ไวโอลินกลับเข้ามาในห้องคิดทบทวนถึงเรื่องราวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างฮอร์น ว่าหนึ่งปีก่อนหน้านี้เธอ และ ครอบครัวได้รับข่าวร้ายว่าพี่ชายประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ สาเหตุมาจากการดื่มแอลกอฮอล์แล้วขับรถด้วยความเร็วสูง
ไวโอลินไม่รู้ว่า เพราะเหตุใดพี่ชายของเธอถึงได้ดื่มหนักจนขาดสติ แถมยังขับรถเร็วเกินกว่ากำหนด จนทำให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรง ร่างของเลิฟกระเด็นออกมาจากตัวรถ และ เขาเองก็เสียเลือดมาก คืนนั้น เธอบินตรงจากเมืองไทยไปยังสิงคโปร์ เพื่อดูอาการของเลิฟ และ พบว่าเขานั้นอยู่ในอาการขั้นวิกฤต
โดยเธอไม่รู้ว่าเลิฟมีเพื่อนสนิทอีกคน คือ พันเจีย ซึ่งในระหว่างนั้นต้องกลับไปที่ญี่ปุ่น เพราะเรื่องคดีความทางธุรกิจของพ่อ และแม่บุญธรรมร่วมกับโชยะ ทว่าไมค์นั้นอยู่ที่ต่างประเทศ และ เขาเองกำลังมีการแข่งขันในระดับนานาชาติ ทุกคนรับรู้ข่าวร้าย และ รีบเดินทางกลับมาโดยเร็วที่สุด ในขณะที่ฮอร์นเป็นคนเดียวที่อยู่ในสิงคโปร์ ณ เวลานั้น และ รีบเดินทางมาเพื่อดูอาการของเลิฟก่อนคนอื่น ๆ
ทางโรงพยาบาลที่รับการรักษา ต้องการกรุ๊ปเลือดพิเศษเพื่อจะทำการผ่าตัดให้กับเลิฟอย่างเร่งด่วน เนื่องจากเสียเลือดมาก ในเวลานั้นมีเพียงไม่กี่คนที่จะมีกรุ๊ปเลือดเดียวกับเลิฟคือ O Rh negative ซึ่งเป็นหมู่โลหิตพิเศษ
เลิฟรู้ว่าตัวเองอาจจะไม่รอด เขาขอพบกับเพื่อนรักของเขาที่ชื่อ พันเจีย ซึ่งในเวลานั้นใช้ชื่อว่า ชิน และ ชินยังบินมาไม่ถึงสิงคโปร์ ทำให้ฮอร์นเป็นคนเดียวที่อยู่ที่นั่น เลิฟฝากไดอารี่ของตัวเองไว้กับฮอร์น เพื่อฝากมันให้กับไวโอลิน เป็นบันทึกเรื่องราวระหว่างเขาและน้องสาวสุดที่รัก รวมถึงใครคนหนึ่งที่เป็นเจ้าชายของเธอ และ จะสามารถดูแลเธอแทนเขาได้
ฮอร์นรับฝากไดอารี่ และ เก็บทุกอย่างไว้กับเขา เลิฟขอให้ฮอร์นช่วยดูแลไวโอลินแทนเขา จนกว่าเจ้าชายคนนั้นของเธอจะกลับมา และ ฮอร์นได้รับปากที่จะทำตามสัญญา ทว่ากว่าที่ไวโอลิน และ ครอบครัวจะเดินทางมาถึงสิงคโปร์ ก็สายไปแล้ว เพราะเลิฟได้เสียชีวิตลงก่อนที่พวกเขาจะมาถึง
ทุกคนทำใจไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องนี้ โดยเฉพาะพ่อ และ แม่ ที่น่าจะอยู่ที่นี่กับเขา แต่ทั้งสองกลับไปเพื่อจะพาไวโอลินมาเรียนที่สิงคโปร์เหมือนกับเลิฟ แต่ต้องมาได้รับข่าวร้าย ซึ่งพ่อและแม่ของไวโอลินมีธุรกิจและตั้งรากฐานอยู่ที่นี่ ส่วนไวโอลินยังเด็กมาก และเธอเป็นคนที่ติดป้ามาก ๆ ทำให้เธออยากที่จะอยู่กับป้า ส่วนพ่อและแม่จึงประกอบธุรกิจและได้พาเลิฟมาอยู่ที่สิงคโปร์ด้วย
