ตอนที่ 11 : ความฝันของเหล่าเด็กใหม่
“งะ... ท่านโอฟีเลียเหรอ!?”
อาเรียเสียงสั่น ไม่สิ ตัวสั่นไปเลยเมื่อเห็นโอฟีเลียกับไอชาอยู่ข้างหลัง ท่าทางของเขาเหมือนกับถูกแฟนจับได้ว่ามีกิ๊กยังไงอย่างงั้น
แต่ที่น่าแปลกใจยิ่งกว่าคือเขาไม่ใช่คนเดียวที่ตัวสั่น
โกหกน่า... ทำไมถึงต้องเป็ตอนนี้ด้วย
พอโอฟีเลียมั่นใจแล้วว่าอีกฝ่ายคืออาเรีย ตัวเธอก็สั่นไปด้วย
โอฟีเลียกลืนน้ำลาย เหงื่อตกหน้าซีด อาการเธอหนักยิ่งกว่าอาเรียซะอีก
มีแต่ไอชาที่ยืนขมวดคิ้วกังวลแต่ก็ยังยืนเฉยได้อยู่ เธอเป็คนเดียวที่เก็บอาการไหว
ปฏิกิริยาชัดขนาดนี้ แน่นอนว่าเดลล์เองก็สังเกตเห็น
“อ้าว ๆ ทั้งสองคนรู้จักกันหรอกเหรอเนี่ย?”
เดลล์ยิ้มให้ทั้งสองฝั่ง ...เป็รอยยิ้มยียวนที่ทำเอาทั้งสามคนหวาดเสียวไปตาม ๆ กัน
ทั้งที่เจตนาของเขาก็แค่นึกสนุก อยากรู้ความสัมพันธ์ของทั้งสามคนก็เท่านั้น
บวกกับสายตาสนใจของสมาชิกคนอื่น ทั้งสามคนยิ่งรู้สึกเหมือนกำลังถูกสอบสวนไปใหญ่
“พวกเราเป็เพื่อนสมัยเด็กน่ะฮับ!” อาเรียลนลานแก้ตัวก่อน ถึงจะเผลอกัดลิ้นก็เถอะ
โอฟีเลียได้ยินแล้วจ้องอาเรียเขม็ง
แต่ก็โดนอาเรียหรี่ตาจ้องคืนจนเหงื่อตก โอฟีเลียเลยต้องหลบสายตาเขาอีก กลายเป็เธอที่เหงื่อตกแทน
ทำไมอาเรียอยู่ในสภาพนั้นล่ะ!?
ไม่สิ ที่สำคัญกว่านั้น... ถ้าอาเรียพูดอะไรไม่เข้าท่าออกมา เราไม่ได้เข้าคริสตัลคลาวด์แน่เลย!
อย่าพูดอะไรออกมาน้าาาา!!!!
โอฟีเลียได้แต่ภาวนา สายตาที่มองไปยังอาเรียดูออดอ้อนไม่เบา
อาเรียที่มองมาทางโอฟีเลียก็ทั้งสับสนทั้งกังวล
ทั้งคู่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก
...แต่มีอย่างหนึ่งที่แน่ใจ นั่นคือการทำตามเป้าหมายของตัวเองตอนนี้สำคัญที่สุด
โอฟีเลียกับอาเรียเลยสบตาเหมือนรู้ใจ ทำสัญญาว่าจะไม่ปริปากเื่ของอีกฝ่าย
เหลือแต่ไอชาคนเดียวที่ยิ้มเจื่อน เพราะเป็คนเดียวที่กุมความลับของทั้งสองคนไว้
มีแต่เดลล์นี่แหละที่สังเกตสังกาทั้งสองคนอย่างใจจดใจจ่อ
“จ้องกันขนาดนั้นเดี๋ยวก็ท้องกันพอดีน่า วัยรุ่นนี่ดีจริง ๆ น้า”
“แหม เดลล์นี่ล่ะก็ เล่นมุกยังกับเป็คนแก่เลยนะคะ”
ฟูกะหัวเราะ ฮุฮุ ให้เสียงเบา ๆ
นอกจากเธอแล้ว ไม่มีใครฮามุกของเดลล์เลยสักคน
อย่างไรก็แล้วแต่... สมาชิกในกิลด์ทุกคนเริ่มเดินไปนั่งม้านั่งใกล้ ๆ กับเดลล์กันหมดทุกคน
สายตาของเหล่าสมาชิกกิลด์จ้องไปที่เด็กใหม่ทั้งสามคนอีกครั้งเหมือนรออะไรบางอย่าง
พอทั้งสามเอียงคอสงสัย เดลล์ก็หยิบกระดาษออกมาจากไหนไม่รู้สามแผ่น
“งั้น... ก่อนอื่นก็กรอกใบขอยื่นทำการทดสอบกันซะ”
“ค่ะ!”
