บ้านหลิน หมู่บ้านถังเจีย เมืองฉางผิง
กว่าทั้งคู่จะกลับมาถึงบ้านหลินก็ปลายยามเว่ย[1]แล้ว หลินหยุนซีให้หลินอี้เหมยตามนางกลับมาที่ฝั่งบ้านสามเพื่อนำลูกปัดไปทำเครื่องประดับ ก่อนจะแยกย้ายกันนางได้ให้ตัวอย่างปิ่นปักผมกับต่างหูแก่หลินอี้เหมยไปด้วย และเพราะเหตุนี้เองทำให้หลินหยุนซีไม่รู้เลยว่าหลินอี้เหมยจะเกิดเื่ราวเข้าจนได้
แม้บ้านหลินจะยากจนแต่เพราะการขยันทำงานของสมาชิกส่วนใหญ่ในบ้านทำให้ใน่เวลาหนึ่งได้มีการต่อเติมห้องแยกเพื่อรองรับสมาชิกของบ้านที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แต่ก็ไม่ใช่ห้องที่ดีอะไรแค่แยกสัดส่วนเท่านั้น
เมื่อหลินอี้เหมยมาถึงปีกฝั่งตะวันออกซึ่งเป็ห้องของบ้านใหญ่ นางก็พบว่ามีสมาชิกไม่ได้รับเชิญยืนถมึงทึงอยู่
“ว่าแล้วเชียวเ้ากับซีซีอู้งาน! ไม่ดูบ้างเลยว่านี่ยามใดแล้ว แค่ขายผ้าปักจะใช้เวลานานขนาดนี้ได้อย่างไร ข้าจะฟ้องท่านย่า!” เสียงแสบแก้วหูดังขึ้น
“ข้ากับซีซีเข้าไปขายผ้าปักในเมืองเพราะอยากได้เงินมากขึ้น เ้าก็รู้ว่าร้านขายผ้าในเมืองได้เงินมากกว่า” หลินอี้เหมยกำเงินในใส่ไว้เสื้อแน่นจนเหงื่อออกฝ่ามือ นางจะให้หลินตี้รู้ไม่ได้เด็ดขาดว่านางมีเงินมากมายขนาดนี้
แต่มีหรือที่หลินตี้จะจับพิรุธไม่ได้ นางสาวเท้าเข้ามาใกล้หลินอี้เหมยแล้วถามเสียงแหลมว่า
“อี้เหมยที่มือเ้ามีอะไรขอข้าดูหน่อย!”
หลินอี้เหมยถอยกรูดจนเกือบสะดุดธรณีประตู แม้จะรักษาลูกปัดไว้ได้แต่เงินส่วนแบ่งบางส่วนของนางกลับหล่นไปตรงเท้าของหลินตี้ สายไปเสียแล้ว..แม้นางจะตะครุบไว้ก็ไม่ทัน
“จึ๊ๆๆ เงินตำลึงมีเยอะขนาดนี้ เ้าไปเอาเงินมากขนาดนี้มาจากที่ใดกัน!”
“ข้า..ข้าขายผ้าปักได้”
“ข้าไม่เชื่อ เ้าต้องปักกี่ผืนกันถึงจะได้เงินมากเพียงนี้ หรือว่าร้านในเมืองที่เ้าไปส่งผ้าให้ให้ราคางาม” เมื่อถูกสายตาจับผิดของหลินตี้มองมา หลินอี้เหมยก็ถึงกับปาดเหงื่อ
“ก็ไม่เชิง ส่วนของบ้านสามที่ได้เงินมากกว่า เ้าก็รู้ว่าฝีมือท่านอาสะใภ้สามนั้นดีแค่ไหน”
“เ้าอย่ามาโกหกข้า! ่นี้ป้าสะใภ้สามไปลงแปลงนา งานปักผ้าจะมีมากได้อย่างไร นางจะเอาเวลาที่ไหนไปทำ เงินส่วนนี้ต้องเป็เงินของข้าด้วยเพราะข้าฝากเ้าไปขายตั้งสามผืน”
หลินอี้เหมยหน้าเสียเมื่อได้ฟังเช่นนั้น เงินพวกนี้จะเป็ของหลินตี้ได้อย่างไร นี่เป็เงินที่นางหามาอย่างยากลำบาก แต่นางจะทำอย่างไรได้ตอนนี้ท่านแม่ก็ไม่อยู่ หลินหยุนซีก็อยู่อีกฝั่ง ตัวนางจะเถียงสู้หลินตี้คงไม่ไหว
“ไม่ได้ของเ้ามีราคาเพียง 1 เฉียน 8 อีแปะเท่านั้นเงินพวกนั้นไม่ใช่ของเ้า ท่านย่าบอกท่านแม่ข้าไว้เมื่อวานว่าผ้าเช็ดหน้าปักแต่ละผืนจะต้องให้เข้ากองกลางผืนละ 5 อีแปะ หากขายได้มากกว่านั้นจะยกให้ข้าไว้เป็สินเดิม”
“ข้าไม่เชื่อ เ้าขโมยเงินท่านย่ามาแน่ๆ!!”
