ไป๋จื่อเซียวคุกเข่าอยู่เบื้องหน้าหลินเฟยอย่างนอบน้อมดวงตาเปี่ยมไปด้วยความเคารพ ศรัทธา และความเข้าใจผิดอย่างสมบูรณ์
“ศิษย์ไป๋จื่อเซียวขอติดตามรับใช้ท่านเซียน!ไม่ว่าท่าน้าไปที่ใด ศิษย์ยินดีเป็องครักษ์เงาถวายการคุ้มครองตลอดเส้นทางขอรับ!”
หลินเฟยใช้มือขยี้ผมตัวเองอย่างหงุดหงิดเขามองไปยังวิหคเพลิงโลกันตร์ที่ใช้จะงอยปากใหญ่ของมันพยายามผูกเชือกรองเท้าผ้าใบของเขาให้แน่นขึ้นด้วยความตั้งใจ(และมัดได้มั่วซั่วมาก)
“ฟังนะนายชื่อไป๋จื่อเซียวใช่ไหม? ฉันไม่ได้้าองครักษ์ฉันแค่้าหาทางกลับบ้าน! แล้วก็เลิกเรียกฉันว่าเซียนสักที! ฉันเป็แค่...ผู้เล่นที่กำลังติดอยู่ในบั๊กของเกม!”
ไป๋จื่อเซียวเงยหน้าขึ้นอย่างรวดเร็วสีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความตื่นเต้น
“บั๊ก?ท่านเซียนกำลังชี้แนะถึงจุดบกพร่องของวิถี์! ท่านเป็ผู้ที่อยู่เหนือทุกกฎเกณฑ์! สามารถมองเห็นข้อผิดพลาดของจักรวาล!ช่างเป็ปัญญาที่เหนือล้ำยิ่งนัก!”
“ไม่ใช่บั๊กจักรวาล!บั๊กโปรแกรม! โปรแกรมมิ่ง! นายเข้าใจคำว่าโปรแกรมมิ่งไหม?!”
“โปรแกรมมิ่ง...กระบวนการฝึกฝนวิชาเซียนที่ถูกจัดเรียงไว้เป็ขั้นเป็ตอน!ท่านเซียนกำลังบอกใบ้ให้ศิษย์บำเพ็ญเพียรอย่างมีระเบียบ!คำสอนของท่านลึกซึ้งเกินกว่าที่ศิษย์จะคาดเดาได้!”ไป๋จื่อเซียวเริ่มจดคำพูดของหลินเฟยไว้ในใจราวกับเป็คัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์
หลินเฟยรู้สึกเหมือนกำลังคุยกับกำแพงที่พูดภาษาโบราณได้
∗ติ๊ง!ค่าความเชื่อ:(ไป๋จื่อเซียว)พุ่งขึ้นสู่100/100(ระดับศรัทธาสูงสุด)∗
∗ระบบแนะนำ:หากโฮสต์้าใช้ชีวิตอย่างสงบระบบแนะนำให้ปฏิเสธคำขอของเป้าหมายอย่างสุภาพ∗
หลินเฟยพยายามสงบสติอารมณ์เขายิ้มอย่างฝืน ๆ
“เอาล่ะไป๋จื่อเซียว ฉันชื่นชมในความศรัทธาของนายนะ แต่ฉันคิดว่าฉันควรเดินทางคนเดียว...เพื่อทำภารกิจส่วนตัวของฉันนายเองก็กลับไปฝึกฝนต่อเถอะ”
“โอ้!ท่านเซียน้าทดสอบศิษย์! เพื่อให้ศิษย์ได้เข้าใจวิถีแห่งการอยู่คนเดียวเพื่อค้นพบความหมายที่แท้จริงของการเป็อิสระ! ได้ขอรับ!ศิษย์จะจำคำสั่งของท่านไว้!” ไป๋จื่อเซียวตอบรับด้วยความยินดีราวกับได้รับรางวัลใหญ่
“ไม่!ฉันไม่ได้ทดสอบ! ฉันแค่...อยากไปคนเดียว!”
