“ข้าอยากไปสูดอากาศ”
“เ้ายังไม่หายดีฮุ่ยิ”
“แต่ข้าเบื่อ”
“เ้าต้องอดทน”
ประโยคถกเถียงระหว่างฮุ่ยิและอ้ายฉิง ฮุ่ยิ้าที่จะออกไปเดินเล่นข้างนอกวังแต่ด้วยสภาพร่างกายที่ยังไม่คงที่มากนัก อ้ายฉิงที่เป็คอยเฝ้าดูแลเลยไม่อนุญาตให้เขาออกไปไหน ฮุ่ยิมั่นใจว่าตัวเองหายดีแล้วแม้จะมีอาการมึนเล็กน้อย แต่ก็สามารถที่จะออกไปด้านนอกได้
ฮุ่ยิกระเถิบตัวเข้าไปใกล้อ้ายฉิงพร้อมกับเกาะแขนอ้อนอีกคน
“นี่อ้ายฉิง ให้ข้าไปเถอะนะ ถ้าข้าต้องนอนเหี่ยวเฉาเป็ผักอยู่แต่ที่พักข้าคงขาดใจตายแน่ๆ”
“งั้นเ้าก็ขาดใจตายไปเลยเพราะข้าไม่อนุญาต”
“โถ่ อ้ายฉิง”
ไม่มีทีท่าว่าจะได้ผล ฮุ่ยิมองอีกคนพลางคิดกลอุบาย อ้ายฉิงชอบอ่านบทกวีแต่ที่ตลาดไม่มีบทกวีเสียหน่อย นึกไปนึกมาที่นั่นมีซาลาเปาพอนึกออกก็เอื้อนเอ่ยกับอีกคน
“จะว่าไปเ้าชอบซาลาเปานี่นา เ้าไม่อยากจะไปชิมซาลาเปาเสียหน่อยหรือ”
เหมือนอ้ายฉิงจะเริ่มมีปฏิกิริยา อีกคนหันมองเพื่อนชายที่กำลังพูดบางอย่าง
“ซาลาเปาที่นั่นมันหอมกรุ่น เนื้อแป้งขาวเนียนนุ่มน่าทาน ไม่พอแถมยังมีซาลาเปาไส้หมูแดงด้วย พอกินเข้าไปแล้วนะ รสชาติจากเครื่องเทศของไว้หมูแดงผสมผสานกับเนื้อแป้งเนียนนุ่มได้อย่างลงตัว ความหอมของเครื่องเทศตัดกับกลิ่นของแป้งได้อย่างพอดี-”
“พอๆ สรุปข้าจะพาไป พอใจเ้ายัง”
“จริงรึ”
“หรือเ้าจะไม่ไป”
“ไปสิ”
สุดท้ายอ้ายฉิงก็ยอมแต่โดยดี เดินออกจากวังทางประตูฝั่งตะวันตก แม้จะตื่นเต้นมากแต่ทั้งสองก็ไม่ได้เดินรีบเร่งเท่าไหร่เพราะเกรงว่าจะะเืไปถึงแผล เดินมากันสักระยะในที่สุดของตลาด ดูเหมือนว่าวันนี้คนจะนีอยกว่าปกติ คงเป็เพราะเป็วันธรรมดามิใช่วันหยุดเสียกระมั้ง
เดินมาด้านฝั่งตะวันออกของตลาดเดินลัดเลาะทางไปเล็กน้อยในที่สุดก็ถึงที่หมาย ร้านซาลาเปาเ้าเดิมที่ฮุ่ยิเคยมากับซานถิงเมื่อครั้งที่แล้ว ดูเหมือนวันนี้คนจะเยอะเป็พิเศษ
“อ่าว เ้าที่มากับซานถิงนี่เมื่อคราวนั้นนี่”
“สวัสดีเถ้าแก่ ดูเหมือนคนจะเยอะนะ”
“ตามที่เ้าเห็นนั่นแหละ เข้ามาก่อนสิเดี๋ยวข้าเอาไปเสริฟ”
ฮุ่ยิพาอ้ายฉิงมาที่โต๊ะด้านใน อ้ายฉิงมองไปรอบๆเพื่อสำรวจ ร้านนี้เป็ร้านเล็กแต่ดูไม่แคบเกินไป มีโต๊ะรองรับลูกค้าจำนวนหนึ่ง พอหย่อนก้นลงอ้ายฉิงก็เริ่มเปิดประเด็นทันที
