“ท่านแม่!” ขณะที่โม่อวี้เฉินกำลังจะหันบไปหอชิงอวี่กู้จิ่งเซวียนก็วิ่งเข้ามาสวมกอดกู้ชิงเฉิงทันที
เสื้อผ้าของเจ้าตัวน้อยขาดรุ่งริ่งเล็กน้อยแขนเสื้อถูกเกี่ยวขาด เผยให้เห็นแขนเล็กๆ ที่บอบบางมีรอยขีดข่วนซึ่งน่าจะเป็นบาดแผลจากการต่อสู้กับสัตว์ร้ายเหล่านั้นทว่านอกจากรอยขีดข่วนเล็กน้อยที่แขนแล้ว เขาก็ยังคงสมบูรณ์ดีทุกส่วน
แม้กู้ชิงเฉิงจะร้อนใจเพียงใดแต่นางก็เชื่อมั่นในความสามารถของบุตรชายเพราะเขาได้รับสืบทอดพลังจิตและสมองอันเป็นเอกลักษณ์ของนางอีกทั้งยังมีศักยภาพในการพัฒนาที่เหนือกว่ากู้ชิงเฉิงเสียอีก
“ท่านแม่ ดูสิขอรับ!” กู้จิ่งเซวียนชูนิ้วชี้ไปด้านหลังดวงตากลมโตเป็นประกายราวกับแสงดาวระยิบระยับในยามราตรีด้านหลังของเขานั้นหูเอ้อร์กำลังจูงสุนัขตัวน้อยสีขาวราวหิมะ…
“เซวียนเอ๋อร์ เจ้าอยากเลี้ยงสุนัขหรือ?” กู้ชิงเฉิงขมวดคิ้วเล็กน้อย“สุนัขตัวนี้สวยงามนัก ขนสีขาวสะอาดตา สายพันธุ์บริสุทธิ์ยิ่งนัก”
ทว่าทุกคนกลับมองกู้ชิงเฉิงราวกับนางเป็นคนโง่เง่าแม้แต่กู้จิ่งเซวียนยังกลอกตา “ท่านแม่นี่ไม่ใช่สุนัข นี่คือหมาป่าหิมะ…”
อันที่จริงแล้วทุกคนต่างมองออกว่านั่นคือลูกหมาป่าเพราะปากของหมาป่ายาวกว่าสุนัขมากแม้ลูกหมาป่าตัวนี้จะยังไม่แสดงความแตกต่างชัดเจนนักแต่ก็ยังดูออกว่ามันแข็งแกร่งกว่าสุนัขหลายส่วน
“พวกเรากำลังจะเดินทางเข้าเมืองหลวง การพาหมาป่าหิมะไปด้วยย่อมไม่สะดวกนัก”กู้ชิงเฉิงหรี่ตาพลางปฏิเสธทันที “ไม่เช่นนั้นเจ้าก็อยู่ที่หอชิงอวี่เสียเถิด หลังเขามีเพื่อนร่วมเผ่าของมันมากมายมันจะได้ไม่เหงา”
“ไม่ได้!” โม่อวี้เฉินคัดค้านทันควัน “หลังเขาอันตรายนัก ลูกหมาป่าหิมะยังเล็กหากไปถึงเมืองหลวงก็จะไม่ส่งผลกระทบอันใด ยามนั้น ข้าจะจัดเตรียมเรือนเล็กๆที่เป็นส่วนตัวให้หมาป่าหิมะ เพื่อให้เจ้าเลี้ยงมันไว้ข้างกายได้อย่างไร้กังวล”
ครั้งนี้เขาจะต้องพาสองแม่ลูกให้กลับตำหนักบูรพาให้ได้ เมื่อไปถึงเมืองหลวงแล้วเขาก็จะสามารถบงการทุกสิ่งทุกอย่างได้ตามใจปรารถนา แน่นอนว่าภายหลังเขากลับรู้สึกว่าตนเองคิดง่ายเกินไปเสียแล้ว
“ดีเลยขอรับ ท่านพ่อจะผิดคำพูดไม่ได้นะ” กู้จิ่งเซวียนละทิ้งกู้ชิงเฉิงทันทีแล้ววิ่งไปหาโม่อวี้เฉินด้วยสีหน้าประจบประแจง
