วัณพิทักษ์มนต์ตรา ตอน 7
ณ ห้องพักส่วนตัวของท่านวัณ
ภายในบ้านเช่าที่เงียบสงัด ท่านวัณ นั่งสมาธิอยู่บนอาสนะ ร่างกายอาบด้วยแสงสีทองอ่อนๆ ดวงจิตที่ทรงอานุภาพรับรู้ถึงเหตุการณ์ล่วงหน้าด้วยญาณหยั่งรู้ ท่านััได้ถึงพลังงานพุทธคุณที่เข้มขลังกำลังเคลื่อนที่ใกล้เข้ามาจากฝั่งตรงข้าม
“หมวดอาคม... เ้าช่างเป็มนุษย์ที่รู้อยากเห็นเสียจริง” วัณพึมพำในใจอย่างเอ็นดู
เพื่อไม่ให้เกิดการปะทะของพลังงานจนเป็จุดสังเกต และเพื่อคุ้มครองเหล่าบริวารภูตผีที่เพิ่งกลับใจไม่ให้ต้องแตกกระเจิงด้วยอำนาจตะกรุด วัณจึงค่อยๆ ส่งพลัง "เกราะแก้วมณีโชติ" แผ่ออกไปครอบคลุมอาณาบริเวณบ้านเช่าไว้ทั้งหมด พลังนี้จะช่วยสลายแรงกระแทกจากอาคมทางโลกให้กลายเป็เพียงกระแสลมที่ว่างเปล่า
หน้าประตูรั้วบ้านเช่า
อาคม เดินข้ามถนนมาด้วยท่าทางสุขุม มือขวาของเขาล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกง กำ ตะกรุดพุทธคุณ ของปู่ไว้แน่น ปากบริกรรมคาถาหัวใจพระรัตนตรัยเบาๆ เพื่อส่งพลังไปตรวจสอบชายหนุ่มรดน้ำต้นไม้ตรงหน้า
"สวัสดียามเช้าครับคุณยม" อาคมทักทายพลางขยับเข้าไปใกล้ ในจังหวะนั้นเขาแอบปลดปล่อยพลังจากตะกรุดเพื่อ 'ลองวิชา' ใส่ยมโดยตรง หวังจะเห็นปฏิกิริยาตอบโต้หากคนตรงหน้าไม่ใช่คนปกติ
แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกลับทำให้อาคมถึงกับอึ้ง! นายยม ยังคงฮัมเพลงรดน้ำต้นไม้ต่อไปอย่างใจเย็น ไม่มีอาการสะดุ้งหรือรังสีปีศาจปรากฏออกมาให้เห็นแม้แต่น้อย พลังพุทธคุณที่อาคมมั่นใจนักหนากลับดูเหมือนเป็เพียง 'เครื่องประดับธรรมดา' ที่ไม่มีฤทธิ์เดชใดๆ เมื่ออยู่ต่อหน้านายยม
"อ้าว... หมวดอาคม มีอะไรหรือเปล่าครับ? เห็นจ้องผมตาไม่กะพริบเลย" ยมหันมาถามพร้อมรอยยิ้มทะเล้นตามสไตล์
อาคมรีบชักมือออกจากกระเป๋า แสร้งเกาหัวแก้เก้อ "อ๋อ... เปล่าครับคุณยม พอดีเห็นคนมาช่วยงานเยอะ เลยกะจะมาถามว่าจ้างบริษัทไหน แต่ดูท่าทางคุณคงยุ่งๆ ผมไม่กวนดีกว่า"
อาคมรีบกล่าวทักทายพอเป็พิธี ก่อนจะกึ่งเดินกึ่งวิ่งกลับไปที่รถด้วยความสับสนในใจ 'ตะกรุดปู่ไม่เคยพลาดนี่นา... หรือว่าเขาจะเป็คนธรรมดาที่ดวงแข็งจริงๆ?'
"พี่น้ำมนต์ พี่จอย พี่ฝน ขึ้นรถครับ! เดี๋ยวไปทำงานสาย" อาคมะโเรียกสาวๆ พลางรีบสตาร์ทรถเบนซ์ขับออกไปทันที ทิ้งให้นายยมยืนขำเบาๆ อยู่หน้าบ้าน
"เกือบไปแล้วนะเ้าหนู... ดีที่ท่านวัณท่านเมตตากางเกราะไว้ให้ ไม่อย่างนั้นตะกรุดนั่นได้ไหม้คามือเ้าแน่" ยมพึมพำก่อนจะหันไปรดน้ำต้นไม้ต่ออย่างสบายใจ
ความสงสัยที่ก่อตัว
หน้าบ้านพิทักษ์กองทรัพย์: 06:45 น.
