บุพเพสลับรัก70s

    หัวไก่

    บทที่ 47 หัวไก่

    “โธ่ ดูเขาสิทำไมไม่อยากให้ฉันเล่าละ? อายมากหรือไง ถ้าไม่ใช่เพราะว่าคุณมาดูแลฉันตอนเข้าโรงพยาบาลทุกวัน ฉันจะยอมแต่งงานกับคุณไหม? ดูคุณตอนนั้น…”

    “ยังไม่เลิกพูดอีก…”

    น้ำเสียงของเหล่าจางดูไม่มีความสุข แต่ใบหน้าของเขากลับแดงไปถึงหู

    ครอบครัวของเหล่าจางในตอนนั้นมีฐานะไม่ค่อยดี มีพี่น้องเยอะมาก ตัวเขาก็ยากจน เขาเป็นพี่ชายคนโต เมื่อเจอเรื่องดีๆ เขาจะนึกถึงน้องชายและน้องสาวของเขาเป็นอันดับแรก

    ในตอนที่กำลังตามจีบภรรยา เหล่าจางไม่มีแม้แต่ของขวัญดีๆให้เธอด้วยซ้ำ แต่ด้วยความขยันหมั่นเพียรของเขาในที่สุดพี่สะใภ้จางก็ประทับใจ

    ทั้งคู่ใช้ชีวิตแบบขึ้นๆ ลงๆ ด้วยกันมาหลายปี แม้ว่าตอนนี้พวกเขาจะไม่ได้ร่ำรวยแต่ด้วยการช่วยเหลือซึ่งกันและกันมาตลอดทำให้ชีวิตราบรื่นขึ้นมาบ้าง

    หากใครได้เห็นพี่สะใภ้จางจากภายนอกแล้ว เธอจะเป็นภรรยาที่ชอบข่มและดุสามีอยู่ตลอดเวลา แต่เธอก็ดีกับสามีมาก ตอนที่เขาลำบากเธอก็ไม่เคยดูถูกหรือทอดทิ้งเขาเลย

    เช่นนั้นต่อให้ตอนนี้เธอหาเรื่องทะเลาะกับเขาไม่เว้นแต่ละวัน เหล่าจางก็ไม่ได้สนใจมากนัก นี่เป็นภรรยาของเขาใครจะกล้ามาบ่นว่าหรือ?

    เมื่อนึกถึงเรื่องนี้เหล่าจางก็เขยิบไปคุยกับหยินเหวินกั๋วและพูดเสียงต่ำ 

    “ที่นี้ไม่มีคนนอก ต่อไปฉันจะเรียกนายว่าเสี่ยวหยิน”

    “ก็ได้ๆ จะเรียกผมว่าเสี่ยวหยินก็ตามใจเถอะ”

    หยินเหวินกั๋วยอมรับอย่างว่าง่าย เดิมทีพี่ชายคนนี้ก็แก่กว่าตัวเองตั้ง 10 ปี ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะเรียกชายหนุ่มว่าเสี่ยวหยิน

    “ปกติเรื่องแบบนี้เราเป็นผู้ชายต้องเป็นฝ่ายริเริ่มเข้าหาก่อน ผู้หญิงมักจะหน้าบาง นายอย่ามาหวังให้เธอมาไล่ตามตัวเอง ต้องลงมือทำเท่านั้น นี่ไม่ใช่เรื่องเสียศักดิ์ศรีอะไร

    ฉันคิดว่าเสี่ยวหูคนนี้เป็นเด็กดีมาก นายต้องจับไว้ให้แน่นทำท่ากระตือรือร้นมากกว่านี้ ไม่อย่างนั้นพอหลุดมือไปอาจจะต้องมาร้องไห้ไม่มีใครเห็นใจหรอกนะ

    ดูฉันกับพี่สะใภ้ของนายสิ ถ้าไม่ใช่เพราะความหน้าด้านไร้ยางอายของฉัน ฉันจะจีบเธอติดหรือ? ยิ่งตอนนั้นพี่สะใภ้ของนายยังสาวยังสวย มีน้ำมีนวล หน้าตาน่ารักมาก… ”

    เหล่าจางยังพูดไม่ทันจบก็ถูกภรรยาหยิกเข้าให้ จากนั้นเธอก็มองเขาด้วยสายตาดุๆ

    “พอดื่มเหล้าเข้าปากไปสักหน่อยก็พ่นออกมาเต็มที่เลยนะ พูดอะไรกันอยู่หรือ?

    “ฮ่าฮ่าฮ่า ฉันกำลังสอนประสบการณ์ให้เสี่ยวหยินไง!”

