บนเนินเขาที่ร่มครึ้มด้วยแมกไม้ มองลงไปเห็นอนุสาวรีย์วอชิงตัน คือที่ตั้งของคฤหาสน์หลังสง่างาม ก่อสร้างขึ้นด้วยอิฐสีแดงทั้งหลัง ตระหง่านอยู่เื้ัรั้วเหล็กดัดลวดลายอ่อนหวาน ขณะนี้ประตูเหล็กใหญ่ได้เปิดกว้าง เผยให้เห็นคฤหาสน์โอฬารที่สว่างอยู่ด้วยแสงไฟ
รถม้าของมีเดอร์สแล่นเลี้ยวไปตามทางวิ่งที่วนเวียนเป็วงกลมในที่สุดก็ไปหยุดลงตรงหน้าบันไดหินอ่อน ขณะเดียวกันคนรับใช้ในเครื่องแบบสีขาวสะอาดที่ยืนรอรับอยู่ตรงระเบียงก็รีบกางร่มและวิ่งลงบันไดมาเพื่อไม่ให้แขกที่ได้รับเชิญให้มาร่วมงานต้องเปียกฝน เลยลึกเข้าไปทางด้านในนั้นทั้งเป๊กกี้และทริพพ์ เดรค ก็กำลังยืนรอต้อนรับแเื่อยู่
หลังจากส่งเสื้อคลุมให้กับสาวใช้ที่มารอรับอยู่แล้ววุฒิสมาชิกเ้าของบ้านก็ดึงมือแร้ดไปพูดธุระอยู่สองสามคำก่อนที่จะพาเข้าไปสมทบกับแขกคนอื่นๆ ที่มาถึงก่อนหน้านั้นแล้ว เป๊กกี้ เดรค จุมพิตแก้มเพื่อนสาวเบาๆ พร้อมกับบอกว่า
“ฉันดีใจที่สุดเลยอัลลิสันที่เธอมาได้”
“ทำไม เรามาช้าเกินไปอย่างนั้นหรือเป๊กกี้” อัลลิสันมองหน้าเพื่อนสาวที่คบหากันมาเป็เวลาถึงสิบเจ็ดปี
“อ๋อ ไม่หรอก เธอน่ะมาทันเวลาพอดีต่างหากล่ะ แต่เธอคงไม่เชื่อหรอกนะว่าฉันกำลังเครียดขนาดไหนถ้ามันจะมีอะไรเกิดขึ้นในวันนี้ ฉันเห็นจะต้องมอบความไว้วางใจให้กับเธอแล้วละอัลลิสัน ช่วยทำให้งานปาร์ตี้คืนนี้มันดำเนินไปได้อย่างที่ควรจะเป็หน่อยเถอะ”
“แหม ไม่ว่าเธอจะจัดงานขึ้นมาเมื่อไหร่ฉันก็เห็นมันสนุกทุกทีละน่า”
แต่เป๊กกี้ไม่ได้ยิ้มอย่างชื่นใจกับคำพูดของเพื่อน เธอกลับส่ายหน้าช้าๆ อย่างไม่เห็นด้วย
“เธอจะไม่พูดอย่างนั้นแน่ ถ้าเธอรู้ว่าในนาทีสุดท้ายทริพพ์เขาสั่งให้ฉันเชิญใครมาร่วมงานด้วย”
อัลลิสันถึงกับยืนตัวแข็งไปด้วยความหวั่นระแวง ขออย่าให้เป็เอรามินต้ากับคอยน์เลย เธอภาวนาอยู่ในใจ แต่ทันใดเธอก็นึกขึ้นมาได้ว่าตอนนี้คอยน์ไม่อยู่ในเมืองจึงค่อยหายใจสะดวกขึ้น
“ใครล่ะ”
เป๊กกี้เหลียวมองรอบๆ ตัวราวจะให้แน่ใจว่าไม่มีใครอยู่ใกล้พอที่จะได้ยินคำพูดของเธอได้
“ก็อียายแมดดี้ ผู้หญิงบาร์ที่วุฒิสมาชิกเบิร์มบอจแห่งเนวาด้าเกิดไปแต่งงานด้วยน่ะสิ ทริพพ์เขาให้เหตุผลว่าอีตาวุฒิสมาชิกคนนี้แกเป็คนมีอิทธิพลมากโดยเฉพาะตอนนี้ยิ่งมีเื่การประชุมเกี่ยวกับปัญหากฎหมายอยู่ เพราะฉะนั้นฉันจำเป็จะต้องเชิญยายนี่มาด้วย ฉันบอกกับทริพพ์เลยนะว่าฉันจะไม่มีวันคุยกับยายนั่นเด็ดขาด อย่าว่าแต่จะเข้ามานั่งในบ้านนี้เลย และถ้าเขาขืนบังคับฉันจะเก็บข้าวของกลับบ้านพรุ่งนี้เลย แต่ไม่ว่าฉันจะร้องไห้อ้อนวอนสักแค่ไหนทริพพ์เขาก็ไม่ยอมใจอ่อน ตอนนี้เขากำลังนั่งอยู่กับคนอื่นๆ ในห้องนั่งเล่นนั่นแน่ะ”