อาคม เดินกลับมาที่รถ Toyota 4 ประตู สีขาวของพี่สาวด้วยท่าทางครุ่นคิด เขาเปิดประตูให้ น้ำมนต์ และเพื่อนสนิทอีกสองคนคือ จอย และ ฝน ซึ่งทั้งสามคนเป็เพื่อนพยาบาลรุ่นเดียวกัน อายุเท่ากัน และสนิทกันมากจนเหมือนพี่น้อง
ขณะที่อาคมกำลังจะสตาร์ทรถ ฝน ก็ชะเง้อคอมองลอดกระจกไปที่หน้าบ้านเช่าฝั่งตรงข้าม พลางสะกิด จอย เบาๆ "นั่นไงแก! คนนั้นไง ที่เราเจอตอนเคสคุณเหน่งรถคว่ำคราวก่อนน่ะ"
ฝนหันไปบอกน้ำมนต์ที่นั่งเบาะหน้า "ใช่เลยน้ำมนต์ คนนี้แหละที่เข้ามาช่วยพวกเราวันนั้น ตอนที่คนมุงกันเต็มถนนจนพวกเราทำงานลำบาก เขาใจดีมากนะแก เข้ามาช่วยยืนกันพวกไทยมุงออกไปให้พ้นทาง จนพวกเราดึงร่างคุณเหน่งออกมาได้สะดวกน่ะ"
จอยพยักหน้าสำทับ "จริงด้วย วันนั้นวุ่นวายสุดๆ ถ้าไม่ได้เขาช่วยกันคนออกไป ป่านนี้พวกเราคงโดนหมอด่าแน่ที่กู้ชีพช้า"
ปมปริศนาในใจหมวดอาคม
อาคมฟังพยาบาลสาวทั้งสามคุยกันพลางขมวดคิ้วแน่น เขาเหยียบเบรกค้างไว้ก่อนจะออกรถ "พี่น้ำมนต์... เมื่อกี้ตอนผมเดินไปทักเขา ผมยังไม่ได้แนะนำตัวเลยนะ"
"ทำไมเหรอคม?" น้ำมนต์ถามน้องชายอย่างสงสัย
"เขารู้จักผมครับพี่... เขาแค่รดน้ำต้นไม้ชิลๆ แต่เขากลับเรียกผมว่า 'หมวดอาคม' ชัดถ้อยชัดคำ ทั้งๆ ที่ผมยังไม่ได้บอกชื่อหรือยศกับเขาเลยสักคำเดียว แถมตะกรุดปู่ที่ผมพกมา... พอลองส่งกระแสจิตตรวจสอบเขาดู กลับรู้สึกเหมือนส่งพลังไปกระทบกับกำแพงเปล่าๆ ไม่มีปฏิกิริยาอะไรเลย"
น้ำมนต์นิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะตัดบท "เขาอาจจะแอบได้ยินคนในหมู่บ้านเรียกชื่อเรามั้งคม อย่าคิดมากเลย รีบไปเถอะ เดี๋ยวพวกเราสามคนไปขึ้นเวรสายนะ"
อาคมพยักหน้าแบบจำนน แต่ในใจเขายังคงวนเวียนอยู่กับปริศนาของเพื่อนบ้านใหม่คนนี้ ั้แ่ย้ายเข้ามา "คุณวัณ" ผู้เป็เ้านายก็เก็บตัวเงียบจนไม่มีใครเคยเห็นหน้า แม้แต่คนในหมู่บ้านที่ว่าสอดรู้สอดเห็นที่สุด ก็ยังไม่เคยได้ยลโฉมบุรุษลึกลับรายนั้นเลยสักครั้งเดียว มีเพียงนายยมคนนี้ที่เป็หน้าด่านคอยจัดการทุกอย่าง
เงามืดที่กำลังคืบคลาน
ในขณะที่รถ Toyota ทะยานออกจากหมู่บ้านมุ่งหน้าสู่โรงพยาบาล นายยม ก็ลดสายยางลงพลางมองตามท้ายรถไปพร้อมรอยยิ้มมุมปาก "ช่างสังเกตสมเป็ตำรวจดีแท้... แต่ระวังตัวไว้หน่อยก็ดีนะหมวดอาคม
'แขกที่ไม่ได้รับเชิญ' กำลังจะมาเยือนแล้ว"
เขาััได้ถึงไอ อาคมมืด ซึ่งรุนแรงและกระหายเืกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา เพราะมันคือกลิ่นอายของ "ที่กำลังถูกปลุกขึ้นมาด้วยความอาฆาต!