    เหล่าจางยิ้มออกมาอย่างโง่เขลา ไม่มีท่าทีว่าจะโกรธ

    หยินเหวินกั๋วไม่ตอบ เพียงแค่มองหูชื่อเหวินที่นั่งอยู่ข้างๆ เขาด้วยใบหน้าที่แดงลามไปถึงหู

    หูชื่อเหวินได้ยินแค่ครึ่งหนึ่งของคำพูดที่เหล่าจางพูด แต่สุดท้ายแล้วเสียงเหล่าจางไม่ได้เบาเลยเขาคิดว่าตนเองกำลังกระซิบแต่กลับได้ยินกันทั้งโต๊ะ

    เมื่อคิดว่าสามีภรรยาทั้งคู่กำลังเข้าใจผิดแถมยังไม่หยุดจับคู่เธอกับเขา หูชื่อเหวินรู้สึกอึดอัดใจจนเผลอเหลือบมองหยินเหวินกั๋วโดยไม่รู้ตัว

    ตอนนั้นเองที่บังเอิญสบตากับเขา ทำให้เกิดความกระอักกระอ่วนขึ้นมา

    ใบหน้าของหูชื่อเหวินแดงมากกว่าเดิม ส่วนหยินเหวินกั๋วเองก็ไม่รู้ว่าเป็นเพราะดื่มเหล้าหรือเพราะคำพูดของเหล่าจางกันแน่ หูของเขาถึงได้รู้สึกร้อนวูบวาบ

    เมื่อเห็นทั้งคู่มีท่าทางเขินอายต่อกัน เหล่าจางกับภรรยาจึงลอบมองหน้ากันเล็กน้อยแล้วเปลี่ยนหัวข้อบทสนทนาทันที

    สัมพันธ์ระหว่างพี่สะใภ้จางและสามีตกอยู่ภายใต้สายตาของหูชื่อเหวินที่เห็นแล้วอดอิจฉาไม่ได้  ถ้าพ่อแม่ของเธอเข้ากันได้ดีแบบนี้ในชาติก่อนคงมีความสุขมาก

    แต่ครอบครัวจางก็มีเรื่องที่น่าเสียใจเช่นกัน ก็คือทั้งคู่ไม่สามารถมีลูกได้

    เขาไม่ใช่คนใจคอคับแคบ โชคดีที่ในครอบครัวเขายังมีน้องชายอีกสองคน เขาจึงไม่เคยคิดเรื่องไม่มีผู้สืบทอดครอบครัว กลับคิดว่าถ้าเป็นน้องชายทั้งสองคนน่าจะดีกว่า

    ถึงจะเป็นแบบนั้นแต่เมื่อนึกขึ้นมาทีไร ทั้งสามีและภรรยาก็เกิดความเศร้าขึ้นมาทุกครั้ง

    อาจจะเป็นเพราะในใจของคนทั้งคู่ก็อยากมีลูกเหมือนกัน

    บางทีชีวิตคนเราก็ชอบเป็นแบบนี้แหละ จะให้สมบูรณ์แบบทุกอย่างก็คงจะเป็นไปได้ยาก

    ในไม่ช้าทั้งสองคนก็กลับมาเป็นปกติเริ่มพูดคุยกับหยินเหวินกั๋วและหูชื่อเหวินอย่างอบอุ่น ถามว่าอยากกินอะไร?อยากดื่มอะไรอีกไหม?

    ในระหว่างมื้ออาหารสองหนุ่มสาวมักจะเมินกัน ไม่ค่อยพูดคุยกันสักเท่าไหร่ แต่เหล่าจางกับภรรยาก็คอยเป็นคนปรับเปลี่ยนบรรยากาศให้ดีขึ้น

    เหล่าจางพาหยินเหวินกั๋วดื่มเหล้า ส่วนพี่สะใภ้จางก็ดูแลหูชื่อเหวินคอยคีบผักให้เธอกิน

    หูชื่อเหวินมองไก่ตุ๋นเห็ด เธออยากจะกินเห็ดในชาม แต่พอหยิบตะเกียบขึ้นมาคีบไม่รู้ว่ามองผิดไปได้อย่างไรกลับกลายเป็นคีบหัวไก่ขึ้นมาเสียอย่างนั้น

    ในชาติก่อนหูชื่อเหวินไม่ชอบกินไก่มากนัก เธอสนใจแต่เห็ดและวุ้นเส้นในจานเท่านั้น

    ยิ่งเป็นหัวไก่เธอก็ยิ่งไม่กล้ากิน

    เธอไม่กล้ากินหัวไก่แบบนี้ แม้แต่หัวปลาก็ไม่กล้า เธอเป็นคนใจกล้าก็จริงแต่กลัวหัวสัตว์ทุกชนิดมาก

    หูชื่อเหวินไม่ได้เอาตะเกียบออกจากหัวไก่ แม้ว่ามันจะยังไม่ถูกยกออกจากถ้วยแต่ก็ยังน่าอายอยู่ดี

    เมื่อไม่มีทางเลือกเธอจึงเหลือบมองหยินเหวินกั๋ว

    ไม่รู้ว่าทำไมถึงขอความช่วยเหลือจากเขาโดยไม่รู้ตัวแบบนี้?