หลังจากที่เลิฟเสียชีวิตลง ไวโอลินขอที่จะกลับไปเมืองไทย เพราะทำใจไม่ได้ที่จะต้องเห็นสถานที่ ๆ พี่ชายของเธอเสียไป ทำให้เธอเลิกล้มความตั้งใจที่จะมาเรียนที่นี่ และกลับไปเมืองไทยในคืนนั้นเลยทันที มีเพียงพ่อและแม่ รวมถึงฮอร์นที่อยู่ร่วมงานฝังศพของเขา ในขณะที่ไมค์เดินทางมาถึงในสองวันถัดมา
พันเจียรู้มาตลอดว่าเลิฟกำลังรักอยู่กับเรน และรู้ว่าเลิฟอยากจะขอเธอแต่งงาน แต่แล้วก็มารู้ข่าวร้าย ว่าเลิฟประสบอุบัติเหตุในขณะที่เขาเดินทางไปต่างประเทศ และ กลับมาดูใจเพื่อนรักของเขาไม่ทัน
ก่อนหน้านั้น เลิฟส่งข้อความหาพันเจียในเชิงตัดพ้อ ว่าเขาถูกคนรักซึ่งคือเรนกับเพื่อนรักที่สุดของเขา นั่นคือฮอร์น ต่างพากันหักหลังและสวมเขาให้ ซึ่งมันทำให้พันเจียเสียใจมากที่สุด จนตัดความเป็นเพื่อนกับฮอร์นนับตั้งแต่วันนั้น
พันเจีย ได้อ่านข้อความว่าเลิฟเสียใจกับทุกอย่าง แต่กลับบอกให้ตนรัก และอภัยเพื่อเห็นต่อความเป็นเพื่อน เพราะเราทุกคน คือเพื่อนที่ดีต่อกันเสมอ พันเจียโทรมาหาเลิฟ และ รู้ว่าเขาเมามากก่อนที่สายจะถูกตัดไป
กระทั่ง มารู้อีกทีก็ตอนที่เลิฟนั้นเข้าโรงพยาบาลไปแล้ว แต่เพราะเรื่องคดีเกี่ยวกับธุรกิจในญี่ปุ่น ทำให้เขายังกลับมาสิงคโปร์เลยไม่ได้ และ เรื่องนี้ก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เขาไม่พอใจโชยะเป็นอย่างมาก
เพราะคดีที่เกิดขึ้นนั้น เกิดจากการเซ็นลงนามในเอกสารสำคัญบางอย่างของโชยะที่ไม่รอบคอบ จนทำให้ธุรกิจเกิดปัญหา เรื่องนี้พันเจียเองก็ยังทำใจไม่ได้เช่นกัน การไปสิงคโปร์ครั้งนั้น ไวโอลินไม่ได้พบกับเพื่อน ๆ ของเลิฟ เพราะเธอไปรับทราบข่าวการจากไป และ ขอกลับเมืองไทยเลยในทันที
เวลานั้น ไวโอลินอายุย่างเข้าสิบเจ็ดปี ยังอ่อนต่อโลก และ ยังไม่มีวุฒิภาวะที่ดีในการตัดสินใจเรื่องต่าง ๆ รู้สึกเสียใจมากต่อการจากไปของเลิฟ ทำให้เธอคิดสั้นทำร้ายตัวเอง แต่เพราะฮอร์นได้รับปากกับเลิฟ ว่าจะดูแลน้องสาวแทนเขา และ ความจริงก็เพื่อชดเชยในสิ่งที่เขาเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เรื่องแย่ ๆ มันเกิดขึ้น ฮอร์นตามไวโอลินกลับมาจากสิงคโปร์ เพื่อรับผิดชอบทุกอย่าง
ฮอร์น มาเพื่อดูแลไวโอลินต่อจากเลิฟ ตามสัญญาที่ให้ไว้ว่าจะดูแลเธอเหมือนน้องสาวแท้ ๆ ของเขาเอง
แต่ทว่า วันเวลากลับทำให้เขาหลงรักน้องสาวของเลิฟเข้าไปแล้วจริง ๆ จึงสารภาพ และ ขอเธอคบเป็นแฟน ทั้งคู่จึงได้คบหาดูใจกัน