“ศิษย์เข้าใจ!ท่านเซียนกล่าวว่า: ‘การอยู่คนเดียวคือการเดินทาง’ ท่านกำลังบอกให้ศิษย์ก้าวไปข้างหน้าอย่างกล้าหาญ!ขอบคุณท่านเซียนที่ชี้แนะ!”
หลินเฟยแทบอยากจะทุบหัวตัวเองเขาก้มลงมองวิหคเพลิงโลกันตร์ที่ผูกเชือกรองเท้าเสร็จแล้วมันกำลังพ่นไอร้อนใส่รองเท้าเพื่อให้เชือกนั้นแข็งตัวเหมือนหิน(ซึ่งเกือบจะเผารองเท้าของเขาไหม้ไปแล้ว)
“เอาล่ะ!พอแล้ว! เ้านก! อย่ามาเลียรองเท้าฉัน!” หลินเฟยผลักวิหคเพลิงโลกันตร์ออกเบา ๆ
บูมมมมม!
ทันทีที่มือของหลินเฟยััตัวมันวิหคเพลิงโลกันตร์ระดับ 9ที่มีพลังทำลายล้างสูง ก็รู้สึกเหมือนถูกพลังเซียนาชำระล้างอย่างสมบูรณ์!ขนของมันเริ่มเรืองแสงสีทองเจิดจ้า และรูปร่างของมันก็เริ่มเปลี่ยนไป!
“ว้ากกกก!อะไรวะเนี่ย! นกนี่กำลังเรืองแสง!” หลินเฟยผงะถอยหลัง
ไป๋จื่อเซียวจ้องมองด้วยความตกตะลึงจนน้ำลายไหล!
“ทะ...ทะลวงผ่าน!มันทะลวงผ่านระดับเซียนอสูรแล้ว! และร่างกายของมันกำลังกลายเป็...วิหคเซียน!ท่านเซียนได้มอบโอกาสอันยิ่งใหญ่! เพียงแค่ัั! สัตว์อสูรก็สามารถทะลวงผ่าน!ช่างเป็พลังที่เกินกว่าจะจินตนาการ!”
วิหคเซียนตัวใหม่ก้มหัวลงอย่างนอบน้อมมันเปล่งเสียงร้องที่ไพเราะราวกับเสียง์ แล้วพ่น...เพลิงสีทองบริสุทธิ์ใส่รองเท้าผ้าใบของหลินเฟย!
เพลิงนั้นไม่ทำลายรองเท้าแต่กลับชำระล้างคราบสกปรก และเพิ่มคุณสมบัติบางอย่างลงไป...
∗ติ๊ง!วัตถุ:‘รองเท้าผ้าใบสกปรก’ได้รับการชำระล้างด้วยเพลิงเซียน!∗
∗อัปเกรดเป็:‘รองเท้าก้าวนิรันดร์’∗
$${*คุณสมบัติ: ความเร็ว +99999 (ก้าวเดียวข้ามจักรวาล),ป้องกันเวทมนตร์ระดับสูง, กันน้ำได้ 100%*}$$
หลินเฟยไม่เห็นหน้าต่างระบบแต่รู้สึกว่ารองเท้าของเขาสะอาดขึ้นและดู...เท่ขึ้นอย่างประหลาด
“ว้าว!เ้านก! นายทำความสะอาดรองเท้าได้ดีมาก! ขอบคุณนะ!”หลินเฟยชมเชยโดยไม่รู้ว่ากำลังสวมใส่ศาสตราเซียนที่สามารถเขย่าทั้งทวีปอยู่
ไป๋จื่อเซียวแทบจะสลบลงไปตรงนั้น!
รองเท้า! รองเท้าที่เปื้อนฝุ่นของท่านเซียน!ได้รับการแปลงสภาพเป็ศาสตราเทพ! และท่านเซียนยังเรียกมันว่า:‘รองเท้าก้าวนิรันดร์’!
“ศิษย์ไป๋จื่อเซียวเข้าใจแล้ว!ท่านเซียนพยายามสอนศิษย์ว่า: แม้แต่สิ่งที่ดูธรรมดาและไร้ค่าก็สามารถแปลงเป็สิ่งศักดิ์สิทธิ์ได้ด้วยปัญญาอันบริสุทธิ์! ขอบคุณคำชี้แนะจากใจจริงขอรับ!”
