ผมโน้มหน้าไปหาพี่หลิน ผู้หญิงหมวยที่น่ารักที่สุดที่ผมเคยพบ“อะไร พล็อต” พี่หลินถามผมรีบชะงักหน้า เหย ตะกี้ทำไรลงไปวะ ขืนทำบ้าๆ ได้ออกจากงานตั้งแต่วันแรกแน่ๆ “เปล่าครับพี่” ผมรู้สึกอายและร้อนวูบที่หน้า“พล็อตนี่ตลกจังเนอะ” พี่หลินยิ้ม รอยยิ้มของเธอเหมือนดอกเหมยที่เบ่งบานไม่นานพี่หลินก็ขับรถส่งผมถึงบ้าน บ้านผมอยู่ในซอยเล็กๆ แถวลาดพร้าว“พรุ่งนี้อย่ามาทำงานสายล่ะ”ผมรับคำพร้อมยกมือไหว้ขอบคุณพี่หลิน “ไม่ต้องยกมือไหว้ขนาดนี้ก็ได้ พี่แก่ขนาดนั้นเชียว?” พี่หลินยิ้มและหัวเราะผมหัวเราะแฮะ แฮะ จากนั้นก็ปิดประตูรถ เดินเข้าบ้านที่เป็นตึกแถวสามชั้น ชั้นแรกก็เป็นห้องนั่งเล่น ชั้นสองก็ห้องนอน ชั้นสามก็ห้องเก็บของ
เมื่อเดินเข้าบ้านก็พบพ่อกับแม่ผมกำลังกินข้าวอยู่ พ่อผมเป็นชายหัวโล้นใส่แว่น ส่วนแม่ผมเป็นหญิงผมหยิก ทั้งคู่อายุราวสี่สิบกว่าๆ“เป็นไงบ้างพล็อต” แม่ผมรีบถาม“พอได้ครับ กำลังเรียนรู้งานอยู่”“ขอบใจนะลูก ที่ช่วยพ่อหาเงิน ตอนนี้พ่อกำลังหาที่ทำงานใหม่” พ่อบอกด้วยสีหน้าเศร้า“ไม่หรอกพ่อ ตอนนี้ใครๆ ก็ตกงานกัน”“ไม่รู้ทำไมเกิดเรื่องแย่ๆ แบบนี้ได้” แม่ผมบ่นพ่อเงยหน้ามองเพดานบ้าน “เรื่องมันเกิดตั้งแต่เมื่อหลายปีก่อน จีนกับอเมริกาทำสงครามการค้ากันอย่างรุนแรง ขึ้นภาษีสินค้าใส่กันไม่หยุด ลากประเทศพันธมิตรของตัวเองมาขึ้นภาษีใส่กันด้วย ทำเอาประเทศเล็กประเทศน้อยเดือดร้อนตามกัน ตอนนั้นคนอ่านข่าวไม่เข้าใจก็มองข้ามไป คนที่มองออกก็เตือนว่าเศรษฐกิจโลกมันจะแย่ ถึงตอนนี้ก็เห็นผลจริงๆ ทุกประเทศเศรษฐกิจแย่ไม่พอ โรงงานทยอยปิด หนี้เสียเพิ่มขึ้น..”เห็นพ่อเงียบไป ผมได้แต่พูดว่า “ครับ”ผมเดินไปจับแขนพ่อ เราสองคนมองตากัน “เราต้องผ่านช่วงเลวร้ายแบบนี้ไปให้ได้พ่อ” “อืม พ่อจะลองไปหางานทำอีกแรง”ถึงเศรษฐกิจจะแย่ แต่ครอบครัวเราสามคนก็รักกันดี สิ่งไม่ดีจากภายนอกอาจทำให้เราท้อได้ แต่ไม่มีวันทำลายความรักของครอบครัวเรา“จริงสิ งานที่ได้ทำเป็นยังไงบ้าง” พ่อถาม“อ้อ พอได้นะพ่อ กำลังเรียนรู้งานอยู่”แม่ผมยิ้มจับไหล่ผม “ค่อยๆ เรียนรู้ไปลูก มีอะไรก็มาบอกพ่อแม่ได้นะ”ผมพยักหน้ายิ้ม
เช้าวันต่อมาผมไปทำงานและรอให้ตลาดหุ้นเปิด ราคาหุ้นธนาคารรักเมืองไทยจาก 104 บาท ยังตกลงไปอีกเหลือ 93 บาท ข่าวลือเรื่องหนี้เสียธนาคารเป็นเรื่องจริงที่มีมูล ทำให้หุ้นตกลงไปเรื่อยๆ “พล็อต คุณวรเดชเรียก” พี่หลินเดินมาบอกผมที่โต๊ะทำงานผมเดินไปหาคุณวรเดชในห้องทำงาน คุณวรเดชวันนี้หน้าตาสดชื่นกว่าทุกครั้ง ดูทั้งหล่อทั้งน่าเกรงขามคุณวรเดชเห็นผมก็รีบลุกขึ้นเดินมาจับไหล่ผม“ทำได้ดีมากพล็อต เราเก่งมาก”“ขอบคุณครับ” “เอาล่ะ เธอรู้ไหมท่ามกลางวิกฤติเศรษฐกิจ จะเกิดอะไรขึ้นต่อ?” คุณวรเดชถาม“ไม่ทราบครับ” ผมไม่กล้าอวดฉลาดแหละ กลัวอายเค้า“ธนาคารแห่งประเทศไทยจะสั่งลดดอกเบี้ย เพื่อช่วยลดภาระให้คนซื้อบ้านซื้อรถ ลดต้นทุนการกู้เงินให้จ่ายดอกน้อยลง แน่นอนดอกเบี้ยเงินฝากก็ต้องลดลงด้วย” คุณวรเดชบอก“แน่นอน การลดดอกเบี้ยจะทำให้ธนาคารกำไรน้อยลง รายได้น้อยลง เพราะคนจ่ายดอกเบี้ยน้อยลง หุ้นธนาคารก็จะลงอีก ลงทุกตัว” รอยยิ้มของคุณวรเดชช่างมีความสุข ฟันขาวๆ ของเราปรากฏให้เห็น“หุ้นธนาคารที่ผมชอตไว้ ก็จะยิ่งตกลงไปอีก” คุณวรเดชบอกผมอึกอัก อ้าปากจะพูดแต่ก็ไม่กล้า คุณวรเดชสังเกตเห็น“อะไรรึ?” “เราได้..