“นี่เ้าน่ะ คราวที่แล้วมากับซานถิงรึ”
“ใช่ ทำไมรึ”
“ข้าสังเกตั้แ่เมื่อวานแล้ว เ้าสนิทกับเขามากเท่าใดทำไมซานถิงถึงดูเป็ห่วงเป็ใยเ้าตอนที่เห็นว่าเ้าาเ็”
“ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ก่อนที่จ้าจะมาที่ต้าหัว ระหว่างทางข้าโดนโจรป่าจับ แล้วได้ซานถิงกับทหารช่วยไว้ น่าจะเป็ั้แ่่นั้น”
“อย่างนี้นี่เอง”
ไม่นานซาลาเปาก็มาเสริฟ ซาลาเปาในจานใหญ่มีกว่าสิบกว่าลูก มีทั้งซาลาเปาไร้ไส้และซาลาเปาไส้หมูแดง อ้ายฉิงมองจานซาลาเปาตรงหน้าก่อนจะหันไปถามอีกคน จะว่านึกได้ว่าพวกเขายังไม่ได้สั่งซาลาเปานี่เสียด้วยซ้ำ
“ฮุ่ยิ เราไม่ได้สั่งซาลาเปา ทำไมเถ้าแก่ถึงเอามาเสริฟ”
“ข้าสั่งไว้เมื่อตอนมาคราวก่อน”
“แล้วนี่มันราคาเท่าไหร่ เหมือนจะแพงนะ”
“เ้าไม่ต้องห่วงเื่เงิน มื้อนี้ฟรี”
“นี่เ้าล้อเล่นรึ”
“เื่จริง เมื่อคราวก่อนที่ข้ากับซานถิงมาที่นี่ พวกเราช่วยเถ้าแก่หาของ เถ้าแก่เลยเลี้ยงตอบแทน แต่คราวก่อนเวลาไม่พอข้าเลยเลื่อนเป็ครั้งนี้แทน”
ฮุ่ยิอธิบายก่อนจะเริ่มลงมือทานซาลาเปา อ้ายฉิงเริ่มทานตามคำแรกที่ััมันทำให้เขาถึงกับพูดไม่ออก ความนุ่มและความเนียนของแป้งรู้ได้ว่าคนทำต้องพิถีพิถันเป็แน่ ความหอมกรุ่นโพยพุ่งขึ้นจมูก
“อร่อยมาก”
“ข้าบอกแล้ว ว่าซาลาเปาที่นี่เป็ที่หนึ่ง”
อ้ายฉิงกินแบบไร้เสร็จก็ต่อด้วยไส้หมูแดง กัดไปหนึ่งคำััแรกให้ความแตกต่างจากแบบไร้ไส้ ทันทีที่กัดคำแรกความหอมของเครื่องเทศพุ่งขึ้นจมูก ผสมผสานกับความหมอของแป้งที่เข้ากันได้อย่าดี
“ช่างอร่อยอะไรได้ขนาดนี้”
“ดูเหมือนเ้าจะชอบนะอ้ายฉิง”
“ข้าชอบมันมากเลยล่ะ ที่นี่ข้ายกให้ที่หนึ่ง”
“ฮ่า~ อิ่มเสียจริง”
“นั่นสิ สงสัยข้างเย็นข้าคงต้องอดไปเสียแล้วล่ะ”
“นั่นสินะ”
ฮุ่ยิและอ้ายฉิงพูดคุยระหว่างเดินเล่น พวกเขายังมิได้กลับวังหลวง ตอนนี้เวลาเย็นเหมือนว่าผู้คนจะเริ่มน้อยลง ฮุ่ยิและอ้ายฉิงเดินมายังศาลแห่งหนึ่งทั้งคู่หยุดแวะไหว้ เพยงครู่ก็ได้ยินเสียงคนกรี๊ดร้องจากทางป่าด้านหลังศาล
“ส-เสียงอะไร”
“ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน เราไปดูกันดีกว่า”