โม่อวี้เฉินมองดวงตาที่เปล่งประกายของเจ้าตัวน้อยเขาก็รู้สึกอ่อนโยน จากนั้นเขาก็อุ้มเด็กน้อยขึ้นมาอย่างง่ายดาย“วางใจเถอะ ตราบใดที่เจ้าพักอยู่ในตำหนักของพ่อเจ้าหมาป่าหิมะตัวนี้ก็จะมีที่อยู่” เสียงของโม่อวี้เฉินอ่อนโยนยิ่งนัก
องค์รัชทายาทแห่งต้าฉินผู้ซึ่งเปี่ยมไปด้วยความอ่อนโยนเช่นนี้เป็นสิ่งที่ผู้คนทั่วไปไม่เคยพบเห็นมาก่อน อ่อนโยนเสียจนสามารถบีบน้ำออกมาได้และยังอ่อนโยนเสียจนอาจทำให้ผู้คนจมดิ่งไปในความรักนั้น
กู้จิ่งเซวียนยื่นนิ้วน้อยๆออกมา“เรามาเกี่ยวก้อยสัญญากันเถิดขอรับ ว่าห้ามผิดคำพูด” ในตอนนี้เอง ผู้คนถึงจะรู้สึกว่าเด็กน้อยผู้นี้เหมือนเด็กอายุห้าขวบจริงๆ
“คุณหนูกู้ กำลังจะไปแล้วหรือขอรับ?” เนี่ยชิงเฟิงรู้สึกไม่เต็มใจนักเมื่อจากกันครั้งนี้ ก็ไม่รู้ว่าเมื่อใดจะได้พบกันอีก อันที่จริงการพบกันเดือนละครั้ง เขาก็ยังรู้สึกว่าช่างยาวนานเหลือเกิน
ทว่าสถานการณ์ในตอนนี้กู้ชิงเฉิงกำลังจะพากู้จิ่งเซวียนกลับตำหนักองค์รัชทายาทแล้วนั่นก็เท่ากับเป็นการยอมรับสถานะของนางโดยตรง
“อืม ท่านเจ้าสำนักเนี่ยก็พักผ่อนให้สบายเถิดช่วงนี้แขกผู้มีเกียรติที่มายังหอชิงอวี่มีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ อย่าลืมจัดแจงให้ดี”กู้ชิงเฉิงเตือนขึ้น
ครั้งนี้พวกเขาก็เกือบจะพลาดท่าให้แก่อวี๋ชิงเหวินแล้วแม้จะจัดเตรียมคนคุ้มกันเอาไว้แล้ว แต่ก็ไม่ได้ใช้ประโยชน์อันใดไม่มีใครคาดคิดว่าอวี๋ชิงเหวินจะไม่ทำตามแผนเดิมที่วางไว้
“คุณหนูกู้จะเข้าเมืองหลวง โปรดระมัดระวังให้มากตระกูลเฉียนและตระกูลอวี๋ในเมืองหลวงนั้น ไม่มีผู้ใดกล้าล่วงเกิน” เนี่ยชิงเฟิงยังคงเป็นกังวลอยู่บ้าง
“วางใจเถิด ข้ารู้ดีอยู่แล้ว” กู้ชิงเฉิงพยักหน้าก่อนจะปรับสีหน้าให้จริงจัง “ที่นี่ไม่มีเรื่องใดแล้วเจ้าก็ช่วยดูแลอันหยวนถังด้วย ที่นั่นไม่ค่อยสงบนักข้าทิ้งจินซานกับกู่จื่อไว้ที่นั่น หยวนจิ่วเองก็อยู่ที่นั่นด้วย”
เนี่ยชิงเฟิงประสานมือคำนับ“คุณหนูวางใจเถิด พรุ่งนี้ข้าจะรีบไปทันที” อันหยวนถังเป็นของกู้ชิงเฉิงจะไม่มีใครแตะต้องได้เด็ดขาด!