กำไรเยอะไหมครับ?” ผมถามแบบอึกอักผมรีบพูดต่อ “ถ้าตอบไม่ได้ก็ไม่เป็นไรนะครับ”คุณเวรชบอก “ได้สิ..ตอนนี้เรากำไรราวแปดสิบล้านแล้ว ถ้าหุ้นธนาคารตกอีกเราจะได้ถึงร้อยล้านหรือมากกว่า”หาเงินร้อยล้านได้ในวันสองวัน พระเจ้า นี่มันอะไรวะเนี่ย!ผมยิ้ม คุณวรเดชบอกว่า “ผมไม่ลืมคุณแน่ ตั้งใจทำงานนะพล็อต”
ผมเดินออกจากห้องคุณวรเดช คำพูดของเขาเหมือนมันทำให้ผมมีพลังเหมือนพวกขายตรงยังไงยังงั้นผมเริ่มทยอยปล่อยข่าวลือเกี่ยวกับธนาคารแห่งประเทศจะประกาศลดดอกเบี้ย ซึ่งจะบอกว่าข่าวลือก็ไม่ได้ เศรษฐกิจไม่ดีธนาคารแห่งประเทศไทยต้องลดออกเบี้ยช่วยอยู่แล้วการปล่อยข่าวลือของผม ทำให้หุ้นกลุ่มธนาคารทั้งหมดราคาตกหมดมากน้อยต่างกัน นักลงทุนโอดครวญผ่านคอมเม้นในเฟสบุ๊คไม่หยุด“ไรวะ หุ้นตกอีกแล้ว”“ฉันติดหุ้นธนาคารพิทักษ์ชาติที่ราคา 70 บาท ตอนนี้เหลือ 45 บาทแล้ว ทำอย่างไรดีคะ?”“จะลดดอกเบี้ยไปก็ไม่ได้ช่วยหรอกโว้ย เอาเวลาไปบริหารเศรษฐกิจดีกว่า”ผมอ่านคอมเม้นหน้าจอคอมพิวเตอร์ มันเต็มไปด้วยคำด่าและคำสบถหยาบคาย อารมณ์ของมนุษย์มันน่ากลัวยิ่งกว่าคลื่นทะเลคลั่งอีก
ราวเจ็ดวันผ่านไป ธนาคารแห่งประเทศไทยประชุมฉุกเฉินประกาศลดดอกเบี้ย จาก 4% เหลือ 3% ซึ่งถือว่าเป็นการลดดอกเบี้ยครั้งใหญ่มาก ปกติการขึ้นลงดอกเบี้ยจะขึ้นลงไม่เกิน 0.25 – 0.5% แต่นี่ลดที 1% เลย แสดงว่าสถานการณ์ของประเทศย่ำแย่จริงๆแต่พวกผมกลับยิ้มแก้มปริ บริษัทเราชอตหุ้นกลุ่มธนาคารไว้เยอะมาก หุ้นยิ่งลงเรายิ่งได้กำไร วันนี้คุณวรเดชเรียกผมเข้าไปพบ คุณเวรเดชไม่พูดมาก เขายื่นเช็คให้ผม1 แสนบาท !! ผมตกใจ ทำงานไม่ถึงเดือนผมได้เงินเยอะขนาดนี้เลยเหรอ “ฉันเป็นคนแฟร์ เธอทำงานเหนื่อย ฉันก็ไม่ทิ้งเธอหรอก”ผมรีบยกมือไหว้ขอบคุณด้วยความอ่อนน้อม คุณวรเดชก็ตบไหล่ผม“เอาไปซื้อเสื้อผ้า แต่งตัวหล่อๆ ยังจะมีเยอะกว่านี้อีก”เฮ่ย ยังจะได้เยอะกว่านี้อีกเหรอ“ฉันมีงานให้เธอทำ ฉันจะให้เธอกับหลินไปพบลูกค้า”“ลูกค้าอะไรเหรอครับ?”“เป็นคุณหญิงคนหนึ่งมีเงินเก็บเป็นร้อยล้าน แต่ไม่รู้จักใช้ ตอนนี้บริษัทเราต้องการเงินทุนมหาศาลเพื่อซื้อหุ้นตอนที่ราคามันตกสุดๆ เธอไปชวนเขามาลงทุนกับบริษัทเราทำได้ไหม?”คุณวรเดชจ้องหน้าผม “เธอหาทางเกลี้ยกล่อมเอาเงินผู้หญิงคนนั้นมาให้ได้ ถ้าเธอทำได้ฉันให้ 10%”10% มันสิบล้านเหรอวะเนี่ยไม่สำเร็จก็แค่เสมอตัว สำเร็จก็ได้สิบล้าน ผมตาโต ชีวิตผมจะเป็นเศรษฐีในชั่วข้ามคืน!!
จบตอนที่ 4คุณผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร พล็อตจะปัญญาในการชวนผู้หญิงคนนั้นมาลงทุนได้ไหม? โปรดติดตาม