้านก็ได้รู้ในที่สุดว่าคชสารพงไพรทำไมถึงได้ดูโกรธเกรี้ยวนักที่แท้ก็เป็เพราะลูกของมันได้หายตัวไปซึ่งพวกไม่ได้พบเจอกับลูกของมันจึงได้ตอบกลับไป พร้อมกับบอกว่าหากพบเจอจะทำการช่วยเหลือแล้วนำตัวกลับมาส่ง…….
ซึ่งในขณะที่ผู้ใหญ่บ้านได้พูดตอบกลับคชสารพงไพรตัวจ่าฝูงไปนั่นแววตาของเขาสงบนิ่งและดูจริงใจเป็อย่างมากแถมคำพูดของเขายังหนักแน่นและจริงจังอีกด้วย…….
โฮกกกกกก!
“เอาเป็ว่าข้าจักยอมเชืุ่์อย่างพวกเ้าสักหนแต่ถ้าหากพวกมันผู้ใดที่คิดโกหกแม้แต่คำเดียวหรือคิดร้ายต่อลูกชายของข้ามันผู้นั้นก็เตรียมตัวเป็ผีเฝ้าป่าแห่งนี้ได้เลยอีกอย่างถ้าข้ามารู้ทีหลังว่าลูกของข้านั้นตก…….”
แปร๊น แปร๊น แปร๊น
หือ?
ทันใดนั้นเองเสียงร้องของคชสารพงไพรที่ดูแหลมและเล็กที่บ่งบอกถึงขนาดของตัวว่าต้องเป็คชสารขนาดเล็กก็ได้ดังขึ้นจากทิตทางของูเาลูกที่หนึ่งซึ่งทำให้คชสารพงไพรตัวจ่าฝูงหยุดคำพูดของมันเอาไว้ก่อนที่จะจบและหันไปมองยังทิตทางของเสียงที่ได้ยินเมื่อครู่นี้ก่อนจะรีบวิ่งออกไปด้วยความร้อนใจและร้อนรน……
ตึง ตึง ตึง ตึง!
“พวกมันไปแล้ว พวกเรารอดตายแล้ว! พ่อผู้ใหญ่ช่างสุดยอดยิ่งนัก”เสียงดีอกดีใจโห่ร้องของลูกบ้านดังขึ้นหลังจากที่คชสารพงไพรโขลงใหญ่หันหลักกลับแล้ววิ่งจากไป........
“โชคดีของพวกเราที่เสียงร้องของคชสารน้อยดังขึ้นมาเสียก่อน มันจึงทำให้พ้นข้อหาของคชสารจ่าฝูงเฮ้อ! ว่าแต่ไอ้ผา เอ็งก็กลัวกับเขาไปด้วยกระนั้นรึ!”ผู้ใหญ่บ้านกล่าวพร้อมกับถอนหายใจยาวอย่างโล่งอกเมื่อโขลงคชสารจากไปก่อนจะหันไปถามพันผาว่าเขากลัวหรือไม่…..
“ข้าไม่ค่อยกลัวเท่าไรดอกพ่อผู้ใหญ่!” พันผาได้ตอบกลับผู้ใหญ่บ้านไปในทันทีพร้อมกับส่ายหัวเพื่อเป็การปฏิเสธด้วยท่าทาง.......
ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า
“ดี ดี ข้าละชอบใจเอ็งนักไอ้พัน ไปพวกเราเดินทางต่อเถอะ! ก่อนที่พวกมันจะกลับมาอีกครั้งไม่เช่นนั้นหากพวกมันกลับมาอีก พวกเราคงจักมิได้รอดเหมือนคราวนี้”ผู้ใหญ่บ้านได้หัวเราะชอบใจในคำตอบที่ได้รับจากพันผา ก่อนที่ผู้ใหญ่บ้านจะสั่งให้เดินทางต่อเพราะกลัวว่าโขลงของคชสารจะกลับมาอีกครั้ง.........
สองชั่วโมงผ่านไป…….