ไวโอลิน ไม่เคยรับรู้เรื่องราวต่าง ๆ ที่พี่ชายของเธอฝากเธอไว้กับฮอร์นเลยแม้แต่นิดเดียว เธอรู้แค่ว่าฮอร์นเข้ามาในชีวิตเธอ หลังจากการจากไปของพี่ชาย ซึ่งเธอรู้จักฮอร์น หลังจากที่พี่ชายของเธอเสียชีวิต ต่างจากไมค์ที่เธอเคยเจอเขาบ่อยมาก ๆ และสนิทสนมกันจนไมค์กลายเป็นเพื่อนต่างชาติที่สนิทที่สุดของเธอ
ไวโอลิน คิดย้อนกลับไปถึงเรื่องราวต่าง ๆ ที่เคยเกิดขึ้นตั้งแต่วัยเด็ก เธอจำได้เพียงแค่ภาพไม่กี่ภาพที่เกิดขึ้นเท่านั้น มีเพียงความทรงจำบางอย่างที่ดูเลือนรางนับจากนั้น ซึ่งหากเธอเปิดอ่านไดอารี่ที่พี่ชายของเธอเขียนไว้ทั้งหมด มันอาจจะทำให้ความทรงจำในวัยเด็กของเธอกลับคืนมา
ก๊อก ก๊อก ก๊อก~
เสียงเคาะประตูดังมาจากด้านนอก ทำให้ไวโอลินสะดุ้งตื่นจากภวังค์ แล้วรีบเดินไปที่ประตู ก่อนจะค่อย ๆ เปิดออก เจ้าของร่างสูงยืนมองเธอด้วยใจที่จดจ่อพร้อมกับรอยยิ้มเล็ก ๆ ที่เกิดขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลาของเขา
“พันเจีย” ไวโอลินเอ่ยออกมาเบา ๆ ก่อนที่เขาจะยื่นสมุดบันทึกเล่มหนึ่งคืนให้กับเธอ
“เอ๋!!” ไวโอลินประหลาดใจที่เห็นมันอยู่ในมือของเขา
“พนักงานหน้าเคาน์เตอร์เห็นมันวางอยู่ที่โต๊ะริมสระว่ายน้ำ บอกว่าน่าจะเป็นของเธอ” พันเจียบอก พลางสบตาหวานของเธอ
“จริงด้วย...สงสัยจะลืมไว้ตอนนั้น” ไวโอลินเอ่ยเสียงเบา แล้วนึกขึ้นมาว่าตัวเองน่าจะลืมบันทึกของพี่ชายทิ้งไว้ ตอนที่บราวนี่ลากเธอไปที่ห้องประชุม
“เธอว่าไงนะ” พันเจียถาม เพราะเขาได้ยินสิ่งที่เธอพึมพำไม่ถนัดนัก
“อ่อเปล่า...ไม่มีอะไรหรอก (เธอตอบพร้อมกับจ้องหน้าเขา แล้วถามออกมาอย่างฉงน) ไหนว่าจะไปที่สนามซ้อมไงล่ะ ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ได้” เขายิ้มอ่อน ๆ แล้วบอกออกไปว่า
“ไปเดินเล่นริมชายหาดกันไหม”
“ว่าไงนะ” ไวโอลินย้อนถาม ว่าสิ่งที่เธอได้ยินนั้นไม่ผิดใช่ไหม พันเจียไม่พูดซ้ำแต่ดึงไดอารี่ออกไปจากอุ้งมือบางแล้วเอื้อมมันไปวางไว้บนโต๊ะด้านในของห้อง ก่อนจะรวบตัวเธอให้ไปกับเขา
“เดี๋ยวก่อนสิ ไม่เห็นต้องรีบขนาดนี้เลย” ไวโอลินร้องทัก แต่พันเจียไม่ฟังเสียงของเธอ ฉุดเธอให้ไปที่ชายหาดกับเขาโดยเร็วพลัน ก่อนที่เขาจะพาเธอมานั่งเล่นที่หาดทรายริมชายหาดทอดสายตามองออกไปยังทะเลไกลสุดลูกหูลูกตา ทั้งคู่ต่างพากันนั่งเงียบตั้งแต่ที่มาถึง มีเพียงเสียงของเกลียวคลื่นที่ซัดเข้ามากระทบชายฝั่งเท่านั้น