“เออ ๆใช่! ใช่หมดเลย!” หลินเฟยเริ่มเหนื่อยเกินกว่าจะอธิบายอะไรอีกแล้ว “เอาล่ะ!ถ้าอย่างนั้น...ช่วยบอกฉันหน่อยได้ไหมว่าทางไหนคือทางไปเมืองที่ใกล้ที่สุด?เมืองที่มีร้านขายบะหมี่อร่อย ๆ น่ะ!”
“ร้านขาย...บะหมี่?”ไป๋จื่อเซียวทวนคำอย่างครุ่นคิด บะหมี่? อาหารเซียนที่ลี้ลับที่ท่านเซียน้า!
“ท่านเซียน้าบะหมี่แห่งเต๋าหรือขอรับ!ต้องเป็เมืองหลิงเฉิง! ที่นั่นมีพลังปราณหนาแน่นที่สุดและมีร้านอาหารที่ใช้ส่วนผสมเซียน!”
“หลิงเฉิง...โอเค!หลิงเฉิง! ทางไหน?”
ไป๋จื่อเซียวรีบลุกขึ้นผายมือไปทางทิศตะวันออก
“จากที่นี่ท่านเซียนต้องเดินทางประมาณสามหมื่นลี้! ซึ่งใช้เวลาประมาณสิบวันสำหรับศิษย์!แต่สำหรับท่านเซียน...”
“สิบวัน?โคตรไกลเลย! งั้นฉันเดินไปเรื่อย ๆ ก็แล้วกัน!หวังว่าในเกมนี้จะมีระบบวาร์ปนะ”
หลินเฟยเดินไปตามทิศที่ไป๋จื่อเซียวบอกอย่างสบายอารมณ์เขาแค่เดินไปตามทางเท้าด้วยก้าวปกติที่สุด...
แต่ทว่า!
ทันทีที่เขาก้าวเท้าออกไป...
ตูมมมมมมม!
ร่างของหลินเฟยหายไปจากสายตาอย่างรวดเร็วราวกับวาร์ป!แรงะเิของอากาศที่ถูกฉีกออกทำให้ต้นไม้โบราณรอบ ๆ หักโค่น!และแรงกระแทกจากอากาศที่ถูกอัดแน่นทำให้ไป๋จื่อเซียวและวิหคเซียนกระเด็นไปคนละทิศละทาง!
“อั่ก!”ไป๋จื่อเซียวพุ่งชนกับต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์จนหน้ามืดเขารีบกวาดตามองไปยังทิศที่หลินเฟยหายไป
สิ่งที่เขาเห็นคือคลื่นเสียงและแรงปราณที่พุ่งเป็เส้นตรงไปสุดขอบฟ้า!
ไป๋จื่อเซียวถึงกับเบิกตากว้างจนแทบหลุดออกมาจากเบ้า!
“ทะ...ทะลุ...ท่านเซียนได้แสดงวิชาเทพก้าวเดียวข้าม์! เขาใช้พลังแค่เพียงเล็กน้อย...แต่ก็ทำให้ข้าถึงกับกระเด็น!ความเร็วเช่นนี้...เพียงแค่ก้าวเดียวก็เท่ากับสามหมื่นลี้แล้ว!”
เขามองไปยังรอยเท้าเล็กๆ ของรองเท้าผ้าใบที่หลงเหลืออยู่บนพื้นหินแข็ง ๆมันไม่ได้ทิ้งร่องรอยการทำลายล้างไว้เลย นอกจากการฉีกอากาศให้ขาดสะบั้น!
“นี่แหละ!คือการควบคุมพลังเซียนขั้นสูงสุด! เขาไม่ได้ใช้พลังเพื่อทำลาย...แต่ใช้พลังเพื่อเดินทาง!ท่านเซียนได้บรรลุถึงขอบเขตที่ข้าไม่อาจเอื้อมถึง!”
