ตอนที่ 22 จากไปอยู่ด้วยกัน
หลังจากวันที่อู๋เจี๋ยมากินข้าวที่บ้านของลู่เหลียน อู๋เจี๋ยรู้สึกได้ว่าหัวใจและอารมณ์ของตนเองผิดปกติ คิดถึงนางอยู่ได้ขนาดนางยังไม่ได้คิดอะไรกับเขาเกินเลย หรือจะเป็เขาที่คิดไปเองข้างเดียว
“อาเฟิงตอนนี้นางทำอะไรถามหาข้าหรือไม่”
“นางยังคงปลูกผักเลี้ยงปลา ข้าก็ไม่รู้อะไรมากแต่นางไม่อยู่เฉย ตัวเล็ก ๆแต่ว่องไวเหลือเกิน”
“ท่านไปหานางแล้วถามนางเองไม่ดีกว่าหรือ”
“ก็จริงของเ้าพรุ่งนี้ค่อยไปหานาง เ้าไปแจ้งให้ข้าด้วย”
เมื่อได้ยินคำสั่งอาเฟิงรีบออกไปทันที เห็นอาการของท่านแม่ทัพแล้วอยากจะจับตีก็ไม่ได้ ท่านไม่รู้ใจตัวเองหรืออย่างไร ร้อยวันพันปีจะมองสตรีสักคน ก็ไปชอบเด็กสาวที่ยังไม่ปักปิ่น สงสัยชอบกินเด็ก
“ท่านพูดจริงหรือพรุ่งนี้ท่านเจี๋ยจะมาหาข้า”
“ข้าไม่โกหกเ้าต้องให้บอกกี่ครั้ง”
“ขอบคุณพรุ่งนี้ข้าจะทำอาหารเผื่อท่านด้วย”
“จริงหรือ” อาเฟิงดีใจเพราะต้องทนได้กลิ่นอาหารที่ทำให้หิวทุกครั้งที่มาเฝ้านาง แต่ไม่เคยได้กินเลยสักครั้ง หากให้มาแจ้งแบบนี้ทุกครั้งข้าก็จะได้กินใช่หรือไม่
พรุ่งนี้เย็นเขาจะมากินข้าวที่บ้านของลู่เหลียน ข้าจะทำอะไรให้เขากินดี นอกจากอาหารจานเนื้อเท่านั้นที่บุรุษชอบ เขาคงชอบกินของที่ข้าทำทั้งนั้นแหละ
ต้องบอกท่านแม่เสียก่อน จะได้กินพร้อมกัน เขาคงมาไม่ดึกมากท่านแม่คงรอได้ ระหว่างที่ลู่เหลียนมัวแต่เตรียมอาหาร ได้มีชายชุดดำแอบเข้ามา ใส่บางอย่างลงในกาน้ำชาของแม่นาง โดยที่ไม่มีใครรู้ตัว
“ท่านแม่วันนี้พี่เจี๋ยจะมากินข้าวด้วยท่านรอกินพร้อมกันนะเ้าคะ”
“ไม่ดีกว่าเ้ากินกันเถอะ” ตอนนี้นางรู้สึกร่างกายไม่ดี ไม่อยากให้ใครเห็นอาการ และอีกอย่างหากชายผู้นั้น รักลูกสาวจริง นางจะได้ไม่ห่วงว่าลูกสาวจะไม่มีใครดูแล
“อีกแล้วท่านแม่ชอบแอบกินคนเดียว” ลู่เหลียนเห็นว่า่นี้ท่านแม่ดูแปลก ๆกินข้าวได้น้อยไม่รู้ว่าจะเป็อะไรหรือไม่ สัญชาตญาณของพยาบาลเก่ามันบอก คงไม่มีอะไรข้าคิดมากไปเองแน่
ลู่เหลียนเริ่มลงมือทำงานประจำวันของนางในทุกวัน รดน้ำผักรอบเรือนที่ตอนนี้เติบโตงดงาม บางอย่างเริ่มออกดอกออกผล เพื่อรอการเก็บเกี่ยวนางจะได้กินผักที่นางปลูกเสียที
สมกับที่ลงทุนลงมือนำน้ำลงมาจากน้ำตก ปลาในบ่อก็เริ่มเพิ่มปริมาณขึ้นมาบ้าง มันออกลูกแล้วโตเลยหรืออย่างไร ช่างมันคิดไปปวดหัว ไปเตรียมทำอาหารเช้าให้ท่านแม่ดีกว่า
วันนี้ท้องฟ้าสีแปลกมาก มันบ่งบอกสิ่งใดอย่างนั้นหรือ ลู่เหลียนไม่สบายใจเลย ไปดูท่านแม่เสียหน่อย
“ท่านแม่เป็อย่างไรบ้างไม่ออกมากินข้าวเลย” แปลกมาหลายวันกินข้าวได้น้อย ท่านแม่จะเป็อะไรหรือไม่
“ท่านแม่..เป็อะไรหรือไม่” นางชักแปลกปกติแม่ของนางไม่เคยเงียบแบบนี้มาก่อน
ลู่เหลียนเดินเข้าไปยังห้องของท่านแม่ และเห็นท่านแม่ของนางยังคงนอนอยู่ คงหลับอยู่สินะว่าแล้วทำไมไม่ตอบ
“เย็นมากแล้วท่านหลับนานไปหรือไม่ลุกมากินข้าวบ้างท่านแม่”