…
“ท่านแม่ นี่คือสมุนไพรที่ท่านต้องการขอรับ” ในรถม้ากู้จิ่งเซวียนล้วงถุงผ้าเล็กๆ ออกจากอกอย่างภาคภูมิใจจากนั้นเขาก็เปิดถุงออกและยื่นสมุนไพรต้นเล็กๆ ให้กู้ชิงเฉิง
“ข้าเก็บมาจากหลังเขา ตอนนั้นมีงูเฝ้าอยู่ด้วยขอรับ” ดวงตาของกู้จิ่งเซวียนยังคงเปล่งประกายแววตาเต็มไปด้วยความคาดหวังขณะมองกู้ชิงเฉิง เขากำลังรอให้ท่านแม่ชื่นชมเขา
กู้ชิงเฉิงรับสมุนไพรมาแววตาของนางพลันสว่างขึ้นในบัดดล ราวกับแมวเห็นปลาท่าทางนั้นทำให้รอยยิ้มของกู้จิ่งเซวียนยิ่งกว้างขึ้น
เขาแอบเข้าไปในเขตหวงห้าม เมื่อกลับมาก็มัวแต่ตื่นเต้นกับเรื่องหมาป่าหิมะจนลืมไปหมดในตอนนี้นั่งอยู่ในรถม้า เมื่อใจเย็นลงแล้วจึงค่อยรู้สึกกลัวขึ้นมาในภายหลังเพราะเขาได้ทำผิดไปแล้ว
กู้ชิงเฉิงไม่ได้หยิบสมุนไพรเหล่านั้นขึ้นมาหากแต่หรี่ตาลงแล้วเอ่ยว่า “เจ้ากลับมาได้ทันเวลาพอดี”
นางหยุดชะงักครู่หนึ่งก่อนจะกล่าวต่อว่า “หากเจ้าไม่กลับมาแม่ก็คงจะให้เจ้าอยู่ที่หอชิงอวี่แล้ว”
คำกล่าวนี้ทำให้กู้จิ่งเซวียนตื่นตระหนกในทันใดท่านแม่กำลังโกรธ เขาจึงรีบโผเข้ากอดกู้ชิงเฉิง พลางอ้อนวอนว่า“ท่านแม่ ลูกไม่ได้เข้าไปในป่าลึกเลยนะขอรับลูกเพียงแค่เดินเล่นอยู่ริมป่าแล้วก็เห็นสมุนไพรพวกนี้กับจินเถียว”
จินเถียว[1]คือชื่อที่กู้จิ่งเซวียนตั้งให้กับหมาป่าหิมะที่เขาเก็บมาได้ชื่ออันแปลกประหลาดนี้ทำให้ทุกคนพูดไม่ออก ทว่ากู้ชิงเฉิงกลับชื่นชอบดังนั้นนางจึงสนับสนุนกู้จิ่งเซวียนอย่างเต็มที่
“ช่างบังเอิญเสียจริง” กู้ชิงเฉิงหรี่ตาลงนางยังคงมองกู้จิ่งเซวียน
เจ้าตัวน้อยกอดคอของนางทำท่าทางสำนึกผิดอย่างสุดซึ้ง “ท่านแม่ลูกรู้แล้วว่าผิด ลูกจะไม่ทำอะไรตามอำเภอใจอีกแล้ว” พูดจบเขาก็ทำปากจู๋และหอมแก้มกู้ชิงเฉิงไปหนึ่งครั้ง ท่าทางนั้นเต็มไปด้วยการออดอ้อน
“นี่เป็นครั้งแรกที่เจ้าทำผิดเช่นนี้หรือ?” ตอนนี้กู้ชิงเฉิงโกรธจริงๆนางเคยพูดต่อหน้าผู้คนว่าแล้วแต่เขาเถิด ยิ่งไม่ใส่ใจต่อหน้าผู้คนมากเท่าไรก็ยิ่งแสดงว่านางกำลังโกรธ และโกรธมากจริงๆ