“ได้เลยฮะ!”
เดลล์ยื่นกระดาษให้ทั้งสามคน พวกเธอก็รีบเข้ามาหยิบไปในทันที
ทั้งสามนั่งลงที่โต๊ะตัวใกล้ ๆ แล้วเริ่มอ่านเนื้อความบนกระดาษ
ข้อมูลที่ต้องกรอกเป็ข้อมูลทั่วไปตามที่คาด
จุดที่ทำให้ปลายปากกาหยุดลงคือท้ายกระดาษที่ให้เซ็นยินยอม โดยมีเนื้อความว่า...
‘หากผู้เข้าร่วมทดสอบได้รับาเ็สาหัสหรือเสียชีวิต ทางกิลด์คริสตัลคลาวด์จะไม่รับผิดชอบในกรณีใด ๆ ทั้งสิ้น’
ทั้งสามคนอ่านแล้วกลืนน้ำลาย ตระหนักอีกครั้งว่าการผจญภัยไม่ได้มีเพียงเื่สนุก หากแต่เต็มไปด้วยเื่คาดไม่ถึง อันตรายและอาจจะตายได้ทุกเมื่อ
...แต่ทั้งสามคนก็เซ็นลงไปก่อนที่จะกรอกข้อมูลเสียอีก การเตรียมใจของทั้งสามคนทำเดลล์ผิวปากชอบใจอีกครั้ง
เขาเริ่มนั่งจ้องทั้งสามคน โยกเก้าอี้ไปมาจนเป็ที่เอ็นดูของสหายในกิลด์ ท่าทางของเดลล์ยังกับเด็กอยากรู้อยากเห็น
ทำเอาโอฟีเลียสงสัยเหมือนกันว่าทุกคนกำลังสนใจอะไรอยู่กันนะ
“?”
โอฟีเลียขมวดคิ้วเมื่อถึงหัวข้อสุดท้ายที่ต้องกรอกข้อมูล เริ่มจะเข้าใจแล้วว่าทำไมทุกคนในกิลด์รวมถึงเดลล์จึงสนใจนัก
“ความฝันหรือเป้าหมายของคุณคืออะไร... เหรอ?”
อาเรียอ่านออกเสียงแปลกใจ โอฟีเลียกับไอชาก็เริ่มเลิกคิ้วสับสน
ทั้งสามเริ่มสงสัยว่านี่เป็คำถามหลอก หรือคำถามเชิงจิตวิทยาเพื่อทดสอบทัศนคติรึเปล่า?
บุคลิกของเดลล์เองก็มีความซับซ้อนมากกว่าที่แสดงออก การตั้งคำถามหลอกแต่เจตนาเป็อย่างอื่นนั้นเป็ไปได้
สมองของทั้งสามคนเลยแล่นด้วยความเร็วที่มากขึ้น พยายามเค้นหาคำตอบที่ควรตอบเพื่อให้เป็ที่พอใจของเดลล์
“ฉันไม่ชอบคนโกหกหรอกนะ”
น้ำเสียงเย็นะเืของเดลล์ทำทั้งสามคนไหล่สั่น บรรยากาศต่างจากปกติจนสมาชิกกิลด์คนอื่นยังเหงื่อตก ทั้งสามคนรู้แล้วว่าตัวเองคิดมากไป
เมื่อไม่มีทางเลือก... แม้จะรู้สึกเขินอาย แต่พวกเธอก็เริ่มเขียน ‘ความฝัน’ ของตัวเองลงไป แม้อาจเป็เื่น่าหัวเราะหรือน่าอายแค่ไหนก็ตาม
ใช้เวลาไม่นานข้อมูลทั้งหมดก็ถูกเขียนจนเสร็จ ทั้งสามคนเดินไปยื่นให้เดลล์พร้อมกัน
“ไหน ๆ” เดลล์ไล่อ่านกระดาษในมือด้วยสีหน้าสนุกซุกซน
สมาชิกกิลด์คนอื่นเดินเข้ามามุงด้วยความสนอกสนใจ
โดยเริ่มจากโอฟีเลียก่อนเป็อันดับแรก เดลล์อ่านแล้วลูบคางยิ้มแย้มทันที
“เห... อยากจะใช้ชื่อของตัวเองไปตั้งชื่อสมบัติโบราณที่ค้นพบงั้นเหรอ น่าสนใจดีนี่โอฟีเลีย”
“อะแหะ ๆ”
โอฟีเลียบิดตัวเอียงอายเป็ที่เอ็นดูของทุกคน เหล่าสมาชิกกิลด์รู้สึกเหมือนมองเด็กที่กำลังบอกว่าอนาคตอยากจะเป็อะไร
แต่แน่นอนว่าไม่มีใครเลยสักคนที่คิดค้านหรือดูแคลน
กลับกัน... ทุกคนคิดตามอย่างจริงจังด้วยซ้ำ
เอมิเลียพี่สาวของกิลด์ดันแว่นครุ่นคิด
“ถ้าอย่างนั้น... เป้าหมายของเธอก็เป็ ‘โลกเร้นลับ’ สินะ”
“ใช่ค่ะ! ถ้าจะตามหาสมบัติโบราณชิ้นใหม่ยังไงก็ต้องเป็ที่นั่นนั่นแหละค่ะ!”