    หยินเหวินกั๋วหันมามองเหมือนกับรับรู้ได้ จากนั้นเขาจึงเห็นหัวไก่อยู่ที่ตะเกียบของหูชื่อเหวิน

    เขาจึงยกชามตัวเองขึ้นมาแล้วยื่นไปหาหูชื่อเหวินอย่างเข้าใจ เธอรีบใส่หัวไก่ลงในชามของหยินเหวินกั๋วอย่างรวดเร็ว

    เมื่อเห็นปฏิสัมพันธ์แบบเงียบๆ ของทั้งสองคน พี่สะใภ้จางก็ยิ้มมุมปาก

    เสี่ยวหูคนนี้บอกว่าตัวเองกับหัวหน้าหยินไม่มีอะไรกัน แต่เห็นท่าทางเข้าอกเข้าใจกันโดยไม่ต้องใช้คำพูด ดูยังไงก็เหมาะสมกันจริงๆ

    พี่สะใภ้จางเห็นความเหมาะสมกันแบบนี้ ก็คิดว่าทั้งคู่ยังคงอยู่ในช่วงเริ่มความสัมพันธ์เลยยังเขินอายกันอยู่บ้าง

    เหล่าจางก็รู้สึกว่าสิ่งที่เขาพูดเมื่อกี้คงจะมีผลไม่มากก็น้อย จึงอดไม่ได้ที่จะภูมิใจ เสี่ยวหยินคนนี้เรียนรู้ไวจริงๆ

    หยินเหวินกั๋วใส่ ‘ฉินฮุ่ย’ ในหัวไก่ลงบนชามของหูชื่อเหวิน

    หูชื่อเหวินมองสมองไก่ในชามด้วยความงุงงง เธอมองไปที่หยินเหวินกั๋วอย่างไม่รู้ว่าเขาทำแบบนั้นไปเพราะอะไร

    “มันจะได้ประกอบเข้าด้วยกันพอดีไง”

    ภาษาถิ่นเรียกสมองไก่ว่า ‘ฉิ่นฮุ่ย’ เพราะมันเหมือนรูปปั้นฉินฮุ่ยที่กำลังคุกเข่า

    หมายความว่าไง? ฉันดูเหมือนฉินฮุ่ยหรือว่าเขากำลังบอกว่าเธอไม่มีสมอง? ต้องหาอาหารเสริมมาช่วย?

    หูชื่อเหวินจึงส่งฉินฮุ่ยกลับคืนใส่ชามของหยินเหวินกั๋วทันทีโดยไม่คิดอะไร

    “น่าจะเหมาะกับหัวหน้าหยินมากกว่า ถือว่าเป็นการชดเชยนะคะ!”

    หูชื่อเหวินพูดด้วยรอยยิ้มนิดๆ

    ในความจริงหูชื่อเหวินไม่ได้คิดอะไรมากเท่าไหร่ เธอแค่ต้องการตอบโต้การกระทำของเขาอย่าง ‘กระตือรือร้น’ เท่านั้น แต่ในสายตาพี่สะใภ้จางและเหล่าจางเหมือนชายหญิงที่หยอกล้อกันมากกว่า

    อย่างไรก็ตามการคีบอาหารกลับไปกลับมาระหว่างหูชื่อเหวินและหยินเหวินกั๋วทำให้บรรยากาศไม่อึดอัดอีกต่อไป

    มื้ออาหารจึงจบลงด้วยบรรยากาศที่กลมกลืนมากกว่าเดิม

    เหล่าจางดื่มมากเกินไปทำให้ลิ้นเริ่มพูดไม่คล่อง

    “เสี่ยวหยิน เสี่ยวหู… ไม่ใช่ว่าฉันเป็นแค่พี่ใหญ่ที่พูดไปเรื่อยเปื่อยหรอกน่ะ! คนหนุ่มสาวจะเข้ากันได้ดีก็ต่อเมื่อได้เผชิญหน้าซึ่งกันและกัน ดูพวกเธอสิ ทั้งมีความสามารถทั้งหน้าตาดี มีอะไรให้น่าอาย? จะทำเป็นหลบซ่อนกันไปเพื่ออะไร?”


     

    คล้ายกับเรื่องบุพเพสลับรัก70s ที่คุณอ่าน

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    นิยาย รัก
    21K 111
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    955K 747
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498