“นายยังไม่ได้บอกเลยนะ ว่าทำไมถึงไม่ไปที่สนามซ้อม” ไวโอลินหันมาหาเขาพลางขมวดคิ้วมุ่น พันเจียฟังนิ่ง ๆ ในระหว่างที่ยังคงมองออกไปที่ทะเล ไวโอลิน ถอนหายใจออกมาเบา ๆ แล้วหันหน้าไปอีกทาง
“ขอนอนหนุนตักหน่อยสิ”
"เอ๋!!!" พันเจียหันกลับมาขอเธอดื้อ ๆ ไวโอลินหันมายังไม่ทันจะตอบรับ เขาก็เอนกายลงมาหนุนที่ตักเล็กโดยไม่รอให้เธอตอบรับหรือปฏิเสธ ก่อนที่เขาจะหลับตาพริ้มลงทำเหมือนว่าจะนอนหลับเอาเสียตรงนี้
“ง่วงเหรอ...ทำไมไม่กลับไปนอนที่ห้องล่ะ” ไวโอลินถามงง ๆ
“อื้อ...น่า~” พันเจียลากเสียงยาว ๆ ไม่อยากให้เธอกวนใจว่าจะนอนตรงไหนมันเรื่องของเขา
“โอเค ๆ ๆ ” ไวโอลินก้มหน้าลงมองใบหน้าหล่อเหลาอย่างเงียบ ๆ ปล่อยให้เขาได้พักสายตาลงบ้าง
แสงแดดอ่อนกับเมฆสีเทาเคลื่อนตัวอย่างช้า ๆ ราวกับจะมีฝนฟ้าคะนองเข้ามาอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้านี้ จังหวะนั้นเอง อยู่ ๆ เสียงท้องร้องโครกครากของกระเพาะน้อย ๆ ของเธอทำให้เขาหรี่ตาขึ้นมาเล็กน้อยแล้วถามออกไปว่า
“นั่นเสียงอะไร” ไวโอลินกลอกตาไปมาเขิน ๆ แล้วตอบออกไปส่ง ๆ
“ไม่รู้สิ” คิ้วหนาขมวดเข้าหากันแล้วพูดว่า
“เสียงลูกของเราหรือเปล่า” ไวโอลินได้ยินเขินหน้าแดง หยิกเข้าที่แขนแกร่งของเขาเบา ๆ พันเจียหัวเราะออกมาเล็ก ๆ ก่อนจะลุกพรวดขึ้นมาสบตากับเธอ
เขาจ้องหน้าไวโอลินที่ยังหน้าแดงอยู่ ก่อนที่เธอจะเบนสายตาหลบเลี่ยงไปทางอื่น พันเจียยื่นหน้าเข้าไปใกล้แล้วขโมยจุ๊บเรียวปากของเธอไปหนึ่งจ๊วบ! ไวโอลินอ้าปากค้าง หน้าที่แดงอยู่แล้วยิ่งแดงขึ้นไปอีก เขายิ้มที่มุมปากเล็ก ๆ อย่างพอใจแล้วไล้ปลายนิ้วเรียวแกร่งไปที่ริมฝีปากนุ่มนิ่มของแฟนสาว
“ขอโทษนะ เรื่องที่บราวนี่ไปวีนใส่นาย” ไวโอลินสารภาพผิด
“ยัยนั่นน่ะเหรอ… (ไวโอลินพยักหน้า) ก็ดูเป็นห่วงเธอดีนะ แต่ฉันว่าบราวนี่น่าจะอยากให้เธอกลับไปคืนดีกับฮอร์นมากกว่า” พันเจียพูดก่อนจะหันมองออกไปที่ริมทะเล
“เอ๋...นายรู้ด้วยเหรอ” เธอถามประหลาดใจ
“อื้อ… (พันเจียเบ้ปากเล็ก ๆ ก่อนตอบ) ก็ไม่เห็นจะดูยากเลยนี่”
“ยังไงก็ขอโทษด้วยนะ เรื่องน่าอายแบบนั้น ฉัน...ไม่น่าที่จะ”
“อะไรเหรอที่ว่า น่าอาย!” พันเจียหันกลับมาพลางยื่นหน้าเข้าไปใกล้ ๆ ใบหน้าของเธอพลางถาม
“ก็...เอ่อ! (ไวโอลินยังคงหน้าแดงไม่หยุด) เอ่อ เรื่อง!!” เธออึกอัก ก่อนที่ฝ่ามือแกร่งจะเชยคางเรียวเล็กของเธอขึ้นมาเล็กน้อย แล้วยื่นปลายจมูกโด่งเข้าไปใกล้ ๆ ก่อนจะจุมพิตวาบหวามอีกครั้งอย่างดูดดื่ม ไวโอลินรู้สึกร้อนผะผ่าว หัวใจเต้นโครมครามเคลิบเคลิ้มไปกับสัมผัสอ่อนโยนจนเผลอจูบตอบกลับไป
ทว่า...