ความรู้สึกผิดหวังที่ฉายแสงในดวงตาของเป๊กกี้ทำให้อัลลิสันเห็นใจเพื่อนสาวอยู่ไม่น้อย
“ฉันจะช่วยเท่าที่ช่วยได้ก็แล้วกันนะเป๊กกี้ แต่มันคงไม่ร้ายแรงอะไรนักหรอกน่า เพราะอย่างน้อย ฟรานเซสกับประธานาธิบดีก็ไม่ได้มาร่วมงานด้วย”
“ฉันเดาเอาว่าคงจะเป็เพราะพระเ้ายังเห็นใจฉันอยู่ละมั้ง ครั้งนี้เป็ครั้งแรกจริงๆ นะอัลลิสัน ที่ฉันดีใจที่ลอตตี้จะไม่เอาไปเขียนลงในคอลัมน์ข่าวสังคมของเขา”
“ฉันได้ยินมาว่าตอนนี้เขาก็ไม่อยู่ในเมืองเหมือนกัน เพราะฉะนั้นฉันว่าเราเข้าไปเผชิญหน้ากับเหตุการณ์กันดีกว่า ฉันว่าเธอคงเห็นยายนั่นเป็ัร้ายเสียแล้วละมั้ง”
เป๊กกี้เปล่งเสียงหัวเราะพร่าๆ ออกมากับคำพูดของเพื่อน
“ที่จริงฉันก็ไม่ได้เห็นเขาเป็นางัทองอะไรหรอก จะว่าไปแล้วเขาก็สวยมาก แต่ก็สวยตามแบบเขานั่นแหละนะ”
ห้องโถงทางเดินที่สตรีทั้งสองกำลังยืนสนทนากันอยู่ในขณะนี้เป็ห้องรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส เพดานสูง พื้นปูด้วยหินอ่อนสีขาวสลับดำ ไม่ว่าจะมองไปทางใดก็จะเห็นกระถางต้นไม้เขียวขจีประดับอยู่ในทุกจุด ซึ่งทำให้มองดูเหมือนหอที่เพาะชำต้นไม้ไม่มีผิด
อัลลิสันเดินตามเพื่อนสาวเ้าของบ้านเข้าไปในห้องนั่งเล่น ซึ่งขณะนี้บรรดาสุภาพสตรีที่ได้รับเชิญมากำลังนั่งสนทนาปราศรัยกันอยู่ เสียงเพลงแ่ๆ ดังลอยล่องอยู่อัลลิสันเพิ่งสังเกตเห็นว่า นักดนตรีทั้งหลายนั่งอยู่ทางเื้ัพุ่มต้นเฟิร์นในกระถางที่ตั้งรายเรียงไว้เป็แนวตรงใกล้กับมุมห้องยังมีปาล์มต้นใหญ่มากอีกสองต้นตั้งประดับอยู่ สาวใช้คนหนึ่งกำลังสาละวนอยู่กับการเอาเครื่องดื่มแจกจ่ายให้กับแขกอยู่
“ฉันคิดว่างานเริ่มได้แล้วนะคะ” เป๊กกี้เอ่ยขึ้น “เพราะตอนนี้อัลลิสันกับท่านวุฒิสมาชิกมีเดอร์ส ก็มาถึงแล้ว” เธอจับแขนอัลลิสันพาเดินไปรอบๆ ห้องพร้อมกับพูดต่อว่า “ฉันคิดว่าเธอคงจะรู้จักแขกที่เชิญมาในวันนี้เกือบจะทุกคน...”
“อัลลิสัน ดีใจจริงที่ได้พบเธออีกครั้ง...”
“เฮลโล โรเซตต้า ฉันก็ดีใจนะที่ได้พบเธอ สวัสดีค่ะ คุณนายฟอร์บส์...เลตตี้...”