“ใครขโมยเงินข้า!?” เสียงชราดังลั่นขึ้นด้านหลังจนหลินอี้เหมยตัวสั่น
เมื่อเห็นว่าเ้าของเสียงเป็ใครหลินตี้จึงยิ้มประจบและเดินเข้าไปฟ้องทันที
“ท่านย่าเ้าคะ ข้าเห็นอี้เหมยทำลับๆ ล่อๆ ก็เลยมาดูเสียหน่อย ดูสิเ้าคะว่าข้าเจออะไร มีเงินเกือบยี่สิบตำลึงแน่ะ อี้เหมยบอกว่านี่เป็เงินของนางและบ้านสาม แล้วยังบอกอีกด้วยว่าท่านย่าให้ส่วนแบ่งจากการขายผ้านาง”
แม่เฒ่าหลินมองไปที่เงินที่หลินตี้ส่งให้ แล้วเอ่ยขึ้น “ใช่ข้าบอกกับสะใภ้ใหญ่ไว้เช่นนั้นจริงๆ ไม่ว่าจะใครก็ตามในบ้านหากปักผ้าเช็ดหน้าจะต้องเอาเงินเข้ากองกลาง 5 อีแปะต่อผืน ส่วนต่างที่เหลือคือความสามารถของพวกเ้าและพวกเ้ารับผิดชอบเื่ด้ายและผ้ากันเอง ข้าจึงมอบให้ไว้เป็สินเดิม”
หลินตี้ได้ฟังดังนั้นก็รู้สึกไม่ยินยอมเพราะผ้าปักของนางขายได้มากสุดก็แค่ 6 อีแปะ หากต้องให้กองกลาง 5 อีแปะและหักต้นทุนนางก็เรียกได้ว่าไม่ได้กำไรแถมยังเข้าเนื้อค่าด้ายอีกด้วยซ้ำ! แต่ก่อนที่หลินตี้จะพูดอะไร แม่เฒ่าหลินก็จ้องหน้าหลินอี้เหมยแล้วถามคำถามที่หลินอี้เหมยไม่อยากได้ยินที่สุดขึ้นมา
“อาเหมยเงินพวกนี้เป็เงินจากการขายผ้าปักแน่หรือ แล้วเป็ส่วนของเ้าทั้งหมด?”
หลินอี้เหมยอยากจะร้องไห้ เมื่อถูกจี้ถามเช่นนี้ก็จำเป็ต้องบอกความจริง “เงินส่วนนี้เป็ของข้าแต่ไม่ทั้งหมดเ้าค่ะ ข้าปักผ้าได้สามผืนจึงต้องมอบให้ท่านย่า 1 เฉียน 5 อีแปะ ส่วนเงินที่ขายผ้าปักของอาสะใภ้สามและของอาตี้อยู่กับซีซี”
“เหลวไหล! อาตี้เ้าไปเรียกซีซีมา ข้าจะถามให้รู้เื่” แม่เฒ่าหลินตะคอกเสียงดังจนไหล่ของหลินอี้เหมยสั่นด้วยความกลัว
“ได้เ้าค่ะท่านย่า” หลินตี้ขานรับแล้วรีบไปฝั่งบ้านสามทันที
หลินหยุนซีเลิกคิ้วแปลกใจเมื่อเห็นว่าผู้ใดมา นี่คงไม่ใช่มาหาเื่นางหรอกกระมัง เหตุใดจึงดูเหมือนสะใจเช่นนั้น
“ซีซีท่านย่าเรียกเ้าไปหาที่ฝั่งบ้านใหญ่แน่ะ เ้าตายแน่ รวมหัวกับอี้เหมยขโมยเงินท่านย่า” หลินอี้เหมยเหยียดปากใส่หลินหยุนซี
“เป็สาวเป็นางปากเหม็นเสียจริง” หลินหยุนซีคร้านจะตอบโต้ นางทำท่าปิดจมูกคล้ายอาเจียนแล้วเดินไปทางบ้านใหญ่ เห็นทีว่าคงเกิดเื่กับคนของนางเสียแล้ว
ทันทีที่เดินเข้ามา ภาพที่เห็นก็คือหลินอี้เหมยน้ำตาคลอ แล้วยังมีหญิงชราบ้านหลินยืนหน้าดำอยู่ โดยด้านข้างหญิงชราก็มีนางโจวชิวหยา นางหลิวลี่ฮวาและนางซูซุนลี่มารดาของนางอยู่ด้วย ของมองดูก็รู้ว่าสถานการณ์ไม่ค่อยจะดีสักเท่าไหร่
“ท่านย่า ท่านป้าสะใภ้ใหญ่ อาสะใภ้สี่ ท่านแม่” หลินหยุนซีเอ่ยทักทายสั้นๆ
“มาแล้วหรือนังตัวดี แต่ไหนแต่ไรอี้เหมยของบ้านใหญ่ไม่เคยทำตัวเหลวไหล แต่พอเ้ากลับมาและไปมาหาสู่กับนางดูซิเนี่ยริอ่านเป็ขโมย” นางหลิวลี่ฮวาที่เพิ่งมาก่อนหน้าหลินหยุนซีได้ไม่นานเอ่ยขึ้น
“อาสะใภ้สี่หากท่านไม่มีหลักฐานก็อย่าได้กล่าวหากันมั่วๆ เลยเ้าค่ะ ถึงตัวข้าจะไม่ใช่คนดีอะไรแต่ก็ไม่ได้มีนิสัยลักเล็กขโมยน้อย อี้เหมยก็เช่นกันนางเป็คนดี”
หลินตี้เดินไปยืนข้างนางหลิวลี่ฮวาเอ่ยอย่างถือดี “แล้วเงินเกือบยี่สิบตำลึงนี้เ้าจะว่าอย่างไร!”