“ไวโอลิน!” บราวนี่ที่เพิ่งจะเดินตามหาไวโอลินจนเจอ เดินเข้ามาขัดจังหวะทั้งคู่เสียก่อน ทำให้ทั้งสองต้องรีบผละออกจากกัน ก่อนที่พันเจียหันไปมองอย่างเคือง ๆ ไวโอลินรีบถอยห่างออกมาจากเขา ทั้งคู่ค่อย ๆ ลุกขึ้นยืนพร้อมกัน
“มีอะไรหรือเปล่าบราวนี่” ไวโอลินเอ่ยถามเพื่อนของเธอ พันเจียยืนนิ่ง
“อ๋อไม่มีอะไรหรอก แค่อยากคุยอะไรด้วยนิดหน่อย” บราวนี่ตอบ แม้จะไม่พอใจในการกระทำของทั้งสองคน แต่เธอก็พยายามเก็บอาการ
“กับฉันงั้นเหรอ” ไวโอลินเอ่ยถาม
“เปล่า...ฉันอยากคุยกับพันเจีย” ไวโอลินขมวดคิ้วอย่างงง ๆ ก่อนหันไปสบตาคู่คมของพันเจีย เขาพเยิดหน้าขึ้นเล็กน้อยแล้วโน้มตัวลงมากระซิบเบา ๆ ที่ข้างหูของเธอ
“ฉันรับมือได้อยู่แล้ว เธอกลับไปที่ห้องพักเถอะ” พันเจียบอกพลางยักคิ้วให้ ไวโอลินอมยิ้มเล็กน้อยแล้วเดินแยกออกมา ปล่อยให้ทั้งสองคนได้คุยกันอย่างส่วนตัว เมื่อเหลือกันเพียงแค่สองคน บราวนี่ไม่อ้อมค้อม พูดกับเขาออกไปตรง ๆ เลยว่า
“ฉันกับไวโอลินเราสนิทกันมาก เพราะเราคบกันมานาน และฉันก็ไม่เห็นด้วยกับฮอร์นหรอกนะที่อยู่ ๆ เขาก็ยกเธอให้คุณ” พันเจียทำหน้างง ๆ กับคำพูดของเธอ บราวนี่พูดต่อไม่ปล่อยให้เขาได้พูดแทรก
“ฉันคิดว่าฮอร์นเหมาะสมกับไวโอลินมากกว่าคุณ ฉันว่าคุณควรถอยไปจะดีกว่า”
“สรุปว่าคุณต้องการจะบอกอะไรกับผม” พันเจียถามออกมาตรง ๆ เพราะเห็นว่าอีกฝ่ายมัวแต่อ้อมค้อม
“เอาตรง ๆ เลยนะ คืนไวโอลินให้กับฮอร์นเถอะ อย่างคุณ...ไม่เหมาะกับเพื่อนฉันหรอก” พันเจียหัวเราะออกมาเล็ก ๆ ก่อนถามกลับไปว่า
“แล้วคิดว่าฮอร์น เหมาะกับเพื่อนของคุณมากกว่าผมงั้นสิ”
“ใช่” บราวนี่ตอบห้วน ๆ
“เข้าใจล่ะ!”
“เข้าใจ...งั้นก็แปลว่าคุณจะคืนไวโอลินให้ฮอร์นใช่ไหม” คิ้วของพันเจียเลิกขึ้นมาเล็กน้อย พลางถอนหายใจออกมาอย่างเซ็ง ๆ ก่อนตอบ
“เอาเป็นว่าคุณไปถามไวโอลินดีกว่าไหม ว่าเธอรู้สึกยังไงกับฮอร์น ถ้าเธอบอกว่าเธออยากกลับไป ผมก็ยินดี! ขอตัวก่อนนะ” พูดจบ พันเจียก็เดินเลี่ยงออกไป ปล่อยให้บราวนี่ยืนครุ่นคิดอยู่เพียงลำพังว่า สรุปแล้วไวโอลินชอบใครกันแน่ ระหว่างฮอร์น หรือ พันเจีย