“หืม...”
เอมิเลียจ้องมองโอฟีเลียตอบกลับตาเป็ประกาย แค่พูดถึงโลกที่ไม่รู้จักเธอก็เผลอเขย่งเท้าด้วยความตื่นเต้นแล้ว
แต่แน่นอนว่ามันไม่ง่ายอย่างที่ปากว่า... โลกเร้นลับนั้นไม่เหมือนกับภารกิจที่ติดอยู่บนบอร์ด
ขึ้นชื่อว่าเป็แดนที่ไม่รู้จัก ระดับความยากจึงไม่แน่นอน อันตรายที่มีอยู่ทุกย่างก้าวทำให้โลกเร้นลับถูกเรียกอีกชื่อนึงว่า ‘สุสานนักผจญภัย’
เพราะเป็ดินแดนที่สามารถตายได้ทุกเมื่อ กิลด์ส่วนกลางจึงต้องสร้างกฎขึ้นเพื่อไม่ให้นักผจญภัยเอาชีวิตไปทิ้ง
นั่นคือ... นักผจญภัยที่สามารถเข้าไปสำรวจในโลกเร้นลับได้จะต้องสังกัดกิลด์ระดับ S เท่านั้น
การที่โอฟีเลียดื้อดึงจะเข้ากิลด์ระดับ S ให้ได้จึงมีที่มาจากกฎข้อนั้น ความฝันของเธอจะทำได้ก็ต่อเมื่ออยู่ในกิลด์ระดับสูงสุดนี้เท่านั้น
“แถมกิลด์เราก็ได้คะแนนเยอะกว่าชาวบ้านเขาเพราะสำรวจโลกเร้นลับด้วย เพราะงี้สินะถึงอยากเข้าคริสตัลคลาวด์”
“ใช่เลยค่า!”
โอฟีเลียยิ้มพยักหน้าให้เดลล์หงึก ๆ
กิลด์คริสตัลคลาวด์เป็กิลด์ประเภทเน้นออกสำรวจในโลกเร้นลับมากกว่าทำเควส นั่นคือเหตุผลที่ทำให้กิลด์คริสตัลคลาวด์ได้อันดับสูงตามมา เพราะการค้นพบสิ่งใหม่จะได้คะแนนประจำไตรมาสสูงกว่าการทำเควส
แต่เหนือสิ่งอื่นใด... แิของกิลด์ที่ชื่นชอบการค้นพบสิ่งใหม่ไม่เคยคิดอยู่กับที่ แบบนี้นี่แหละที่ถูกจริตโอฟีเลีย
เพราะถึงตัวเองจะอยากไปให้ไกลแค่ไหน แต่ถ้าพวกพ้องไม่ได้คิดเหมือนกันมันก็ไม่มีความหมาย
ความจริงจังของเธอสะท้อนออกมาผ่านดวงตานั้น ทุกคนถึงอมยิ้มเหมือนเห็นตัวเองในวันแรก
เดลล์พอใจคำตอบที่ลงล็อคทุกอย่าง เขาเลยสลับกระดาษแผ่นถัดไปขึ้นมาอ่าน
“งั้นต่อไปก็... เห!”