“เดี๋ยวฮุ่ยิ เ้าจะเข้าไปรึ”
อ้ายฉิงรีบห้ามเพื่อน ฮุ่ยิยืนยันว่าจะเข้าไป เพราะเขากลัวว่าหากเป็คน้าช่วยเหลือจะได้ช่วยทัน
“ใช่ หากเป็คนาเ็เราจะได้ช่วยทัน”
“งั้นข้าไปด้วย”
“เ้าอยู่ที่นี่แหละอ้ายฉิง”
“ไม่ ข้าจะไปกับเ้า ข้าจะไม่ทิ้งเ้าเด็ดขาด”
“งั้นก็ได้ ไปกัน”
ฮุ่ยิและอ้ายฉิงมุ่งเข้าไปในป่า ลมโชยจนได้ยินเสียงไม้กระทบกันอย่างชัดเจน ครู่หนึ่งได้ยินเสียงกรีดร้องโหยหวนอย่างเ็ป ทั้งคู่รีบวิ่งไปยังต้นตอของเสียง ไม่นานก็มาถึง ภาพที่เห็นเล่นทำเอาทั้งคู่พูดไม่ออก ศพนิรนามกระจัดกระจายอยู่รอบๆคาดว่าไม่ต่ำกว่าสิบ ชายคนหนึ่งที่ดูคุ้นเคยยืนกลางดงศพชุดของบุรุษผู้นั้นเปื้อนเต็มไปด้วยเื
“นี่มันเกิดอะไรขึ้น”
“หืม? อ่าวพวกเ้า”
บุรุษผู้นั้นหันมาที่น่าใกว่าคนตรงหน้าคือซิงเยียน นายน้อยคนสนิทของฮ่องเต้
“ซิงเยียน ทำไมเ้า-”
“ข้าต้องเป็ฝ่ายถามมากกว่าว่าพวกเ้าเข้ามาที่นี่ทำไม”
“ข้าได้ยินเสียงคนกรีดร้องเลยเข้ามาดู”
“งั้นรึ”
“แล้วล่ะ ทำไมถึง ฆ่าคน”
น้ำเสียงหลังของฮุ่ยิเบาลง ซิงเยียนมองพลางเลิกคิ้วเล็กน้อย
“เ้าพวกนี้คือคนไม่ดี เป็พวกซังชาน”
“ซังชาน คือใคร”
“ฏ”
“แล้วเ้าต้องถึงกับต้องข้าพวกเขาเชียวรึ”
ซิงเยียนมองนิ่งก่อนจะเดินดิ่งมาตรงที่ทั้งคู่ยืนก่อนจะชักดาบผลักฮุ่ยิและอ้ายฉิงก่อนจะใช้ดาบยาวแทงไปที่ท้องและจัดการแทงเข้าไปศรีษะของชายคนหนึ่งที่แอบอยู่ด้านหลังพวกเขาั้แ่เมื่อไรไม่รู้
“น-นี่มันอะไรกัน”
ฮุ่ยิเห็นอ้ายฉิงช็อคเขารีบลุกแล้วเข้าไปกอดปลอบทันที ฮุ่ยิสำรวจร่างกายของอีกคนว่าาเ็หรือไม่
“เ้าเป็อะไรหรือไม่”
“ข้า-ข้าไม่เป็ไร”
ไม่นานเหล่าทหารก็มาถึงคาดว่าน่าจะเป็ทหารของวังหลวง ซิงเยียนจัดการเช็ดเืที่ติดตามดาบก่อนจะเก็บมันลงฝัก
“พวกเ้าจะอยู่กันที่นี่รึ”
“ม-ไม่”
ฮุ่ยิและอ้ายฉิงเดินตามซิงเยียนออกมาจากป่าก่อนจะจัดการเปลี่ยนชุดที่บุรุษที่คาดว่าเป็ลูกน้องเอามาให้ ด้วยความอยากรู้ฮุ่ยิจึงถามออกไป
“ซิงเยียน พวกซังชานคือใคร”
ซิงเยียนหันมองหน้าอีกคนด้วยสีหน้านิ่งก่อนจะถอนหายใจพร้อมกับบ่นบางอย่างออกมา
“เฮ้อ เ้านี่ดื้อเสียจริง”
“อะไรของเ้า”