ไม่มีเสียงของท่านแม่ของลู่เหลียน นางมองเห็นผ้าที่มีเืตกอยู่บนพื้น จึงหยิบขึ้นมาดูแล้วจึงเห็นว่ามีเือยู่บนผ้าผืนนั้นมากมาย
เมื่อไหร่กันที่ท่านเป็แบบนี้ ลู่เหลียนจึงปลูกแม่ของนาง เขย่าตัวเท่าไหร่แม่ของนางก็ไม่ขยับ
“ท่านแม่ท่านตื่นมากินข้าวกับข้าก่อน”
“ท่านแม่ข้าอยากอยู่กับท่านนาน ๆ”
“ท่านแม่รีบไปหาลูกของท่านทำไม”
“ท่านไม่รักข้าแล้วอย่างนั้นหรือ”
ลู่เหลียนไม่รู้จะทำอย่างไรดีตอนนี้แม่ของนางสิ้นใจ โดยที่นางไม่รู้ นางมาที่นี่เพื่อดูแลท่านแต่ท่านมาจากไป สิ่งที่ข้าทำมาทั้งหมด จะทำไปเพื่ออะไรกัน
ฮือ ฮือ เสียงร้องไห้ของลู่เหลียนดังทั่วป่า ส่วนคนที่กำลังมายังบ้านของนาง ใที่ได้ยินเสียงร้องไห้ ที่ดังก้องป่า เป็นางแน่นอนเกิดสิ่งใดที่บ้านนาง
“พี่เจี๋ยท่านแม่เป็อะไรไม่รู้ ไม่ตื่นขึ้นมากินข้าว”
“เกิดอะไรขึ้น” อู๋เจี๋ยใเช่นกันที่มาเจอนางร้องไห้หน้าเตียงของแม่นาง
“อาเฟิงมาดู” อู๋เจี๋ยเรียกอาเฟิงมาดูอาการของแม่นางทันที แต่สิ่งที่ได้รับมากลับเป็ เสียงที่ไม่ได้ยิน อาเฟิงเงียบและส่ายหน้าให้ท่านแม่ทัพ
“ท่านรักษาท่านแม่ข้าได้หรือไม่ ใช่พาท่านแม่ไปหาหมอ” ลู่เหลียนที่ตอนนี้ใจนลืมว่าตนเองเป็พยาบาลมาก่อน แค่จับชีพจรก็รู้ว่าแม่ของนางจากไปแล้ว นางนั่งร้องไห้จนหมดสติไป
ส่วนท่านแม่ทัพมาเจอเหตุการณ์แบบนี้ เหตุใดแม่ของนางจากไปเร็วอย่างนั้นหรือ
“ท่านแม่ทัพขอรับ เป็อย่างที่ท่านคิด”
“เมื่อไหร่กัน”
“น่าจะไม่กี่ชั่วยามก่อนท่านมาขอรับ”
“ถ้าเป็เช่นนั้นนางก็ไม่ปลอดภัยเราต้องพานางไปด้วย”
“ขอรับข้าจะรีบจัดการเื่การทำศพของแม่นางอย่างดี”
ลู่เหลียนที่ตอนนี้เสียใจจนหมดสติ ไม่รู้เลยว่าตอนนี้นางต้องเข้าไปอยู่ในค่ายทหารกับท่านแม่ทัพ และต้องปลอมตัวเป็ชายเพื่ออยู่ในค่าย
“เ้าเป็อย่างไรบ้าง”
“ท่านแม่อยู่ไหนท่านพาไปรักษาแล้วหรือไม่พี่เจี๋ย” ลู่เหลียนฟื้นสติขึ้นมา ไม่ได้ดูว่าตอนนี้อยู่ที่ไหน นางก็ถามหาแม่ทันที
“แม่ของเข้าจากไปแล้ว”
“ไม่จริงท่านโกหก แม่ข้าแค่หลับไป ข้าไปเรียกแม่มากินข้าวอยู่เลย” ลู่เหลียนร้องไห้อีกครั้ง ทำให้จิตใจของท่านแม่ทัพทรมานไปด้วย ข้าไม่ชอบให้นางร้องไห้แบบนี้เลย
“ท่านพาข้าไปหาท่านแม่ได้หรือไม่”
“ย่อมได้แต่ตอนนี้เ้าต้องเปลี่ยนเสื้อผ้าเสียก่อน” อู๋เจี๋ยเตรียมเสื้อผ้าสีขาว เพื่อให้นางส่งศพท่านแม่ของนางเป็ครั้งสุดท้าย เพราะนางหลับไปหนึ่งวันหนึ่งคืน ขบวนส่งศพเล็กๆของท่านแม่ ลู่เหลียนนางไม่รู้ธรรมเนียมได้แต่ทำตามคำสั่งของอู๋เจี๋ยเท่านั้น
นางเหมือนตุ๊กตาจับนั่ง จับวาง จับทำอะไรนางก็ทำหมดโดยที่ไม่มีสติเลย นางทำไปโดยไม่รู้ตัว จิตใจของนางเลื่อนลอย ข้าไม่อยากให้นางเป็แบบนี้เลย ข้าต้องทำอย่างไรนางถึงจะหายจากอาการแบบนี้
“เ้าต้องมาอยู่กับพี่ในค่ายทหาร”
ไม่มีเสียงตอบรับจากนาง ถ้าอย่างนั้นข้าตัดสินใจแทนนางเองละกัน หากระโจมให้นางเพื่อจะได้อยู่ใกล้ ๆข้าและดูแลนางได้ง่าย รอนางรู้ตัวเมื่อไหร่ข้าค่อยบอกนางเื่ที่นางต้องอยู่กับเขา
รอนางฟื้นสติก่อนจะรู้หรือไม่ว่าอยู่ที่ไหน