“ต่อไปนี้ หากเจ้าอยากไปที่ใด พ่อจะพาเจ้าไปด้วย” นอกรถม้าโม่อวี้เฉินที่ขี่ม้าติดตามอยู่ก็เอ่ยขึ้นหนึ่งประโยคเมื่อได้ยินบทสนทนาระหว่างสองแม่ลูกในรถม้า อารมณ์ของเขาก็ดีขึ้นบ้าง
ตอนแรกเขาคิดว่ากู้ชิงเฉิงนั้นเลือดเย็นและไร้ความรู้สึกถึงเพียงนี้ ถึงกับไม่สนใจลูกชายแท้ๆของตน สิ่งนี้ทำให้เขารู้สึกขุ่นเคืองใจนัก ตอนนี้เมื่อพิจารณาแล้วนางคงจะโกรธจัดถึงได้พูดเช่นนั้น เจ้าเด็กคนนี้ถูกตามใจจนเสียคนแล้วจริงๆเขากำลังคิดว่าเมื่อกลับไปถึงตำหนักบูรพา คงต้องจัดการนิสัยของเด็กน้อยเสียใหม่
เมื่อได้ยินคำพูดของโม่อวี้เฉินกู้จิ่งเซวียนไม่กล้าตอบ เพียงแต่มองกู้ชิงเฉิงอย่างระมัดระวัง โดยปกติแล้วไม่ว่าเขาจะซุกซนเพียงใดก็ไม่เป็นไร แต่ถ้ากู้ชิงเฉิงโกรธจริงๆเขาจะเชื่อฟังอย่างยิ่ง ถึงกับแสร้งทำเป็นว่าตนไม่มีตัวตนความโกรธนี้ช่างน่ากลัวนัก
“ห้ามไปที่สวนหรูอี้เป็นเวลาหนึ่งปี และท่องตำราสามอักษร ตำราการตรวจชีพจรบทกลอนสรรพคุณยา และบทกลอนตำรับยาให้ขึ้นใจ” กู้ชิงเฉิงไม่ตีหรือดุด่ากู้จิ่งเซวียนแต่นางใช้วิธีที่รุนแรงกว่า...
ทำให้กู้จิ่งเซวียนแทบจะกระอักเลือด“ท่านแม่ ลูกคือลูกแท้ๆ ของท่านนะขอรับ”
“จะแท้หรือไม่แท้ ข้าไม่รู้ แต่เจ้าทำผิดจริง” กู้ชิงเฉิงยังคงทำหน้าบึ้งตึงนางรู้ดีถึงสถานการณ์ที่หลังเขานั้นเป็นอย่างไรมาโดยตลอด
แม้จะรู้ว่ากู้จิ่งเซวียนเชี่ยวชาญเรื่องยาพิษและสามารถควบคุมสิ่งของด้วยจิตได้ แต่ก็ยังคงอันตรายมากการที่ไม่ได้รับบาดเจ็บถือเป็นความโชคดีอย่างยิ่ง นางจะไม่โกรธได้อย่างไรกันและหากไม่สั่งสอนเจ้าตัวเล็กคนนี้เสียบ้าง ก็คงไม่รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำ
“ลูกแท้ๆ นะขอรับ” กู้จิ่งเซวียนรีบร้อนขึ้นมาทันที“เซวียนเอ๋อร์คือลูกแท้ๆ ของท่านแม่นะขอรับ”
เขาร้อนใจจนขอบตาแดงก่ำน้ำตาแทบจะไหลริน ในเวลานี้ กู้จิ่งเซวียนดูเหมือนเด็กน้อยวัยห้าขวบอย่างแท้จริงไม่ใช่เจ้าตัวเล็กที่น่าปวดหัวอีกแล้ว!
โม่อวี้เฉินที่อยู่ด้านนอกรู้สึกอึดอัดใจเขาอยากจะพูดอะไรบางอย่างแต่ก็อดกลั้นไว้เขายังสาบานในใจว่าจะต้องชดเชยให้แก่แม่ลูกคู่นี้ให้ดี
เชิงอรรถ
[1]จินเถียว (金条) แปลว่าทองคำแท่ง