กระดาษแผ่นต่อไปเป็ของไอชา เดลล์ข้ามไปอ่านเป้าหมายของเธอ เขายิ้มแฉ่งด้วยความสนใจ
“อยากจะได้รับสมญานาม ‘มหาจอมเวท’ จากสมาคมจอมเวทอย่างงั้นเหรอ คาดไม่ถึงเลยนะเนี่ย”
“...หนวกหูค่ะ”
ไอชากำชายกระโปรงหลบตาเดลล์ไปมองพื้น เดลล์ไม่คิดเหมือนกันว่าคนอย่างไอชาจะอายได้น่ารักน่าชังขนาดนี้
จูเลียนถึงกับตาเป็ประกายไปแวบนึงเพราะไอชาทำตัวเป็เด็กไม่สมอายุ ทุกคนจ้องจูเลียนเพราะกลัวเขาจะพุ่งไปหาไอชา ซึ่งก็โชคดีไปที่เ้าตัวได้สติและจำอายุไอชาได้เสียก่อน
สำหรับความฝันของไอชา... ‘สมาคมจอมเวท’ เป็องค์กรอิสระที่รวมตัวกันของผู้ใช้เวท เป็องค์กรที่สร้างขึ้นเพื่ออุ้มชูอาชีพผู้ใช้เวท เป็แหล่งแลกเปลี่ยนความรู้ความเข้าใจในการศึกษาเวทมนตร์ นั่นคือจุดประสงค์แรกเริ่ม
แต่เมื่อองค์กรเติบโตขึ้น สมาคมจอมเวทก็กลายเป็ศูนย์กลางของสังคมเวทมนตร์ ผู้ที่อยู่ระดับสูงขององค์กรถึงขั้นมีสิทธิชี้นำเหล่าผู้ใช้เวทได้ทั้งโลก
ยิ่งอยู่ระดับสูงยิ่งมีความน่าเชื่อถือ สามารถใช้เป็บัตรผ่านในการทำอาชีพระดับสูงได้ หรือแม้กระทั่งข้องเกี่ยวกับราชวงศ์ประเทศต่าง ๆ
ด้วยความที่มีอำนาจบารมีขนาดนั้น ผู้ใช้เวททุกคนย่อม้าเข้าร่วมและได้รับอภิสิทธิ์เพื่อเป้าหมายของตัวเอง
ในบรรดาสมญานามทั้งหลาย สิ่งที่ได้รับการยอมรับที่สุดและอยู่ระดับสูงที่สุด
‘มหาจอมเวท’ คือผู้ที่อยู่จุดสูงสุดของศาสตร์เวท ได้รับการยอมรับจากคนทั้งโลกและน่าเกรงขาม
ว่ากันว่าหากประเทศไหนมีมหาจอมเวทหนุนหลังสักคน ประเทศนั้นจะสงบสุขจากาได้จนถึงมหาจอมเวทคนนั้นสิ้นอายุขัยเลยทีเดียว
ขณะเดียวกัน การได้รับสมญานามนั้นไม่ง่ายเลย เผลอ ๆ อาจจะยากยิ่งกว่าความฝันของโอฟีเลียด้วยซ้ำ
แต่เื่นั้นไม่ใช่สิ่งที่ทุกคนในกิลด์สนใจอยู่แล้ว
โดยเฉพาะเดลล์ที่ยิ้มสบายใจ
“แต่ฉันก็โล่งอกนะ... นึกว่าเธอตามโอฟีเลียมาโดยไม่มีเป้าหมายอะไรเป็ของตัวเองซะอีก”
“เสียใจด้วยนะคะที่ไม่ใช่อย่างนั้น”
ไอชายิ้มแสบสันเหมือนเอาคืนเดลล์
และแน่นอนว่าเดลล์ไม่โกรธ เขาดีใจซะอีก จนถึงกับต้องยิ้มยียวนกลับไปแบบเดียวกันเลยทีเดียว
แล้วเดลล์ก็สลับกระดาษไปแผ่นสุดท้าย ทุกคนกลับมามุงเดลล์อีกครั้ง
“ต่อไปก็ของอาเรีย... แต่ก็รู้อยู่แล้วนี่นะ”
เดลล์ยักไหล่เพราะอาเรียบอกมาแต่แรกแล้วว่าเขาอยากเป็นายทหารชั้นสัญญาบัตร พอทุกคนในกิลด์นึกได้ก็ยักไหล่ตามยังกับนัดกันมา
“หืม”
แต่เดลล์ไปสะดุดกับข้อมูลส่วนอื่นแทน
พอเขาจ้องจี่ไปที่อาเรีย สมาชิกกิลด์คนอื่นก็สงสัยตาม
“นี่เธอ... ฉันบอกแล้วไงว่าไม่ชอบคนโกหก” เดลล์จ้องตาอาเรีย ทำไหล่เขากระตุก
“พะ พูดเื่อะไรกันน่ะฮะ?”