ไป๋จื่อเซียวคุกเข่าลงอีกครั้งใบหน้าเปี่ยมไปด้วยความตื้นตันและอับอายในความโง่เขลาของตัวเอง
“ศิษย์ผู้โง่เขลาไม่ควรไปขวางทางการเดินทางเพื่อค้นหา‘บะหมี่แห่งเต๋า’ ของท่านเซียน!ศิษย์ควรกลับไปฝึกฝนและรอรับคำชี้แนะจากท่านเซียนในภายหน้า!”
ส่วนวิหคเซียนที่เพิ่งทะลวงระดับก็รีบบินตามไปติด ๆ แต่แม้จะพยายามเต็มที่มันก็ยังตามหลังร่องรอยของหลินเฟยได้แค่เพียงฝุ่นธุลีเท่านั้น!
ในอีกด้านหนึ่ง...
หลินเฟยที่เพิ่งพุ่งทะยานไปไกลหลายพันไมล์ได้สะดุดกับก้อนกรวดเล็ก ๆ ก้อนหนึ่ง
“ว้าย!”
เขาล้มลงกลางอากาศแล้วกลิ้งตกลงบนพื้นดินอย่างไม่เป็ท่า...
∗ติ๊ง!โฮสต์ล้ม!พลังเซียนที่ถูกล็อคไว้อย่างสมบูรณ์เกิดการรั่วไหลเพียงเล็กน้อย∗
∗คำเตือน:โปรดระมัดระวัง!∗
หลินเฟยลุกขึ้นอย่างทุลักทุเล
“อะไรวะ!นี่ฉันวิ่งเร็วขนาดไหนเนี่ย? ก้าวเดียวก็เหนื่อยแล้ว!ระบบนำทางยังไม่ขึ้นอีก! นี่มันแย่กว่าการเดินหลงทางในเมืองอีกนะ!”
เขาไม่รู้ตัวเลยว่าเขาล้มลงกลางลานฝึกของ ‘สำนักห้าสายฟ้า’ซึ่งเป็หนึ่งในสำนักที่ทรงอิทธิพลที่สุดในภาคตะวันออก
และที่เลวร้ายกว่านั้น...เขาบังเอิญล้มทับแท่นศิลาศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้ในการเก็บรวบรวมพลังฟ้าดินของสำนักจนมันร้าวไปทั้งแท่น!
อาจารย์าุโหลายสิบคนที่กำลังฝึกฝนอยู่เห็นภาพนั้นพอดีและพวกเขาก็อ้าปากค้าง!
คนธรรมดา...ใช้ก้นกระแทก...จนแท่นศิลาศักดิ์สิทธิ์...ร้าว!
“การลงทัณฑ์แห่ง์!”หนึ่งในอาจารย์าุโกรีดร้องด้วยความใ“หรือว่า...ท่านผู้นั้นคือผู้บรรลุธรรมที่มาทดสอบพวกเรา!”
หลินเฟยหันไปมองกลุ่มคนในชุดคลุมสีขาวด้วยความมึนงง
“เฮ้!พวกนาย! พวกนายเป็ไกด์ในเกมนี้เหรอ? ฉัน้าแผนที่ไปเมืองหลิงเฉิง!ฉันหิวจะตายอยู่แล้ว!”
อาจารย์าุโคนหนึ่งรีบคุกเข่าลงทันทีพร้อมกับอาจารย์คนอื่น ๆ ตามมาติด ๆ
“ท่าน...ท่านผู้บรรลุ!โปรดอภัยให้พวกศิษย์ผู้ต่ำต้อยด้วย!พวกเราสำนักห้าสายฟ้ายินดีถวายแผนที่และ...บะหมี่เซียนชั้นเลิศแก่ท่าน!”
“บะหมี่เซียน?ฟังดูดีนี่! โอเค! งั้นพาฉันไปหน่อยสิ!” หลินเฟยยิ้มอย่างดีใจ
ดูเหมือนว่า...พลังเซียนาที่ถูกล็อคไว้ของเขา...จะใช้งานได้ดีอย่างไม่ตั้งใจเสียแล้ว!
โปรดติดตามตอนต่อไป...