“นั่นมันเงินที่อี้เหมยหามาได้ด้วยตัวนางเอง” หลินหยุนซีสูดหายใจเข้าลึกๆ ในเมื่อเื่มาถึงขั้นนี้แล้วเพื่อไม่ให้หลินอี้เหมยถูกกล่าวหา นางจึงตัดสินใจพูดถึงเื่กำไลลูกปัด
“่นี้ที่ข้ามาสนิทกับอี้เหมยก็เพราะว่าอี้เหมยรุ่นราวคราวเดียวกับข้าอีกทั้งยังเป็คนดีมีคุณธรรม และอย่างที่ข้าบอกท่านย่าเมื่อหลายวันก่อน ตัวข้า้าให้อี้เหมยสอนข้าปักผ้า ส่วนข้าก็ตอบแทนนางด้วยการสอนนางทำเครื่องประดับจากลูกปัด เราสองคนทำกำไลลูกปัดแล้วนำไปขายที่ร้านเครื่องประดับในเมืองวันนี้และแบ่งส่วนแบ่งกัน เงินสี่ตำลึงเป็ของอี้เหมย ส่วนเงินค่าผ้าปักของท่านแม่และของอาตี้อยู่ที่ข้าเ้าค่ะ ของอาตี้มี 1 เฉียน 8 อีแปะ ส่วนผ้าปักท่านแม่มีหนึ่งผืนแต่เป็ปลอกหมอน 1 ตำลึง เงินจากกำไลลูกปัดเดิมที่มิได้ใช้ทุนของท่านย่า และท่านย่าเองก็ยังไม่เคยพูดว่าจะหักเงินจากรายได้ส่วนนี้เพราะฉะนั้นข้ากับอี้เหมยก็มีสิทธิ์ที่จะเก็บเงินที่หาได้จากน้ำพักน้ำแรงตัวเองเอาไว้มิใช่หรือเ้าคะ?”
“นั่นไงข้าว่าแล้วเชียว! พวกเ้าใส่ร้ายลูกข้า อย่างอาเหมยหรือจะเป็ขโมย ถึงข้าจะจนแต่ก็ไม่เคยสอนให้ลูกเป็ขโมย ท่านแม่ ท่านควรจะฟังที่ซีซีพูดบ้าง เสียงอีการ้องไม่ควรเอามาใส่ใจนะเ้าคะ” นางโจวชิวหยาจ้องมองสองแม่ลูกบ้านสี่อย่างไม่พอใจ จนนางหลิวลี่ฮวารู้สึกไม่ยินยอม
“พี่สะใภ้ใหญ่ที่ซีซีพูดก็ไม่ถูกเสียทีเดียว อีกทั้งยังมีช่องโหว่มากมาย นางบอกว่าไม่ได้ใช้ทุนของบ้านในการซื้อลูกปัดนั่น มันจะเป็ไปได้อย่างไร อายุเพียงนี้จะเอาเงินมาจากไหน? เงินพวกนั้นต้องได้มาโดยมิชอบแน่ๆ เ้าค่ะ”
หลินหยุนซีถึงกับหัวเราะเสียงดังเมื่อได้ฟังวาจาของนางหลิวลี่ฮวา
“ฮ่าๆ ข้ารู้แล้วว่านิสัยของอาตี้เหมือนใคร เที่ยวกล่าวหาปรักปรำผู้อื่นที่แท้ก็เพราะมีแบบอย่างเช่นนี้นี่เอง พวกท่านอยากรู้จริงหรือเ้าคะว่าข้าเอาเงินทุนมาจากที่ใด เอ..ท่านย่าท่านจะให้ข้าป่าวประกาศเลยหรือไม่?”
[1] ยามเว่ย = 13.00 น.- 15.00 น.