อัลลิสันเดินทักทายผู้หญิงทุกคนไปทั่วห้อง ในที่นั้นมีทั้งเพื่อนเก่าที่เคยสนิทสนมคุ้นเคย และบางคนก้เพียงแค่คนรู้จัก ซึ่งส่วนใหญ่แย้มยิ้มทักทายกันตามมารยาทสังคม ในที่สุดเป๊กกี้ก็พามาหยุดอยู่ตรงหน้าผู้หญิงคนหนึ่งที่ไม่เคยรู้จักมาก่อน
“ฉันขอแนะนำให้เธอรู้จักกับคุณนายเบิร์มบอจ เป็ภรรยาของท่านวุฒิสมาชิกผู้นั้น...คุณนายเบิร์มบอจคะ นี่คุณนายมีเดอร์สค่ะ”
“สวัสดีค่ะ”
ผู้หญิงคนนั้นยิ้มให้อัลลิสัน รอยยิ้มนั้นทำให้อัลลิสันอดคิดถึงแมดริกอล คนงานโรงทอผ้าที่ต้องถูกจับใส่เรือเดินทางขึ้นไปภาคเหนือเที่ยวเดียวกับเธอมิได้ แต่แมดริกอลได้หนีตามเกลนน์ ซึ่งเป็องค์ชายของแร้ดไปจาก บลูกราสส์ มีเดอร์ส ไปหลายปีแล้ว และนับแต่นั้นก้ไม่เคยมีใครได้ข่าวคราวของคนทั้งสองอีกเลย
ขณะยืนอยู่ต่อหน้าผู้หญิงคนนี้ อัลลิสันเตือนตัวเองว่าจะต้องตั้งสติไว้ให้มั่นจะเผลอคิดถึงเื่ราวแต่หนหลังเช่นเมื่อครู่ไม่ได้ อาจจะเป็เพราะเื่ราวที่เคยได้ยินจากปากเอรามินต้าเมื่อตอนบ่ายวันนี้นั่นเองที่ส่งผลกระทบถึงจิตใจและอารมณ์ที่ทำให้เธอต้องหวนคิดถึงอดีต แม้ในขณะที่มีใครอีกคนหนึ่งยืนอยู่ต่อหน้าเช่นนี้
“ฉันได้ยินเื่ราวเกี่ยวกับตัวคุณไม่น้อยเลยละค่ะ คุณนายมีเดอร์ส”
“เอ้อ ถ้าอย่างนั้นทำไมไม่นั่งคุยกันเสียเลยล่ะอัลลิสัน” เป๊กกี้ฉวยโอกาสเอ่ยถามขึ้น “ช่วยอยู่คุยเป็เพื่อนคุณนายเบิร์มบอจหน่อยก็แล้วกันนะ ฉันจะไปดูสิว่าอีกนานแค่ไหนอาหารถึงจะตั้งโต๊ะได้”
เมื่อเพื่อนสาวเ้าของบ้านเอ่ยปากออกมาอย่างนี้ อัลลิสันก็ไม่มีทางทำอะไรได้ นอกจากจะทรุดตัวลงนั่งที่เก้าอี้ในบริเวณนั้น รู้สึกอยู่เหมือนกันว่ามีสายตาของสุภาพสตรีหลายคนในห้องที่มองมาทางเธออย่างเห็นอกเห็นใจที่ถูกเลือกให้เป็ผู้ต้อนรับแขกคนใหม่ที่ไม่มีใครอยากทำความคุ้นเคยด้วย
แต่ขณะเดียวกันเธอก็มองเห็นแววแห่งการขอบคุณที่ฉายแสงอยู่ในดวงตาของแมดดี้ เบิร์มบอจ ทำให้เธอเห็นใจที่หล่อนจะต้องมายืนอยู่เพียงลำพังในท่ามกลางคนแปลกหน้าทั้งหลาย
“ที่จริงฉันไม่ได้อยากมางานคืนนี้หรอกนะคะ” แมดดี้เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแ่เบา “แต่สามีฉันเขาไม่ยอม”
“ฉันเข้าใจดีค่ะเพราะมันออกจะยากอยู่เหมือนกันที่เราจะเดินเข้าไปในห้องที่ไม่รู้จักใครเลยสักคน”
“เป็ความจริงอย่างที่สุดเลยละค่ะ แต่ตอนที่ตัดสินใจมาน่ะฉันคิดว่าตัวเองจะได้ยืนอยู่ข้างๆ ทั๊ก...เอ้อ...ฉันหมายถึงสามีนะคะ แต่พอเราเดินเข้ามาในบ้านเขาก็จับเราแยกทันที”
“ไม่ต้องห่วงหรอกนะคะ เดี๋ยวถึงเวลานั่งโต๊ะคุณกับสามีก็จะได้นั่งใกล้กันอีก” อัลลิสันปลอบใจ
“เื่นั่งโต๊ะอาหารนั่นแหละค่ะเป็เื่ที่ฉันกำลังกลุ้มใจอย่างที่สุด ฉันคงไม่กล้าเล่าเื่นี้ให้ใครฟังหรอกนะคะนอกจากคุณ ที่เต็มใจเล่าเพราะได้ยินมาว่าคุณเป็คนมีน้ำใจมาก ฉันกลัวจะตายอยู่แล้วเื่นั่งโต๊ะในงานเลี้ยงหรูๆ อย่างนี้ สมมติว่าถ้าฉันเกิดหยิบช้อนหยิบส้อมผิดขึ้นมาจะทำยังไงกันล่ะคะ”
“เท่าที่ฉันทราบมาดูเหมือนที่นั่งของเราจะใกล้กันนะคะคุณนายเบิร์มบอจ” อัลลิสันมองเห็นปัญหาของเ้าหล่อนผู้นี้อยู่ “เพราะฉะนั้นถ้าคุณไม่แน่ใจก็คอยดูฉันแล้วกันนะคะว่าฉันหยิบช้อนไหนมาใช้กับอะไร”
“โอ ขอบคุณมากเลยค่ะ ขอบคุณจริงๆ ที่แนะนำอย่างนี้”