หลังจากที่พวกเขาทั้งหมดได้เดินทางกันต่ออีกสองชั่วโมงพวกเขาทุกคนก็ได้เดินขึ้นมาถึงปลายยอดของูเาลูกที่สองจนได้ซึ่งภาพที่พวกเขาได้เห็นบนยอดูเาลูกนี้นั้น มันเป็ภาพวิวทิวทัศน์ของต้นไม้ใบหญ้าและทุ่งลานกว้างซึ่งในยามนี้เป็่ที่พระอาทิตย์กำลังตกพอดีทำให้แสงสะท้อนอ่อนของมันที่กระทบกับต้นไม้ใบหญ้าจนทำให้มันดูสวยงาม………
“ช่างสวยงามยิ่งนักนานแค่ไหนแล้วนะที่เราไม่ได้เห็นภาพที่งดงามเช่นนี้ แม่จันทร!” พันผาพูดขึ้นด้วยสีหน้าที่ดูเศร้าใจหลังจากที่ได้เห็นภาพวิวทิวทัศน์ที่งดงามเช่นนี้ ซึ่งเขาไม่ได้เห็นมันมานานมากแล้วและมันได้ทำให้เขาพลันหวนคิดถึงคำนึงหาภรรยาแสนรักของเขา…….
“ไอ้แดง! มึงดูก้อนเมฆก้อนนั้นสิวะ!มันมีรูปร่างคล้ายกับไอ้นั้นเลยมึงว่าไหม?” ทันใดนั้นเสียงของชายหนุ่มบุญก็ดังขึ้นเพื่อเรียกให้แดงเพื่อนรักหันไปมองดูก้อนเมฆที่มีรูปร่างคล้ายกับเนินอกของหญิงสาว…….
“อ่า! มึงนี่มันจัญไรเสียจริงเลยนะไอ้บุญ!แต่ดูๆ ไปแล้วมันก็เหมือนกับของแม่มิละเลยว่ะ!”ในตอนแรกแดงทำเป็เหมือนไม่สนใจและว่าเพื่อนบุญ แต่พอมาประโยคหลังของเขามันกลับดูทะลึ่งมากกว่าของบุญเสียอีก……
“พวกมึงพูดกระไรกันก็หัดดูสถานที่บ้าง! พูดเช่นนั้นมันทำให้ภาพที่สวยงามหมองหมด!”ชายวัยกลางคนที่ชื่อทิตรีบพูดแทรกขึ้นมาทันทีอย่างไม่พอใจเพราะคำพูดของทั้งสองทำให้ภาพในจินตนาการของเขาเปลี่ยนไปตามคำพูดของทั้งสองคนเลย……
“แหม๋พี่ทิต! ท่านเองก็คิดเช่นเดียวกับพวกเราใช่หรือไม่?ไม่เช่นนั้นท่านคงไม่แสดงสีหน้าแบบนั้นออกมาดอก!”ราวกับไอ้แดงรู้ชายวัยกลางคนเองก็คิดเช่นกัน มันจึงพูดหยอกล้อกลับไป….
เห๊ย!
ชายวัยกลางคนเหมือน้าจะแก้ตัวแต่เขาก็ไม่อาจพูดแก้ต่างได้เพราะเขาคิดแบบนั้นจริงๆ เหมือนที่แดงพูดไม่มีผิด……
ฮ่า ฮ่า ฮ่า!
“เอาล่ะ! ในตอนนี้มันก็ใกล้จะมืดแล้วพวกเราควรที่จะรีบลงเขาเพื่อหาที่พักเสียก่อนมิเช่นนั้นมันจะมืดก่อนแล้วหาที่พักได้ยาก!”ผู้ใหญ่บ้านส่งเสียงพูดขึ้นเพื่อเรียกสติของทุกคนให้ออกเดินทางกันต่อ เพราะเวลาเริ่มใกล้ที่จะมืดเข้ามาทุกทีแล้วหากยังชักช้าจะมืดค่ำเสียก่อน…….