“พวกซังชานคือพวกฏที่ต่อต้านการมีอยู่ของกษัตริย์ พวกมันก่อนตั้งกลุ่มาั้แ่ร้อยกว่าปีแล้ว เดิมทีคนที่เริ่มก่อตั้งกลุ่มนี้มันก็อยู่วังหลวงมาก่อน แต่เพราะความคิดที่ไม่ตรงกัน บวกกับปัญหาบางอย่างที่ข้าเองก็ไม่รู้ เลยรวมคนที่เกลียดระบบกษัตริย์ออกจากวังหลวงและออกไปตั้งกลุ่มกัน”
“แต่จากที่เ้าเล่ามันก็แค่คนที่คิดต่างมิใช่รึ ทำไมถึงต้องสู้กันจนตาย”
“ตอนแรกมันก็ใช่ แต่พอเ้าพวกนั้นเริ่มมีการเปลี่ยนหัวหน้าและตั้งกฏใหม่ ความคิดของพวกซังชานก็เปลี่ยนไป เริ่มปล้นฆ่าชาวบ้านที่บริสุทธิ์ เริ่มฆ่าคนไปทั่วโดยไม่สนว่าคนๆนั้นจะเป็ใคร จากนั้นมันก็ยึดเป็ถิ่นฐานของมัน บ้างก็จับชาวบ้านไปเป็ทาส”
“แย่ที่สุด”
ฮุ่ยิได้ฟังถึงกับสบถออกมา เขาไม่รู้เลยว่ามีเื่แบบนี้ด้วย
“แล้วตอนนี้เ้าพวกนั้นอยู่ที่ใด”
“เหมือนจะเป็หยางเถา”
“ว่าไงนะ”
เมื่อได้ยินชื่อของบ้านเกิดฮุ่ยิมีสีหน้าเปลี่ยนทันที ฮุ่ยิถามซิงเยียนอีกครั้งเพื่อยืนยันว่าเขาอาจจะฟังผิด
“เ้าบอกว่าอะไรนะ”
“พวกซังชานตั้งฐานอยู่ที่หยางเถา แต่มันยังไม่บุกหมู่บ้าน”
เมื่อได้ยินชัดเจนฮุ่ยิถึงกับไปไม่เป็ อ้ายฉิงเห็นรีบเข้าไปดู น้ำตาของเขาเริ่มคลอเบ้ารู้แบบนี้เขาไม่น่าจากบ้านมาเลย แต่หากไม่มาเขาก็คงไม่รู้ว่ามีเื่แบบนี้
“ข้าจะกลับบ้าน ไปช่วยพ่อข้า”
“แล้วเ้าจะไปอย่างไรฮุ่ยิ หยางเถากับที่นี่มันไม่ใกล้เลยนะ”
“แต่- แต่หมู่บ้าน พ่อข้า…”
“ตอนนี้หมู่บ้านยังปลอดภัย ตอนนี้เริ่มส่งทหารไปเฝ้าเพื่อป้องกันเหตุ”
พอได้ยินแบบนี้ก้โล่งอกขึ้นมาบ้างแต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังห่วงอยู่ดี
“เ้าไม่ต้องเป็ห่วง ฮ่องเต้ไม่มีทางปล่อยให้เ้าพวกนั้นทำอะไรตามใจหรอก”
“ถ้าเป็อย่างนั้นก็ดี”
“กลับไปพักได้แล้ว เ้าาเ็อยู่ไม่ใช่รึ ยังจะออกมาเดินเล่นอีก”
“ก็ข้าเบื่อ”
“เฮ้อ แล้วแต่เ้าหากไม่กลัวโดนดุ”
ได้ยินดังนั้นฮุ่ยิถึงกับกลืนน้ำลายเอื๊อก ซิงเยียนขึ้นขี่ม้าจากไปทิ้งไว้ให้เขากับอ้ายฉิงยืนอยู่ที่เดิม สุดท้ายทั้งสองตัดสินใจกลับวังหลวงเพราะตะวันเริ่มลับขอบฟ้า ฮุ่ยิเดินพลางมองวิวทิวทัศน์ภายในใจยังคิดถึงบ้าน
ท่านพ่อขอให้ท่านปลอดภัยดี