อาเรียตอบกลับตะกุกตะกักทันตา เหงื่อเขาผุดขึ้นเต็มใบหน้า
คนรู้จักอย่างโอฟีเลียและไอชาเองก็เหงื่อตก เพราะดูเหมือนความเฉียบคมของเดลล์จะไม่ใช่เล่น ๆ
พอเดลล์ชี้ไปทางอาเรีย เขาก็รู้เลยว่าตัวเองกำลังจะชะตาขาด
“เธอน่ะเป็ผู้หญิงไม่ใช่รึไง”
“ “ “ “ “เอ๋!!!!!!?” ” ” ” ”
ทุกคนใจนตาแทบถลน
คำพูดของเดลล์ดูไม่มีมูลอะไรเลย เพราะดูจากมุมไหนอาเรียก็เป็เด็กหนุ่มในชุดทหาร ถ้าจะมีจุดให้คิดแบบนั้นจริง ๆ ก็มีแต่หน้าตาจิ้มลิ้มของเขา
“!!!”
แต่ไหล่ของอาเรียสั่นสะท้านทันทีที่โดนเดลล์แฉ หน้าของเขาซีดเผือกลงเห็นได้ชัด
“มะ ไม่ใช่นะฮะ! ผมน่ะ———!!!”
อาเรียะโปฏิเสธ แต่บรรยากาศอันน่าขนลุกเข้าปกคลุมจนไม่สามารถพูดได้จนจบ
บรรยากาศอันหนักอึ้งเข้าปกคลุมกดทับทุกคนในโถงจนตัวสั่น ดวงตาทุกคนเบิกโพลงด้วยความหวาดกลัวราวกับถูกอสูรกายจดจ้องจากด้านหลัง อากาศเองก็สั่นไหวและกดทับลงมาจาก้าเหมือนถูกน้ำตกซัดใส่
โอฟีเลียกับไอชาไม่เคยได้รับแรงกดดันแบบนี้มาก่อน ขนาดเ้าปีศาจสลอธที่เมืองเรเวลยังไม่น่ากลัวขนาดนี้เลยด้วยซ้ำ
...แล้วที่มาของบรรยากาศอันหนักอึ้งนี้ ก็มาจากเดลล์ที่กำลังจ้องอาเรียปานกินเืกินเนื้อ
อาเรียที่ตกเป็เป้าของแรงกดดันเลยรู้สึกหวาดกลัวยิ่งกว่าใคร
“อึก...”
อาเรียทนไม่ไหวจนเข่าอ่อนลงไปคุกกับพื้น เดลล์เห็นอาเรียยอมศิโรราบเขาเลยคลายอารมณ์ตัวเอง
พอแรงกดดันหายไป ทุกคนถอนหายใจออกมากันหมดไม่แม้แต่พวกชาวบ้าน
“อูย... จะตายเอา”
“เบามือหน่อยเหอะอาเฮีย”
อัลบัสกับสกอตต์บ่นไปเหงื่อตกไป แต่ก็รู้กันอยู่ว่าเดลล์ไม่สามารถปล่อยผ่านเื่แบบนี้ไปง่าย ๆ
เดลล์บอกมาั้แ่ก่อนหน้านี้แล้วว่าไม่ชอบคนโกหก เพราะการจะเป็พวกพ้องในกิลด์แห่งนี้จะต้องมีความจริงใจต่อกัน นั่นคือกฎข้อสำคัญที่เขาแสดงให้เห็นแล้ว
ซึ่งก็นับว่าดีที่บทลงโทษจบลงที่แค่การขู่
อาเรียที่ล้มลงไปแบะขาบนพื้นเริ่มน้ำตารื้น จากทั้งความหวาดกลัวและเพราะจนมุม
เขาถอดหมวกทหารของตัวเองออก พอยืนขึ้นอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ ผมที่กลัดเกล้าไว้ของเขา... ผมของเธอก็สยายออก
“ขอโทษ... ด้วยค่ะ...”
เด็กหนุ่ม ไม่สิ... เด็กสาวอาเรียเอ่ยขอโทษน้ำตาคลอเบ้า ด้วยน้ำเสียงใสปกติที่ไม่ได้ดัดเลียนจนทุ้มต่ำอีกต่อไป
❖❖❖❖❖

